Group Blog
 
 
เมษายน 2549
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
27 เมษายน 2549
 
All Blogs
 

น้ำเน่า บทที่ 10-13 (จบภาคแรก)



แสงไฟไม่สว่างมากเสียงเพลงที่คลอเบาๆพร้อมกับเสียงลมที่ดังมาจากทะเล ตรียืนจัดผลไม้อยู่ด้านในบาร์ของบังกะโล แม่กับเอกนั่งดื่มน้ำชาด้านตรงข้ามกับตรี


“แม่มีเรื่องอะไรเหรอถึงเรียกให้เอกกลับมาบ้าน”


“พอดีแม่อยากให้เอกกลับมาช่วยที่บ้านแทนตรี”แม่จิบน้ำชาไปด้วย เอกหันไปมองทางตรีพร้อมกับนึกถึงงานที่ตัวเองอาจจะต้องย้ายไปทำที่เชียงใหม่ ตามที่หัวหน้าบอก


“พอดีผมได้งานที่กรุงเทพฯ เป็นงานวางระบบ”ตรีจบวิศวะทางด้านคอมพิวเตอร์


“แล้วต้องเริ่มทำเมื่อไหร่เหรอ”


“ต้นเดือนครับพี่ ถ้ามีปัญหาก็ขอเลื่อนไปอีกเดือนได้ครับ แต่ต้องให้คำตอบที่บริษัทสิ้นเดือนนี้ครับ”ตรีรู้อยู่ว่าการที่เอกจะมาแทนนั้นอย่างน้อยก็ต้องมีเวลาให้เอกสะสางงานที่มีอยู่ประมาณ 1 เดือน


“อืม..... รับทราบ แต่ตอนนี้เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า”


“พี่จูนมาคนเดียวแล้วทำไมแฟนเค้าไม่มาด้วยเหรอ” ตรีเปลี่ยนเรื่องคุยทันทีที่เอกบอก


“ไม่ว่างมั้ง” เอกไม่อยากบอก


“แม่ว่าคนชื่อเดือนนี่น่ารักดีเหมือนกันนะ”


“ครับ”เอกอมยิ้มเล็กน้อย เพราะแม่ไม่มีลูกสาว ส่วนใหญ่พอเห็นใครดูดีก็จะชมเหมือนว่าเป็นลูกสาวตัวเอง


“ดูคนอย่าดูที่ภายนอก ให้ดูถึงจิตใจด้วย”ตรีส่งสายตาเจ้าเล่ห์ไปทางแม่


“แล้วเค้าไม่ดียังไง” แม่หันมาถามจริงจัง


“ก็ไม่ยังไง แล้วพี่เอกเมื่อไหร่จะหาแฟนใหม่หล่ะ” ตรีเฉไฉดึงเรื่องเอกมาเป็นประเด็น


“เรื่องแบบนี้ใจเย็นๆ ค่อยๆหากันไป ไม่รีบร้อน”


“พี่คนเดียวที่ไม่รีบ แม่เค้าอยากได้หลานใจจะขาดแล้ว เห็นลูกใครมานะไม่ได้เลย ต้องเข้าไปอุ้มไปกอด เพื่อนแม่หลายคนเค้ามีหลานให้อุ้มแล้ว เจอเพื่อนทีไรเค้าก็ชอบคุยแต่เรื่องหลาน”


“แม่ไปชอบเด็กตั้งแต่เมื่อไหร่ เห็นแต่ก่อนเกลียดเด็กไม่ใช่เหรอ” เอกงงที่ตรีเล่า


“พออายุมากๆ ไม่รู้เป็นไง เห็นเด็กแล้วน่ารัก” แม่ตอบแบบแก้เขิน


“ยิ่งเป็นเด็กผู้หญิงหัวหยองนะ ยิ่งชอบ ใช่ไหมแม่”ตรีสนิทกับแม่จนถึงรู้ความคิด


“ไม่น่าเชื่อ” เอกยังทำหน้าสงสัยใส่แม่ เอกจับมือแม่มาดูลายมือ ทำเหมือนว่าเป็นหมอดู “โอ้โห ดวงคุณนายอาจจะได้หลานเร็วๆนี้ ฟันธง” ทุกคนต่างหัวเราะกัน


“แล้วตรีมีแฟนยัง” เอกหันไปถามน้องชาย


“พยายามอยู่ พี่ก็รู้ว่าวันๆไม่ได้ไปไหน ส่วนใหญ่ก็เจอกันแต่ทางเน็ท พอเค้านัดเจอก็ยังไม่มีเวลาไปเจอเค้าเลย”ทั้งสามคุยกันไปตามประสาแม่ลูก


จูนกับเดือนหลังจากที่คุยกันถูกคอ จังหวะที่แม่ เอก และตรี คุยกัน ทั้งสองก็มานั่งอยู่ที่บันได ทางลงไปชายหาดมองออกไปที่ท้องทะเล


“คุณเดือนรู้ไหมว่า ไฟที่เราเห็นนะเค้าเป็นเรือที่กำลังหาหมึกกัน”จูนชี้ออกไปยังไฟที่อยู่กลางทะเล “เค้าจะออกเรือกันตอนหัวค่ำกลับเข้าฝั่งก็ช่วงเช้า เค้าจะเปิดไฟล่อหมึกเหมือนให้หมึกมาเล่นแสงจันทร์ แล้วเค้าก็ช้อนขึ้นมา”


“คุณจูนเก่งจังรู้เรื่องนี้ด้วย”


“เอกเค้าบอกต่างหาก”จูนหันมายิ้ม


“เดือนถามเรื่องระหว่างคุณเอกกับคุณจูนได้ไหม”


“ทำไมจะไม่ได้หล่ะ เราเป็นเพื่อนกันแล้วนี่นา”จูนพยักหน้า


“คุณจูนกับคุณเอกทำไมเลิกกันเหรอค่ะ”


“จูนคบกับเอกมาตั้งแต่สมัยเรียน เพิ่งมาเลิกกันได้สองปีเพราะที่บ้านเค้าไม่พอใจในฐานะเอก ส่วนจูนก็คิดว่าตอนที่เราคบกันสมัยเรียนนะมันเป็นรักแบบเด็กๆซึ่งตอนนั้นเอกเค้าก็ยังดูเด็กๆด้วย แล้วจูนก็ไปคบกับพี่คนหนึ่งซึ่งเป็นลูกของเพื่อนพ่อ แต่ตอนนี้จูนคิดว่าจะเลิกกับเค้าเพราะเค้าทำตัวไม่ดี ทั้งๆที่ใกล้จะแต่งงาน พอกลับมาเจอเอกคราวนี้ความรู้สึกเก่าก็กลับมา ไม่แน่จูนอาจจะรีเทิร์นกับเอกก็ได้ แต่ไม่รู้ว่าเอกเค้าจะโอเคไหม แล้วเรื่องความรักของคุณเดือนไปไงบ้างเหรอ”


“จริงๆแล้วเดือนเป็นคนรักคนง่าย พอใครเข้ามาทำดีกับเรานิดหน่อยก็จะชอบเค้าแล้ว เลยทำให้รู้สึกว่าตัวเองผิดที่จะไปรักใคร เหมือนคนเจ้าชู้เลยเนอะ นี่ไม่แน่นะถ้าคุณเอกมาทำดีกับเดือนมากๆ เราสองคนอาจจะต้องแย่งกันก็ได้” ทั้งจูนและเดือนต่างปล่อยเสียงหัวเราะออกมาดังๆ


“แล้วตอนนี้มีหนุ่มๆเข้ามาในชีวิตคุณเดือนกี่คนเหรอ”


“นี่ถ้ารวมคุณเอกด้วย ก็สามคน ก่อนหน้านี้อีกเยอะเลยนะ คงนับนิ้วไม่พอ”เดือนเอานิ้วขึ้นมาทำท่าทางเหมือนจะนับ


“คุณเดือนนี่เสน่ห์แรงไม่เบา แถมคุยสนุกด้วย”


“แล้วคุณจูนไม่มีหนุ่มๆคนอื่นเข้ามาในชีวิตเลยเหรอ”เดือนถามด้วยความสงสัยเพราะผู้หญิงที่สวยอย่างจูนน่าจะมีหนุ่มๆเข้ามาบ้าง


“ไม่มีเลยค่ะ ทำอย่างไรถึงมีมาเยอะแบบคุณเดือน”


“ก็คงเหมือนที่บอกคุณจูนว่า เดือนเป็นคนรักคนง่าย จะเอาไปใช้ก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์ แต่มีคำเตือนที่ขึ้นข้างล่างว่า ความสามารถเฉพาะตัวห้ามลอกเลียนแบบ” เดือนเอานิ้วชี้กวาดไปเหมือนมีอักษรขึ้นบนทีวี


“แอบนินทาผมอยู่รึเปล่า” เอกเดินมาพร้อมกับเจ้าบิ๊ก


“กำลังตกลงกันเรื่องแย่งกันจีบเอกอยู่ ว่าจะผลัดกันจีบเอกคนละวัน จูนวันคี่ ส่วนคุณเดือนเค้าจองวันคู่” เจ้าบิ๊กเดินเข้าไปหาจูนที่นั่งอยู่ จูนเอามือลูบขนแทบทั้งตัว “อย่าซนนะ”


“ล้อเล่นนะจูน เดี๋ยวคุณเดือนก็ว่าหรอก”


“จริงๆค่ะเดือนจองวันคู่”เดือนช่วยจูนอำเอกต่อ


“เปลี่ยนเรื่องดีกว่า คุณเดือนเห็นไฟที่อยู่ตรงทะเลไหม” เอกชี้ไปที่กลางทะเล


“เป็นเรือหาปลาหมึกใช่ไหมค่ะ คุณจูนเค้าเล่าแล้วค่ะ”


“งั้นผมเล่าอีกอย่าง ช่วงนี้จะมีเรือรบอยู่ที่หัวหิน ประมาณ 3-4 ลำ ประจำการอยู่ต้องมองไปทางโน้น” เอกชี้ไปทิศเหนือ ตรงข้ามกับเขาตะเกียบ “ผมว่ากลับไปพักผ่อนกันดีกว่า ดึกๆแล้วจะไม่สบายเพราะโดนน้ำค้าง”


“ยังไม่ง่วงเลยเอก จูนนอนมาเยอะแล้ว ไปนั่งที่บาร์ต่อนะ ไปด้วยกันนะคุณเดือน”จูนชวนเดือนด้วย


“ก็ดีค่ะ ยังไม่ง่วงเหมือนกัน” ทั้งสามค่อยๆเดินกับมาที่บาร์พร้อมกับเจ้าบิ๊กที่วิ่งตามอยู่ข้างๆ


“ตรี.....ขอน้ำส้มคั้นสามแก้ว”เอกสั่งตรีทันทีที่มาถึงส่วนแม่กลับเข้าไปบ้านเพื่อพักผ่อนแล้ว หลังจากที่ตรีถือถาดใส่น้ำส้มมา ตรีก็มานั่งอยู่ข้างเอก


“แล้วพรุ่งนี้คุณเดือนจะไปเที่ยวไหนเหรอครับ”ตรีถามทันทีหลังจากที่นั่งลง


“คงไม่ได้ไปไหนหรอกค่ะ”


“พรุ่งนี้พี่จูน ทำไรเหรอ”ตรีหันมาถามจูน


“ยังไม่รู้เลย ทำไรดีเหรอเอก”


“เอาแบบนี้ไหม พรุ่งนี้ผมว่าจะไปตีกอล์ฟกับพี่เอก แล้วพี่จูนกับคุณเดือนไปด้วย แบ่งทีมกันเลย รถทีมละคัน”ตรีเสนอ


“จะเอากติกาไหนเหรอตรี” เอกถามเพราะเวลาตีกอล์ฟกับตรีจะชอบมีกติกาแปลกๆ


“ถ้าลูกอยู่บนกรีน ให้ผู้หญิงเป็นคนพัตต์ดีไหม”


“แต่เดือนตีกอล์ฟไม่เป็น”


“ดีเลย พี่จูนอยู่ทีมผม ส่วนคุณเดือนไปอยู่ทีมพี่เอก” ตรีหันไปมองจูนแล้วชูกำปั้นทำท่าดีใจ “คราวนี้ชนะแน่พี่จูน”


“ได้เลยตรี มีกลัวที่ไหน ไม่เป็นไรครับคุณเดือนพรุ่งนี้ผมสอนให้ งั้นเรารีบไปนอนกันดีกว่า เอกนัดเลยแล้วกันพรุ่งนี้เจอกันเจ็ดโมงเช้า”


“พวกพี่ไปนอนกันก่อน ผมขอเข้าไปเช็คเมล์ก่อน” ตรีลุกขึ้นเดินไปยังโต๊ะคอมที่ไว้สำหรับบริการลูกค้า


“แล้วรีบนอนหล่ะ พรุ่งนี้แพ้แล้วจะหาว่าพี่ไม่เตือน” ทุกคนต่างแยกย้ายไปห้องตัวเอง



ช่วงเช้าหลังจากที่ทุกคนออกมาจากที่พักก็มาถึงสนามกอล์ฟ ตรีกับจูนไปจัดการซื้อกรีนฟี ส่วนเอกอยู่ที่สนามซ้อมพัตต์กับเดือน เอกยืนจับไม้พัตเตอร์โดยที่หันหน้ามาหาเดือน


“นี่ครับ ต้องจับแบบนี้” เอกทำท่าให้เดือนดูแล้วส่งไม้ให้เดือน แต่เดือนก็ยังจับไม่ถูกต้อง เอกจึงยื่นมือไปจับมือเดือนที่จับไม้ไม่ถูกต้อง เดือนมองมาที่หน้าเอกแล้วปล่อยให้เอกบังคับมือตามที่เอกบอก “มือคุณเดือนเย็นๆนะครับ หนาวไหมครับ”


“นิดหน่อยค่ะ” เอกยังพยายามจะจัดมือเดือนให้เข้าที่


“โอเค แล้วครับ งั้นคุณเดือนลองพัตต์ดู” เอกให้เดือนแกว่งไม้ไปที่ลูกกอล์ฟ “คุณเดือน ต้องกะน้ำหนักให้ดีแล้วค่อยพัตต์” เดือนลองพัตต์แต่ก็ยังทำไม่ได้ เอกจึงเดินอ้อมไปที่ด้านหลังของเดือน เอกโอบเดือนโดยที่เอามือทั้งคู่จับมาช่วยประคองไม้ ปากของเอกอยู่ที่ใกล้หูขวาของเดือน “ลองดูนะครับ นั่นแหละครับ เราลองอีกสองสามลูกก็พอจะสู้จูนได้” เอกค่อยๆรับรู้ความรู้สึกของมือเดือนที่นุ่ม กลิ่นหอมของผมที่เหมือนกลิ่นดอกไม้ ทำให้เอกเริ่มใจเต้น ส่วนเดือนนั้นร่างกายเหมือนโดนขี้ผึ้งที่ถูกไปลน ตั้งแต่เอกจับมือตั้งแต่ตอนแรกแล้ว


“งั้นคุณเดือนลองพัตต์เล่นๆไปก่อนก็แล้วกัน” เอกรีบถอยออกมาหลังจากที่นึกขึ้นได้ว่าถ้าจูนกับตรีมาเห็นภาพนี้จะไม่ดี แต่ตัวเอกเองไม่ได้คิดอะไรมากตอนรกเค้าคิดแค่จะเอาชนะเท่านั้น


“ยังกะเป็นแฟนกันเลย” จูนเดินมาคนเดียวเพราะตรีไปเอารถกอล์ฟกับแคดดี้


“ไม่ซ้อมระวังจะสู้คุณเดือนไม่ได้นะจูน”เอกเปลี่ยนเรื่องคุยหลังจากที่จูนเห็นภาพที่เอกโอบเดือนอยู่


“งั้นเอกมาสอนจูนด้วยสิ”


“เรื่องอะไร วันนี้เราอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน” เอกแลบลิ้นใส่จูนพร้อมกับส่ายหน้า


“เล่นเป็นเด็กอยู่เรื่อยเลยเอก โตแล้วนะ”


“คุณเดือนขับรถเป็นไหมครับ”


“เป็นค่ะ”


“งั้นคุณเดือนขับแล้วกัน ตรีมาแล้ว” เอกหันไปมองรถกอล์ฟสองคันที่กำลังใกล้เข้ามา

เข้และโทนั่งอยู่ที่ห้องรับแขกในบ้านของน้ำ หลังจากที่เข้ได้ฟังเรื่องราวที่น้ำท้อง และโทก็ได้นัดแนะกับน้ำตามที่เข้แนะนำ วันนี้น้ำนัดพ่อให้อยู่บ้านตามที่โทบอกตั้งแต่เมื่อคืน เข้ตัดสินใจที่จะรีบคุยกับพ่อของน้ำเพราะถ้าปล่อยเวลาให้เนิ่นนานไปจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่มากขึ้น น้ำเดินลงมานั่งกับพ่อหลังจากที่คนรับใช้ในบ้านเพิ่งจะเอาแก้วน้ำมาวาง เข้และโทยืนขึ้น


“สวัสดีครับ คุณพ่อ” เข้และโทยกมือไหว้พร้อมกัน


“นี่พี่เข้ พี่ชายของโท ค่ะพ่อ” น้ำแนะนำเข้ให้พ่อรู้จักเพราะ พ่อของน้ำไม่เคยเห็น


“หวัดดี มีอะไรเหรอนัดพ่อวันนี้ เหรอโท” โทส่งสัญญาณให้น้ำเดินออกไปจากห้องรับแขกก่อน น้ำค่อยๆเดินออกไปพร้อมกับส่งสายตาที่ให้กำลังใจโทในการคุยครั้งนี้


“คุณพ่อครับ ผมมีเรื่องรบกวนจะปรึกษาแทนแม่ และน้องโทครับ” เข้ตอบแทนโททันที


“มีอะไรก็ว่ามา”


“วันนี้ที่ผมมาคือผมจะมาขอนัดคุณพ่อกับแม่ของพวกผม เพื่อที่จะคุยเรื่องสู่ขอน้ำครับ”พ่อนั่งเงียบไปแต่เข้กับโทก็เข้าใจเพราะว่าน้ำเล่าให้ฟังถึงความหวงที่พ่อมี น้ำเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน


“เอาแบบนี้ไหม ขอพ่อคุยกับน้ำเค้าก่อนแล้วจะเอายังไงก็ค่อยนัดมาคุยกันอีกรอบ ส่วนตัวพ่อยังเห็นว่าน้ำยังเด็กเกินไปที่จะมีครอบครัว พอดีพ่อมีนัดออกไปข้างนอกมีอะไรอีกไหม” พ่อของน้ำตัดบททันที พร้อมกับสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจ


“ครับงั้นพวกผมขอตัวก่อนครับ” เข้กับโทขอตัวทันทีที่พ่อของน้ำสรุป พร้อมกับยกมือไหว้


“น้ำไปส่งพวกพี่เค้าหน่อย เค้าจะกลับแล้ว” พ่อพูดออกมาเสียงไม่ดังมากเพราะรู้ว่าน้ำยืนฟังอยู่ใกล้ๆแต่น้ำเสียงแสดงถึงความไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ โทส่งสายตาบอกน้ำไม่ต้องไปส่งแต่ให้ทำตามแผนที่วางเอาไว้ หลังจากที่เข้และโทออกมาจากบ้านก็มาหากาแฟทานกัน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านน้ำ ไม่นานเสียงโทรศัพท์ของน้ำก็ดังเข้ามา


“เป็นไงน้ำ”โทรีบรับสาย แต่โทได้ยินเสียงสะอื้นของน้ำ “ตกลงว่าไง มัวแต่ร้องไห้จะรู้ไหม น้ำตั้งสติแล้วคุยกันก่อน”


“พ่อ.....เค้าบอกว่ายังไม่ยอมให้แต่ง ฮือ........... ฮือ........” น้ำร้องไห้ต่อ


“แล้วว่าไงอีก”


“เพิ่งคบกันไม่กี่เดือน.......ฮือ......ให้ดูกันไปก่อนซักพัก”


“แล้วนี่น้ำแสดงอาการอะไรให้พ่อจับผิดไหม”


“ไม่.......โทรีบคิดสิว่าจะทำไง” น้ำเริ่มพูดเสียงดัง


“ได้ แค่นี้ก่อนนะขอคุยกับพี่เข้ก่อน จะรีบแก้ปัญหาให้ หยุดร้องนะคนดี” โทวางสายหันมามองทางเข้ “เอาไงดีพี่ พ่อเค้าให้ดูกันไปก่อน”


“ใจเย็น ตอนนี้มีสองทาง ที่พี่คิดได้ ทางแรกให้น้ำบอกความจริงกับพ่อ ทางที่สองพาหนี”


“ไม่ดีทั้งคู่ว่ะพี่ ตายกับตายอย่างเดียว”


“เหลือทางสุดท้ายดีที่สุด วันนี้ไปหัวหินกับพี่ ไปคุยกับแม่กับเอกช่วยกันคิดดีกว่า”


“ไม่เอาว่ะ ทางนี้ก็ไม่ดี ไม่อยากให้แม่รู้เหมือนกัน” โทคิดไว้แต่ต้นแล้วว่าจะไม่เลือกทางนี้


“งั้นกินกาแฟเสร็จแล้วกลับคอนโด ค่อยว่ากัน ขอคิดก่อน” เข้ตัดบทเพราะต่อให้คิดตอนนี้ก็หาทางออกที่ดีไม่ได้


บนกรีนหลุมที่ 18 ทั้งสี่คนกำลังใจจดใจจ่อกับการพัตต์ของเดือนซึ่งเป็นการพัตต์ที่สำคัญในการแข่งครั้งนี้ หลังจากที่แข่งกันมาแล้ว 17 หลุมคะแนนตอนนี้ คู่ตรีและจูนชนะอยู่ที่ 5 พอยท์


“หลุมนี้ ยอดอ นะเดือน พยายามพัตต์ให้ลง กรีนเทไปทางขวาต้องให้ซ้ายหน่อย” เอกเอาลูกตั้งให้เดือน


“ยอดอ คืออะไรค่ะ” เดือนถามขณะที่ซ้อมก่อนที่จะพัตต์จริง


“คือยกยอดเดิมพัน ที่ผมชนะมา 5 พอยท์ ถ้าคุณเดือนพัตต์ลงพี่เอกก็ไม่ต้องเสีย แต่ถ้าไม่ลงจาก 5 พอยท์ก็คูณสอง เป็นเสีย 10 พอยท์” ตรีพยายามอธิบายแต่เดือนก็ยังทำหน้างงงง แต่ที่สำคัญที่เดือนเข้าใจก็คือลูกนี้ต้องพัตต์ให้ลงหลุม ลูกถูกเดือนพัตต์ออกไปได้ทั้งน้ำหนักและทิศทาง ลูกค่อยๆวิ่งเข้าหาหลุม


“เย้.....ลงแล้ว”เดือนยกมือขวาขึ้นแต่มีมือของเอกจับอยู่


“ปลดหมด” เอกยังจับมือเดือนอยู่ด้วยความดีใจ


“ดวงจริงๆนะคู่นี้ สงสัยจะเนื้อคู่”จูนมองไปที่มือเอกที่ยังจับมือเดือนอยู่ อาจจะเพราะมีความหึงเล็กๆ


“ปล่อยมือได้แล้วมั้งพี่เอก ดูคุณเดือนดิ หน้าแดงแล้ว” ตรีส่งไม้ให้แคดดี้เก็บ


“งั้นแยกย้ายไปอาบน้ำ วันนี้เอกเลี้ยงเองไปกินไหนดี”


“ไปกินไก่ทอดที่หน้าสนามดีกว่า ไม่ได้กินนานแล้ว”จูนออกความเห็นทันที แล้วหันมาทางเดือน “ร้านนี้อร่อยมาก คุณเดือนต้องลองไปทานดู”


“ยังไงก็ได้ แล้วแต่คุณจูนก็แล้วกัน” เดือนยังยิ้มไม่หยุดที่สามารถทำให้วันนี้เอกไม่แพ้


“รีบๆเถอะหิวแล้ว ไว้ค่อยไปคุยกันที่ร้านต่อ” ตรีเร่งให้ทุกคนรีบเพราะเลยเที่ยงวันมาแล้ว


หลังจากที่ทุกคนทานอาหารเสร็จก็กลับบังกะโล ขณะที่เอกขับรถเข้าไปจอดที่ลานจอดรถ


“รถพี่โทนี่นา” ตรีชี้ไปยังที่รถปิคอัพสี่ประตู


“ลมอะไรหอบมา” จูนสงสัยเพราะถ้าโทจะมาหัวหิน ปกติจะมาพร้อมกับเอก


“คงมีเรื่องสำคัญ เจอตัวก็รู้” เอกพูดเหมือนเสียงอยู่ในคอ ทุกคนทยอยลงมาจากรถ


“เดือนขอตัวก่อน” เดือนแยกจากทุกคนขณะที่ทั้งสามเดินไปยังห้องอาหารที่บาร์ แม่นั่งคุยอยู่กับโทและเข้ ทั้งหมดเดินไปนั่งรวมกัน


“โทษทีนะทุกคน แม่ขอคุยแค่เอกกับโทได้ไหม”เสียงนิ่งๆของแม่ที่ทุกคนไม่ได้ฟังมานานน่าจะเป็นเรื่องใหญ่ คนที่แม่ไม่ได้เรียกก็ลุกขึ้นออกไปพร้อมกัน จูนเดินแยกออกไปเก็บของที่ห้อง ตรีเดินคู่มากับเข้


“พี่เข้ไปเชียงใหม่ได้ไปที่แม่ริมไหม” เข้หันมามอง หลังจากที่ตรีทัก


“ไปมา แต่.....”เข้กำลังจะถามต่อ ตรีก็สวนมาทันที


“มีของฝากไหมพี่”


“มีสิอยู่ในห้องครัว มีแคบหมู น้ำพริกหนุ่ม ถ้าหิวก็ไปกินสิ”


“เพิ่งทานข้าวมา ผมไปเก็บของที่ห้องก่อน เพิ่งไปตีกอล์ฟมา”


“อืม พี่ว่าจะไปเดินเล่นที่สวนซักหน่อยไปเหอะ” ตรีเดินแยกออกไป ส่วนเข้เดินไปนั่งเล่นที่ชิงช้าในสวน ระหว่างที่นั่งทอดใจกับหลายเรื่องที่ผ่านเข้ามา เข้มองเห็นลูกค้าคนหนึ่งกำลังปิดประตูที่ห้อง


“คุณเดือน” เข้ทักทันทีที่เดือนหันมาที่สวน เดือนค่อยๆหันกลับมามองตามเสียงที่ได้ยิน ภาพที่เห็นคือเข้ ชายหนุ่มที่ทำให้เดือนต้องมายืนอยู่ตรงนี้


















ตรีเห็นจูนเดินออกไปทางชายหาด ก็เลยพาเจ้าบิ๊กเดินตามหลังไปติดๆ


“พี่จูนรอด้วย” เสียงตะโกนทำให้จูนหยุดรอ “พี่จูน ผมเดินเป็นเพื่อนไหม”


“เอาสิ”


“ผมรู้ว่าพี่จูนไม่สบายใจเรื่องอะไร และผมก็คิดว่าเรื่องแบบนี้แก้ไม่ยากหรอก”


“ไหนลองแนะนำซิ” จูนเริ่มหันมาตั้งใจฟัง


“ถ้าเป็นผม ผมจะตัดสินใจเด็ดขาด ตัดก็ต้องตัด ดีกว่าที่จะมาทน”


“อืม แล้วไงต่อ”


“ผมก็มองดูคนรอบข้าง และใช้ความคิดและหัวใจว่า เราอยู่กับใครแล้วมีความสุข ส่วนคนอื่นเราค่อยไปเจรจาถึงเหตุผลกับเค้าอีกที”


“ร้ายไม่เบานะคำพูด แต่พี่ก็ยังงงอยู่ จะลองเอาไปคิดดู เดี๋ยวนี้ตรีดูลึกลับมากขึ้นนะ”


“จริงๆแล้วความคิดคนเราพอที่จะตามกันทัน แต่ขาดประสบการณ์เท่านั้นเอง ไปแล้วพี่”


“แล้วนี่ตรีไปรู้มาจากเอกเหรอ” จูนถามด้วยความสงสัย แต่ไม่ทันที่จะถามจบตรีก็วิ่งหนีเจ้าบิ๊กไปที่ชายหาด
เข้หันมามองดือนที่นั่งชิงช้าข้างๆตัวเค้า แต่เดือนก็ยังไม่กล้าสบตาเข้ที่กำลังจ้องมองอยู่


“มาพักที่นี่ กี่คืนแล้วครับ”


“อืม.....มาถึงเมื่อวาน บังเอิญจริงๆที่มาเจอคุณเข้ที่นี่ มีงานเหรอคะ”


“เป็นบ้านแม่บุญธรรมของผม พอดีผมมาเป็นเพื่อนน้องนะครับ”


“คุณเข้เป็นลูกบุญธรรม แม่คุณเอกเหรอคะ” เดือนทำหน้าตกใจทันทีที่ได้ยิน


“ใช่ครับ”


“โลกกลมนะคะ”


“ใช่ โลกกลม แต่ก็ดีที่ทำให้ผมได้มาเจอคุณเดือนอีกครั้ง หลังจากวันนั้นก็ทำให้ผมได้คิดอะไรได้มากขึ้น” เข้หยุดเพื่อดูอาการของเดือน แต่เดือนก็ยังเงียบอยู่ “ผมยอมรับ ถึงผมจะเจ้าชู้ แต่หลังจากที่ได้เจอคุณเดือนแล้วผมก็รู้เลยว่า ที่ผ่านมาของผม มันไม่ใช่.........ผมรักคุณเดือน” ทุกอย่างเงียบลงกว่าเดิม มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านใบไม้เท่านั้น


“พี่เข้......แม่เรียก” เสียงโทดังเข้ามา เข้และเดือนหันไปมองเห็น โท ตรี และเจ้าบิ๊กยืนอยู่ด้านหลัง โทพยักหน้าทักทายเดือน บอกให้รู้ว่าต้องขอตัวเข้ก่อน


“ผมขอตัวก่อน แล้วช่วงค่ำผมจะมาคุยใหม่” เข้บอกกับเดือนพร้อมกับเดินตามโทและตรีไปยังโต๊ะที่ แม่และเอกนั่งรออยู่


“ใครเหรอ” โทถามออกมา


“ลูกค้านะพี่” ตรีตอบแทนเข้ ก่อนที่เข้จะเอ่ยปาก
หลังจากที่แม่ได้คุยกับเอกและโท แม่ก็ให้โทไปเรียกเข้และตรีมา เพื่อที่จะคุยเรื่องที่เข้และโทกลับมาในวันนี้


“เอาหล่ะ พร้อมหน้ากันแล้ว ครอบครัวเรา” แม่เกริ่นออกมา “โทนัดกับน้ำแล้วใช่ไหมว่าพรุ่งนี้เราจะไปพบพ่อเค้าตอนบ่ายสองที่บ้านน้ำ แล้วพ่อเค้าโอเคไหม” ตรีงงที่แม่พูดแต่ก็พยายามตั้งใจฟังเพื่อลำดับเหตุการณ์


“ครับแม่ น้ำบอกพ่อเค้าแล้ว และพ่อเค้าก็โอเคที่แม่จะมาหา” โทตอบ


“พรุ่งนี้แม่จะไปกรุงเทพฯกับเอกและโท ไปคุยเรื่องสู่ขอน้ำ ตรีกับเข้ช่วยกันเฝ้าที่นี่นะ” แม่หันไปมองทางเข้และตรี “งั้นแค่นี้นะแม่จะไปจัดของก่อน ใครมีอะไรอีกไหม” ทุกคนเงียบ แม่ลุกออกจากโต๊ะไปเพียงลำพัง ที่แม่พูดเหมือนเป็นการประชุมอย่างทางการ แต่ถ้าแม่ไม่เข้มแข็งแบบนี้ก็ไม่สามารถที่จะปกครองลูกทั้งสี่ที่เป็นผู้ชายได้ เรื่องที่โทมาคุยนั้นแม่ก็รู้สึกเหมือนกับแม่คนอื่นทั่วไปแต่ตอนนี้ที่สำคัญคือต้องแก้ปัญหาก่อนแล้วค่อยมาว่ากัน ส่วนตรีก็ค่อยๆลำดับเหตุการณ์แต่ก็ยังสงสัยว่าทำไมต้องทันด่วน ตรียิ้มขึ้นมาพร้อมกับหันไปมองทางเอก


“พี่ไปหัดดูลายมือมาจากไหน แม่นจริงๆ” ตรีพูดกับเอกเบาๆ


“แล้วหลังจากนั้นคิดว่าจะทำไรต่อเหรอโท” เอกไม่สนใจคำพูดของตรี


“ผมนั่งคิดระหว่างที่ขับรถมา ถ้าแต่งงานกับน้ำแล้วคิดว่าจะลาออกแล้วกลับมาอยู่บ้าน เพราะอยู่ที่คอนโดคงไม่สะดวก”


“ดีเลยพี่ มาแทนผมพอดี”ตรีลืมเรื่องที่โทกำลังวุ่นวายอยู่


“ยังไงเหรอ” โทหันมาถาม


“คือผมได้งาน แล้วที่นัดพี่เอกมาบ้านเพราะแม่คิดว่าจะให้พี่เอกลาออกมาอยู่แทนผม”


“อืม...ก็ดีเหมือนกัน เอกจะได้ไม่ต้องลาออก โทก็มาแทนตรี” เข้สรุปเรื่องนี้ให้จบ


“พี่ก็มีเรื่องจะบอก คราวก่อนพี่รอดหัวหน้าพี่ มาบอกพี่ว่าจะให้พี่ไปรับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายก่อสร้างที่สาขาใหม่ที่เชียงใหม่ พี่คิดว่าพี่คงต้องไป” ตรีได้ฟังถึงกับคิดได้ว่าทำไมวันนั้นที่แม่บอกแล้วเอกเหมือนขอเวลาคิดก่อน


“แม่ว่าไงบ้างเหรอ เรื่องที่จะไปคุยพรุ่งนี้ รู้ไหมว่าเคยไปคุยกับพ่อน้ำมาแล้วครั้งหนึ่ง” เข้ถามเอกเพราะว่าไม่รู้ว่าแม่จะไปคุยอย่างไร


“ไม่รู้ว่ะ แม่บอกว่าเรื่องนี้จะจัดการเอง” เอกก็ยังไม่รู้ว่าแม่จะทำอย่างไร


“เมื่อกี้เห็นจูนแว่บๆ มาเที่ยวกับพี่บอลเหรอ”เข้หันไปถามตรี


“ปล่าวมากะกูว่ะ พอดีเค้าทะเลาะกัน” เอกตอบออกมาแทน


“ไหนว่าจะแต่งงานกันแล้วไม่ใช่เหรอ ไหงงั้นหล่ะ”โทถาม


“พอดีพี่บอลเค้ามีกิ๊ก จูนรู้เข้าก็เลยขอเลิก แล้วจูนก็ขอมาด้วย นี่คงทำใจได้แล้วมั้ง” เอกเลี่ยงตอบเรื่องที่จูนเล่าให้ฟังในรถ


“พี่เอกก็รีเทิร์นกับพี่จูนเลยสิ” ตรีสนับสนุนจูนออกหน้าออกตา


“เอาตรงๆนะ เรื่องจูนน่ะ พี่ว่าพอเวลามันผ่านไป อะไรมันก็เปลี่ยน ทั้งพี่กับจูน แต่ว่าตอนนี้ก็เริ่มจะเย็นแล้วว่างๆค่อยมาคุยกันดีกว่า แยกย้ายไปช่วยกันทำงานแทนแม่ก่อนแล้วกัน” ทุกคนรู้หน้าที่ที่จะต้องทำ ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำ นานแล้วที่ไม่ได้รวมหน้ารวมตาของพี่น้องบ้านนี้
ช่วงค่ำหลังจากที่ทุกคนทานอาหารเรียบร้อยแล้ว จูนชวนเอกมาเดินเล่นที่ชายหาด


“วันนี้อิ่มมากเลย อาหารอร่อยมาก ไม่ได้กินเต็มที่มาหลายวันแล้ว”จูนเอามือลูบท้อง


“ทำใจได้แล้วเหรอจูน ตัดสินใจอะไรได้มั่ง บอกเอกหน่อยซิ”


“วันนี้ตรีมาคุยกับจูนทำให้จูนคิดได้ จูนคงจะเลิกกับพี่บอลแน่นอน”


“คิดดีแล้วเหรอจูน”


“อืม....เอกเป็นกำลังใจให้หน่อยนะ” จูนจับมือเอก


“ได้ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่นา”


“จูนอยากให้เอกเป็นกำลังใจ ไม่ได้ให้เอกเป็นเพื่อนแต่ให้กลับมาเป็นมากกว่าเพื่อนนะ” จูนหน้าแดงกับคำพูดที่บอกออกไป


“เรื่องนี้ตรีก็คุยกับเอกเหมือนกัน ว่าอยากให้เอกรีเทิร์นกับจูน” เอกนึกได้ว่าเวลาอยู่กับจูนแล้วมีอะไรชอบคุยออกไปตรงๆ จูนยิ้มเริ่มเอียงหัวมาซบที่ไหล่เอก “จูนต้องเข้าใจนะว่าตอนนี้เวลามันผ่านมาสองปีกว่าแล้ว ใช่ ความรู้สึกดีๆที่มีให้กันก็ยังมีอยู่ แต่.........เอกขอเวลาหน่อยนะ” ที่พูดไปเพราะในใจเอกตอนนี้แทบมองไม่เห็นจูนแต่ก็มีความรู้สึกถึงใครบางคนแต่ก็นึกไม่ออก


“จูนรอได้ ที่ผ่านมาจูนรู้ว่าจูนทำไม่ถูก เอกไม่ต้องรีบหรอก”


การที่ใครบางคนหายออกไปก็จะไม่ค่อยเป็นที่สังเกตของคนในบ้าน เข้ออกไปข้างนอกมาพร้อมกับกลิ่นเหล้าที่นำมาซึ่งการยืนเคาะประตูที่หน้าห้องเดือน ตาแมวที่หน้าประตูมืดลง พร้อมกับการเปิดประตูของเดือน


“มีอะไรหรือคะ คุณเข้” เดือนยืนประจันหน้ากับเข้


“ผมอยากคุยกับคุณเดือนต่อ ขอเข้าไปคุยข้างใน” เข้เดินผ่านเดือนไปโดยที่ไม่รอให้เดือนอนุญาต เดือนเดินตามเข้าไป ประตูค่อยๆปิดเอง


“เดือนยังไม่ให้เข้ามาเลยคุณเข้” เดือนตามเข้าไปเพื่อที่จะดึงมือเข้


“ผมรักคุณเดือน” เข้พูดพร้อมกับดึงตัวเดือนเข้ามากอด


“แต่เดือนพยายามลืมคุณ และใกล้ที่จะทำได้”


“คุณเดือนขอโอกาสผมให้แก้ตัวหน่อย” เดือนพยายามที่จะแกะตัวออกจากเข้


“อย่าเลยค่ะ เดือนว่าเดือนไม่ดีพอหรอกที่จะให้คุณเข้มารักเดือน”


“งั้นค่อยมาว่ากันทีหลัง” เดือนไม่อาจที่จะหลุดจากอ้อมกอดของเข้ได้ แสงไฟในห้องดับลงทันทีที่เดือนสงบลงบนที่นอนนุ่มๆ






เช้าวันนี้เป็นวันที่ทุกคนใจจดใจจ่อกับเรื่องของโท เข้และตรียืนส่งรถสองคันที่ค่อยๆออกจากบังกะโล เอกและจูนนั่งอยู่ในรถแรก ส่วนรถคันที่สองโทเป็นคนขับ แม่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ ด้านหลังเดือนพยายามมองออกไปนอกกระจกเพื่อพยายามลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด


“จูน” เอกทักหลังจากที่เงียบกันมาได้ระยะหนึ่ง จูนหันมามองโดยที่ไม่สามารถมองเห็นสายตาหลังแว่นกันแดดที่เอกใส่อยู่ “เมื่อวานที่จูนบอกกับเอกว่าเราจะคืนดีกัน แต่เอกขอสารภาพเลยว่าไม่ใช่จูน แต่เป็นคนอื่น เอกรู้แล้วว่าคนอื่นที่เอกคิดนั้นเป็นใคร” เอกเงียบไปขณะที่รถวิ่งผ่านตัวเมืองหัวหิน “คนนั้นก็คือ จูน แต่เป็น จูนคนปัจจุบันไม่ใช่ จูนเมื่อสองปีที่แล้ว เอกรักจูนนะเรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ” จูนยังไม่ตอบอะไรได้แต่ยิ้มแล้วเอื้อมมือมาจับที่มือของเอก


“จูนยอมรับคะ”


หลังจากที่รถทั้งสองคันได้ออกไปแล้ว ตรีก็ชวนเข้มานั่งคุยกันตามปกติ


“พี่เข้ผมมีเรื่องจะบอกแต่พี่ต้องใจเย็นๆกับผมเพราะเรื่องที่จะคุย เกี่ยวกับพี่และคุณเดือน อาจจะทำให้พี่โกรธจนรับไม่ได้แต่พี่ต้องฟังผมจนจบ แล้วพี่ไปตัดสินเอาเองเพราะผมก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่นัก”


“ว่ามาเลยน้อง”


“ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจนักแต่ก็จะเล่าให้ฟัง เมื่อประมาณสองอาทิตย์ก่อนผมเล่น msn ไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งชื่อปลา เค้าทำงานอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่เชียงใหม่”


“แล้วเกี่ยวอะไรกับพี่เหรอ”


“ใจเย็นๆฟังผมเล่าให้จบก่อน แล้วค่อยถาม”


“ได้ๆ โทษนะ เล่าต่อไม่ขัดแล้ว”


“พี่จำได้ไหมว่าทำไมผมถึงรู้ว่าพี่ไปอำเภอแม่ริม”


“จำได้ พี่ก็ยังสงสัย” ก่อนตอบออกไปเข้นึกสักพักหนึ่ง


“บังเอิญ ปลาเค้าทำงานที่นั่นแล้วเค้าเล่าให้ฟัง ว่ามีคนชื่อขอบเขต ชื่อเล่นว่าเข้ มาพัก ผมเลยสงสัยว่าน่าจะเป็นพี่ วันนั้นผมเจอพี่เลยถามให้แน่ใจ”


“อืม แล้วไง”


“ซึ่งก่อนหน้าที่พี่ไปพัก คนที่ไปพักก่อนพี่รู้ไหมว่าใคร...........พี่บอล แล้วเค้าก็กลับก่อนที่พี่จะไปถึง”


“ว่าต่อซิ” เข้ค่อยๆลำดับเหตุการณ์ที่ตรีเล่า


“ปลาก็บอกว่าพี่บอลเค้าไปจีบคุณเดือนตลอดที่พักอยู่ และหายไปด้วยกัน” ตรีเว้นระยะให้เข้ได้คิดตาม “ต่อนะ แล้ววันที่คุณเดือนนอนที่กรุงเทพฯหนึ่งคืนก่อนมาหัวหิน คุณเดือนไม่ได้ไปนอนกับน้องชายแต่อ้างว่าไปนอนกับเพื่อน ปลาเค้าก็ไม่แน่ใจว่าคุณเดือนไปกับพี่บอลหรือเปล่า”


“แล้วปลารู้ได้ไงว่าไม่ได้ไปนอนกับน้องชาย” เข้ขัดจังหวะนิดหน่อยเพราะสงสัยว่าปลาทำไมถึงรู้


“เค้าโทรถามน้องชายคุณเดือน เพราะปลาแอบชอบน้องคุณเดือนอยู่ก็เลยหาเรื่องโทร”


“แล้วไงต่อ”


“อีกเรื่องนะที่ต้องเอามาต่อกัน ทุกเช้าผมจะต้องเข้าไปเช็คระบบคอมที่บริษัทพี่จูน พี่จำได้นะว่าผมเป็นคนไปวางระบบที่บริษัทและผมลิงค์ออนไลน์มาที่หัวหินไว้ดูถ้ามีปัญหา”


“อืม จำได้ก็พี่กับเอกยังไปนั่งเป็นเพื่อนตอนที่ตรีวางระบบอยู่เลย”


“พอดีพี่จูนเอาซีดีมาเปิด ผมก็เลยลองเข้าไปดูในระบบที่มีแบ็คอัพเอาไว้ ปรากฎว่าเป็นหนังที่พี่บอลถ่ายตอนมีอะไรกับผู้หญิง แต่ผมไม่รู้ว่าผู้หญิงเป็นใคร เพราะมีผ้าปิดหน้าไว้ ประเด็นที่ผมสงสัยก็คือผู้หญิง ทีนี้พี่ลองเอาเรื่องทุกอย่างมารวมกัน ผมไม่สรุป และพี่ต้องเข้าใจว่าทำไมผมถึงมาบอก เพราะเมื่อเช้าผมเห็นพี่ออกมาจากห้องคุณเดือน” ทุกอย่างเงียบลง


“พี่สงสัยว่าคนชื่อปลานี่ใครทำไม ทำไมพี่จำเค้าไม่ได้ชื่อไม่คุ้นหูเลย”


“อ๋อ.....คนชื่อปลาเหรอ เค้าทำงานคู่กับคุณเดือนอยู่หน้าฟร้อนท์ เค้าว่าเค้าเป็น รุ่นน้อง และเค้าก็เป็นคนจองห้องที่บังกะโลเรานี่ไง ผ่านทางผม”


“เข้าใจแล้ว” เข้ลองลำดับเรื่องราวใหม่อีกรอบ
ช่วงบ่ายสามโมงบรรยากาศที่ร้อนจากช่วงเที่ยงค่อยๆเย็นขึ้น แต่เอกกับโทที่นั่งอยู่ที่สวนในบ้านของน้ำยังรู้สึกร้อนไม่ต่างจากช่วงกลางวัน หลังจากที่เอกไปส่งจูนที่บ้าน และโทแวะส่งเดือนเรียบร้อย แม่เข้าไปในบ้านเพียงลำพังได้ประมาณหนึ่งชั่วโมง ประตูเปิดออกมามีเพียงน้ำเท่านั้นที่ออกมาส่งแม่ โทพยายามมองสีหน้าแต่ก็ไม่สามารถบอกอะไรได้ เอกและโทรีบขึ้นรถก่อนที่แม่จะเดินมาถึงเพราะแม่เป็นคนนัดไว้ว่าถ้าเห็นแม่ออกมาให้ขึ้นรถเลย รถค่อยๆออกจากบ้านหลังจากที่แม่ขึ้นรถและโทโบกมือลาน้ำ ทุกคนในรถเงียบรอแม่พูดขึ้นมาก่อน


“เป็นไงบ้างแม่” โททนไม่ไหวที่จะรอให้แม่พูดขึ้นมาก่อน


“เหนื่อยกันแน่ๆ...............................”


“ไม่สำเร็จเหรอแม่”เอกแทรกทันที


“ที่เหนื่อยนะพวกเรา เย็นนี้ต้องเตรียมวางแผนงานแต่งให้เร็วที่สุด”


“เย้......”โทดีใจสุดเสียงยื่นหน้าขึ้นมาหอมแก้มแม่ “แม่น่ารักที่สุด”


“ไม่ต้องมาหอม เก็บไว้หอมน้ำเหอะ” แม่เขินที่โทมาหอม


“แล้วแม่คุยยังไงเหรอ”เอกสงสัยว่าแม่ไปเจรจาอย่างไร


“ตอนแรกพ่อของน้ำเค้าก็ไม่ยอม สุดท้ายแม่เลยใช้ไม่เด็ด ให้พ่อของน้ำเค้าคิดถึงตอนที่เค้าไปขอแม่ของน้ำ และบอกว่าถ้าแม่ของน้ำถ้าตอนนี้ยังอยู่แม่ของน้ำจะคิดอย่างไร เค้าก็เลยยอมยกให้”


“แล้วเราจะจัดงานที่ไหนดีเหรอ” โทถามหลังจากที่นึกขึ้นได้


“บ้านเราซิ ดีที่สุด”เอกตอบทันที


สนามบินดอนเมืองในช่วงค่ำ แถวในการเช็คอินที่เคาน์เตอร์หนาแน่นไปด้วยผู้คน เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นแต่ผู้คนที่อยู่รอบข้างก็ไม่สนใจ


“สวัสดีค่ะ” เดือนรับโทรศัพท์กับเบอร์ที่ไม่ได้อยู่ในเมมโมรี่


“คุณเดือนผมบอลครับ ขอคุยด้วยแป๊ปหนึ่งนะครับ ผมรู้ว่าคุณอยู่กรุงเทพฯไปเจอกันดีไหมครับ”


“พอดีเดือนจะกลับเชียงใหม่แล้ว คงไม่สะดวกหรอกค่ะ”


“ผมคิดถึงคุณเดือนมากยังไม่กลับได้ไหมครับ อยู่เป็นเพื่อนผมหน่อยได้ไหมครับ ช่วงนี้ผมเหงามาก”


“เอาไว้ไปเจอกันที่เชียงใหม่ดีไหมค่ะ”


“ถ้าคุณเดือนไม่กลับแล้วมาเจอผม ผมให้เงินคุณเดือนเพิ่มจากสองหมื่นเป็นห้าหมื่นบาทเอาไหมครับ”เดือนครุ่นคิดไปพักหนึ่ง


“ไอ้โรคจิต นี่ชั้นพยายามจะคุยดีๆแล้วนะ ทำไมไม่ยอมเข้าใจว่าเงินซื้อชั้นไม่ได้ คราวที่แล้วก็เอาซีดีทุเรศมาให้ดู มากรุงเทพฯก็มาชวนชั้นไปนอน ไม่ต้องโทรมาอีกแล้วนะ ไม่งั้นชั้นไปแจ้งความด้วย” เดือนวางสายโทรศัพท์ทันที


“เป็นไรเหรอ” เสียงผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างเดือนถามด้วยความเป็นห่วง


“ไม่มีอะไรหรอก ไอ้คนโรคจิตที่ชั้นเล่าให้เธอฟังมันโทรมาอีกแล้ว”เดือนบอกออกไป


“ช่างมันเหอะ แต่คราวหน้ามากรุงเทพฯมานอนกับชั้นได้นะเพื่อนไม่ต้องเกรงใจ”


“ชั้นต้องขึ้นเครื่องแล้ว กลับบ้านเมื่อไหร่ก็โทรบอกแล้วกัน ดูแลตัวเองด้วย” เดือนกอดกับเพื่อนก่อนที่จะหันหลังเดินเข้าประตูผู้โดยสาร เดือนรอไม่นานพนักงานก็เรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่อง เดือนยื่นตั๋วให้กับพนักงานดู


“ของคุณ 25A ทางขวาติดหน้าต่างค่ะ” เดือนค่อยๆเดินไปนั่งตามที่พนักงานบอก นอกหน้าต่างที่มีบรรยากาศเหงาๆทำให้น้ำตาของเดือนไหลออกมาเป็นทางภาพที่มองออกไปเริ่มพร่าจากน้ำในตา


“บังเอิญนะครับ” เสียงชายหนุ่มที่เดือนคุ้นเคยทำให้เดือนหันไปมองต้นเสียง


“บังเอิญนะครับที่ผมนั่งตรงนี้ และบังเอิญที่ผมมีของติดมือมาให้คุณ” เข้หอบดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่มาวางไว้ที่ตักเดือน


“บังเอิญอีกแล้วครับท่าน ที่วันนี้ผมมีผ้าเช็ดหน้ามา” เข้หยิบผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตาที่ไหลของเดือน เดือนหันเข้ามากอดเข้กับเสียงร้องไห้เบาๆที่อยู่ในลำคอ


“บังเอิญเหมือนกันที่เดือนก็รักคุณเข้”




 

Create Date : 27 เมษายน 2549
7 comments
Last Update : 27 เมษายน 2549 19:38:18 น.
Counter : 264 Pageviews.

 

อ่านจบแล้ว

ที่ชอบ - การผูกเรื่อง

ที่เฉย ๆ - การลำดับเรื่อง กะ คำพูด

พยายามต่อไปนะครับผมว่าคุณเป็นนักเขียนได้แน่ แต่อยากให้ลองฉีกแนวจากเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ หน่อย รู้สึกมันจะเกร่อมากเลยในตลาดตอนนี้

 

โดย: tomeo (TOMeo ) 28 เมษายน 2549 12:08:18 น.  

 

เข้ามาขอบคุณค่ะ...

คุณรู้มั้ยว่า เพราะคุณ และเรื่องของคุณทำให้เราเกิดอยากที่จะเขียนเรื่องสั้นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากเราเก็บมันไว้ในแฟ้มในสุดของความคิดแล้ว ................

ขอบคุณจริงๆ นะคะ แล้วจะรออ่านต่อๆ ไป...

 

โดย: มันทะลุฟ้า 7 พฤษภาคม 2549 17:38:11 น.  

 

เขียนเก่งนี่หลานชาย

จารวมเล่มมั้ย

 

โดย: มณีสยาม (มณีสยาม ) 4 สิงหาคม 2549 23:24:29 น.  

 

สู้ๆ เพิ่งอ่านได้ตอนเดียวอ่ะ ไว้มาอ่านต่อนะ

 

โดย: zadako IP: 58.8.33.209 25 ตุลาคม 2549 21:58:08 น.  

 

วันนี้ ดึกแล้ว
วันหลังมาอ่านใหม่นะ

 

โดย: Zorakun 13 พฤศจิกายน 2549 22:52:09 น.  

 

เฮ้ออออออออออ


อ่านจบแล้วค่ะ....
บอกไม่ถูก... ว่ายังไง...

แต่... คงดีว่า หากคุณเล่าให้ฟังก่อนนอน
เพราะชอบฟังนิทานก่อนนอนค่ะ เอิ๊กกกกกกกกกกกก

 

โดย: Zorakun 16 พฤศจิกายน 2549 13:47:42 น.  

 

ทำให้เสียวสันหลังดีค่ะ เพราะเชียร์เข้กับเดือน

 

โดย: Ki IP: 110.49.82.132 28 มิถุนายน 2552 13:25:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


yodying_jung
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add yodying_jung's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.