【ผู้หญิงคนเดียว...แบกเป้เที่ยวเกาะจำ】
"ผู้หญิงคนเดียว...แบกเป้เที่ยวเกาะจำ"

เหตุเกิดจากวันหยุดว่างๆนอนอ่านกระทู้เล่นจนไปเจอ Review เกาะจำ เข้า
เอ๊ะ...เกาะนี้มันอยู่ที่ไหน? แลดูน่าสนใจ
ประจวบเหมาะกับช่วงนั้นสายการบิน Thai Lion Air มีโปรฯไปกระบี่พอดี
รีบจองสิคะ...รออะไรอยู่ล่ะ


ได้ตั๋วแล้วก็ส่องหาที่พักจาก Agoda ต่อ
ไปถูกตาต้องใจที่ เกาะจำ รีสอร์ท เข้า รีบจัดการจองเลย


จองเสร็จแล้วเอาไงต่อล่ะทีนี้ ?
นั่ง Search ข้อมูลใน Google กันรัวๆเลย
ขึ้นเหนือล่องใต้มาหลายที่ แต่ขอสารภาพว่ายังไม่เคยไปกระบี่ซักครั้ง
และที่สำคัญ...มันเป็น Trip แรกที่จะแบกเป้เที่ยวคนเดียว






หาข้อมูลเสร็จก็เริ่มเตรียมตัว...เตรียมของ
สิ่งแรกเลยที่คิดคือ...ไปเที่ยวคนเดียวใครจะถ่ายรูปให้ ?
เรื่องนี้ไม่ยากค่ะ
อิชั้นจัดเต็มทั้ง ขาตั้งกล้อง+ไม้ Salfie กันเลยทีเดียว






ของสำคัญ (มาก) อีกอย่างที่ผู้หญิงแบกเป้เที่ยวคนเดียวต้องมี
สิ่งนั้นก็คือ กันแดดแบบสเปรย์ ค่ะ
ทำไม่ต้องเลือกแบบสเปรย์ ?
ก็เพราะ Trip นี้เราไปคนเดียวไงล่ะ...เพราะฉะนั้นจะไม่มีคนช่วยทากันแดดบนหลังน่ะสิ
ตามนี้..!!






เริ่มต้นการเดินทางวันที่ 1
6.45 น. เริ่มต้นการเดินทาง ณ สนามบินดอนเมือง
เป็นครั้งแรกที่ได้ลองใช้บริการสายการบิน Thai Lion Air
เคาท์เตอร์ที่ไป Check In ดูไม่วุ่นวายเหมือนของ Air Asia
พนักงานน่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใจดี






เรื่องสภาพอากาศนี่ทำใจตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่องแล้ว
เพราะก่อนเดินทาง 2-3 วันเพื่อนทางภูเก็ตก็เตือนแล้วว่าช่วงนี้มรสุมเข้าฝั่งอันดามัน
แต่ก็นับว่าโชคดีที่ตอนบินอยู่ไม่เจอพายุ






สภาพอากาศ ณ สนามบินกระบี่ เวลา 8 โมงกว่า...ฝนเพิ่งหยุด
สอบถามที่ Counter ว่าจะเดินทางไปท่าเรือยังไง
พนักงานแจ้งว่าต้องขึ้นเรือที่ ท่าเรือบ้านกรวด
ส่วนการเดินทางให้ไปสอบถามที่เคาท์เตอร์ Taxi โดยตรง
เลยลองโทรสอบถามการเดินทางจากพนักงานที่รีสอร์ทดูก่อน
พนักงานแนะนำว่านอกจากเหมารถตุ้ที่สนามบินแล้วก็มีอีกช่องทาง
คือเดินออกมารอโบก 2 แถวที่ริมถนนด้านนอกสนามบิน
แต่ต้องนั่งรถ 2 ต่อไปท่าเรือ


สรุปก็เลือกใช้บริการรถตู้ในราคาเหมา 600 บาท
เพราะดูแล้วถ้าจะเดินไปรอโบก 2 แถวข้างนอกน่าจะไม่ไหว เพราะไกลอยุ่เหมือนกัน
แถมเสี่ยงจะไม่ทันเรืออีก
ระหว่างทางพี่โชเฟอร์ก็ชวนคุย บอกว่าเกาะจำเป็นเกาะเล็กๆ เงียบ
ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวไปเท่าไหร่
ยิ่งช่วงนี้เป็นหน้ามรสุม ยิ่งไม่มีนักท่องเที่ยวเลย






ไปถึงท่าเรือตอน 9 โมงกว่าๆ
สอบถามจากคนแถวนั้นได้ความว่า เรือจะออกตอน 10.30 น.
เดินลงไปรอขึ้นเรือเลย...ไม่ต้องซื้อตั๋ว
ระหว่างเดินลงไปก็เห็นมีแต่ผุ้ชายใส่ชุดขาวกลุ่มใหญ่เดินลงไปที่ท่าเรือ
ตอนนั้นเริ่มใจไม่ดีแล้ว คิดว่าต้องเดินทางไปผู้ชายกลุ่มนี้
เพราะเราเป็นนักท่องเที่ยวคนเดียวในท่าเรือ แถมเป็นผู้หญิงอีก
พอเดินไปถึงศาลาเลยถามคนที่อยู่ตรงนั้นว่าเรือไปเกาะจำต้องขึ้นตรงไหน
พี่เค้าชี้ไปฝั่งขวามือ...โล่งอกสิคะ
นึกว่าสาวๆอย่างอิชันต้องขึ้นเรือไปกับผุ้ชายกลุ่มใหญ่กลุ่มนั้นซะแล้ว
จำกันไว้ดีๆนะคะ...ไปเกาะจำต้องขึ้นเรือ ฝั่งขวามือ


















อีกตั้งชั่วโมงกว่าๆเรือถึงจะออก
นั่งมองคนเรือขนของพวกของกินของใช้จากฝั่งลงเรือเพลินๆจนเริ่มเบื่อ
และแล้วก็นึกขึ้นได้...ถ่ายรูปดีกว่า
ถ่ายบรรยากาศรอบๆท่าเรือไปเรื่อยเปื่อยเพื่อฆ่าเวลา
บรรยากาศฟ้าครึ้มๆ น้ำทะเลสีดำๆ ลมพัดมาค่อนข้างแรง
มันชวนให้หดหู่หัวใจยิ่งนัก









10.30 น.
นี่คือสภาพเรือที่จะพาเราไปเที่ยวเกาะจำกัน
เป็นเรือลำเล็กๆที่ชาวบ้านใช้เอาไว้ขนของ และให้โดยสารไปด้วย
ค่าโดยสาร 50 บาท จ่ายตอนถึงเกาะจำ
เห็นลำเล็กๆแบบนี้แต่ความเร็วใช้ได้เลยค่ะ ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที
ชอบตรงที่ไม่โคลงเคลงน่าเวียนหัวเหมือนตอนนั่งเรือไปเกาะล้านนี่แหละ
จ่ายแค่ 50 บาท แต่เหมือนเช่าเหมาลำเรือ เพราะเป็นผู้โดยสารแค่คนเดียว
พี่เค้าบอกว่าออกไปนั่งข้างนอกก็ได้นะ
แต่เราเลือกนั่งด้านในเพราะแบกของพะรุงพะรังพอสมควร









นั่งเรือไปซักพักมองออกไปนอกเรือเห็นแดดเริ่มออก
ทะเลเริ่มเป็นสีฟ้าขึ้นมาหน่อยๆ
ท้องฟ้าเริ่มเป็นสีครามสดใส
แอบยิ้มกับตัวเองอย่างอารมณ์ดีว่าโชคดีจัง









ในที่สุดก็ถึงซะที...
แอบยิ้มคนเดียวอีกรอบกับภาพที่เห็นตรงหน้า
นี่สินะ...ความเงียบสงบที่ชาวกรุงฯอย่างเรากำลังมองหา

เดินขึ้นไปจนสุดถนนจะเจอร้านค้าตั้งอยู่ตรง 3 แยกพอดี
แนะนำว่าใครอยากกินอะไรก็รีบซื้อไปเถอะค่ะ
เพราะเกาะจำเป็นเกาะเงียบๆ ไม่มี 7-11 หรือสถานบันเทิงเหมือนเกาะอื่นๆ
และที่สำคัญรีสอร์ทที่เราเลือกพักอยู่ห่างไกลชุมชนพอสมควร
ถ้าเข้าไปแล้วก็ไม่สะดวกที่จะออกมาข้างนอก
นอกเสียจะเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขี่ หรือขอติดรถพนักงานออกไป
(งานนี้พลาดค่ะ...ไม่รู้มาก่อนจริงๆ เลยไม่ได้ซื้ออะไรติดมือไปด้วย)


ป้าเจ้าของร้านหน้าตาใจดี พูดเพราะ ยิ้มแย้มแจ่มใส
เราเดินไปถามหาซื้อกาวตราช้าง...แต่ที่ร้านป้าไม่มีขาย
เลยถามป้าว่าจองที่พักไว้ที่เกาะจำรีสอร์ท...จะไปยังไง ?
ป้าก็ไปเรียกรถรับจ้างแถวนั้นให้ไปส่งที่รีสอร์ท
ระยะทางก็ไกลพอสมควร...ถนนทางเข้ารีสอร์ทค่อนข้างทุลักทุเลเพราะฝนตกบ่อย
จ่ายค่ามอเตอร์ไซค์ไปส่ง 80 บาท
พี่เค้าถาม...ทำไมไม่โทรบอกให้ทางรีสอร์ทมารับล่ะ ?
เอ่อ...จริงสินะ..!!






เช็คอินเข้าพักเรียบร้อยตอนเที่ยงกว่า 
เลขที่ออกคือ ห้อง 615






ตกแต่งเตียงได้น่ารัก น่านอนจริงๆ






ตู้เสื้อผ้าข้างในจะมี ไดร์เป่าผม และ ร่ม ไว้ให้
ส่วน Mini Bar จะมีน้ำเปล่าให้ 4 ขวด และก็น้ำอัดลม, ชาลิปตัน






ประตูและระเบียงหน้าห้อง






ประตูทางออกไปยังห้องน้ำ









อ่างล้างหน้า








อ่างอาบน้ำ






ครีมอาบน้ำ, แชมพู, หมวก






แสงไฟสวยๆ ถูกใจคนรัก Selfie เลยค่ะ






อาบน้ำเสร็จก็หลับยาวจน 5 โมงเย็นกว่าๆ
ตื่นขึ้นมาเปิดม่านหน้าห้องก็เจอภาพแบบนี้อยู่ตรงหน้า
รีบอาบน้ำแต่งตัวออกไปสำรวจรีสอร์ทและหาข้าวเย็นกิน


















บรรยากาศรอบๆรีสอร์ท ระหว่างทางเดินไปห้องอาหาร


















เราเลือกนั่งมุมติดระเบียงด้านหน้าสุด 
เพราะอยากเห็นทะเลให้ใกล้มากที่สุด
ทั้งห้องอาหารมีแขกอยู่ 2 โต๊ะ (คาดว่าน่าจะมีแขกแค่ 2 ห้องทั้งรีสอร์ท)
บรรยากาศโรแมนติกเกินบรรยาย
ทำร้ายคนโสดเที่ยวคนเดียวซะจริงๆเลย






ข้าวผัดทะเล






ยำทะเล






ต้มยำทะเล



มาเที่ยวเกาะก็ต้องกินแต่เมนูอาหารทะเลเท่านั้นค่ะ
พนักงานบอกว่าวันนี้ไม่มีกุ้ง มีแต่ปลาหมึก ก็โอเคกินแต่ปลาหมึกก็ได้
กับข้าว 3 อย่างอร่อยทุกอย่าง รสแซ่บถูกปากคนไทยแบบเรา
ปลาหมึกขาวๆ สดมาก












นั่งซึมซับกับบรรยากาศอยู่จนถึงทุ่มกว่าๆก็กลับขึ้นห้อง
จบไป 1 วัน สำหรับการเดินทางเที่ยวคนเดียวครั้งแรก









การเดินทางวันที่ 2
ตื่นขึ้นมากินอาการเช้ามื้อแรกบนเกาะจำตอน 10.30 น.
อาหารเช้าที่นี่จะเริ่มตอน 7.00 น. - 11.00 น.
รวมอยู่ในราคาห้องแล้ว (จองผ่าน Agoda)
มื้อแรกเลือกเป็นข้าวต้มปลาหมึกกับน้ำส้ม
อร่อยอีกแล้ว...กินจนเกลี้ยงเลย






























แขก 2 คนที่เจอเมื่อวานเช็คเอาท์ไปแล้ว
วันนี้รีสอร์ทเป็นของเราคนเดียว...
กินข้าวเช้าเสร็จก็หยิบไอแพดไปนั่งเล่นที่ระเบียงหน้าห้อง
เปิดเพลงฟังเบาๆ มองทะเล และคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
เดี๋ยวฝนตก เดี่ยวแดดออก เลยไม่มีอารมณ์อยากออกไปเดินเล่นที่หาด
เพราะคลื่นค่อนข้างแรง ทะเลก็แลดูหม่นหมอง















อาหารเย็นวันที่ 2 ไม่ได้กินที่รีสอร์ทเหมือนวันแรก
แต่ออกไปกินที่ เกาะจำ บีช วิลล่า ค่ะ
วันนี้จัดแต่เมนูปูและปลา หลังจากที่เมื่อคืนกินแต่ปลาหมึกไปแล้ว
เชฟบอกว่าไปรับมาจากท่าเรือตอนเช้า ยังดิ้นกระแด่วๆอยู่เลย
มิน่าล่ะถึงสดอร่อยขนาดนี้






บรรยากาศริมหาดหน้าเกาะจำ บีช วิลล่า ตอนเย็นๆ
เป็นช่วงที่พายุกำลังจะมา ทะเลเลยดูไม่สวยงามซักเท่าไหร่
แต่หาดที่นี่จะกว้าง และก็ทอดยาวกว่าหาดที่อื่น มองเห็นเกาะพีพีด้วย
ทรายก็สะอาดดี ขนาดถอดรองเท้าเดินเท้าเปล่าริมหาดยังไม่โดนอะไรบาดเลย
ถ้ามาเดินเล่นช่วงที่ไม่ใช่หน้ามรสุมคงสวยมาก









การเดินทางวันที่ 3
ถึงวันที่ต้อง Say Goodbye เกาะจำ
ออกไปกินอาหารเช้าตอน 10.00 น. 
ภาพที่เห็นตรงหน้าคือ...
ทะเลช่างงดงาม ท้องฟ้าช่างสดใส ต่างจากเมื่อวานลิบลับ


สอบถามพนักงานที่เค้าเตอร์เรื่องเวลาเรือ
พนักงานแจ้งว่าเรือออกตอน 13.30 น.
เลยนัดรถที่รีสอร์ทให้ไปส่งที่ท่าเรือตอน 12.30 น.
ตอนลงไปเช็คเอาท์เห็นมีแขกนั่งกินข้าวอยู่ 2 โต๊ะ
วันนี้บรรยากาศเลยแลดูคึกคักขึ้นมาหน่อย













ขากลับต้องขึ้นเรือที่ ท่าเรือมูตู (คนละท่าเรือกับตอนขามา)
ที่จริงป้าที่ร้านของชำบอกว่าที่ท่าเรือเดิมนั้นก็มีเรือออกตอน 14.30 น.
แต่ไปถึงฝั่งแล้วจะไม่ทันรถ 2 แถวไปสนามบิน
เลยเลือกขึ้นเรือรอบ 13.30 น.
เรือจะเป็นแบบเรือโดยสารจริงๆ มีขนาดใหญ่กว่าเรือตอนขามา
รอบนี้เจอชาวบ้านนั่งโดยสารร่วมทางมาขึ้นฝั่งหลายคน
บางคนก็เอามอเตอร์ไซค์ลงเรือมาด้วย
ท่าเรือที่นี่ไม่ต้องซื้อตั๋ว ตอนถึงฝั่งค่อยจ่ายตอนจะขึ้นจากเรือ
ค่าโดยสาร 50 บาท เหมือนเดิม






เห็นฟ้าโปร่งๆ แดดจ้าๆอย่างนี้...
พอนั่งเรือไปถึงครึ่งทางดันฝนตกซะงั้น
แต่ไม่น่ากลัวอะไรเพราะตกปรอยๆ และคลื่นไม่แรง
ขากลับนั่งเรือแค่ 30 นาที เท่านั้น


พอถึงฝั่งปุ๊บ เดินขึ้นจากท่าเรือก็เริ่มลังเลว่าจะเลี้ยวซ้ายหรือขวาดี
คิดหนักว่าจะไปสนามบินยังไง
เลยถามผุู้หญิงคนนึงที่เดินขึ้นมาจากเรือพร้อมกัน
เค้าบอกให้เดินเลี้ยวซ้ายไป จะมีรถ 2 แถวไปสนามบิน
แต่ต้องบอกกับคนขับว่าจะไปลงสนามบิน เค้าจะได้แวะเข้าไปส่ง
เดินไปจากท่าเรือไม่ไกลก็เจอรถ 2 แถวแล้ว
สอบถามคนขับบอกว่ารถจะออกตอน 14.30 น. ให้ขึ้นไปนั่งรอบนรถเลย
เป็นรถ 2 แถวเที่ยวสุดท้ายแล้ว


ระหว่างนั่งรอรถออก พี่คนขับก็ชวนคุยด้วย
เค้าถามว่ากลัวมั้ยตอนนั่งเรือมาแล้วเจอฝนตก
เค้าบอกว่าแถวนี้ไม่ต้องกลัวหรอก คนขับเรือชำนาญ
ดูสภาพอากาศออกว่าแบบไหนเดินเรือได้ และแบบไหนควรงดเดินเรือ
แถวกระบี่นี่ไม่เคยมีประวัติอุบัติเหตุทางเรือเหมือนแถวอื่น (พี่เค้าว่างั้น)


นอกจากนี้พี่เค้ายังแนะนำเรื่องที่เที่ยวในกระบี่เพิ่มเติม
บอกเค้าว่าจะไปเที่ยวกระบี่อีกทีช่วงตุลาคม กลัวเจอพายุ
เค้าบอกตุลาคมเป็นหน้าแล้งแล้ว ไม่มีพายุแน่นอน
แนะนำให้ไปทะเลแหวกด้วย 
แต่ต้องไปก่อน 8 ค่ำ ทะเลจะแหวกเยอะกว่าช่วงอื่นๆ
เป็นความรู้ใหม่เลยนะเนี่ย...



ค่ารถ 2 แถว 60 บาท นะคะ 
(ได้ข่าวว่าขาไปเหมารถตู้ไป 600 บาท)
ไปถึงสนามบินตอนบ่าย 3 โมงกว่าๆ
เดินเล่นหาของฝากแป๊บนึงก็เช็คอินที่เคาท์เตอร์ Thai Lion Air
มาใต้ทั้งทีก็ต้องได้ของกินประเภทไตปลาติดไม้ติดมือกลับไปด้วย
แต่ของฝากที่ผู้รับทุกคนปลื้มปริ่มมากเห็นจะเป็นขนม
เสียดายลืมถ่ายรูปไว้ เป็นขนมคล้ายๆขนมเปี๊ยะ แต่มีหลายไส้
จำชื่อร้านไม่ได้แต่จำคนขายได้...เป็นผู้หญิงนั่งในรถเข็น
ใครไปกระบี่แนะนำให้แวะอุดหนุนร้านนี้เลยค่ะ


ไฟลท์บินที่จองไว้เป็นรอบ 18.00 น.
แต่แอบ Delay ไป 10 นาทีกว่าๆ เพราะอยู่ดีๆก็ประกาศเปลี่ยน Gate กระทันหัน
ขากลับนี่โชคร้ายนิดนึงตรงที่สแกนเจอของเหลวเกิน 100 มล. ก่อนเข้า Gate
งงเหมือนกันว่าตอนขามาผ่านมาจากสนามบินดอนเมืองเฉยเลย
แต่ดันไม่รอดที่สนามบินกระบี่ซะงั้น
แอบเซ็งจิตนิดๆ เพราโทนเนอร์ขวดนั้นเพิ่งใช้ไปไม่กี่ครั้ง






ขากลับได้ที่นั่งแถว F เหมือนตอนขามาเลย
วิวสวยมากมาย
แอบบอกตัวเองเบาๆว่า See you again Krabi.
แล้วฉันจะกลับมาอีก




สิ่งที่อยากแนะนำสำหรับผู้หญิงแบกเป้เที่ยวคนเดียว
หาข้อมูลเยอะๆเกี่ยวกับสถานที่ๆจะไป
ซึ่งกรณีนี้เราประเมินแล้วว่าเกาะจำเป็นเกาะเล็กๆ เงียบสงบ ไม่มีสถานบันเทิง
ดูแล้วคิดว่าไม่น่าจะน่ากลัวสำหรับผุ้หญิงเที่ยวคนเดียว
ชาวบ้านที่นี่ก็จะเป็นมุสลิมซะส่วนมาก
แต่ดูหน้าตาไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไร




สรุปค่าใช้จ่าย
- ค่าตั๋วไป-กลับ (ดอนเมือง-กระบี่) = 1,440 บาท
- ค่าที่พัก เกาะจำ รีสอร์ท จองผ่าน Agoda 2 คืน = 2,531.20 บาท
- ค่าเหมารถตู้จากสนามบินกระบี่ไปท่าเรือบ้านกรวด = 600 บาท
- ค่าเรือขาไป = 50 บาท
- ค่ารถไปส่งรีสอร์ท = 80 บาท
- ค่าอาหารเย็น 1 มื้อ / ชาลิปตัน / = 560 บาท
- ทิปพนักงาน = 140 บาท
- ค่าเรือขากลับ = 50 บาท
- ค่ารถ 2 แถวไปสนามบิน = 60 บาท





Create Date : 17 กรกฎาคม 2558
Last Update : 24 กรกฎาคม 2558 17:16:46 น.
Counter : 1652 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Yelliiz
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Group Blog
กรกฏาคม 2558

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31