Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
30 ธันวาคม 2556
 
All Blogs
 
ประโยชน์ของยาคูลท์ และ สงสัยไหมทำไมยาคูลท์ถึงมีแต่ขวดเล็ก

ตั้งเเต่เด็กเเต่เล็กเราคงคุ้นเคยกันดีกับนมเปรี้ยวขวดเล็กกระทัดรัดที่มีชื่อว่า “ยาคูลท์” เเล้ว เเละเชื่อว่าน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก และไม่เคยลิ้งลอง

ยาคูลท์ (Yakult) เป็นผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยวที่มีจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์นับพันล้านตัว ที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งได้มาจากการหมักนมกับน้ำตาลกลูโคส โดยใช้จุลินทรีย์ชิโรต้า ยาคูลท์ไม่ใช่เป็นเพียงนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ต แต่เป็น “โพรไบโอติก (Probiotics)” หรืออาหารเสริมที่มีแบคทีเรีย หรือจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย จุลินทรีย์ชิโรต้า หรือ
แลคโตบาซิลลัส คาเซอิ สายพันธุ์ ชิโรต้า ได้ถูกคัดเลือกมาโดยเฉพาะ เพราะมีความสามารถทนต่อสภาวะความเป็นกรดที่รุนแรงในกระเพาะอาหารของคนเรา และทนต่อความเป็นด่างที่รุนแรงของน้ำดี สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ในลำไส้ และให้ประโยชน์ต่อสุขภาพของเราได้

ประโยชน์ของเจ้าจุลินทรีย์ชิโรต้า
•ช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย
•รักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้
•ยับยั้งและทำลายแบคทีเรียที่ให้โทษต่อร่างกาย
•ลดอาการท้องผูก และท้องเสีย
•ลดการสร้างสารพิษจากแบคทีเรียที่ให้โทษ
•ช่วยให้ลำไส้มีการขยับเคลื่อนตัวมากขึ้น เพื่อช่วยในการย่อยอาหาร
•กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ลดการติดเชื้อ
สีที่เห็นเป็นสีเฉพาะตัวของยาคูลท์ เกิดจากปฏิกิริยาที่นมขาดมันเนยและน้ำตาลที่ใช้เป็นส่วนประกอบหลักของ กระบวนการผลิตยาคูลท์ได้ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน โดยที่กรดอะมิโนในนมผงและน้ำตาลเมื่อถูกความร้อนก็จะทำให้สารละลายนมเปลี่ยน สีไปจากสีขาวเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ ซึ่งเป็นสีธรรมชาติ เป็นปฏิกริยาทางเคมีเรียกว่า ปฏิกิริยา Caramelisation ส่วนรสชาติก็เป็นเอกลักษณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการหมักนมด้วยจุลินทรีย์ชิโรต้า นอกจากนี้การเติมน้ำตาลเข้าไปในยาคูลท์นั้น ก็เพื่อเป็นแหล่งอาหารที่เหมาะสมแก่แบคทีเรีย ช่วยให้แบคทีเรียมีชีวิตอยู่ได้ระหว่างช่วงเวลาการเก็บรักษาจนถึงมือลูกค้า

ยาคูลท์ 1 ขาด ให้พลังงาน 71 kcal เเละมีปริมาณน้ำตาลเท่ากับ 3.5 ช้อนชา

นอกจากนี้ที่ยาคูลท์มีแต่ขนาด 80 cc ขนาดเดียวเท่านั้น เป็นเพราะว่า ยาคูลท์เป็นผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยวที่ได้จากการหมัก โดยเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นแบคทีเรีย ชื่อ แลคโตบาซิลลัส ที่ทำให้เกิดรสชาติเปรี้ยว เนื่องจากเกิดกรดขึ้นมาหลายชนิดระหว่างกระบวนการหมัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรดแลคติก ปัจจุบันใช้เชื้อชื่อ Lactobaciius Balgaricu ร่วมกับ Stroptcoccus themophilus ในอุตสาหกรรมผลิตนมเปรี้ยวและโยเกิร์ต

โดยปกติธรรมชาติแล้วจุลินทรีย์ชนิดนี้มีอยู่แล้วตามทางเดินอาหารของคนเรา และเป็นจุลินทรีย์ที่ดีมีประโยชน์ ช่วยทำให้เกิดกระบวนการย่อย และหมักในทางเดินอาหาร ในส่วนที่ร่างกายคนเราไม่สามารถย่อยได้ จุลินทรีย์กลุ่มนี้จะคอยช่วยเหลือ ถ้ามีจำนวนมากเกินไปก็อาจเป็นอันตรายต่อเราได้เช่นกัน คืออาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ เพราะจุลินทรีย์ผลิตกรดขึ้นมา ซึ่งเป็นผลทำให้ยาคูลท์ผลิตขนาดเดียว คือ 80 cc. ที่พอเหมาะกับปริมาณของเชื้อแลคโตบาซิลลัส โดยสังเกตข้างขวดที่เขียนไว้ว่า มีเชื้อแลคโตบาซิลลัส 8.0 x 10 ( ยกกำลัง 9)

ถ้าทำยาคูลท์ให้มีขนาดใหญ่พอๆ กับยาคูลท์ 6 ขวดเล็กรวมกันคงไม่ดีต่อผู้บริโภคแน่ เพราะจะทำให้ได้รับปริมาณเชื้อแลคโตบาซิลลัสมากเกินพอ หรือถ้าจะทำขนาด 450 cc. ขึ้นมาจริงๆ แล้ว ลดปริมาณแลคโตบาซิลลัสลงอาจจะทำได้ แต่เชื่อแน่ว่ารสชาติของยาคูลท์อาจจะเปลี่ยนไปไม่อร่อยเหมือนเคย

และถ้าหากเราทานยาคูลท์วันละ 6 ขวด เพื่อความอร่อยแต่อาจเกิดโทษได้ ปริมาณที่เเนะนำให้ทานวันเพียง 1 ขวดก็เพียงพอแล้ว คนที่ไม่ทานเลยก็ไม่ว่าอะไร เพราะว่าในร่างกายของเรามีจุลินทรีย์ชนิดนี้อยู่เรียบร้อยแล้ว อีกเรื่องที่ควรสังเกต เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ยาคูลท์ คือ อย่าลืมดูวันหมดอายุข้างขวด และเลือกซื้อจากตู้แช่ที่เก็บไว้ในอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส เพราะจะทำให้จุลินทรีย์พร้อมที่จะทำงานให้เราได้ทันที

 

Credit: www.vcharkarn.com, yakultthailand.com
Credit : lovefittตั้งเเต่เด็กเเต่เล็กเราคงคุ้นเคยกันดีกับนมเปรี้ยวขวดเล็กกระทัดรัดที่มีชื่อว่า “ยาคูลท์” เเล้ว เเละเชื่อว่าน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก และไม่เคยลิ้งลอง

ยาคูลท์ (Yakult) เป็นผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยวที่มีจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์นับพันล้านตัว ที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งได้มาจากการหมักนมกับน้ำตาลกลูโคส โดยใช้จุลินทรีย์ชิโรต้า ยาคูลท์ไม่ใช่เป็นเพียงนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ต แต่เป็น “โพรไบโอติก (Probiotics)” หรืออาหารเสริมที่มีแบคทีเรีย หรือจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย จุลินทรีย์ชิโรต้า หรือ
แลคโตบาซิลลัส คาเซอิ สายพันธุ์ ชิโรต้า ได้ถูกคัดเลือกมาโดยเฉพาะ เพราะมีความสามารถทนต่อสภาวะความเป็นกรดที่รุนแรงในกระเพาะอาหารของคนเรา และทนต่อความเป็นด่างที่รุนแรงของน้ำดี สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ในลำไส้ และให้ประโยชน์ต่อสุขภาพของเราได้

ประโยชน์ของเจ้าจุลินทรีย์ชิโรต้า
•ช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย
•รักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้
•ยับยั้งและทำลายแบคทีเรียที่ให้โทษต่อร่างกาย
•ลดอาการท้องผูก และท้องเสีย
•ลดการสร้างสารพิษจากแบคทีเรียที่ให้โทษ
•ช่วยให้ลำไส้มีการขยับเคลื่อนตัวมากขึ้น เพื่อช่วยในการย่อยอาหาร
•กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ลดการติดเชื้อ
สีที่เห็นเป็นสีเฉพาะตัวของยาคูลท์ เกิดจากปฏิกิริยาที่นมขาดมันเนยและน้ำตาลที่ใช้เป็นส่วนประกอบหลักของ กระบวนการผลิตยาคูลท์ได้ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน โดยที่กรดอะมิโนในนมผงและน้ำตาลเมื่อถูกความร้อนก็จะทำให้สารละลายนมเปลี่ยน สีไปจากสีขาวเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ ซึ่งเป็นสีธรรมชาติ เป็นปฏิกริยาทางเคมีเรียกว่า ปฏิกิริยา Caramelisation ส่วนรสชาติก็เป็นเอกลักษณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการหมักนมด้วยจุลินทรีย์ชิโรต้า นอกจากนี้การเติมน้ำตาลเข้าไปในยาคูลท์นั้น ก็เพื่อเป็นแหล่งอาหารที่เหมาะสมแก่แบคทีเรีย ช่วยให้แบคทีเรียมีชีวิตอยู่ได้ระหว่างช่วงเวลาการเก็บรักษาจนถึงมือลูกค้า

ยาคูลท์ 1 ขาด ให้พลังงาน 71 kcal เเละมีปริมาณน้ำตาลเท่ากับ 3.5 ช้อนชา

นอกจากนี้ที่ยาคูลท์มีแต่ขนาด 80 cc ขนาดเดียวเท่านั้น เป็นเพราะว่า ยาคูลท์เป็นผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยวที่ได้จากการหมัก โดยเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นแบคทีเรีย ชื่อ แลคโตบาซิลลัส ที่ทำให้เกิดรสชาติเปรี้ยว เนื่องจากเกิดกรดขึ้นมาหลายชนิดระหว่างกระบวนการหมัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรดแลคติก ปัจจุบันใช้เชื้อชื่อ Lactobaciius Balgaricu ร่วมกับ Stroptcoccus themophilus ในอุตสาหกรรมผลิตนมเปรี้ยวและโยเกิร์ต

โดยปกติธรรมชาติแล้วจุลินทรีย์ชนิดนี้มีอยู่แล้วตามทางเดินอาหารของคนเรา และเป็นจุลินทรีย์ที่ดีมีประโยชน์ ช่วยทำให้เกิดกระบวนการย่อย และหมักในทางเดินอาหาร ในส่วนที่ร่างกายคนเราไม่สามารถย่อยได้ จุลินทรีย์กลุ่มนี้จะคอยช่วยเหลือ ถ้ามีจำนวนมากเกินไปก็อาจเป็นอันตรายต่อเราได้เช่นกัน คืออาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ เพราะจุลินทรีย์ผลิตกรดขึ้นมา ซึ่งเป็นผลทำให้ยาคูลท์ผลิตขนาดเดียว คือ 80 cc. ที่พอเหมาะกับปริมาณของเชื้อแลคโตบาซิลลัส โดยสังเกตข้างขวดที่เขียนไว้ว่า มีเชื้อแลคโตบาซิลลัส 8.0 x 10 ( ยกกำลัง 9)

ถ้าทำยาคูลท์ให้มีขนาดใหญ่พอๆ กับยาคูลท์ 6 ขวดเล็กรวมกันคงไม่ดีต่อผู้บริโภคแน่ เพราะจะทำให้ได้รับปริมาณเชื้อแลคโตบาซิลลัสมากเกินพอ หรือถ้าจะทำขนาด 450 cc. ขึ้นมาจริงๆ แล้ว ลดปริมาณแลคโตบาซิลลัสลงอาจจะทำได้ แต่เชื่อแน่ว่ารสชาติของยาคูลท์อาจจะเปลี่ยนไปไม่อร่อยเหมือนเคย

และถ้าหากเราทานยาคูลท์วันละ 6 ขวด เพื่อความอร่อยแต่อาจเกิดโทษได้ ปริมาณที่เเนะนำให้ทานวันเพียง 1 ขวดก็เพียงพอแล้ว คนที่ไม่ทานเลยก็ไม่ว่าอะไร เพราะว่าในร่างกายของเรามีจุลินทรีย์ชนิดนี้อยู่เรียบร้อยแล้ว อีกเรื่องที่ควรสังเกต เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ยาคูลท์ คือ อย่าลืมดูวันหมดอายุข้างขวด และเลือกซื้อจากตู้แช่ที่เก็บไว้ในอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส เพราะจะทำให้จุลินทรีย์พร้อมที่จะทำงานให้เราได้ทันที

Credit: www.vcharkarn.com, yakultthailand.com
Credit : lovefitt




Create Date : 30 ธันวาคม 2556
Last Update : 30 ธันวาคม 2556 11:11:58 น. 0 comments
Counter : 1732 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ying_pul501
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add ying_pul501's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.