<<
พฤศจิกายน 2557
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
28 พฤศจิกายน 2557
 
 

หนีลูก4ขาไปวิ่ง: Standard Chartered Bangkok Marathon 2014 (Full- Marathon 42.195 km)


หนีลูก4ขาไปวิ่ง: Standard Chartered Bangkok Marathon 2014 (Full- Marathon 42.195 km)

ทริปวิ่ง/กิน/เที่ยว/ถ่ายรูป....Full marathon 42.195KM ที่11 ของเราทั้งคู่ จัดในวันอาทิตย์ที่ 16 November 2014

ตั้งแต่ต้นปี เราทั้งคู่ไม่ค่อยได้ซ้อมตามเป้าเท่าไหร่ แทบจะไม่ได้ซ้อมวิ่งยาวเลย ถือว่างานวิ่งมาราธอนพัทยา 2014 ที่จัดในเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ถือเป็นวันวิ่งยาว (42k)ของเราทั้งคู่ หลังจากนั้นไม่ได้วิ่งยาวเกิน 20 k เลย ปัญหาหลักๆก็คือ พี่จุ่นเจ็บข้อเท้า ไม่หายเสียที จุดเจ็บเปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆ ไม่ตอบสนองกับการรักษาด้วยเครื่อง ultrasound เหมือนทุกๆครั้ง พอพี่จุ่นไม่ค่อยได้วิ่ง เพราะพักข้อเท้า ทำให้โปรแกรมการซ้อมวิ่งของหญิงเปลี่ยนไปด้วย ทำให้หญิงไม่มีกระจิตกระใจวิ่งยาวสักเท่าไหร่ (มันเหงานิ....วิ่งคนเดียวไม่ชิน) พอพี่จุ่นอาการที่ข้อเท้าดีขึ้น ก็มาวิ่งด้วย วิ่งได้ 2 วันก็เจ็บเหมือนเดิม พักยาวอีก เป็นอย่างนี้หลายเดือน วิ่งได้ไม่กี่วันก็ต้องพักยาวเพราะเจ็บ จนสงสัยว่า มันมีอะไรมากกว่าแค่เจ็บ tendon หรือ tissue รอบข้อไหม มันมีแตก มีร้าวไหม ก็เลยทำการทดสอบด้วยการ Squeeze test ออกแรงบีบที่กระดูกส้นเท้า (Calcaneus) หรือ Heel bone สรุปว่ามีอาการเจ็บเมื่อบีบ ทำให้สงสัยว่าเป็น Calcaneal Stress Fracture (กระดูกส้นเท้าร้าว) แต่เพื่อความแน่ใจ ก็ต้องไป X-ray ยืนยัน
วันรุ่งขึ้นพี่จุ่นได้ X-ray   ฟิล์มมาก็ปกติดี ไม่พบการแตกหรือร้าว แต่เพื่อความแน่ใจ ก็ MRI ซ้ำ สรุปว่า เจอรอยร้าว 3 รอยที่ส้นเท้าซ้าย (มีทั้งรอยเก่า และ ใหม่ ) ที่ผ่านมาไม่รู้เลยว่าร้าว แต่ไปย้อนดูปฎิทิน (มีการจดบันทึกไว้ว่าช่วงไหนมีเจ็บบ้าง) ก็พบว่า มีเจ็บข้อเท้าหนักๆหลักๆอยู่ 3 รอบ 

OMG! ที่ผ่านมาวิ่งทั้งส้นเท้าร้าว(เพราะไม่รู้ว่าร้าว) แถมวิ่งพัทยามาราธอน (42K)รอดมาแล้วด้วย 
สรุปว่า พักวิ่งยาวค่ะ พี่จุ่นก็เปลี่ยนไปปั่น spin bike (ที่บ้าน) แทน ส่วนหญิงก็วิ่งตามอารมณ์(รอบหมู่บ้าน) ไม่มีโปรแกรมซ้อมใดๆ ไม่มีวิ่งยาว ….หลังจากพัทยามาราธอน หญิงได้วิ่ง 20K ไปแค่ครั้งเดียว ก็มันเหงานิ ไม่ชิน ไม่มีใจวิ่งยาวแบบคนเดียว 

 ถือว่างานกรุงเทพมาราธอนคงไปวิ่งสบายๆ ถือว่าไปซ้อมวิ่งยาวละกัน เพราะสมัครและจองที่พักไว้นานแล้ว พี่จุ่นยังบอกเลยว่า พี่จะลองวิ่งเท่าที่ได้ เท่าไหนเท่านั้น ถ้าเจ็บก็ออกจากการแข่ง ไม่มีฝืน ยอมDNF แล้วกลับโรงแรมที่พัก  

 อาทิตย์ก่อนแข่ง พี่จุ่นเริ่มวิ่งได้ เราไปเชียงใหม่(ทริปพักผ่อนครบรอบแต่งงานปีที่ 14)  และได้ซ้อมวิ่งขึ้นดอยอินทนนท์(นิดๆหน่อยๆ) พี่จุ่นวิ่งได้ ไม่มีเจ็บ ก็มีความมั่นใจขึ้น และคาดว่า กรุงเทพมาราธอนอาทิตย์ถัดมาคงผ่านไปได้ตลอด 42k 

เอาว่า ลุ้นหน้างานว่า.....จะ(ส้น)ร้าว หรือจะรอดพร้อมเสื้อ finisher กลับบ้าน

ลุ้นๆๆๆๆๆๆๆๆ ขอให้รอด.....โอมเพี้ยง!

_________________

วันเสาร์ที่ 15 ………

เดินทางไปรับ Bib ที่สโมสรกองทัพบก 

marathon 42k เชิญชั้น 2 จ้าาาา



ได้ Bib tag มาแล้ว (มีแถบจับเวลาด้านหลัง bib)
แถมได้เหรียญมาในถุงด้วย 



ตรวจรายชื่อ




ลงมารับเสื้อไซส์ S (ตรงตามที่จองไซส์ไว้)ที่ชั้น 1




บรรยากาศทั่วๆไป




มีโต๊ะสำหรับนักวิ่งญี่ปุ่นโดยเฉพาะเลย 



มีซุ้มงานวิ่งต่างๆ มาเปิดรับสมัครถึงที่







ร่วมทำบุญกับงานวิ่งหุ้มเกราะ 
 เบอร์สวยเชียว.... 500



ซุ้ม Refill Marathon




ถ่ายกะ backdrop หน่อย




งานวิ่ง The North Face 100 ปีนี้เสื้อสวยดี เนื้อผ้าก็ดี 




เต้นท์ขายของ



____________
เรื่องสวยๆงามๆ แฟชั่นบ้างไรบ้าง.........

ชุดวิ่งคราวนี้ เลือกแบรนด์ในดวงใจเช่นเคย Adidas by Stella McCartney
เป็น collection สดๆร้อนๆจากสนามแข่งเลยทีเดียว 

Adidas by Stella McCartney เป็น sponsor ให้กับนักเทนนิสสาว Caroline Wozniacki และ Andrea Petkovic


ชุดที่หญิงใส่ เหมือนกับของ Andrea Petkovic(ในรูปด้านล่าง)...แอบชอบกล้ามแขนของคุณเธอเป็นอย่างมาก อยากได้แขนแบบนี้บ้างไรบ้าง



ใน collection นี้มีแบบ dress ด้วย ใส่โดย Caroline Wozniacki


Caroline Wozniacki นอกจากเป็นนักเทนนิสติดอันดับแล้ว เธอก็วิ่งเก่งเช่นกัน
ในงาน New York City Marathon 2014 ที่ผ่านมา เธอได้ลง Full marathon แรก แล้วทำเวลาได้เยี่ยมยอดมาก จบด้วยเวลา 3.26 h (OMG! มาราธอนแรก ! เวลาดีแบบนี้ขึ้นรับถ้วยเมืองไทยได้เลย )



2สาว แข่งกันเอง ชุดแบบเดียวกันแต่คนละสี (หญิงมีชุด สีแดงปูนด้วย.... รอหางานใส่อยู่)


ต่อไป........แสดงแบบโดยหญิง และ น้องยูจิ White Swiss Shepherd สาวน้อยเกิดที่เยอรมัน แต่ขึ้นเรือบิน(หญิงนำเข้ามา)มาเติบโตที่เมืองไทยจ้าาาาาาา










ยูจิจ๋าาาา มองกล้องหน่อยลูก






มองไรจ๊ะ หนูยูจิ



หนูตัวสูงเกือบเท่ามามี้แย้วววววว (ท่ายืนคงเท่ากัน 555)



คืนนี้เราพักที่ Feung Nakorn Balcony ที่พักสะอาด เรียบร้อยดี น้องเจ้าหน้าที่น่ารัก เป็นกันเอง 
โรงแรมห่างจากจุด start 800 เมตร เดินไปใกล้นิดเดียว 
เราทานมื้อเย็นที่โรงแรม อาหารอร่อยค่ะ เยี่ยมเลย




ใส่ชุดวิ่งมาถ่ายรูปที่โรงแรม



ของที่ระลึกจากงานวิ่ง


เสื้อแจก /bib / และ เหรียญ 

เราพกเหรียญไปวิ่งด้วย จะได้ถ่ายรูปกับเหรียญที่หน้าเส้นชัย 



อุปกรณ์ที่ต้องแบกไปวิ่ง



รองเท้า Asics Tarther Gale2




พรุ่งนี้นักวิ่งFull marathon ปล่อยตัวตี 2 
เราเข้านอนประมาณ 6 โมงเย็น ต้องตื่นก่อนเที่ยงคืนนิดหน่อย......นอนหลับฝันดีจ้าาาาาาาา

__________

วันวิ่ง....วันอาทิตย์

เมื่อเย็นนอนไม่ค่อยหลับ ไม่ชินกับการต้องหลับตอนฟ้าไม่มืด กว่าหญิงจะหลับก็เลย 2ทุ่มครึ่งไปแล้ว (ดูเวลารอบสุดท้ายก่อนหลับไปไม่รู้ตัว) ตื่นก่อนเที่ยงคืน สิ่งที่ต้องลุ้นต่อไปว่าจะถ่ายไหม 5555 เครียดนะคะ เครียดมากเรื่องนี้....

อาหารก่อนวิ่ง คราวนี้ลอง Figแห้ง 4 ผล และ อินทผาลัม 4 ผล (ทุกทีจะกินกล้วย 2 ใบ หรือ มันเทศหวาน 1 หัว)

อาบน้ำ แต่งตัว แต่งหน้า มัดผม กระโดดโลดเต้น ทำอย่างไรก็ไม่อึ เครียดนะคะเครียด

สรุปไปวิ่งแบบไม่อึ …เซ็งค่ะเซ็ง ….บอกเลย

ถ่ายภาพก่อนวิ่งสักหน่อย



ถ่ายที่ร้านอาหารโรงแรม …ให้น้องพนักงานถ่ายให้



ถึงจุดปล่อยตัวแล้ว ตื่นเต้นมากมาย 



นักวิ่งเยอะแยะเลย 





เสื้อผ้า หน้าผม พร้อมลุย!

ปากไม่แดง แรงไม่มา!



_______________________

 งานนี้ถือว่าเป็นงานใหญ่ประจำปีระดับประเทศ  มีนักวิ่งร่วมวิ่งมากที่สุดของเมืองไทย 
คึกคักดีค่ะ ชอบๆๆๆ ชอบงานวิ่งคนเยอะๆ 

วิ่งคราวนี้เราทั้งคู่ตกลงกันว่า จะวิ่งแบบ run by effort วิ่งตามความรู้สึกของร่างกาย ไม่ดูนาฬิกา ไม่ดูpace วิ่งไปเรื่อยๆ ในครึ่งแรก ส่วนครึ่งหลังค่อยว่ากัน ถ้ายังไม่เหนื่อยก็ปล่อยให้มันเป็นไป ถ้าเร็วขึ้นเองก็ปล่อยไป ถ้าเร่งไม่ไป ก็ปล่อยๆไปตามความรู้สึก ถือว่ามาซ้อมวิ่งยาว 
แถมยังต้องลุ้นกับส้นเท้าพี่จุ่นด้วย ว่าจะวิ่งได้จนจบหรือเปล่า หรือ ต้องหยุด(ถ้าเจ็บ) และยอมDNFไป 

วิ่งไปเรื่อยๆ วิ่งไปวิ่งมา เริ่มปวดถ่าย(หนัก)ค่ะ ก็กลั้นไว้ค่ะ (ไม่สะดวกใจถ่ายในที่ที่แปลกๆ) มันมาเตือนเป็นระยะๆ  เชื่อว่าเพื่อนๆนักวิ่งคงเข้าใจความรู้สึกนี้ได้ดี ก็ต้องทำความคุ้นเคยกันไปค่ะ ต้องแบ่งสมาธิมาอั้น และ ต้องแบ่งสมาธิมองหาตากล้องด้วยค่ะ จะได้จูงมือสามียิ้มแป้นชูสองนิ้วเข้ากล้องได้ถูกมุม ถ้าสมาธิหลุด(ลืมอั้น)ก็คงแย่แน่ๆเลย 55555

…..นึกย้อนถึงFull marathon ครั้งแรกในชีวิต (ฺBKK Marathon หนีน้ำท่วม ...กุมภาพันธ์ 2012) ปล่อยตัวตี 3 ก็อั้นตลอดทางเช่นกัน......

วิ่งบนทางยกระดับ มีรถสุขาเคลื่อนที่ให้บริการสำหรับนักวิ่ง 
ตลอดเส้นทาง ซุ้มน้ำมีทุก 2 โล (ช่วงสะพานพระราม8 ซุ้มให้น้ำห่างไป / และอีกจุด แถวๆลานพระบรมรูปทรงม้า ซุ้มให้น้ำห่างไป ) 

การจราจร …นักวิ่งมีหยุดรอรถ รอข้ามถนน ทำให้การวิ่งเสียจังหวะสำหรับนักวิ่งที่ต้องการทำเวลา

และที่น่ารักมากๆ มีเหล่านักวิ่ง pacer ถือลูกโป่งด้วย …ขอบคุณเพื่อนๆเหล่า pacer ทุกๆท่านนะคะ  

และที่ต้องขอขอบพระคุณมากๆก็คือ พี่ๆช่างภาพทุกๆท่าน ที่เสียสละเวลามาเก็บภาพเหล่านักวิ่ง ให้มีภาพที่ประทับใจไว้ชื่นชม …ขอบพระคุณค่ะ

______________________


ภาพตลอดเส้นทางวิ่ง จากพี่ๆช่างภาพแสนใจดีทุกๆท่าน



ภาพจุดปล่อยตัว ตี2 (เห็นหญิงกะพี่จุ่นหรือเปล่าเอ่ย?)



ภาพจากกล้องน้า PAT แห่ง http://www.patrunning.com

___________________
ภาพบนสะพานพระราม8  ประมาณกิโลที่ 29

ภาพโดยโปร NON
www.shutterrunning.com

ภาพหวานๆจากกล้องพี่โปรตุ้ม แห่งชัตเตอร์รันนิ่ง
www.shutterrunning.com












_________________

เส้นทางวิ่ง ประมาณกิโลที่ 37


ภาพสวยๆ จากกล้องพี่โปรรุจน์ แห่งชัตเตอร์รันนิ่ง
www.shutterrunning.com








________________
 เส้นทางวิ่ง ประมาณโลที่ 40

ภาพโดยโปร POK 
www.shutterrunning.com








_________________

เส้นทางวิ่ง ประมาณโลที่.....จำไม่ได้ค้าาาาาา

ขอขอบคุณภาพวิ่งสวยๆจาก  Refill Marathon & Lifestyle
https://www.facebook.com/RefillMarathon






________________

เกือบถึงเส้นชัยแล้วจ้าาาา
มั่นใจว่าได้  new PB แน่ๆ …วิ่งหน้าตั้งเลยจ้าาาา

ภาพจากคุณสุเทพ จากชมรมบางขุนเทียน
http://www.bangkhunthianjoggingclub.com/webboard.php




___________
วินาทีวิ่งเข้าเส้นชัย ปลื้มปิติสุดๆ 

ภาพสวยๆซึ้งๆจากกล้องเฮียไช้... เห็นแล้วทำให้หญิงนึกย้อนถึงความรู้สึกก่อนเข้าเส้นชัยได้เลยทันที...ขอบพระคุณเฮียไช้ค่ะ

ภาพจากกล้องเฮียไช้ แห่งฟอร์รันเนอร์
www.forrunnersmag.com





_____________
ภาพคู่รักนักวิ่ง....หน้าเส้นชัย 

ภาพจากกล้องคุณศิริชัย
แห่งเวป http://www.forrunnersmag.com



____________________

ดีใจสุดๆ ถือเป็น PB ของเราทั้งคู่ 
จบ Full marathon 42K (นาฬิกาวัดได้ 42.6K) ในเวลา 4.39 ชั่วโมง
Pace เฉลี่ย 6.33 …..แถมวิ่งครึ่งหลังเร็วกว่าครึ่งแรก (negative split) จบแบบไม่เจ็บค่ะ




วิ่งเสร็จ ปากยังแดง ขนตายังเด้ง เครื่องหน้าอยู่ครบ หน้าไม่โทรมจ้าาาา




 ....พกเหรียญมาถ่ายรูปด้วย …วิ่งเข้าเส้นชัยเสร็จ สลับกันคล้องเหรียญให้กัน …..หวานดี




ถ่ายภาพหน่อย














ถ่ายภาพ...คู่รักนักวิ่ง....





ได้แล้ว....เสื้อ finisher ผู้พิชิตมาราธอน 42K









ได้เจอน้องต้อง Designerไฟแรง (รุ่นน้องตอนเรียน ป.โทแฟชั่น จุฬา) โดยบังเอิญ น้องต้องวิ่งคู่กับแฟน ในระยะ 21K 



___________

ปีนี้นักวิ่ง Full marathon ที่Finish ทั้งหมด 2574 คน…cut off time 8.20 น (6.20h)
นักวิ่งชาย  finish 2256 คน (88%)
นักวิ่งหญิง finish 318 คน (12%)
เวลาวิ่งเฉลี่ย 5.10h

         Pace  Chip  Time  Pace  CatPlace  GenderPlace   15k       34k
Ying    693   4.39  4.41   6.38   33/136        84/318       1.42     3.46
P'Jun   694   4.39  4.41   6.38  227/640      606/2256    1.42     3.46


เสื้อและเหรียญ แห่งความภาคภูมิใจของเราทั้งคู่ค่ะ





เจอกันทริปหน้านะคะ.....จุ๊บๆๆ
________

If you want to run , run a mile.........

........If you want to experience a different life , run a marathon.

                         by  Emil Zatopek (Czech Sporting Legend of the Century)


"I've learned that finishing a marathon isn't just an athletic achievement. It's a state of mind; a state of mind that says anything is possible"
                    by John Hanc, Running Author


"Of all the races, there is no better stage for heroism than a marathon"
                    by Dr George Sheehan , Author and Philosopher



"Anyone can run 20 miles. It's the next 6 that count"
                          by Barry Magee, Olympic Marathon Bronze


"If you are losing faith in human nature, go out and watch a marathon"
                by Kathrine Switzer, Women's Marathon Pioneer























 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2557
6 comments
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2557 21:23:29 น.
Counter : 272 Pageviews.

 

เห็นหลังพี่หญิงตรงท่าพระอาทิตย์คะ กะว่าจะวิ่งไปขอถ่ายรูปตรงเส้นชัย
ว้ายย พี่หญิงวิ่งเร็วมาก ๆๆ วิ่งไม่ทันเลย
ท่าวิ่งสวยคะ
ปลื้มมากเลยคะ ครั้งหน้าเจอพี่ จะรีบวิ่งให้ทันเลยคร้า

 

โดย: น้องนุ้ย IP: 113.53.240.114 29 พฤศจิกายน 2557 15:19:41 น.  

 

สวัสดีค่ะน้องนุ้ย

ขอบคุณนะคะที่เข้ามาเยี่ยมชมบล็อกของพี่หญิง

เจอกันคราวหน้าเรามาถ่ายรูปกันนะจ๊ะน้องนุ้ย

Jooppppppp!

 

โดย: Yoja&Jiji 29 พฤศจิกายน 2557 19:58:06 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่หญิง หนูติดตามพี่มาจากคำแนะนำของพี่ๆเรื่องการฝึกน้องหมา วันนี้นู๋ถือโอกาสขอบคุณความรู้ดีๆจากพี่มากๆนะค่ะ ตอนนี้ที่บ้านเรากำลังพยายามอย่างหนักเพื่อเด็กๆสีขา หวังว่าพี่หญิงจะไม่รังเกียจเด็กๆเกเรของเรานะค่ะ ขอบคุณค่ะ

 

โดย: เหมียว IP: 101.109.79.31 16 ธันวาคม 2557 16:33:32 น.  

 

สวัสดีค่ะน้องเหมียว

อ่านบล็อกเยอะๆนะคะ อ่านทุกเรื่องที่เกี่ยวกับสุนัข อ่านอย่างละเอียด ทำความเข้าใจทุกบรรทัด และ ทำตาม ไม่ต้องดัดแปลง หรือ เอาวิธีอื่นๆมาผสมเพราะจะทำให้ไม่ใช่จิตวิทยาสุนัขแล้ว ถ้าแนะว่าให้ทำสิบอย่างก็ต้องทำสิบ ไม่ใช่เลือกทำแต่สะดวก เพราะมันก็จะไม่ครบกระบวนความ

ติดขัดสงสัย ถามได้ แต่ต้องอ่านมาก่อนนะคะ ทำการบ้านมาก่อน จะได้คุยภาษาเดียวกัน เห็นภาพเดียวกัน

สู้ๆ

มีปัญหาสงสัยถามที่หน้านี้เลย ไม่ต้องย้ายไปถามหน้าอื่น

 

โดย: Yoja&Jiji 16 ธันวาคม 2557 17:33:08 น.  

 

ขอบคุณมากๆเลยค่ะพี่หญิง
หนูเองก็เป็นสมาชิก Bloggang เหมือนกันค่ะ ยังไงหนูขอ
เพิ่มพี่เป็นเพื่อนนะค่ะ

ก่อนอื่นหนูขอแนะนำตัวเองและเล่าความเป็นมา ให้พี่ฟังก่อนนะค่ะ
หนูเป็นคนรักสุนัขค่ะ เลี้ยงเหมือนเป็นลูก คิดเสมอว่าเด็กๆเข้าใจ และรู้สึกถึงความรักที่หนูและแฟนมอบให้เค้า ความผิดพลาดทั้งหมดน่าจะมาจากหนูกับแฟนค่ะ เพราะจริงๆเราเลี้ยงแบบปล่อย ไม่มีกฎกติกา เด็กๆไม่เคยมีปัญหาทะเลาะกันมาก่อนค่ะ มีใช้คำสั่งง่ายๆ เช่น คอย (นั่งลง เวลา รอของกิน หรือเวลาให้สงบนิ่ง เพราะตื่นเต้นมากๆ) เด็กๆ สามตัว มีชิสุ ตัวพี่ บางแก้ว คนกลาง และน้องเด้น สุดท้อง ที่บ้านเลี้ยงรวมกันไม่เคยจับแยก พ่อกับแม่ไม่เคยแสดงว่าเป็นจ่าฝูง หรือลูกฝูง สองตัวแรก อายุ 4 และ 3 ปี น้องสุดท้อง รับมาอุปการะต่อค่ะ รับมาตอนเค้า ประมาณ 3 เดือน เค้ามาแบบสภาพแย่มาก ป่วยด้วย อดข้าวอดน้ำ เราก้อดูแลการอยู่กิน รักษา แต่สภาพจิตใจ เราเยียวยาด้วยความรักค่ะ ตอนนี้ น้อง 9 เดือนค่ะ โตเร็ว ซนมากๆค่ะ ล่าสุด ก่อนเกิดปัญหา ที่บ้านจ้างช่างมาต่อเติมค่ะ เด็กๆ ถูกขังในห้องนอนใหญ่ เปิดแอร์ไว้ให้ พ่อแม่ไปทำงาน ตอนเย็นสังเกตุเห็นว่า น้องเด้นชอบเอาคางกดหัวพี่บางแก้ว เราก้อปรามๆค่ะ มี 2 -3 ครั้งที่ ขู่ แต่บางแก้วก้อเลี่ยงๆ ไม่ปะทะ วันที่เกิดปัญหา ผู้หรับเหมาเอาของมาส่ง พี่บางแก้วและชิสุ เห่า ผู้รับเหมา น้องเด้นไม่ได้มองไปทางผู้รับเหมา แต่มองหน้าหนู แล้วพุ่งไปกัดบางแก้วเลย หนูทำอะไรไม่ถูก พยายามเรียกชื่อ แต่น้องไม่หยุด น้องเด้นหน้าตาน่ากลัวมาก ตาแดง พี่บางแก้วก้อกัดไม่ปล่อยแต่ตาไม่แดง หนูได้แต่ร้องไห้ค่ะ เกือบ 10 นาที พ่อเค้าถึงมายกน้องเด้นขึ้นลอย จนยอมปล่อย หนูรีบจับอีกตัวเข้าห้องน้ำ 1-2 นาที น้องทั้งสองตัวดูยังหงุดหงิด หนูก็เลยอาบน้ำให้น้องเด้นเลยเพื่อจะได้ทำแผล น้องร่าเริงค่ะ เล่นกับหนูซักพัก หนูเลยพาออกมาเจอพี่บางแก้ว แค่เปิดประตูห้องน้ำค่ะ กัดกันหนักกว่าเดิม หนูใช้น้ำสาดก้อไม่แยกออกจากกัน พ่อเค้าก็ทำเหมือนเดิม เลยยอมแยก วันนั้นพาน้องเด้นไปทำแผล หมอแนะนำทำหมันค่ะ หมอขอตรวจเลือดผลทุกอย่างโอเค รอหมอนัด หนูกลับมาบ้านโดยน้องทั้ง 2 แยกกัน ได้ยินเสียงกันก้อไม่ได้ค่ะ รอให้อากาศดี เลยพาทั้งคู่ใส่สายจูงออกมาเดินเล่น ทั้งคู่ก้อฟังคำสั่งคอยนะค่ะ แต่บางแก้วไม่สบตาเด้นเลย หลบ และไม่ยอมเดินใกล้ๆ แต่เด้นนี่เริงร่าค่ะทำให้หนูหลงกล เลยพาเข้าใกล้บางแก้วอีกนิด ขู่เหมือนเดิมค่ะ จะกัดกัน เย็นนั้นเลยแยกนอน ผ่านมา 3 วันแล้วค่ะ ตอนนี้น้องเด้นทำหมันเรียบร้อย ซน ร่าเริง แต่คุณหมอบอกว่า เค้าจะกัดหมอ ให้เราพาออกจากกรงเอง มาถึงบ้านเหมือนเดิมค่ะ ได้ยินเสียงพี่ก้อขู่ทันที หนูยังทำเหมือนเดิมค่ะ พาบางแก้วเดิน ใช้คำสั่ง บริเวณใกล้กันพาน้องเด้นออกมาแปรงขน ทั้งคู่มองเห็นกัน บางแก้วมองไม่กระดิกหาง เด้นขู่เหมือนเดิมค่ะ ปวดหัวมากๆเลยค่ะ วันนี้หนูจะเริ่มอ่าน Blog ของพี่อย่างจริงจัง พี่พอจะมีคำแนะนำหรือข้อตำหนิหนูตรงไหนบ้างค่ะ หนูพร้อมจะแก้ไขค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ ที่พี่เสียสละเวลา รับฟังเรื่องของหนูและครอบครัว

 

โดย: เหมียว IP: 118.172.229.59 18 ธันวาคม 2557 12:02:27 น.  

 

สวัสดีค่ะน้องเหมียว

ที่หมากัดกัน เพราะคนไม่ยอมเป็นจ่าฝูง หมาสักตัวต้องทำหน้าที่จ่าฝูงแทน เพราะคนดันไม่ทำ

รับเด้นมา แถมประคบประหงมเพราะเขาป่วย เหมือนส่งเสริมให้เขาอยู่เหนือคน ดูแลหมารักษาหมาได้ แต่ต้องมีภาวะอารมณ์ที่เหมาะสม เพื่อให้หมาเคารพและไม่ปีนเกลียว หมาเขาไม่รู้หรอกว่าเขาป่วย ใครป่วย เขามองโลกแค่ว่า ใครนำ ใครตาม ใครหงอ ใครใจเสาะ ใครปอดแหก

เมื่อเขาหายดีก็ซ่า เพราะคนด้อยกว่าเขา เขาเลยไปข่มตัวอื่นต่อ การเอาคางกดหัวกันก็ถือเป็นการข่มกันแล้ว

ธรรมชาติของหมา ต้องการให้ฝูงอยู่ในภาวะสงบ ไม่มีการคึกคักตื่นเต้นที่มากเกิน เมื่อมีช่างมา ตัวเก่าทั้งสองก็เห่า คนก็ไม่ยอมเตือน คนไม่ยอมทำหน้าที่ เจ้าเด้นก็เลยทำหน้าที่คุมฝูงให้แทน เมื่อปล่อยให้หมาคุมฝูงกันเอง เขาก็ใช้วิธีที่สุนัขใช้กันก็คือการกัดกัน แถมคนแยกหมาก็ไม่เป็น ยุติสงครามไม่เป็น การใช้ time out เอาไปใช้กับลูกมนุษย์ เอามาใช้กับหมาไม่ได้ เพราะมันเป็นจิตวิทยาคน ไม่ใช่จิตวิทยาหมา เมื่อแยกหมาแบบหมายังมีอารมณ์ค้าง อารมณ์ฆ่ากัน เจอกันต่อไปก็เริ่มด้วยการอยากฆ่า นี่เป็นผลจากการแยกหมาผิดๆ แถมน้องก็ร้องไห้ สติแตก ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้กัดกันอีก


ดังนั้นการเลี้ยงหมาแบบชาวบ้าน ไร้ระบบ หรือ เอาจิตวิทยาคนมาใช้กับหมา ไปไม่รอดค่ะในกรณีจะแก้หมากัดกัน
น้องต้องไปอ่านและปูพื้นฐานใหม่หมด เปลี่ยนการเลี้ยงทั้งระบบ ทำตัวเองให้เป็นจ่าฝูง รวมถึงภาวะอารมณ์
เมื่อไหร่คนไม่เป็นจ่าฝูง หมาก็กัดกันวันยังค่ำ

Dog behavior; ทำไมปรับพฤติกรรมหมาไม่สำเร็จสักที อยากรู้ไหมว่าทำไมถึงทำไม่สำเร็จ ทำไม่ถึงยังไม่เป็นจ่าฝูงเสียที?

Dog behavior; วิธีห้ามศึกที่ปลอดภัย...ก่อนสุนัขจะกัดกัน

Dog behavior; สุนัขในบ้านไม่ถูกกัน เห็นกันไม่ได้มีกัด ทำไงดีหนอ?

งานนี้คนผิด ต้องไปแก้ที่คนก่อน

เอาหมาที่เหลือไปทำหมันให้หมด

สู้ๆ

 

โดย: Yoja&Jiji 18 ธันวาคม 2557 19:33:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 
BlogGang Popular Award#10


 
Yoja&Jiji
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 296 คน [?]




บทความและรูปภาพในบล็อก Yoja&Jiji เป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล็อก แต่ยินดีที่จะให้นำบทความไปเผยแพร่ต่อที่ไม่ใช่เพื่อการค้าและธุรกิจ
ด้วยเงื่อนไขที่ต้องเขียนลิงค์ที่มาของบทความให้ชัดเจน ว่ามาจาก http://yojajiji.bloggang.com เพื่อที่หากมีผู้อ่านที่มีข้อสงสัย จะได้ตามลิงค์เข้าไปถามผู้เป็นเจ้าของบทความได้ และจะแนะนำอธิบายได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของผู้รักสุนัขและสุนัข
--------------------------------------------------------
ผมโยจา พี่สาวผมชื่อจีจี้ และน้องสาวชื่อยูจิ
โปรดเข้ามาเยี่ยมชมบ่อยๆนะครับ
Blog นี้สำหรับช่วย คนรักหมา คนเลี้ยงหมา ให้มีความสุขกับน้องหมาในแนวทางของ Cesar Millan
ปัญหาพฤติกรรมสุนัขที่ไม่เหมาะสมกับครอบครัวเรา ไม่ว่าจะร้ายแรงมากหรือน้อย เป็นมานานแค่ไหน 1 วัน หรือ หลายปี คุณเองก็แก้ไขปรับได้ ด้วยหลักการเดียวกัน
เริ่มเลี้ยงสุนัข อยากให้ไม่มีปัญหาพฤติกรรมสุนัขต่างๆ เลี้ยงดูป้องกันไม่ให้มีปัญหาได้ด้วยตัวคุณเอง ด้วยหลักการเดียวกัน
ติดตามอ่านให้เข้าใจหลักจิตวิทยาสุนัข ตามแนวทางของ Cesar Millan
New Comments
[Add Yoja&Jiji's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com