<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
22 กันยายน 2553
 
 
Trip......France & Monaco & Switzerland 2010( ตอน 3 Switzerland )

Trip......France & Monaco & Switzerland 2010( ตอน 1 Nice,France)
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=yojajiji&month=08-09-2010&group=10&gblog=4


Trip......France & Monaco & Switzerland 2010( ตอน 2 Monaco )
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=yojajiji&month=14-09-2010&group=10&gblog=5

----------------------

มาถึงแล้ว ประเทศ Switzerland ประเทศในฝันของสาวๆหลายคน รวมถึงหญิงด้วย ถ้าใครชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบชมเมืองสวยๆโรแมนติก ได้บรรยากาศแบบยุโรป วิวภูเขา ทะเลสาบ ท้องฟ้า ต้นไม้ หรือ หิมะบนเทือกเขาสวยๆ ต้องประเทศนี้เลย

เป็นประเทศที่มาได้มาอีกเรื่อยๆ ไม่เบื่อ เพราะมีมุมให้เที่ยวได้หลากหลาย ท่องเที่ยวชมธรรมชาติ วิวภูเขา หิมะบนเทือกเขา มีให้ชมกันทุกเมืองจริงๆ แม้แต่เมืองเล็กๆที่ไม่เป็นที่รู้จัก ก็มีจุดท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวเก็บรูปได้ไม่เบื่อ มั่นใจว่าจะมาเยือนประเทศนี้อีก เพราะถือว่าเป็นประเทศในฝันของหญิงเลยทีเดียว

ประเทศSwitzerland อากาศดีมาก เมืองก็สะอาดสะอ้าน ดูเป็นระเบียบ น้องหมาเดินมาเที่ยวเล่นกับเจ้าของมีมาให้เห็นเรื่อยๆ แม้แต่บนยอดเขาที่ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของยุโรปที่นักท่องเที่ยวขึ้นไปเยือนได้ ก็มีน้องหมาไปประทับรอยเท้าบนหิมะเคียงข้างกับรอยเท้าเจ้าของอันเป็นที่รัก หรือ เจ้าของเป็นนักเดินลุยขึ้นเขา ก็พาน้องหมาคู่ใจไปลุยด้วย ดูแล้วเป็นภาพที่ใครเห็นก็ต้องยิ้ม ยิ่งเราเป็นคนไทยที่ไม่ได้มีโอกาสพาหมาคู่กายไปไหนได้ทุกที่ในแผ่นดินประเทศไทย เพราะคนยังไม่เปิดใจต้อนรับน้องหมา ก็อดอิจฉาคนในประเทศนี้ไม่ได้

ที่ทำได้อย่างเดียวก็คือ มองแล้วจินตนาการว่า "เราจูงลูกๆทั้ง 3 ตัว ไปเดินปีนเขาแล้วมีวิวหิมะบนเทือกเขาสวยๆอยู่เบื้องหลัง ลมเย็นๆพัดผ่านหน้า ขาก็ก้าวเดินลุยหิมะนุ่มๆ เท้าเหยียบไปก็จมมิด แล้วก็มีลูกๆ 4 ขาเดินข้างๆื สุขสุดๆ" ช่่างเป็นความฝันกลางวันที่แสนหวานหอมหวนจริงๆ แต่ก็ต้องตื่นขึ้นมายอมรับความจริงที่ว่า ชาตินี้ก็คงไม่มีโอกาสพาหมาไปได้ทุกที่แบบนี้ในเืมืองไทย แม้แต่พาไปเดินห้าง หรือ เดินได้อิสระในตัวเมืองก็เหอะ ก็ได้แต่ภาวนาให้มีคนใหญ่คนโตในเมืองไทย ใครสักคนที่จะทำกฎหมายจัดระเบียบน้องหมาแบบจริงๆจังๆเสียที ชีวิตน้องหมาไทยจะได้อิสระ และ ได้รับการต้อนรับเหมือนดังน้องหมานอกบ้าง ใครหนอจะเป็นพระเอกขี่ม้าขาวคนนั้น !


มายืนยันอีกรอบว่า ที่Switzerland ประเทศแสนหวานประเทศนี้ มองไม่เห็นน้องหมาจรนะคะ พื้นถนนสะอาด ไร้ขี้หมา และ ไม่เห็นภาพหมาขี้เรี่ยราดตามทางนะคะ หมาอยู่ในสายจูง มีถุงเก็บอึและถังขยะสำหรับหย่อนถุงอึสาธารณะให้ด้วย เห็นได้เป็นระยะๆตามแหล่งชุมชน แม้แต่บนภูเขา ยอดเขาที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือน ก็มีถังพร้อมถุงสาธารณะให้คะ ประเทศเขาถึงได้สะอาด สวยงาม ชวนมอง และติดหนึ่งในประเทศที่คนอยากมาเยือนที่สุดในโลก ประเทศนี้สวยจริงๆ สวยทุกมุม


พร้อมออกลุยเดินเก็บภาพน้องหมานอกแล้ว มาชมกันเลย

-------------------------

@@@@@@ ขึ้นเครื่องจาก Nice,France ไปลง Zurich , Switzerland @@@@@


ช่วงที่หญิงไปเที่ยว เป็นช่วงบอลโลกคะ บนเครื่องบินแจก chocolate เป็นลูกบอลด้วย Yummy!




น้องหมาดัชชุนที่สนามบิน รอขึ้นเครื่องไปกับเจ้าของ



เที่ยวสวิส เราเลือกเช่ารถขับเที่ยวกันคะ เราทั้งคู่ไม่นิยมเที่ยวกับทัวร์ เพราะไม่ชอบ
หญิงรับหน้าที่เป็นคนขับตลอดทั้งทริปคะ ตื่นเต้นมาก ต้องตั้งสติทุกครั้งเมื่อนั่งหลังพวงมาลัย เนื่องจากพวงมาลัยอยู่ด้านซ้าย ซึ่งอยู่คนละข้างกับรถในประเทศไทยแล้ว ก้านเปิดไฟเลี้ยว ก้านเปิดที่ปัดน้ำฝนก็อยู่คนละข้างหมดกับรถเมืองไทย แถมทิศทางการเดินรถก็คนละข้างกับเมืองไทย ต้องตั้งสติมากเวลาจะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขาวแต่ละทีเพื่อไม่ให้อยู่ผิดเลน ต้องท่องไว้ "ขับช้าชิดขวา ขับเร็วชิดซ้าย" แถมต้องดูป้ายถนน และ speed limit ด้วย ขับรถที่ประเทศสวิสต้องขับเข้าอุโมงค์ลอดเขาบ่อยๆมากกกกกก รถเกือบทุกคันจะต้องเปิดไฟหน้ารถตลอดเวลาแม้จะเป็นตอนกลางวันแสกๆก็ตาม กลายเป็นเรื่องปกติ สนุกดีคะ แต่ก็มีแอบเครียดอยู่เหมือนกัน กว่าจะชินกับรถและถนนหนทางก็วันที่สามของการขับ ลุ้นจริงๆทริปนี้


@@@@@@ Luzern @@@@@


ลงเครื่องที่ Zurich เช่ารถที่สนามบิน และ ขับไปที่เมือง Luzern คะ

รถแวน Renault คันสีดำ ขับลุยตลอดทริป




สัญลักษณ์แห่ง Luzern สะพาน Kapellbrucke



หงส์สองตัวผ่านเข้ากล้อง เป็นหงส์ที่อยู่ตามธรรมชาตินะคะ




น้องหมาทักทายกัน



มีลูกอ่อนก็ไม่ทิ้งหมา



มาอยู่เมืองนี้ฝนตกตลอดเลยคะ เดินไปหาที่หลบฝนไป บางทีเห็นน้องหมาแต่ก็หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายไม่ได้เพราะฝนตก ภาพน้องหมาของเมืองนี้เลยมีนิดเดียว



สถานที่ยอดฮิตของ Luzern อีกหนึ่งที่คือ Lion Monument สิงโตเศร้า ที่แห่งนี้ห้ามน้องหมาเข้านะคะเพราะมีป้ายติดไว้




-----------------------------------

@@@@@@@@@@ Interlaken @@@@@@@@@@@@@

ก่อนไปเมือง Interlaken ได้แวะไปเมือง Engelberg เพื่อไปขึ้นกระเช้าเยือนยอดเขา TITLIS ยอดเขานี้มีความสูง 10,000 ฟุต และอุณหภูมิที่ -8 c



มาถึงเมือง Interlaken มีดอกกุหลาบสวยๆเยอะแยะมากมาย ต้องขอเก็บภาพสักหน่อย



น้องหมาเดินผ่านซุ้มดอกกุหลาบที่หญิงเพิ่งไปถ่ายรูปเก็บ



ถ่ายหน้าสุสาน มีป้ายวงกลมสีแดงล้อมรูปหัวน้องหมาอยู่หน้าประตูสุสาน เห็นป้ายแบบนี้่แปลว่า "หมาห้ามเข้า" เข้าได้แต่คนคะ



น้องหมาเดินมากับเจ้าของ ผ่านหน้าร้านขายนาฬิกาชื่อดัง Kirchhofer ใครมาเที่ยวสวิสก็ต้องซื้อนาฬิกากลับเพราะถูกกว่าไทยมากกกกก และที่ร้านนาฬิกามีพนักงานขายเป็นคนไทยด้วยนะคะ

ทัวร์ที่มาลงเยอะ ไปไหนก็เจอ คือ จีน และ แขก เบียดเราแทบกระเด็นออกนอกร้านทีเดียว บางทีตะโกนคุยกันจนคิดว่าเข้าร้านน้ำชา ไม่ใช่มาซื้อนาฬิกา
ภาพโปสเตอร์โฆษณานาฬิกาแบรนด์หรูๆ มีนายแบบนางแบบเป็นคนจีน หรือไม่ก็คนแขก ถือว่าเป็นการเอาใจลูกค้ารายใหญ่ของประเทศ



ที่เมือง Interlaken นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองนี้ จะขึ้นรถไฟขึ้นเขาเพื่อไปเหยียบยอดเขา Jungfrau จะไปยอดเขานี้ เราต้องไปลงที่สถานีรถไฟ Jungfraujoch มีอีกชื่อว่า Top of Europe เพราะเป็นสถานีรถไฟสูงสุดในทวีป ตัวสถานีตั้งอยู่ในอุโมงค์ที่เจาะทะลุอยู่ในภูเขา และมีอากาศเพียง 1ใน 3 ของพื้นราบ ต้องระวังหน้ามืดเป็นลมนะคะ



ที่สถานี Jungfraujoch ที่ความสูงระดับยอดเขา น้องหมาก็มาเที่ยวได้นะคะ
น้องหมาขาวตัวนี้ อายุ 13 ปีแล้ว เจ้าของก็ไม่ทิ้งให้อยู่บ้านเดียวดาย พามาเที่ยวด้วย



เหยีบหิมะบนยอดเขา Jungfrau ณ ที่แห่งนี้ "เราอยู่เหนือเมฆ อยู่ใกล้แผ่นฟ้า อาบแสงพระอาทิตย์ พิชิตยอดเขา"



วันรุ่งขึ้น ก็ขึ้นรถไฟจากเมือง Interlaken เช่นเดิม แต่จะเปลี่ยนไปชมยอมเขาอีกแห่งหนึ่ง ที่ชื่อ First ที่ยอดเขานี้ เราสามารถเดินชมวิวสวยๆลัดเลาะไปตามหุบเขาเพื่อไปเยือนทะเลสาบสวยๆ เพื่อเก็บภาพเป็นที่ระลึก แต่จะไปถึงทะเลสาบแห่งนี้ เราต้องเดินเท้าเป็นเวลา 1 ชั่วโมง หญิงก็เดินคะ เดินไปถ่ายรูปไป ขึ้นเนินลงเนิน เลาะขอบเหว กลายเป็นใช้เวลาเดินเกิน 1 ชั่วโมงคะ เหนื่อยมากกกกกกก เจอทะเลสาบแสนสวย แต่หมอกเยอะไปหน่อย เลยได้ภาพไม่แจ่มมาก พักเหนื่อยเสร็จก็เดินกลับอีก 1 ชั่วโมงคะ งานนี้เหนื่อยแทบขาดใจ แต่ก็คุ้มคะ ถือว่าเป็นการลดน้ำหนักไปในตัว มาเที่ยวสวิส ชมวิวภูเขา ต้องเดินเท้าซะส่วนใหญ่ มาเที่ยวกินเยอะเต็มที่ แต่ก็เดินเยอะ สรุปว่ากลับกรุงเทพได้หุ่นใหม่ไฉไลกว่าเดิม เพราะน้ำหนักหายไป 2 กิโล ดีใจมากมาย

ก่อนไปถึงยอดเขา First (ความสูง 2,168 m ) ต้องลงรถไฟที่เมือง Grindelwald คะ เมืองนี้่สวยมาก แถมมีน้องหมาน่ารักๆผ่านมาเข้ากล้องด้วย



น้องหมาตัวนี้มากับเจ้าของที่เป็นนักเดินขึ้นเขา พาน้องหมาไปขึ้นเขาด้วย แม้เป็นสายพันธุ์เล็กก็พร้อมลุย ไม่จำเป็นต้องเป็นน้องหมาพันธุ์ใหญ่เสมอไป



คุณลุงและน้องหมา


น้องเวสตี้ หันมองกล้องด้วย



อีกตัวหนึ่ีง ไกลๆ



ถ่ายรูปในเมืองเสร็จ ก็เตรียมขึ้นเขา
ภาพถ่ายจากกระเช้าคะ


------------------------------

@@@@@@@@@@@@@ Zermatt @@@@@@@@@@@@@@@@

จากเมือง Interlaken ขับรถเพื่อไปหมู่บ้านแสนสวย แสนน่ารัก ที่ชื่อ Zermatt
หมู่บ้านนี้ อยู่ติดกับ Matterhorn ซึ่งเป็นยอดเขาทรงพีระมิดที่สวยที่สุดในถิ่นแอลป์ หมู่บ้านแสนหวานแห่งนี้ไม่ธรรมดาคะ เพราะที่นี่ไม่อนุญาตให้รถยนต์วิ่งนะคะ คนในนี้ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้าน เจ้าของโรงแรม คนท้องที่ นักท่องเที่ยว ห้ามเอารถยนต์ส่วนตัวใช้ในหมู่บ้าน ห้ามขับในหมู่บ้านคะ จะใช้แต่รถไฟฟ้าคันเล็กๆเพียงเท่านั้น ส่วนรถนั้น ต้องไปจอดที่เมืองอื่นคะ ซึ่งจะมีอาคารจอดรถใหญ่ๆไว้บริการ ปลอดภัย แต่ต้องเสียงเงิน พอจอดรถเสร็จ ก็ต้องขึ้นรถไฟสาธารณะเพื่อมาที่หมู่บ้าน Zermatt คะ

ระหว่างทางที่ขับรถ ต้องขับขึ้นเขา ลงเขา ลอดอุโมงค์ทะลุเขา เข้าโค้งหักศอกเห็นเหวอยู่เบื้องล่าง เส้นทางล้วนพาตื่นเต้นแบบหวั่นๆ ก่อนจะถึงเมืองที่ต้องเอารถไปจอดที่อาคารจอดรถ ต้องเอา "รถลงรถไฟ" ด้วย คือว่า หญิงขับรถเพื่อเอารถไปขึ้นรถไฟ เพื่อให้รถไฟพาทั้งรถทั้งคนลอดทะลุภูเขา เพื่อทะลุไปอีกฝาก แล้วก็ขับรถลงจากรถไฟไปตามถนนปกติ เพื่อเอารถไปจอดที่อาคารจอดรถ ทิ้งรถไว้ แล้วเราก็ต่อรถไฟ หอบกระเป๋า เพื่อไปหมู่บ้านแสนหวานในฝัน Zermatt คะ

มาถึงแล้วหมู่บ้านZermatt หน้าสถานีรถไฟ ก็เห็นน้องแจ็คผ่านมาเข้ากล้องพอดิบพอดี




ก่อนพาขึ้นเขา เรามาเก็บภาพน้องหมาในหมู่บ้านก่อนนะคะ

นี่คะ รถไฟฟ้าที่ใช้กันในหมู่บ้านนี้ เล็กกระทัดรัด ไร้มลพิษ รถยนต์ห้ามนำมาใช้ที่หมู่บ้านนะคะ ต้องไปจอดที่เมืองอื่น



เมืองนี้มีน้องหมาเยอะแยะเชียว เริ่มด้วยสาวแม่ลูกอ่อนมีลูกสองขาอยู่ในอ้อมอก และลูกสี่ขาอีก 2 ตัวใหญ่



น้อง Fox Terrier


วันนี้ที่หมู่บ้านมีงานคะ คนออกมาสนุกพบปะกัน ก็พาน้องหมามาด้วย

น้องหมาตัวนี้นั่งเรียบร้อยรอเจ้าของเมาท์




น้องแจ็คก็มาร่วมงานกับเขาด้วย



ลูกหมาตัวนี้ น่ารักมาก มาร่วมงานเหมือนกัน ใครๆก็พาหมาออกงาน



นี่ก็น้องแจ็ค



น้องหมาตัวเล็กขาสั้น เดินมากับเจ้าของ



น้องหมาตัวเขื่องขายาว ก็มากับเจ้าของ



น้องแจ็คอีกตัว



เจ้าของขอนั่งพัก



น้องหมาเดินดุ่ยๆ เบื้องหลังเป็นโรงแรมที่ตัวตึกคงความเป็นต้นฉบับไว้



น้องหมา Bull Terrier สีดำ แปลกจัง



นักท่องเที่ยวก็พาน้องหมามาด้วย



น้องหมาบิ๊กเบิ้ม อัลเซเชี่ยน 2 ตัว 2 สี



น้องหมา White Swiss Shepherd เห็นแล้วคิดถึงลูกยูจิ เพราะหนูยูจิก็เป็น White Swiss Shepherd



นี่ก็ White Swiss Shepherd อีกตัว




เข้าไปดูกันชัดๆ ตัวนี้เหมือนหนูยูจิตอนเด็กๆเลย



น้องเวสตี้กับนักท่องเที่ยว



น้องหมาในร้านขายนาฬิกา Swatch


น้องหมา Bernese Mountain Dog เป็นน้องหมาของประเทศสวิสคะ ตัวใหญ่มาก




น้องแจ็คมาแย้วววว



น้องหมาตัวนี้ น่าจะเป็น Leonberger แต่ตัวยังไม่โตเต็มที่



น้องหมา 2 ตัวเดินตามกันมาติดๆ



สาวน้อยก็เดินจูงน้องหมา





ป๊ะป๋า จะไม่เลี้ยงผมสักแก้วเหรอ ผมนั่งเรียบร้อยแล้วนะ !



เดินชมเมือง เก็บภาพน้องหมาอย่างจุใจ ต่อจากนี้ไปขึ้นเขากันคะเพื่อไปชม Matterhorn ที่ระดับความสูง 3,883 m




ยลโฉม Matterhorn กันชัดๆ ถือเป็นยอดเขาทรงพีระมิดที่สวยที่สุดในถิ่นแอลป์

สวยจริงๆ



ที่ความสูงระดับนี้ วิวสวยๆแบบนี้ ก็พาน้องหมามาด้วยได้นะคะ จะพามาชมวิวเฉยๆ หรือ อยากจะลุย เดินขึ้นเขา หรือ เดินลงเขา ชมวิวกันเพลินๆก็ได้คะ เห็นนักท่องเที่ยวหลายคนเลยที่พา้น้องหมามาเดินเขาด้วย ประทับใจในความผูกพันธ์ระหว่างเจ้าของและน้องหมาจริงๆ



น้องหมาสวิสแท้ St. Bernard ก็มาเยือนยอดเขาด้วย เจ้าของพามาเดินลุยเขา ไม่ทิ้งกัน
มีถังเบียร์น้อยๆห้อยคอด้วยนะคะ น่ารักเชียว



โดดเด่นมาก มีแต่คนขอถ่ายรูป



แม้หนทางจะยาวไกล ลำบากแค่ไหน ขึ้นเขา ทางขรุขระ ก็ไม่ทิ้งกัน นายไปไหน หมาไปด้วย นายเดินเขา หมาเดินด้วย แถมเดินเร็ว เดินดีกว่าคนอีก



ดูกันชัดๆ หมาเดินทิ้งห่างแบบชนะขาด



น้องหมามาถึงก่อน ชนะขาดลอย



เจ้านายมาถึงที่โหล่



แม้ตัวจิ๋ว ก็มาถึงยอดเขาได้เหมือนกัน



อุ้ย ! นั่นน้องหมาอีกตัวมาเดินลุยเขากับเจ้าของ หันมองกล้องด้วย



จะไปไหนนะ มุ่งมั่นเชียว

เดินออกนอกเส้นทาง เจ้านายไม่ว่าเอาเหรอจ๊ะ



อยากรู้จังจะไปไหน



นี่ไงคำตอบ

คนดีจ๋า มาหาพี่หญิงใช่ไหม น่ารักมากๆเลยเด็กดี



เชื่อไหมคะ น้องหมาตัวนี่แหละที่มาทักหญิงบนเขา หญิงได้ไปเจอเขาอีกรอบที่หมู่บ้าน Zermatt หญิงกำลังนั่งถ่ายรูปบนเ้ก้าอี้อยู่ เขาเห็นหญิง แล้วรีบเดินตรงเข้ามาหาหญิงเลย ดีใจมาก ไม่คิดว่าจะได้มาเจอที่หมู่บ้านอีก
I miss you.. !



มาที่นี่ มีกิจกรรมให้ทำมากมาย จะมาเดินเขา ชมวิวสวยๆ หรือ จะมาเล่นสกี ก็มีหิมะนุ่มๆให้เล่น

หนึ่งในวิวสวยๆ ก็คือ ทะเลสาบแห่งนี้ มีวิว Matterhorn สะท้อนบนพื้นน้ำ สวยมาก

แต่จะต้องค่อยๆเดินลงเขาไปนะคะ เพื่อไปใกล้ๆทะเลสาบ เห็นอย่างนี้ ชันใช่เล่น
ปีนลงไปแล้ว สนุกดีคะ



สกีเป็นกีฬาสุดโปรดของหญิงเลย ไ้ด้เล่นตอนไปเีรียนที่ Australia
เห็นหิมะที่นี้่แล้ว น่าเล่นมาก แม้ไม่ได้เล่น ก็ขอเก็บภาพสักหน่อย




-----------------

@@@@@@@@@@ Bern @@@@@@@@@@@@

จุดมุ่งหมายต่อไปก็คือเมือง Bern เมืองหลวงของสวิส

แต่ก่อนอื่น ต้องไปเอารถก่อนคะ

ออกจากหมู่บ้าน Zermatt โดยรถไฟเพื่อไปยังเมืองที่ได้ไปจอดรถพักไว้ ได้รถเสร็จ ก็ต้องขับรถพารถไปขึ้นรถไฟ เพื่อให้รถไฟพาทั้งคนทั้งรถ ลอดทะลุภูเขา เหมือนกับเส้นทางตอนขามา พอขับรถลงจากรถไฟแล้ว ก็มุ่งหน้าตรงไปสู่เมืองหลวง Bern ทันที อยากไปดูหมีเต็มแก่

มาถึงแล้ว



คนพร้อม กล้องพร้อม ลุยเก็บภาพน้องหมาเมือง Bern



ก่อนอื่น ขอไปดูหมีก่อนคะ ใครมาเมืองนี้ก็ต้องไปดูหมี
ไม่ใช่หมีที่สวนสัตว์นะคะ หมีอยู่ในเมืองเลยคะ หมีเมืองจะเดินไปมาได้อิสระ แต่มีคอกกั้นนะคะ คนผ่านไปผ่านมาก็เห็น รถก็วิ่งผ่านไปผ่านมาก็เห็นหมีได้ ถือว่าเป็นหมีสาธารณะมาก หมีของประชาชน



กลับจากการชมหมีเมือง มีน้องหมาเดินสวนมาพอดี มากับคุณยาย



น้องหมาอีกตัวพักหลบแดดเพราะเจ้าของดูหมีเพลิน



น้องหมาสองตัวเดินข้ามถนนกับเจ้าของ



น้องหมาของคนขอทาน



มีสายจูงด้วยนะ ขนาดน้องหมาอยู่ในคำสั่ง ไม่ไปไหน เจ้าของก็ยังใส่สายจูงให้ แม้สายจูงจะไม่สวยหรูแต่เจ้าของก็มีความรับผิดชอบ



นี่ก็น้องหมาของคนขอทาน อยู่หน้าร้าน supermarket ชื่อดัง
ขอทานที่นี่เขาใช้หมวกวางกับพื้น แทนแก้วหรือกระป๋อง



สาวสวยยิ้มให้กล้อง พร้อมน้องหมาแจ็คแบบไม่ตัดหาง



นั่งรอเรียบร้อยกันนะลูก เดี๋ยวแม่ขอนั่งหยิบของก่อน



วัยรุ่นที่นี่ ไปไหนมาไหนก็มีหมาเป็นเพื่อน


น้องแจ็คอีกตัว


อยู่นี่! อย่าไปไหนนะ เดี๋ยวมา



ป๋ามาเร็วๆหน่อย หนูเหงา



คุณป้าและน้องหมาตัวขาว



เจ้าของแต่งตัวอินดี้มาก สายจูงน้องหมาก็อินดี้ตาม เก๋จริงๆ
น่าจะทำมาขายได้ในเมืองไทย



คุณลุงบอกว่า หมาเขาเป็น wolf


สาวสวยรีบเดิน น้องหมาก้าวตามฉับๆ


น้องบีเกิ้ล อยู่นั่นไง



มาหลบที่ร่มๆหน่อย แดดเผาก้นดำแล้ว



คุณยายเท่ห์มาก หมาตัวใหญ่ก็เดินในสายจูงอย่างดี ไม่ดึงจนคุณยายกระเด็น

ไม่เหมือนผู้ชายบางกลุ่มที่นิยมเลี้ยงหมาสายพันธุ์ทรงพลังเพื่อให้ตัวเองดูเท่ห์ ดูแมน แต่โดนหมาดึงซะตัวปลิวเป็นผ้าเช็ดหน้าต้องลม แมนมากกกกกกกก!



ตัวนี้ทำหน้าตาทะเล้น


แม้จะใส่ส้นสูง ก็พาน้องหมาตัวโตเดินชมเมืองได้นะคะ



นอ้งหมาเบอร์นี่ ก็รอเจ้าของหม่ำอย่างเีรียบร้อย



มาพบปะเพื่อนๆก็พาหมามาด้วย



น้องหมาบนรถ tram



น้องหมาเดินตามเจ้าของข้ามถนน



เดินขึ้นเนินเขาเตี้ยๆ ไปชมสวนกุหลาบของเมือง น้องหมามาได้ แต่ต้องอยู่ในสายจูงนะ นี่ไง ป้ายเตือน



------------------------------------------

@@@@@@@@@@@@@ Zurich @@@@@@@@@@@@@@@@

ออกจากเมืองหลวง Bern ขับรถมุ่งหน้าสู่เมือง Zurich วันนี้ต้องกลับกรุงเทพแล้ว แต่ยังมีเวลาเดินเที่ยวเมือง Zurich อีกครึ่งวัน

เมื่อถึงสนามบินที่ Zurich เอารถเช่าไปคืน เอากระเป๋าไปฝาก แล้วออกเที่ยวต่อ ลุยกันเลย!


เมือง Zurich แสนสวย



วันนี้แดดดี ร้อนเลย

มาสวิสได้เผชิญอากาศทุกรูปแบบ ตั้งแต่หิมะตกบนยอดเขาอุณหภูมิ -8 c /ฝนตก หนาวเย็น / จนถึงร้อนเหงื่อออก คุ้มจริงๆ



ที่สถานีรถไฟ มีน้องหมาด้วย
นี่ไง ! คุณป้ากับแจ๊คอ้วน



น้องหมาตัวใหญ่ก็พาขึ้นรถไฟไ้ด้นะคะ



น้องหมาพิตบูล ก็ร่วมเดินทางด้วย จูงลูกมือ จูงพิตบูลมือ

น้องหมาพิตบูลตัวนี้เีรียบร้อย เดินไม่ดึง ใส่สายจูงและปลอกคอธรรมดาก็คุมอยู่

ถ้าเป็นนอ้งหมาพิตบูลเมืองไทยเหรอ เจ้าของกลัวจัด จับใส่โซ่ถ่วงคออย่างกับโซ่ล่ามรถกระบะ โซ่ใหญ่เท่าท่อนแขนเห็นแล้วสงสารหมา จูงเดินทีก็โดนหมาลาก ดูแล้วตลกน่าขันเสียจริง



นั่งเรียบร้อยเชียว ต้องให้ได้อย่างนี้



มองกล้องหน่อยสิจ๊ะ



น้องหมาตัวขาวเก้งก้าง



คุณป้าและน้องดัชชุนขนยาว 2 ตัว กับวิวในเมืองสวยๆ ธงเยอะๆ



สาวสวย กับน้องหมา



เจ้าบ่าว เจ้าสาว ถ่ายรูปหวาน น้องหมาก็ถูกรับเชิญมางานด้วยนะคะ มาร่วมแสดงความยินดี



แม่จ๋า หนูอยากเดินห้างตากแอร์เย็นๆ



มาเป็นครอบครัว


นั่งดีๆนะ นั่งให้สวยเหมือนกับตุ๊กตาตัวสีน้ำเงินเลยนะ



จะรับตัวไหนค้าาาา ขนสั้น หรือ ขนยาว



ขอหม่ำบ้างสิก๊ะ หนูขาสั้น เอื้อมไม่ถึง



น้องปอมน่ารักมาก



เพื่อนๆเห็นร้านรองเท้า บาจา Bata อยู่ด้านหลังภาพ หรือเปล่าเอ่ย ? เป็นแบรนด์ที่เราต่างคุ้นเคย จริงๆแล้วเป็นแบรนด์ของประเทศสวิส(โลซาน)คะ แต่ไปมีสาขาที่เมืองไทยตั้งนานนม หลงคิดว่าเป็นแบรนด์ของไทยเสียอีก




เห็น "ก้น" น้องหมากันชัดๆ



น้องหมาแจ็ค



น้องหมาหน้าร้านไอติม และ สามียืนยิ้มแป้น

แอบกระซิบ !

ไอติมแบรนด์ MOVENPICK อร่อยมาก โดยเฉพาะรส chocolate
ที่สยามพารากอน มีแบรนด์นี้ด้วยนะคะ อยู่ฝั่งตรงข้ามร้าน LOFT

แต่ก่อนเวลาไปพารากอน เดินผ่านก็ไม่เคยจะคิดลองชิม แต่พอได้ไปลองชิมที่สวิสแล้วติดใจมาก พอกลับไทยต้องไปตามกินที่พารากอนอีก



กินไอติมเสร็จ ก็ไปลงเรือล่องทะเลสาป



ลงเรืองเสร็จ เราก็กลับไปสนามบินคะ รอขึ้นเครื่องกลับบ้าน....ประเทศไทย

ที่สนามบินก็พานอ้งหมามาได้นะคะ

นี่ไง ....น้องแจ็ค



หน้าห้อง locker ฝากกระเป๋าเดินทาง พบป้ายนี้คะ
ป้ายชวนร่วมบริจาคสิ่งของเครื่องใช้สำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อรวบรวมของบริจาคนำไปให้ศูนย์สงเคราะห์สัตว์ในที่ต่างๆ ทั้งในประเทศสวิสเอง และ ต่างประเทศด้วย




ขอจบการเดินทางทริป France & Monaco & Switzerland 2010 เพียงเ่ท่านี้คะ
-------------------------


Create Date : 22 กันยายน 2553
Last Update : 27 กันยายน 2553 19:47:12 น. 13 comments
Counter : Pageviews.

 
nicetrip nice dogs with khun ying


โดย: mydog IP: 125.24.207.161 วันที่: 29 กันยายน 2553 เวลา:21:34:24 น.  

 
fantastic trip + great photo


โดย: นอร่า กะ คิตตี้ IP: 111.84.14.218 วันที่: 3 ตุลาคม 2553 เวลา:23:49:03 น.  

 
ถ้าเป็นน้องหมาพิตบูลเมืองไทยเหรอ เจ้าของกลัวจัด จับใส่โซ่ถ่วงคออย่างกับโซ่ล่ามรถกระบะ โซ่ใหญ่เท่าท่อนแขนเห็นแล้วสงสารหมา จูงเดินทีก็โดนหมาลาก ดูแล้วตลกน่าขันเสียจริง


เห็นด้วยค่ะสุนัขพันธุ์เดียวกัน นิสัยอาจไม่เหมือนกัน ถ้าเขาล่ามโซ่ไว้ก็คงเพราะสุนัขมันดุ ถ้าปล่อยให้กัดคนก็น่าหัวเราะเยาะ เลี้ยงด้วยรักและรับผิดชอบ


โดย: เจา IP: 118.172.120.54 วันที่: 30 ตุลาคม 2553 เวลา:12:04:52 น.  

 
รู้สึกดีจังครับ
สุนัขทุกตัวมีปลอกคอ มีสายจูง มีเจ้าของ และมี..ความสุข

อยากให้เมืองไทยเป็นได้แบบนี้บ้าง
แต่อาจจะเป็นได้แค่ฝัน ตราบใดที่ยังมีคนทิ้งสุนัขได้ลงคอ
เฮ้อ...


โดย: killerboy วันที่: 2 ธันวาคม 2553 เวลา:10:53:43 น.  

 
ตามมาดูจากเวบพันทิพย์ค่ะ ชอบน้องหมามากเหมือนกันค่ะ ดูแล้วเพลินทีเดียว ขอบคุณนะคะ


โดย: Mo IP: 130.159.70.113, 130.159.17.155, 130.159.17.136 วันที่: 2 ธันวาคม 2553 เวลา:20:37:51 น.  

 
happylonglive the king day giving present myself see saw u trip loveair again after take off our dog i can smell u be fine


โดย: fonduelove IP: 125.24.202.242 วันที่: 5 ธันวาคม 2553 เวลา:22:23:35 น.  

 
ใช่ค่ะพี่หญิงคนไทยชิบจำฝังใจว่าพันธุ์นั้นดุพันธุ์นี้ดุ เฮ้อ จริงๆเล้ยยยย ถ้ามีคนจำนวนมากสนในพฤติกรรมสุนัขเหมือนพี่หญิงบ้างก็คงดีไม่น้อย มันจะช่วยลดปัญหาสุนัขจร หรือ ข่าวสุนัขกันคน ไม่มากก็น้อย คนเรานี้น๊าก็โทษสุนัขซะทุกเรื่องก็ไม่เคยหันกลับมาหาสาเหตุเลยว่าที่สุนัขเป็นอย่างนั้นเพราะว่าอะไร เฮ้อ

มิ้งยังนั่งเถียงกับคนแถวบ้านอยู่เลย ฮ่าๆๆ เรื่องบางแก้ว

มิ้งก็บอกว่าบางแก้วไม่ดุ = = มันอยู่ที่คนเลี้ยง แล้วเค้าก็เถียงกับมาทันควัน ว่าบางแก้วดุ กัดเด็กเยอะแยะ เหอะ อล้วก็เถียงต่อไปเรื่อยๆ แต่ก็ทำไงได้ล่ะเค้าไม่เชื่อหรอกจนกว่าจะเห็น เดี๋ยวไว้สักวัน(ซึ่งคงจะอีกนานนนนมากๆ แหะๆ) มิ้งจะเลี้ยงบางแก้วพิสูจน์ให้เค้าคนนั้นดูว่ามันไม่ดุ ฮ่าๆๆ

แต่ก็ยังดีมีญาติมิ้งคนนึงเค้าอายุ 9 ขวบ แล้วเค้าเป้นภูมิแพ้ขนสัตว์ค่ะ ตอนที่เค้ามาบ้านมิ้งแรกๆเค้าไม่จับไม่ยุ่ง แถมวิ่งหนีค่ะ เป็นเพราะเค้าไม่เคยเลี้ยงแล้วเค้าก็เจอข่าวสุนัขกัดเด็กเค้าก็เลยกลัวค่ะ แหะๆ แต่หลังจากที่เค้ามาบ้านมิ้งบ่อยๆ เค้าก็เริ่มเห็นว่ามันไม่ได้น่าลัวอย่างที่คิด ตอนที่มิ้งเล่นกับเจ้าโน่อยู่เค้าก้เดินมามิ้งก็เลยชวนเค้าคุยเรื่องหมา ว่าที่หมามันกัดเด็กเพราะว่าอะไร เมื่อเราเจอหมาตอนเดินผ่านจะทำตัวยังไง แล้วมิ้งก็ลองให้เค้าจับหมาค่ะ พอเค้าลองจับแล้วเค้าก็โอเคค่ะ แต่ว่าจับเสร็จต้องไปล้างมือค่ะเพราะว่าถ้าเกิดเอามือไขยี้ตาม เข้าปาก โดนจมูกจะแพ้ค่ะ แต่จับอ่ะจับได้ค่ะ พอตอนนี้แกเล่นกับมาทั้งวันเลยค่ะ ฮ่าๆๆ กลายเป็นสนุกไป และไม่กลัวแล้ว แต่แกไม่ได้ชอบแค่หมานะคะ กลายเป็นชอบสัตว์ไปเลยก็ว่าได้ ยิ่งเป็นชูการ์ไกรเดอร์แกยิ่งชอบค่ะ จับเป็นชั่วโมง พอเห็นชูการ์ปุ๊ปเมินหมาปั๊บ ฮ่าๆๆๆ มิ้งรู้สึกดีค่ะ ทำทำคนที่เป็นภูมิแพ้และกลัวมาจับและเล่นกับมันได้ แต่เวลาแกเล่นมิ้งต้องนั่งคุม เพราะบางทีแกจะเผลอเอามือที่จับสัตว์ขยี้ตา เดี๋ยวจะเป็นเรื่องเอา แต่ก็น่าเห็นใจครอบครัวคนที่มีสมาชิกเป็นภูมิแพ้เหมือนกันนะคะ พ่อกับพี่สาวเค้าอยากเลี้ยงสุนัข แต่ก็เลี้ยงไม่ได้ค่ะ (พ่อเค้าเป็นคนรักสัตว์มากค่ะ)


พี่หญิงคะมิ้งเห็นแล้วอยากจะกรี๊ดดดดดดดดดดดดด ซะให้ได้ ทำไม ทำไม ทำไม เมืองไทยไม่เป็นอย่างนั้นบ้าง มิ้งก็ชอบฝันอยู่บ่อยๆค่ะพี่หญิง เวลามิ้งพาเจ้าสองหน่อไปทานอาหารนอกบ้าน ทั้งๆที่เป็นด้านนอกที่ไม่ได้ติดแอร์ แล้วเจ้าสงหน่อก็นั่งเรียบร้อย ไม่เห่า หรือข้ามไปบริเวณโต๊ะอื่น แล้วมิ้งก็ขอเจ้าของร้านแล้วด้วยค่ะเค้าโอเค แต่ทำไมอ่า มิ้งถึงได้ยินเสียงรอยตามลมจากรอบข้างบ่นเรื่องสองหน่อ เฮ้อ อยากจะเพ่นหนีจากตรงนั้นเสียจริง เมื่อไรกันหน๋อที่ประเทศไทยจะรักน้องหมาสุดหัวใจเหมือนต่างประเทศบ้าง เราก็แค่กลุ่มเล็กๆที่ชอบฝัน แต่เราก็แอบหวังว่ามันจะเป็นจริงสักวัน

เออใข่มีอีกวิธีค่ะพี่หญิง พี่หญิงไปเป็นนายกสิคะ แล้วก็เปลี่ยนกฎหมายให้โอเคกับน้องหมาเหมือนต่างประเทศ ฮ่าๆๆๆ


โดย: ปลาทองคับป๋ม วันที่: 7 มกราคม 2554 เวลา:3:41:40 น.  

 
คนไทยยังมีความเชื่อโบราณคร่ำครึอยู่มากเช่น ทำหมันหมแล้วเป็นบาป ทำหมันหมาทำให้มีลูกยาก หมาสกปรก หมาดุ หมาไว้ใจไม่ได้ เป็นต้น ผู้ใหญ่ปัจจุบันยังโบราณและเชยอยู่ในเรื่องความคิดเกี่ยวกับสุนัข แถมนักการเมืองผู้ปกครองประเทศปัจจุบันก็ยังคงเป็นคนรุ่นโบราณกันอยู่ ก็เลยยังไม่เห็นความสำคัญและสิทธิของสุนัข คงต้องรอคนรุ่นใหม่ๆต่อไปที่มีหัวทันสมัยมากกว่านี้

และคนเลี้ยงสุนัขในปัจจุบันส่วนใหญ่แล้วเป็นคนไม่รับผิดชอบ เห็นแก่ตัวอยู่ หมาของตัวเองขี้ก็ไม่เก็บ เป็นต้น


ไปต่างประเทศแต่ละที ก็นั่งฝันจินตนาการต่างๆนานา ว่าตัวเองจูงหมาเดินตามทาง พาขึ้นรถไฟฟ้า พาไปห้าง พาไปซื้อไอติม พาไปซื้อข้าวแกง ฝันว่าสักวันเมืองไทยจะเป็นเหมือนดังต่างประเทศบ้าง

------------------

งั้นเรามาฝันกลางวันด้วยกันนะน้อง


รอพี่เป็นนายกหญิงก่อน ฝันก็จะกลายเป็นจริงสักวัน 5555



โดย: Yoja&Jiji วันที่: 7 มกราคม 2554 เวลา:12:30:01 น.  

 
ดูแล้วเพลินดีจังค่ะ
บรรยากาศดีมากๆ น้องหมาน่ารัก เชื่อฟังทุกตัวเลยค่ะ
อยากพาน้องหมาไปเดินเที่ยวไหนต่อไหนได้บ้างจังค่ะ
แต่เมืองไทย แค่เดินออกจากซอยบ้าน
ก็มีหมาจรจัดเพียบแล้วค่ะ


โดย: Hachi IP: 125.24.144.122 วันที่: 11 มกราคม 2554 เวลา:19:13:45 น.  

 
คุณหญิงครับ

ของอนุญาตนำลิ้งค์บล๊อกนี้ไปประกอบเรื่องร้องเรียน เกี่ยวกับกฏการนำสุนัขเข้าสนามบินนะครับ

เรื่องของเรื่องคือว่าเมื่อวานไปรับเพื่อน พร้อมน้องหมาที่สนามบินแล้วเจ้าหน้าที่เข้ามาบอกว่าให้อุ้มเท่านั้น เราก็เถียงว่าสนามบินที่ไหน ๆ ก็อนุญาิตให้น้องหมาเข้า และเดินได้ทั้งนั้น

ผมเลยทำเขียนเรื่องร้องเีรียนที่สนามบิน แต่ตอนนี้กำลังจะร้องเรียนอีกทางเว็บ suvarnabhumi และเคยดูรูปที่คุณหญิงไปและถ่ายเก็บมาลงเว็บ

จึงขออนุญาตคุณหญิงเอาลิ้งค์ส่งไปพร้อมกับคำร้องเรียน เพื่อเป็นแนวทางของเจ้าหน้าที่ และผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์แคบ ๆ ครับ ว่าไม่ว่าสนามบินไหนในต่างประเทศก็ไม่มีกฏให้ต้องอุ้มหมาเข้าครับ..


โดย: เสกสรร IP: 124.122.55.51 วันที่: 21 มิถุนายน 2554 เวลา:11:46:45 น.  

 
ยินดีค่ะคุณเสกสรร


โดย: Yoja&Jiji วันที่: 21 มิถุนายน 2554 เวลา:13:55:55 น.  

 
waiting watching you last trip now reseeing nice picture


โดย: FLROANCE IP: 182.53.26.231 วันที่: 1 สิงหาคม 2554 เวลา:11:26:58 น.  

 
*u* b
sogood


โดย: Sun IP: 180.180.42.33 วันที่: 15 มกราคม 2555 เวลา:14:39:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 
Yoja&Jiji
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 256 คน [?]




บทความและรูปภาพในบล็อก Yoja&Jiji เป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล็อก แต่ยินดีที่จะให้นำบทความไปเผยแพร่ต่อที่ไม่ใช่เพื่อการค้าและธุรกิจ
ด้วยเงื่อนไขที่ต้องเขียนลิงค์ที่มาของบทความให้ชัดเจน ว่ามาจาก http://yojajiji.bloggang.com เพื่อที่หากมีผู้อ่านที่มีข้อสงสัย จะได้ตามลิงค์เข้าไปถามผู้เป็นเจ้าของบทความได้ และจะแนะนำอธิบายได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของผู้รักสุนัขและสุนัข
--------------------------------------------------------
ผมโยจา พี่สาวผมชื่อจีจี้ และน้องสาวชื่อยูจิ
โปรดเข้ามาเยี่ยมชมบ่อยๆนะครับ
Blog นี้สำหรับช่วย คนรักหมา คนเลี้ยงหมา ให้มีความสุขกับน้องหมาในแนวทางของ Cesar Millan
ปัญหาพฤติกรรมสุนัขที่ไม่เหมาะสมกับครอบครัวเรา ไม่ว่าจะร้ายแรงมากหรือน้อย เป็นมานานแค่ไหน 1 วัน หรือ หลายปี คุณเองก็แก้ไขปรับได้ ด้วยหลักการเดียวกัน
เริ่มเลี้ยงสุนัข อยากให้ไม่มีปัญหาพฤติกรรมสุนัขต่างๆ เลี้ยงดูป้องกันไม่ให้มีปัญหาได้ด้วยตัวคุณเอง ด้วยหลักการเดียวกัน
ติดตามอ่านให้เข้าใจหลักจิตวิทยาสุนัข ตามแนวทางของ Cesar Millan
New Comments
[Add Yoja&Jiji's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com