<<
เมษายน 2558
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
17 เมษายน 2558
 
 

หนีลูก4ขาไปวิ่ง: ภารกิจ(วิ่ง)พิชิตยอดดอยอินทนนท์ ...ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 2565 ม. (38.3km))

 เนื่องจากเราสองคนมีความตั้งใจอย่างมากที่จะหันมาวิ่งในระยะที่เกินกว่า Marathon 42k ก็คือระยะ Ultra marathon
ที่ผ่านมาได้เคยร่วมงาน The Bangkok Ultra Trail Festival 2013 ลงระยะ 50km หญิงชอบมากๆๆๆ สนุกมากๆๆๆ ติดใจการวิ่งtrail ยิ่งมีบรรยากาศสวยๆวิวสวยๆตลอดเส้นทางการวิ่งคงจะสนุกไม่น้อย ถือว่าได้เที่ยวไปในตัว แถมได้วิ่งเที่ยวด้วยขาสองขา มีเหรียญfinisherสวยๆกลับบ้าน คงจะสุขไม่น้อย

ตั้งแต่วิ่งมา วิถีชีวิตเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ทั้งการตื่นแต่เช้ามาวิ่ง การแบ่งเวลามาออกกำลังกาย เวทเทรนนิ่ง กำจัดจุดอ่อนของร่างกายที่เป็นอุปสรรคต่อการวิ่ง ทุกอย่างที่ทำในชีวิตประจำวันต้องไม่เป็นการทำลายสุขภาพ แต่เป็นการส่งเสริมสุขภาพ เปลี่ยนไปถึงเรื่องการเลือกรองเท้าของหญิง แต่ก่อนเลือกรองเท้าที่ตัวเองชอบ ใส่แล้วเจ็บก็ไม่สน ขอสวยสมกับชุดที่ใส่ แต่ตอนนี้เลือกรองเท้าที่เท้าชอบ ใส่สบาย ไม่เสี่ยงบาดเจ็บที่จะทำให้วิ่งไม่ได้ (แต่ก็ยังมีความเป็นแฟชั่นอยู่นะคะ 55555)

และที่เปลี่ยนแบบสุดโต่งก็คือ ตอนนี้เราทั้งคู่เป็นมังสวิรัติเต็มตัวแล้ว และจะกินมังสวิรัติไปตลอดชีวิต จุดประสงค์ของการทานมังสวิรัติมีแค่ 2 อย่างก็คือ 1 เพื่อสุขภาพ 2 ไม่ต้องการเบียดเบียนสัตว์ร่วมโลก
(ไม่เกี่ยวกับความเชื่อ/ศาสนา/เทพเจ้า)

profile ที่เราทั้งคู่ตั้งใจก็คือ : Vegetarian /Mountain Trail Ultra marathon -Sweet couple runner จ้าาาาาา

_________

ภารกิจวิ่งขึ้นพิชิตยอดดอยอินทนนท์(สูงสุดแดนสยาม) เราไป 3 รอบ  เพื่อไปซ้อมการวิ่งขึ้นเนิน ทนความชัน รวมถึงทนกับบรรยากาศที่เบาบางที่ระดับความสูงเยอะๆ

ครั้งที่ 1 ....5-7 พฤศจิกายน 2014 (ฝนตก/หมอกลงจัด)

#####วันพุธที่ 5 

ไปถึงวันแรก ขับรถสำรวจเส้นทาง หมอกลงจัดมาก ฝนตกพรำๆ
ขับรถไปถ่ายรูปกับป้าย "สูงสุดแดนสยาม" ยอดดอยอินทนนท์ด้วยค้าาาา ...หนาวดี





ถ่ายรูปกับป้ายเสร็จ ขับรถลงมาจอดที่กิ่วแม่ปาน ...เพื่อซ้อมวิ่ง

วันแรก ขอซ้อมวิ่งเบาๆก่อน เนื่องจากเราทั้งคู่ไม่เคยวิ่งทางชันๆเลย และไม่เคยทดลองวิ่งที่ระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเยอะๆ ที่ซึ่งอากาศเบาบาง
อยากบอกว่า ชันมากๆๆๆๆๆ วิ่งไปนิดหน่อย ตะคริวจะขึ้นน่อง แถมปวดหัวด้วย

เราวิ่งเบาๆ จากกิ่วแม่ปาน (ระดับความสูงเหนือน้ำทะเล 2157 m.) วิ่งขึ้นไป 2 km และกลับตัววิ่งลงมาที่กิ่วแม่ปาน ระยะทางรวม 4 km

วิ่งข้างทาง เงียบมาก
นานๆจะมีรถผ่านสักคัน



หมอกลงจัด



วิ่งฝ่าสายหมอกของแท้ .....


####วันพฤหัสที่ 6

หมอกลงจัดและฝนตกพรำๆเช่นเดิม

เราจอดรถที่กิ่วแม่ปาน เพื่อวิ่งขึ้นยอดดอย ถ่ายรูปกับป้าย "สูงสุดแดนสยาม" และวิ่งกลับมาที่กิ่วแม่ปาน

เริ่มที่กิ่วแม่ปาน (2157m) วิ่งขึ้น 4.6km ไปยอดดอยสูงสุดแดนสยาม (2565m) วิ่งลง 4.6km ไปที่กิ่วแม่ปาน ระยะทางรวม 9.2km



#####วันศุกร์ที่ 7

หมอกลงจัดและฝนตกพรำๆ

จอดรถที่ด่าน 2 (1670m) วิ่งขึ้น 9.1km เพื่อไปถ่ายรูปกับป้าย"สูงสุดแดนสยาม"(2565m) และวิ่งกลับลงมา 9.1km เพื่อมาที่ด่าน 2 ....ระยะทางรวม 18.2km

อากาศชื้นแฉะแบบนี้ ไส้เดือนตามทางเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆๆ
หญิงไม่ชอบหนอน/ไส้เดือน/กิ้งกือ เป็นทุนเดิม
วิ่งไปขนลุกซู่ไปตลอดทาง  ทรมานสุดๆ เหนื่อยจากวิ่งขึ้นทางชันแล้ว ยังเหนื่อยใจกับภาพไส้เดือนดิ้นแด่วๆๆเวลาวิ่งแล้วเหยียบโดนเขา คือไม่สามารถวิ่งหลบได้เลย เพราะตัวเล็กๆเต็มทาง มองเผินๆแยกไม่ค่อยออก แต่เวลาเหยียบโดน เขาจะดิ้นแด่วๆ ทำให้เห็นชัดแล้วขนลุก สงสารด้วย ...นึกภาพออกไหมค่ะ! เครีดนะคะเครียด ไม่โม้ ไม่ได้ตั้งใจโดนเขา ไม่อยากเหยียบเขาเลยสักตัว แต่มันเลือกการลงเท้าไม่ได้ เพราะเขามีเต็มทาง แถมมองเผินๆก็กลมกลืนไปกับพื้นถนน เครียดนะคะ บอกเลยตรงนี้


แถมวิ่งเสร็จ ต้องเอาไม้เขี่ยซากไส้เดือนน้อยออกจากร่องรองเท้าอีก เครียดนะคะเครียด
งานนี้ต้องยกให้พี่จุ่นจัดการเขี่ยออกให้ค่ะ หญิงยอมแพ้


รถน้อยมาก หมอกลงจัด 




ถ่ายกับป้าย "สูงสุดแดนสยาม" ยอดดอยอินทนนท์



วิ่งกลับลงมา ...ถ่ายรูปเล่นอีก

กิ่วแม่ปาน







วิ่งรอบนี่สนุกมากๆๆๆ ถ้าไม่มีฝนจะดีกว่านี้ เพราะก็จะไม่มีน้องไส้เดือนดิ้นแด่วๆๆๆตามทาง
--------
ไปครั้งนี้เราพักที่ Touch star resort เป็นรีสอร์ทน่ารักๆ ไม่ไกลจาก ประตูด่าน1 ขึ้นดอยอินทนนท์ 



รีสอร์ทท่ามกลางธรรมชาติแบบนี้ จะมีมดเล็กๆเดิน มันแอบเดินไต่กระเป๋าเดินทางด้วยค่ะ ต้องเอากระเป๋าวางขึ้นเก้าอี้ ตั้งให้สูงๆเข้าไว้ห่างจากพื้น นี่่ขนาดระมัดระวังเรื่องของกินแล้ว เก็บมิดชิด กินเสร็จเดินออกไปทิ้งถังขยะนอกห้องพักเลย ไม่มีหกเลอะเทอะ ไม่มีขยะค้างในห้องสักชิ้น ยังมีมดเดินเลย รีสอร์ททุกอย่างดีหมด ยกเว้นเรื่องมด




 บรรยากาศดีมาก พนักงานน่ารักทุกคน ยิ้มแย้มแจ่มใส
ห้องพร้อมอาหารเช้านะคะ



วิ่งเสร็จระหว่างวัน เราจะขับรถไปเที่ยวน้ำตกกันค่ะ ละแวกนี้น้ำตกมีให้แวะตลอดทางเลยนะคะ สวยๆ ยิ่งใหญ่อลังการทั้งนั้น


น้ำตกแม่กลาง ไม่ไกลจากประตูด่าน 1




ฝนตกพรำๆ




น้ำตกวชิรธาร
สวยมาก น้ำไหลตกลงมาแรงมาก อยู่ใกล้ๆมีเปียก แต่เรามีเสื้อกันฝนกันเปียก



น้ำตกวชิรธาร นักท่องเที่ยวเยอะมากทั้งไทยและต่างชาติ


เข้าใกล้ต้องใส่เสื้อกันเปียก


น้ำตกแม่ยะ
สวยมากๆ ยิ่งใหญ่มาก สูงมาก แต่นักท่องเที่ยวไม่มาก
ถ้าเป็นเด็กๆ เห็นอย่างนี้ต้องมีโดดเล่นน้ำ เพราะมีจุดน้ำตื้นโขดหินลงเล่นน้ำได้ ไม่อันตราย มีหินให้ปีนเยอะแยะไปหมด หนุกหนาน










________________________________
ภารกิจ(วิ่ง)พิชิตยอดดอยครั้งที่ 2 ......8-9 มกราคม 2015

มารอบนี้โชคไม่ดีเช่นเคย ครั้งแรกฝนตกตลอด ครั้งนี้หนักกว่าเดิมเพราะมีพายุเข้า
เชียงใหม่หนาวแล้ว ดูข่าวก็มีแต่อากาศดี คนแห่ไปเที่ยว ไม่มีฝนเลย แต่พอช่วงที่เราจะไป ดันมีข่าวพายุเข้า ฝนตกหนัก พอเรากลับก็พายุออก ดวงดี๊ดี

รอบนี้ครบ.....ทั้งหนาว ทั้งเย็น ทั้งฝนตกหนัก หมอกลงจัด วิ่งแบบเปียกทั้งตัวตลอดทาง
ถือว่ารอบนี้ได้ทดสอบgearเต็มๆ เสื้อกันฝนได้ดีหรือไม่ วิ่งแบบฝนตกตลอดทางตั้งแต่ต้นจนจบทนหนาวได้แค่ไหน ยิ่งบนยอดดอยอากาศหนาว ฝนตกอีกก็ยิ่งหนาวกว่าเดิมแถมอากาศบางอีก ร่างกายทนได้ถึงจุดไหน ทนกับสภาพเสื้อเปียกทั้งตัวตลอดทางบนที่อากาศเย็น เราจะเป็นอย่างไร  ทดสอบการกิน ทดสอบรองเท้าถุงเท้าว่าวิ่งเท้าเปียกฝน ลุยน้ำตลอดทาง มีตุ่มพองมีถุงน้ำไหม รองเท้าเกาะพื้นได้ดีไหม ลื่นไหม

ถือว่าพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส...ได้ทดสอบgear/ การเตรียมตัวให้พร้อมถ้าไปเจอสถานการณ์แบบนี้ที่สนามวิ่งจริงหรือที่ ตปท ที่อากาศเย็นๆเราจะได้ไม่ต้องตกใจ เพราะเจอมาแล้ว ...ผ่านจุดนี้ไปได้ ก็ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว

###วันพฤหัสที่ 8

วันแรกไปถึงก็ไปซ้อมวิ่งเล็กๆน้อยๆ เพื่อปรับสภาพร่างกาย
จากกิ่วแม่ปาน (ระดับความสูงเหนือน้ำทะเล 2157 m.) วิ่งขึ้นไป 2 km และกลับตัววิ่งลงมาที่กิ่วแม่ปาน ระยะทางรวม 4 km





มารอบนี้ไม่มีไส้เดือนนะคะ เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีฝนตกเลย เพิ่งมาตกวันนี้วันแรก ก็เลยไม่มีไส้เดือนน้อยตามทาง


ตอนเย็นได้ติดต่อรถสองแถวสีเหลือง ตรงที่จอดรถสองแถวก่อนประตูด่าน1 เพื่อขับรับเราลงจากดอยวันพรุ่งนี้ ราคาเหมา 1500บาท

####ศุกร์ที่ 9
พายุเข้าเต็มๆ ฝนตกตั้งแต่เช้า ไม่หยุดเลย หนาวด้วย
เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูป กลัวมือถือเปียกน้ำ


เราจอดรถที่ประตูด่าน1

วิ่งจากด่าน1 (330m) ขึ้นยอดดอยจ้าาาาา

แวะถ่ายรูปที่ป้ายทางเข้าน้ำตกวชิรธาร ประมาณกิโลที่ 11


ถึงด่าน2 แล้ว
ประมาณกิโลที่ 29 (1670m)



อุณหภูมิที่ยอดดอย 1-9C


ฝนตกหนักมากขึ้นทุกที ยิ่งทางชันขึ้น น้ำฝนที่ไหลมาตามถนน ไหลเหมือนลำธารน้ำเลย ไหลผ่านเท้า น้ำเย็นมาก น้ำเต็มเท้าเต็มรองเท้าเลย เย็นเท้ามาก เปียกทั้งตัว
ยิ่งความเร็วลดลง ยิ่งชันๆขึ้น เราก็เริ่มเดิน  ความเร็วตก อุณหภูมิร่างกายก็เริ่มตก ผลิตความร้อนไม่ได้ กลายเป็นหนาว ส่วนหญิงไม่ค่อยหนาว ทนได้ วิ่งต่อได้  แต่พี่จุ่นหนาว จนสั่นทั้งตัว ต้องแวะที่กิ่วแม่ปาน
โชคดีที่ร้านอาหารที่กิ่วแม่ปานมีเตาถ่านย่างไก่ ก็เลยไปอยู่ใกล้ๆเตาเพื่อได้รับไออุ่นๆบ้าง ตอนนี้ต้องทำตัวเป็นไก่ย่าง เอาตัวไปอังใกล้เตา (โชคดีที่ร้านไม่ได้ว่าอะไร เพราะเห็นใจ)

สรุปว่า พี่จุ่นหนาวสั่นทั้งตัว ผิงไฟก็ไม่ดีขึ้น  เสี่ยงที่จะเกิด Hypothermia เราทั้งคู่จึงตัดสินใจหยุดวิ่ง ไม่ไปต่อค่ะ






สรุปการวิ่งรอบนี้
เริ่มจากด่าน 1 (330m) วิ่งขึ้น 33.7 km ถึงกิ่วแม่ปาน (2157m) ใช้เวลาไป 5.30ชม.




โทรติดต่อรถเหลืองให้มารับที่กิ่วแม่ปาน ลงไปส่งที่ด่าน 1
ระหว่างรอรถ ต้องหาชุดเปลี่ยนค่ะ ชุดเปียกแบบนี้ไม่รอด เพราะจะไม่หายหนาว
เราทั้งคู่ต้องหาซื้อชุดเปลี่ยนทั้งชุด เสื้อและกางเกง ซื้อจากร้านขายของฝาก(ที่กิ่วแม่ปาน) พอเปลี่ยนชุดเป็นชุดแห้งก็ดีขึ้น ร่างกายอุ่นขึ้น หายสั่น ....รอดตายแล้ว

ถ้าไม่มีฝนตก ไม่หนาวเกือบจะ Hypothermia เราทั้งคู่วิ่งถึงยอดแน่นอนค่ะ เพราะแรงยังเหลือ
แต่มันหนาวจนก้าวขาไม่ออก คุมการเคลื่อนไหวไม่ได้แล้ววววว สั่นทั้งตัววววววว
.....ใจยังสู้ แต่สั่น(ไม่)สู้ จ้าาาาาาา

--------

รอบนี้เราพักที่ Small Farm
รีสอร์ทสวย น่ารัก มีฟาร์มให้เดินชม มีแกะแพนด้า มีม้า มีนกกระจอกเทศ มีวัว มีไก่เป็ด และมี Jack Russell Terrier

หน้าห้องพัก และรถเช่าขับ



ห้องพักรวมอาหารเช้านะคะ


ห้องพักยังมีมดเล็กๆเดินนะคะ ต้องเอากระเป๋าตั้งบนเก้าอี้ให้ห่างจากพื้น ในห้องมีเก้าอี้เยอะดี ยกกระเป๋าหนีมดได้



ในห้องตกแต่งน่ารักมาก ของใช้ครบ






มองจากห้องพักเห็นคอก Jack Russell Terrier ด้วย




เด็กๆน่ารักมาก


ยืนกันหน้าสลอนกันสามตัว ...น่ารักน่าหยิกพุงเสียจริง



ประทับใจที่สุดก็คือ ...น้องกะปิ
แจ็คน้อยที่คอยตามหญิงทุกฝีก้าวเลย มาเฝ้าหน้าห้องด้วย
น่ารักมาก นิสัยก็ดี ไม่เห่าไม่ดื้อเลย

Love u ! joopppppp 1 ที นะจ๊ะหนูกะปิ



_______________________

ภารกิจ(วิ่ง)พิชิตยอดดอยครั้งที่ 3 ......27-28 กุมภาพันธ์ 2015


รอบนี้ดวงดี ฟ้าเปิด ไร้เงาฝนจ้าาาาา เย้!

ครั้งนี้เราพักที่ โรงแรมราชพฤกษ์
เป็นตึก ห้องพักสะอาด และไม่มีมดมากวนใจสักตัว
ครั้งต่อไปก็จะกลับมาพักที่นี่อีก เพราะไม่มีมดนี่แหละ

คืนวันพฤหัสที่เดินทางมาถึง ได้ติดต่อเช่ารถตู้พร้อมคนขับ (ติดต่อที่โรงแรม)ให้มารับที่โรงแรมเช้าวันศุกร์ ราคาเหมา 1500บาท

#####วันศุกร์ที่ 3

รถตู้มารับที่โรงแรม 6.30น ตอนเช้า นัดแนะกับคุณลุงคนขับจอดส่งเราที่ประตูด่าน 1 เราจะวิ่งขึ้นไปเอง และให้รถดักแวะจอดรอเราตามจุดที่กำหนดไว้ ตามเวลาที่คาดว่าเราจะวิ่งไปถึง(เขียนเป็นโพยใส่กระดาษให้คุณลุงคนขับได้ดู จะได้ไปตรงตามเวลาที่นัดแต่ละจุด) เพื่อจะได้เติมน้ำ เติมของกิน

แต่คุณลุงใจดีมาก จะขับประกบตามหลังเราไปตลอดทางเลย เป็นรถปิดท้ายขบวน เพื่อความปลอดภัยของเราขณะวิ่ง เยี่ยมไปเลยงานนี้ ปลอดภัยหายห่วงแถมฟ้าเปิดเป็นใจด้วย


เริ่มวิ่งที่ประตูด่าน 1 (330m)





วิ่งมาถึงที่ทำการอุทยานดอยอินทนนท์ ประมาณ กม.ที่ 22 (1250m)


วิวสวยๆระหว่างทาง

ต้นไม้ข้างทางที่มีดอกขาวๆเรียกว่า "ต้นสาบหมา"




เราทั้งคู่พิชิตยอดดอยอินทนนท์ สูงสุดแดนสยาม สำเร็จแล้ว เย้!









เริ่มวิ่งที่ประตูด่าน 1 (330m) ถึงยอดดอยอินทนนท์ สูงสุดแดนสยาม (2565m) ระยะทาง 38.3km
ใช้เวลาไป 6.28h
จากsunnto ambit3;   elevation gain 2316m  ,elevation loss 97m






เราซื้อ postcard ประทับตราอินทนนท์ ส่งกลับมาที่บ้านด้วย

ยืนยันการส่ง


วิ่งเสร็จ นั่งรถตู้ลงมาถึงที่ทำการอุทยานฯ เพื่อแวะทานข้าว ทานเสร็จ รถตู้ขับไปส่งที่โรงแรม
จบภารกิจพิชิตยอดดอยอิทนนท์อย่างสวยงาม....เย้!

#### วันเสาร์ที่ 28

วันนี้ตื่นเช้ามา กะจะไปวิ่งเหยาะๆ recovery เสียหน่อย ถือว่าเก็บตกที่เที่ยวที่ยังไม่ได้แวะในรอบก่อนๆ(เพราะฝนตก)

ขับรถขึ้นดอย
จุดแรก.... แวะถ่ายรูปที่น้ำตกสิริธาร (เลยจากน้ำตกวชิรธารไปประมาณ 2.5km )





-------------
ขับรถไปจอดที่กิ่วแม่ปาน
จุดสอง.....วิ่งลงไปจุดชมวิว แล้ววิ่งขึ้นไปพระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล-พระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริ แล้ววิ่งขึ้นกลับไปกิ่วแม่ปาน
ระยะทางรวม 2.57km elevation gain 154m  ,elevation loss 170m


วิวจากลานจอดรถกิ่วแม่ปาน
เห็นทะเลหมอกด้วย ...สวยมาก








ถ่ายจากจุดชมวิว

 เห็นทะเลหมอก






ซื้อตั๋วขึ้นชมพระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล-พระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริ


ทะเลหมอกเต็มๆ














--------------------
จุดที่ 3 .... เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน

เส้นทางสวยมากๆเลย มีน้ำตก มีวิว มีดอกไม้ให้ดูระหว่างทางเดิน มีปีนบันได มีขึ้น มีลง ไต่ขอบผา ริมเหว สนุกมาก วิวก็สวย ไม่เบื่อตลอดเส้นทาง ระยะ 3โล ยังรู้สึกว่าสั้นไป แป๊ปเดียวเดินจบแล้ว เส้นทางสวยๆแบบนี้อยากดื่มด่ำนานๆหน่อย   อยากให้ทำทางเดินยาวกว่านี้ ให้คนได้เดินชมสิ่งสวยๆไกลๆสักหน่อย สัก 10 โล จะได้หนำใจนักวิ่ง

เส้นทางสวยๆแบบนี้ไม่ได้เปิดให้เดินได้ทั้งปีนะคะ ปิดเดือน มิถุนายน-ตุลาคม
และเราไม่สามารถไปเดินได้เอง จะต้องมีไกด์นำทาง 1 ท่านพาเดิน ค่าธรรมเนียม(รวมไกด์) กลุ่มละ 200บาท


 ทะเลหมอกสวยๆ





ถ่าย Rave Run ส่วนตัว
เอาอย่างหนังสือ Runner's world











Rave run มุมที่2
เห็นวิวยอดเขาและทะเลหมอกสวยๆ






จุดนี้วิวสวยมากๆๆๆๆ





ระยะทางรวม 3.2km elevation gain 223m  ,elevation loss 216m ใช้เวลาไป 1.05ชม.





ประทับใจมาก ต้องมาอีกแน่นอน


----------

จุดที่ 4 ...น้ำตกสิริภูมิ







ระยะทางรวม 1km elevation gain 84m  ,elevation loss 78m
------

จุดที่ 5 ....เดินชมโครงการหลวง
มีทางลัดเดินไปน้ำตกสิริภูมิได้ด้วย

ระยะทางรวม 2km elevation gain 30m  ,elevation loss 25m

______________________

สรุปทริปนี้ สมดั่งใจ ไม่เจอฝน ไม่บาดเจ็บใดๆ ได้เดินกิ่วแม่ปานด้วย เพราะ 2ครั้งก่อนฝนตก ก็เลยไม่ได้แวะเดิน
แถมได้ถ่ายภาพ Rave run ส่วนตัวด้วย

ระยะทางวิ่งทั้งสองวัน รวมได้ประมาณ  46.5 km elevation gain 2807m  ,elevation loss 586m

_________

เจอกันทริปหน้าจ้าาาาาา






 

Create Date : 17 เมษายน 2558
0 comments
Last Update : 17 เมษายน 2558 19:48:40 น.
Counter : 40 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 
Yoja&Jiji
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 352 คน [?]




***ขอแจ้งให้ทราบว่า สำหรับผู้ที่เข้ามาถามคำถามเกี่ยวกับการแก้ปัญหาพฤติกรรมสุนัข จะไม่มีการตอบแล้ว โปรดอ่านบทความในบล็อกให้ละเอียด ทำความเข้าใจทุกประโยค คำถามส่วนใหญ่ มีคนมาถามแล้ว ให้อ่านคำตอบที่เคยตอบปัญหาของคนที่เคยถามได้ในส่วน comment ก็จะช่วยให้ได้ความเข้าใจและได้คำตอบ***

บทความและรูปภาพในบล็อก Yoja&Jiji เป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล็อก แต่ยินดีที่จะให้นำบทความไปเผยแพร่ต่อที่ไม่ใช่เพื่อการค้าและธุรกิจ
ด้วยเงื่อนไขที่ต้องเขียนลิงค์ที่มาของบทความให้ชัดเจน ว่ามาจาก http://yojajiji.bloggang.com เพื่อที่หากมีผู้อ่านที่มีข้อสงสัย จะได้ตามลิงค์เข้าไปอ่านบทความอื่นๆที่เกี่ยวข้องเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของผู้รักสุนัขและสุนัข
--------------------------------------------------------
ผมโยจา พี่สาวผมชื่อจีจี้ และน้องสาวชื่อยูจิ
โปรดเข้ามาเยี่ยมชมบ่อยๆนะครับ
Blog นี้สำหรับช่วย คนรักหมา คนเลี้ยงหมา ให้มีความสุขกับน้องหมาในแนวทางของ Cesar Millan
ปัญหาพฤติกรรมสุนัขที่ไม่เหมาะสมกับครอบครัวเรา ไม่ว่าจะร้ายแรงมากหรือน้อย เป็นมานานแค่ไหน 1 วัน หรือ หลายปี คุณเองก็แก้ไขปรับได้ ด้วยหลักการเดียวกัน
เริ่มเลี้ยงสุนัข อยากให้ไม่มีปัญหาพฤติกรรมสุนัขต่างๆ เลี้ยงดูป้องกันไม่ให้มีปัญหาได้ด้วยตัวคุณเอง ด้วยหลักการเดียวกัน
ติดตามอ่านให้เข้าใจหลักจิตวิทยาสุนัข ตามแนวทางของ Cesar Millan
New Comments
[Add Yoja&Jiji's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com