Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2550
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
11 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 
บาดเจ็บครั้งหนักที่สุด

ป่วยหนักที่สุดของคุณคืออะไรคะ


อันนี้ หมายถึงป่วยทางกายนะคะ
ป่วยทางใจ ไม่นับ



ถ้าถามเราตอนอายุสัก 24 ขวบ
เราคงบอกว่า โอ้.. .หนักที่สุดเหรอ ไข้เลือดออกตอนม.6
ตอนนั้น ไปนอนถูกจิ้ม.... ให้น้ำเกลือ จนตัวบวม


แต่ไข้เลือดออก สำหรับเรา มันกลายเป็นเรื่องจิ๊บๆไป
เมื่อเราเจอเหตุการณ์ ซ้ำ ซ้ำ หลายๆครั้ง กับหลังของเรา

ครั้งแรก

ยังจำได้แม่น กับวันเกิดอายุครบ 25 ปี พอดิบพอดี
ขณะนั่งทำงานที่ออฟฟิศลูกค้า แล้วลุกขึ้นยืนเอี้ยวตัวไปหยิบเอกสารที่อยู่ตรงหน้า
พอหยิบเอกสารเสร็จ เพียงเสี้ยววินาที ก็นั่งลงที่เก่า.. แต่มันไม่เหมือนเก่า
เพราะเก้าอี้มันหายไปแล้ว.....

โดยเพื่อนผู้หวังดีที่นั่งข้างๆ นึกว่าเราจะลุกขึ้นยืน เลยผลักเก้าอี้ออกให้

ผลคือ เราลงไปนั่งกองกับพื้น ก้นกบกระแทกกับขาโต๊ะอีกตัว ซึ่งคมมาก
คมจนกางเกงเราขาดประมาณสองนิ้วตรงที่โดน
บาดถึงเนื้อ เลือดออก... T_____T

บอกได้คำเดียวว่า เจ็บมากก
ไปหาหมอ หมอให้ยานวดมาทา เจ็บอยู่หลายสัปดาห์กว่าจะหาย


ครั้งที่สอง
ห่างจากการล้มครั้งแรกประมาณ 5 เดือน
เราไปเที่ยวเกาะเสม็ด โดยแฟนเก่าเราเป็นคนขับมอเตอร์ไซค์
เนื่องจากทางเป็นดินลูกรัง มีแต่หลุมแต่บ่อ
รถที่เรานั่ง ล้มสองครั้ง ครั้งนี้เราเจ็บมาก หัวเข่าสองข้างม่วงวงใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเจอ
และแน่นอน เราเจ็บหลังที่เก่า


หลังจากล้มสองครั้งนี้ ทำให้หลังเราไม่ค่อยเหมือนเดิม
คือเราจะเจ็บก้นกบง่ายมาก เวลานั่งผิดท่าผิดทาง
ทำให้เราต้องใส่ใจกับการนั่งของเรามากขึ้น ซึ่งอาการมันก็เป็นๆหายๆ ทำให้เราไม่ได้ใส่ใจมากนัก

แต่เหตุมันยังไม่จบแค่นั้น เมื่อมันมีการล้มครั้งที่สาม

ครั้งที่สาม

เกิดเมื่อปลายปีที่แล้ว สถานที่ก็ไม่ใกล้ไม่ไกล หน้าออฟฟิศตัวเอง
ระหว่างที่เดินแต๊ดแต๋ไปซื้อขนมจีบ ก็ล้ม ก้นกระแทกพื้น

คราวนี้เจ็บมากมาย เพราะเป็นพื้นปูนและซ้ำลงที่แผลเก่า
เราถึงกับลุกไม่ขึ้น คนแถวนั้นมาช่วยประคองหิ้วปีกให้ยืน T___T


ความรู้สึกตอนนั้นคือ .. เจ็บมากๆ
เจ็บจนนั่งไม่ได้ เดินก็เจ็บ เจ็บไปหมด เจ็บจนน้ำตาไหล
จนทนไม่ได้ ต้องรีบไปหาโรงพยาบาลใกล้ๆ เอ็กซเรย์

ผลการเอ็กซเรย์คือ กระดูกไม่หัก ไม่ร้าว (อันนี้เท่าที่คุณหมอบอกนะ) ได้ยานวด ยาแก้ปวดมาทาน

ทานยาไป มันก็หาย แต่พอหยุดยาก็กลับมาเจ็บอีก
เป็นอยู่สองอาทิตย์ ทนไม่ได้ ไปหาหมอที่อื่น โดยเอาฟิล์มเอ็กซเรย์ไปด้วย..


ผลที่คุณหมอบอกเราคือ เรากระดูกไขสันหลังช่วงล่างเบี้ยว
ซึ่งคุณหมอบอกมาเลยว่า ไม่ได้เพิ่งล้มครั้งแรกใช่ไหม


อยากจะบอกคุณหมอว่า " ถะ ถะ ถูกต้องนะคร้าบบบบบบ"
แต่ตอนนั้นเจ็บจนไม่มีอารมณ์เล่น 5555


ซึ่งการรักษาที่คุณหมอแนะนำคือ การฝังเข็ม รวมทั้งการทำกายภาพบำบัดประกอบ


ทุกวัน เราต้องทำกายภาพด้วยตนเองที่บ้าน
และทุกอาทิตย์ เราต้องไปนอนให้หมอฝังเข็ม

สำหรับคนไม่เคยถูกฝังเข็มนะคะ
ถ้าเคยดูหนังจีน ก็ยังไงยังงั้นเลย

โดยคุณหมอ จะดูแนวกระดูกและกล้ามเนื้อของเรา
แล้วค่อยๆฝังเข็มทีละเล่มเพื่อปรับให้เข้าที่

เราโดนจิ้ม(ด้วยเข็มเล็กๆ) ครั้งละประมาณ 20 เล่ม
เมื่อฝังเข็มเสร็จ ก็จะมีการกระตุ้นด้วยไฟฟ้า
โดยเอาสายที่ต่อกับแบตเตอรี่มาหนีบกับเข็ม แล้วเปิดแบตเตอรี่

ความรู้สึกคือ เจ็บนิดๆ ตึงหน่อย เหมือนมีอะไรมาตอดตามจุดที่ฝังเข็ม


เราไปฝังเข็มอีกหลายครั้ง บวกกับความตั้งใจทำกายภาพที่บ้าน

คุณหมอก็เอ่ยชมว่า การรักษาเราได้ผลเร็วมากๆ


พอต้นปีนี้ เราก็หายสนิท ไม่ต้องกินยา ไม่ต้องนวดยา และไปหาหมออีกแล้ว บวกกับสามารถไปเล่นโยคะได้อีกต่างหาก



หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ทำให้เรากลัวการหกล้มมากๆ
เรียกได้ว่า จะเดินจะเหิน ระมัดระวังขึ้น
รองเท้า ก็ไม่ใส่สูงจนเกินไป ส้นรองเท้าต้องเกาะถนน
และเราเลิกนั่งมอเตอร์ไซค์อย่างถาวร
เพราะ มันทำให้เรารู้ว่า เราไม่ควรจะเสี่ยงกับร่างกายตัวเอง ด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้อีก


มันไม่คุ้มกันจริงๆค่ะ


**********************************

ส่งท้ายจากเหตุการณ์เจ็บตัวครั้งนี้


เราอยากจะขอบคุณคนๆนึง
ที่ดีกับเราเสมอมา คอยเป็นธุระในการไปหาหมอ
เป็นเพื่อนเราไปฝังเข็มทุกครั้ง

คอยเตือนให้เรากินยา ทายา ทำกายภาพที่บ้าน
คุยกับหมอ ถามไถ่อาการเรา อย่างกับเป็นตัวของเขาเอง

เขาทำให้เรารู้สึกเหมือนกลายเป็นเด็กๆ
ที่มีคุณพ่อคอยดูแลเอาใจใส่ด้วยความตั้งใจและใส่ใจจริงๆ

ขอบคุณสำหรับความอ่อนโยน และความเข้าใจที่มีให้เราอย่างเต็มเปี่ยม
ถ้าไม่มีเหตุการณ์นี้ เราคงไม่รู้และไม่เห็นถึงคนดีๆที่เราเคยมองข้ามและเคยไม่สนใจ


อย่างน้อยๆ เขาทำให้เรารู้ว่า
อย่าดูคนที่ภายนอก เพราะคุณจะเสียโอกาสที่จะเห็นสิ่งสวยงามภายใน
และอย่าตัดสินคนที่คำพูด เพราะกี่หมื่นคำพูด ก็ไม่เท่าการกระทำที่แสดงออกถึงความห่วงใย


ขอบคุณที่ดูแลกันและกัน




Create Date : 11 มิถุนายน 2550
Last Update : 11 มิถุนายน 2550 16:20:58 น. 6 comments
Counter : 226 Pageviews.

 
เจ็บตัวที่สุดเหรอ อึม ไม่เคยเจ็บตัวที่สุดสักที มีแต่ชนท้ายคนอื่นเขา คอเคล็ด ไปประมาณ 2 วัน ^ ^


โดย: ราชันชุดขาว วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:17:01:21 น.  

 
แอบหวานนะคะ


โดย: riskx_ray วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:17:23:17 น.  

 

เอ ช่วงนี้ อัพบ่อย หรือ จ๊ะ
แวะมาเจอ พอดี อิอิ

สบาย ดีมั้ยเอ่ยยย


โดย: ตาทึ่มหน้าใส วันที่: 12 มิถุนายน 2550 เวลา:5:16:55 น.  

 
เป็นโชคดีของยิ้มหวานฯ และแฟนนะ
ที่ยิ้มหวาน มีความคิดบวกไว้เป็นนิจสิน

ในความเจ็บป่วย ก็มีส่วนดี ที่ทำให้เราเห็นน้ำใจของใครบางคน

คิดดีนะนี่



โดย: aston27 วันที่: 13 มิถุนายน 2550 เวลา:12:10:32 น.  

 
อ่านที่ยิ้มหวานล้มแล้ว... เจ็บตามเลยค่ะ >_<

การเจ็บหนักของพี่คงเป็นตอน ป.๕ ค่ะ
ป่วยเป็นไข้เลือดออก
บังเอิญครูไม่รู้ แล้วให้ทานยาแอสไพริน
ผลคือ... นอน รพ.อยู่ครึ่งเดือน
ให้น้ำเกลือจนแขนบวมจากการแพ้เข็ม
แล้วต้องอมผ้าก็อซไว้... เพื่อซับเลือดที่ออกแถวๆ โพรงจมูกกับคอ T_T

เข็ดเลยค่ะกับไข้เลือดออกเนี่ย


โดย: กาน้ำชากะเชี่ยนหมาก วันที่: 15 มิถุนายน 2550 เวลา:10:43:09 น.  

 
อุ้ย เคยไปฝั่งเข็มเหมือนกันเลย ... จะบอกว่ามีครั้งนึงอ่ะ เค้าดึงเข็มออกไม่หมด ... เราก็ไม่รู้เรื่อง กลับมาถึงบ้าน ทำไมเข้าห้องน้ำ ... ทำธุระนิดหน่อย ขอเซ็นเซอร์ ...ลูบไปเจอ เข็มที่ก้น ตกใจสุดขึด เข็มปักไปมิดเล่ม สยองงงงงงง ... หลังจากนั้นเกตุต้องตรวจทุกครั้งเลยว่าเค้าเอาเข็มออกทุกเล่มป่าว กัวๆๆๆ


โดย: คริสตอลสีชมพู วันที่: 22 มิถุนายน 2550 เวลา:8:29:06 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

joyaccy
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






ยิ้มหวานตาโต


ชื่อนี้ได้มาเพราะเคยคิดว่า ถ้าอีกหน่อยมีลูกอยากให้ชื่อยิ้มหวาน ^^

แล้วคนที่เข้ามาดูเวปยิ้มหวานล่ะคะ วันนี้ได้ยิ้มบ้างหรือยัง


จะเก็บดาวทั้งฟ้ามาเรียงร้อย

เรียบเรียงเป็นถ้อยคำแสนอ่อนหวาน

คอยขับกล่อมเธอคืนนี้แทนนิทาน

แล้วจะวานสายลมไว้ให้บอกเธอ

Friends' blogs
[Add joyaccy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.