Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
13 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
หมอปากหมา(๑)

หมอปากหมา(๑)

"อย่าใช้ยามาก อย่าอยากฉีดยา อย่าบ้าหาหมอ" คำพูดนี้ ไม่ใช่หมอผีพูดนะ แต่เป็นคำพูดของนพ.พินิจ ลิ้มสุคนธ์ ผอ.ฝ่ายการแพทย์ รพ.เชียงใหม่ราม๒ นักเรียนแพทย์ศาสตร์ทุนพระราชทานอานันทมหิดลปปี๒๕๑๙ - ๒๕๒๒ ผู้เขียนหนังสือ หมอปากหมา

นพ.พินิจ ลิ้มสุคนธ์
แพทย์ผู้ขำนาญระบบประสาท

...........................

วันละโรค ข้อความนี้ไม่ได้พิมพ์ผิดเพราะต้องการสื่อเช่นนั้นจริง ๆ ไม่ใช่เรื่อง "วัณโรค" แต่ "วันละโรค" นี้เป็นลักษณะของผู้ป่วยจำนวนหนึ่ง ที่ต้องหาหมอบ่อย และปัญหาที่ไปหาหมอ ก็มีหลายอย่างสะเปะสะปะไปหมด ผู้ป่วยกลุ่มนี้ยังจำแนกย่อยออกไปเป็น 2 พวก พวกหนึ่งเป็นพวกป่วยหนัก ป่วยเรื้อรัง สภาพร่างกายทรุดโทรมมากจนเรียกได้ว่าใกล้ตายเต็มที แต่อีกพวกหนึ่งจะตรงกันข้ามคือไม่มีลักษณะที่บ่งชี้ว่าเจ็บป่วยเรื้อรังหรือใกล้ตาย จึงไม่น่าจะเป็นคนอมโรค แต่ก็กลับป่วยวันละโรคได้เหมือนกัน พวกนี้น่าสงสารกว่าพวกแรก เพราะเกิดทุกขเวทนาก่อนเวลาอันสมควร อาการไม่สบายทำให้รู้สึกว่าตนป่วยเป็นโรคมากมาย เกิดขึ้นทั้ง ๆ ที่ธรรมชาติ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ได้กำหนดให้เป็น หากตนเองชิงป่วยล่วงหน้า ผิดกับพวกแรกที่อาการป่วยเป็นไปตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ซึ่งใคร ๆ ก็หนีไม่พ้น จะช้าหรือเร็วเท่านั้น


พวกที่ป่วยวันละโรคโ ดยไม่เป็นโรคเหล่านี้ ถ้าทำใจให้ยอมรับและรู้จักแยกแยะอาการว่าอะไรที่น่าจะบ่งว่าเป็นโรค และอะไรที่ไม่น่าจะเป็นโรค ก็จะทำให้ไม่ต้องไปหาหมอบ่อย ๆ ไม่ต้องไปช่วยให้หมอรวย และอาจโชคร้าย ถ้าเกิดไปเจอโรคหมอทำเพิ่มเข้าไปอีก


อาการป่วยบางอย่างไม่ใช่โรค เป็นความรู้สึกไม่ปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้กังวลกลัวว่าจะเป็นโรค หรือรำคาญเพราะไม่หายสักที อาการพวกนั้นส่วนมากจะไม่รุนแรงจนทำให้หมอบอกได้ว่าเป็นโรค เพราะตรวจร่างกายก็ไม่ผิดปกติ เอกซเรย์ดูก็ปกติ ตรวจด้วยวิธีอะไร ๆ ก็ปกติ หรือตรวจพบความผิดปกติเล็กน้อย ที่ไม่เข้ากับโรค ผู้ป่วยพวกนี้จึงมีโอกาสเกิดโรคหมอทำ ได้ง่ายหากไปเจอหมอที่ไม่รู้จริง หรือหมอทำเป็นไม่รู้ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่ามันไม่น่าจะเป็นโรค ภาษาชาวบ้านเรียกกันว่า "มั่ว" ซึ่งลองถ้าคิดมั่วก็จะทำมั่ว ผลออกมาก็เป็นผลของการมั่ว แต่น่าแปลกตรงที่คนทำมั่วได้เงิน แต่คนที่โง่ไปให้เขาทำมั่วเสียเงินและเจ็บตัว


จะขอยกตัวอย่างเพื่อจะได้เข้าใจกันง่ายขึ้น สมมุติว่ามีชายคนหนึ่งอายุสักห้าสิบปี มีอาการปวดต้นคอเป็นประจำ บางครั้งก็ปวดหัว ปวดหลังโดยที่ไม่มีอาการชาหรือแขน-ขาอ่อนกำลัง หมอหลายคนตรวจแล้วบอกว่าไม่เป็นอะไร น่าจะเป็นปวดเมื่อยธรรมดา หรือบ้างก็ว่ากล้ามเนื้ออักเสบ ซึ่งฟังดูก็ทะแม่งๆ เพราะจากหลักฐานทางการแพทย์ไม่มีการยืนยันว่ามีการอักเสบจริงๆ ตามนิยามของคำว่า "อักเสบ" เมื่อหมอคิดว่ากล้ามเนื้ออักเสบก็จะให้ยาแก้อักเสบมากิน หรือบางคนก็ฉีดยาให้ด้วย หากโชคร้ายเกิดอาการแพ้ยา, กระเพาะอาหารอักเสบ, ไตอักเสบ หรือเลือดผิดปกติก็เรียกว่าเกิด "โรคหมอทำ"

แต่ถ้าโชคร้ายไปกว่านั้น ไปตรวจกับหมอที่ส่งให้ตรวจเอกซเรย์กระดูกต้นคอ หลังจากตรวจแล้วพบว่ากระดูกงอก หมอแนะนำให้ผ่าตัดก็ยอมให้หมอผ่าตัดให้ ทำให้ยิ่งเสี่ยงหนักเข้าไปอีก ทั้งๆที่ด้วยอาการป่วยดังกล่าว ยังไม่สมควรต้องทำผ่าตัด แม้ว่าอาการป่วยอาจจะเกิดจากกระดูกต้นคอผิดปกติดังกล่าวได้ แต่ก็เป็นไปได้อีกเช่นนั้นว่ามันเป็นคนละเรื่องกัน เพราะการที่คนวัยกลางคน มีกระดูกต้นคอเสื่อมจัดเป็นเรื่องธรรมดา พบได้บ่อยมาก โดยไม่จำเป็นที่จะต้องป่วย เว้นเสียแต่ว่าจะมีเหตุผลทางการแพทย์อื่นๆ เช่น แขน-ขาชา หรืออ่อนกำลังชัดเจน ว่าเส้นประสาทหรือไขสันหลังผิดปกติ จึงค่อยพิจารณาว่าสมควรจะผ่าตัดหรือไม่

บทความจาก...หนังสือหมอปากหมา โดย...นพ.พินิจ ลิ้มสุคนธ์

อาการเหน็บชา

เหน็บชา เป็นอาการที่พบบ่อย เกือบทุกคนเคยมีอาการเหน็บชา เฉพาะที่เป็นครั้งคราวจากการนั่ง หรือนอนผิดท่า สาเหตุเกิดจากการกดทับเส้นประสาทบางเส้น เช่น อาการเหน็บชาบริเวณเท้าขณะนั่งพับเพียบไหว้พระ เมื่อเปลี่ยนท่าสักครู่หนึ่งอาการก็จะหายไป แต่ถ้าฝืนทนหรือไม่สามารถเปลี่ยนท่าได้ เนื่องจากสาเหตุต่างๆ ได้แก่ หลับลึกเกินไป เมาสุรา ป่วยหนักจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พิการทางสมอง หรือเส้นประสาท เป็นต้น เส้นประสาทที่ถูกกดทับจะช้ำมาก จนไม่สามารถฟื้นฟูกลับสู่สภาพปกติภายในเวลาอันสั้น หรืออาจเสียหายถาวรได้ นอกจากเหน็บชาจากการกดทับ ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดอาการเหน็บชา ที่พบได้บ่อยมีดังนี้

1. ชาปลายเท้า และปลายมือเข้าหาลำตัว เกิดจากปลายประสาทอักเสบ หรือเสื่อม มีสาเหตุหลายอย่าง เช่น ขาดวิตามิน บี 1 บี 6 หรือ บี 12 จากโรคเรื้อรัง เช่น โรคไต โรคมะเร็ง และจากยา หรือสารพิษ เป็นต้น


2. ชามือแต่เท้าไม่ชา
1. ชาปลายนิ้วเกือบทุกนิ้ว โดยนิ้วก้อยไม่ชา หรือชาน้อย มักเป็นตอนกลางคืน หรือตื่นนอน ตอนกลางวันมักชามากในบางท่า หรือบางกิจกรรม เช่น ชูมือ ใช้โทรศัพท์ ขี่มอเตอร์ไซด์ หรือขณะใช้มือทำงานหนัก เกิดจากเอ็นกดทับเส้นประสาทตรงข้อมือ ควรลดงานที่ใช้มือ และหลีกเลี่ยงท่าที่ทำให้ชา
2. ชานิ้วก้อย นิ้วนาง และขอบมือด้านเดียวกัน ไม่เลยเกินข้อมือ เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับตรงข้อศอก ควรหลี่กเลี่ยงท่าที่ทำให้ชา ถ้าชาเลยข้อมือขึ้นมาถึงข้อศอก เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับ ที่บริเวณกระดูกไหปลาร้า ควรปรึกษาแพทย์
3. ชาหลังมือไม่เกินข้อมือ โดยเฉพาะบริเวณง่ามระหว่างนิ้วหัวแม่มือ และนิ้วชี้ เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับ ที่ต้นแขน ห้ามนั่งเอาแขนพาดพนักเก้าอี้ โดยเฉพาะเวลาดื่มสุรา ถ้าชาเลยข้อมือมาถึงแขน เกิดจากเส้นประสาทบาดเจ็บบริเวณรักแร้
4. ชาเป็นแถบบริเวณแขนลงไปถึงนิ้วมือ เกิดจากกระดูกต้นคอเสื่อม กดทับเส้นประสาท ควรปรึกษาแพทย์


3. ชาเท้าแต่มือไม่ชา
1. ชาหลังเท้าขึ้นมาหน้าแข้ง เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับบริเวณใต้เข่าด้านนอก ควรหลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้าง นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ หรือนอนโดนใช้ของบางอย่างรองไว้ใต้ข้อพับเข่า
2. ชาฝ่าเท้า เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับ บริเวณใต้ตาตุ่มด้านใน หรือในอุ้งเท้า ควรหลีกเลี่ยงท่าที่ทำให้ชา และลดการยืน หรือเดินนานๆ
3. ชาทั้งเท้า แต่เป็นข้างเดียว มักชาขึ้นมาถึงใต้เข่า เกิดจากเส้นประสาทบาดเจ็บที่สะโพก ควรปรึกษาแพทย์
4. ชาด้านนอก ของต้นขาคล้ายยืนล้วงกระเป๋ากางเกง เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับที่ขาหนีบ ควรหลีกเลี่ยงการงอพับบริเวณสะโพก และแก้ไขเรื่องหน้าท้องหย่อนยาน
5. ชาเป็นแถบจากสะโพกลงไปถึงเท้า เกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทันเส้นประสาท ควรรีบไปปรึกษาแพทย์


4. อาการชาอื่นๆ ที่ควรปรึกษาแพทย์ ได้แก่ ชาครึ่งซีกของร่างกาย ชาครึ่งล่างหรือครึ่งบนของลำตัว และแขนขา ชาบริเวณใบหน้า และศรีษะ หรือชาเป็นแถบ หรือเป็นปื้น บริเวณอื่นๆ นอกจากที่ระบุไว้แล้ว

นพ.พินิจ ลิ้มสุคนธ์
แพทย์ผู้ขำนาญระบบประสาท




Create Date : 13 มีนาคม 2551
Last Update : 13 มีนาคม 2551 22:53:36 น. 1 comments
Counter : 423 Pageviews.

 
แอบมาอ่านค่า...


โดย: Ab Psy ReinDEAR++ วันที่: 13 มีนาคม 2551 เวลา:23:43:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

yogitai
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คณะศิษย์ ท่านญาปู่ครูบาธรรม โยคีอริยธาตุ
มูลนิธิมหาญาณโพธิสัจ เมือง มหาสารคาม
Friends' blogs
[Add yogitai's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.