---------------yas-----------------
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
20 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
20/02/2010

ฟุตบอลถ้วย ก

ผมอยากพูดว่าใช้เวลาพอสมควรทีเดียว
กว่าจะรวบรวมสมาธิเพื่อจะเขียนบันทึกวันนี้ได้
ผมคิดว่าฟุตบอลนัดนี้น่าเปนนัดที่สนุกนัดหนึ่ง
เพราะเปนศึกแห่งศักดิ์ศรีของทีมใหญ่ในกรุงเทพฯ
ที่แต่ละฝ่ายมีกองเชียร์มากมาย
ผมไม่นึกเลยว่าผมจะได้มีโอกาศร่วมกับประวัติศาสตร์ที่ด่างพร้อยของฟุตบอลไทย

ก่อนแข่ง......

บ่ายสามโมงครึ่ง
ผมไปถึงสนามในช่วงที่ผู้คนเริ่มทยอยเข้าสนาม
ผมมาวันนี้ในฐานะกองเชียร์การท่าเรือ
และผมรู้ล่วงหน้าว่ากองเชียร์การท่าเรือค่อนข้างจะมีปัญหา
ไม่ว่าจะเปนเรื่องเมาเหล้า การเบียดเสียดยัดเยียด และพลุไฟ
ผมไม่มั่นใจการรักษาความปลอดภัยในสนาม
ผมจึงเลือกเสียเงินเพิ่มขึ้น และอยู่ห่างจากกองเชียร์พวกเดียวกัน
มานั่งฝั่งมีหลังคา โซน W2
แม้ว่าก่อนแข่งขันโซนนี้จะเปนที่นั่งที่ "ไม่สวย" ก็ตามที
แต่โชคดี ที่บัตรสปอนเซอร์มีคนมาดูน้อยมาก
เจ้าหน้าที่จึงปล่อยให้พวกเราได้เลื่อนเข้าไปนั่งในตำแหน่งที่ถือว่าใช้ได้

ผมมองไปยังฝั่งตรงข้าม กองเชียร์เริ่มทยอยเข้ามา
ถึงแม้ว่าผมจะคิดว่ากองเชียร์วันนี้น่าจะน้อยกว่านัดชิง FA cup
เนื่องจากเปนวันเสาร์ และบัตรราคาสูงกว่าเท่าตัว
แต่ก็ยังคิดว่าฝั่ง E1 คงจะแน่น แล้วก็จริงดังคิด
เพียงแต่มันไม่ล้นไปถึงฝั่ง N ซึ่งผมคิดว่าฝั่ง N คงจะมีคนพอสมควร
แต่จริง ๆ แล้วคนน้อยมาก แสดงว่าคนมาน้อยกว่าที่ผมคิด

ส่วนฝั่งเมืองทองคน E2 ก็มีพอสมควร แต่ไม่แน่นเท่า E1
เรียกได้ว่านั่งกันสบาย ๆ
เพราะกองเชียร์ Ultra ของเมืองทองไปรวมกันที่ฝั่ง S
ผมยังนึกว่าดี ที่กองเชียร์ Hardcore ของทั้งคู่อยู่ห่างกัน


เริ่มแข่ง......

เมื่อได้เห็นกรรมการผมก็คิดแล้วว่าต้องมีปัญหา
กรรมการคนนี้ไม่ได้เรื่องในความเห็นผม
ตัดสินไม่ทันเกม และมีปัญหามากในหลาย ๆนัด
แล้วก็เปนเช่นนั้นจริง ๆ
กรรมการคนนี้เปนชนวนหนึ่งของเหตุที่เกิดขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
ไม่ว่าจะเปนลูกที่ไม่ได้ประตูของเมืองทอง
หรือลูกที่ได้ประตูของเมืองทอง
จังหวะการให้ใบเหลือง
จังหวะการตัดสินใจเป่าหยุดเกม
จังหวะการตัดสินใจให้ลูกได้เปรียบ
ล้วนทำให้กองเชียร์ทั้ง 2 ฝั่ง ไม่พอใจ

เริ่มเล่น แน่นอน....ท่าเรือเปนรองด้านตัวผู้เล่น
แต่ด้วยแผนการเล่นที่เข้าบอลเร็วเข้าบอลหนัก
ทำให้เมืองทองเล่นไม่ออก
และจังหวะโยนโต้กลับก็ทำให้มีโอกาสเหมือนกัน
รูปเกมออกมาค่อนข้างสูสี
พวกผมนั่งดีใจกันว่า เล่นอย่างนี้วันนี้มีลุ้น

ครึ่งหลัง....
เมืองทองปรับแก้เกมมาได้ดี
การออกบอลเร็ว และใช้พื้นที่สนามให้กว้างขึ้น
เปิดโอกาสให้ผู้เล่นที่มีความสามารถเฉพาะตัวสูงกว่าเล่นได้คล่องขึ้น
พวกเขาบุกกดดันได้น่ากลัวกว่า
เมืองทองเริ่มเปนต่อแล้ว

หลายครั้งที่ท่าเรือต้องใช้ลูกหนักเข้ามาตัดเกม
ทำให้เกมรุนแรงขึ้น
นักเตะทั้งสองฝั่งมีอารมณ์มากขึ้น
กรรมการตัดสินไม่ทันเกมมากขึ้น
และอารมณ์ของกองเชียร์เดือดขึ้น

มักจะเปนความจริงว่าเมื่อเกมสูสีกัน
จังหวะตัดสินเกมมักเปนลูกตั้งเตะ
แล้วก็จริงที่เมืองทองสามารถฉวยโอกาสนั้นไว้ได้
ทั้ง 2 ประตูมาจากลูกตั้งเตะ
และ......ถ้ามาเล่าเอาภายหลัง
ทั้ง 2 ประตูที่เมืองทองได้
เปนมุมที่กองเชียร์ท่าเรือฝั่ง E2 อยู่ในมุมที่เห็นไม่ชัด


จลาจล......

หลังเสียประตูที่ 2 อารมณ์ของทั้ง 2 ฝั่งเดือดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
กองเชียร์ฝั่งท่าเรือเริ่มไม่พอใจผู้ตัดสิน จนเริ่มขว้างขวด
ขว้างถุงอาหาร ขว้างไฟเย็น
และที่สำคัญพลุเริ่มถูกนำมาจุด
แรก ๆ ก็ยิงขึ้นฟ้า และหลัง ๆ ก็ยิงลงมาในสนาม

และจากการสอบถามคนที่นั่งฝั่ง E2
ผมได้ยินมาว่ามีการตะโกนด่าทอท้าทายกันระหว่างรอยต่อ E1 และ E2
ถามว่าผมเชื่อไหม ...... ผมเชื่อ
เพราะเกือบทุกครั้งที่ผมไปดูฟุตบอลนัดใหญ่ ๆ
ก็มีเรื่องทำนองนี้

แต่......
มันไม่ได้หมายความว่าเรื่องท้าทายกันจะเปนเหตุให้เกิดการทำร้ายกันได้
ผมไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
ว่ากองเชียร์ท่าเรือเริ่มเข้าไปรื้อรั้วกั้นและพยายามข้ามไปฝั่งเมืองทอง
แรก ๆ ก็มีไม่กี่สิบ
แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำงานได้เลวร้ายเหลือเกิน
เจ้าหน้าที่ไม่ถึง 10 คน ไม่ได้พยายามระงับเหตุอะไรมากไปกว่าพูด
ไม่มีการชัดอาวุธ ไม่มีการเสริมกำลัง
แม้จากฝั่งที่ผมอยู่มีเสียงเจ้าหน้าที่สนาม และทีมท่าเรือห้ามปรามตลอด
แต่ผมแน่ใจว่ามันไม่มีทางได้ยินไปถึงฝั่งโน้น

กองเชียร์เมืองทองด้าน E1 ซึ่งส่วนมากไม่ใช่พวก Hardcore
ไม่มีการรวมกลุ่ม
และที่สำคัญ เขาไม่ใช่นักเลง
แตกฮือ และพยายามหนีลงจากอัฒจรรย์
ผมดูไม่ทันว่าประตูเปิดไว้ทุกประตูหรือไม่
แต่ที่เห็นพวกเขาพยายามหลบมาทางกลุ่ม Ultra ฝั่ง S
แล้วก็มาติดอยู่ที่รั้ว ส่วนหนึ่งต้องกระโดดลงมาสู่พื้นสนาม

เมื่ออารมณ์เดือด การชกต่อยประปรายให้เห็น
และการรักษาความปลอดภัยไม่มีประสิทธิภาพ
กองเชียร์ท่าเรือก็ยิ่งได้ใจกระจายกันลงมาในสนาม
และปีนข้ามไปยังฝั่ง S
ไปไล่กระทืบอีกฝั่ง

เจ้าหน้าที่และนักฟุตบอลการท่าเรือทุกคน
พยายามเข้าห้ามอย่างสุดความสามารถ
แต่เหตุการณ์ทุกอย่างมันมั่วไปหมด
ผมก็เห็นกองเชียร์ท่าเรือหลายคนที่เข้าไปห้าม
แล้วโดนไม้ธงตีใส่ไปด้วย

ผมเห็นโค้ชสะสมวิ่งไปห้ามทัพที่ฝั่ง E1
ผมเห็นโค้ชสะสมวิ่งไปห้ามการเผาเสื้อเผาธงของเมืองทอง
และผมเห็นโค้ชสะสมฮึดฮัดเมื่อมีเจ้าหน้าที่ของเมืองทองเข้ามาตะโกนว่า

ผมเห็นนักฟุตบอลท่าเรือจับมือกันเปนรั้วกั้น
ไม่ให้กองเชียร์บ้าคลั่งเข้ามาใกล้บริเวณบล๊อกที่ประทับ
แต่ทุกอย่างมันก็ยังเลวร้าย

ความรู้สึกตอนนั้นคืออะไร
ผมคงไม่อยากจะมากล่าวอ้างอย่างสุภาพบุรุษว่าผมเสียใจ
เพราะตอนนั้นสิ่งเดียวที่ผมคิดคือ "ผมกลัว"
แน่นอน บริเวณที่ผมอยู่เปนจุดที่ปลอดภัยที่สุด
และผมก็ใส่เสื้อของทีมการท่าเรือ
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่มีสิทธิ์โดนลูกหลง
และนอกสนามก็ไม่รู้ว่าปลอดภัยหรือไม่


หลังแข่ง

ประสบการณ์สอนผมว่าการรีบออกไปทันทียิ่งเปนการไม่ปลอดภัย
ผมรอจนกว่าคนออกไปจากสนามเกือบหมดแล้ว
จึงค่อยดินออกมาด้วยความหวาดระแวง
คนกลับไปส่วนใหญ่แล้ว ไม่น่ามีอะไรรุนแรงได้อีก

ผมรู้สึกเศร้าใจ
ว่าทำไมคนถึงได้ไม่มีความคิดกันได้ขนาดนี้
กีฬามีแพ้มีชนะ เมื่อวานเราชนะได้ วันนี้เราก็แพ้ได้
นักกีฬาฮึดฮัดไม่พอใจ ด่าทอกัน
แต่เมื่อเกมจบเขาก็ยุติเรื่องต่าง ๆ แล้วก็คิดถึงนัดหน้า
แล้วทำไมมีกองเชียร์ไร้ความคิดได้ขนาดนี้
ทีมเราเปนรอง คุณก็รู้
ถ้าอยากชนะแล้วทำไมไม่ไปเชียร์เมืองทอง

ผมไม่เข้าใจ
ว่ากองเชียร์เมืองทองเขาไปเกี่ยวอะไร
ถ้ามีการด่าทอยั่วท้าทาย มันก็ได้ยินกันไม่น่าจะกี่คน
คนส่วนใหญ่ทั้งที่ไปตี และถูกตีไม่น่ารู้เรื่อง
ไปไล่กระทืบเขาทำไม
แค่สีเสื้อไม่เหมือนกันเท่านี้หรือ

ผมรู้สึกเห็นใจ
ผมเห็นใจเจ้าหน้าที่ของสโมสรการท่าเรือทุกคน
ที่พยายามกันเต็มที่แล้วในการแก้ปัญหา
แต่ผลเสียก็ตกมาถึงคุณอยู่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี
สโมสรจะทำอย่างไรกับกองเชียร์อันธพาล
สนามก็สนามกลาง
การประชุมเพื่อเตรียมการรักษาความปลอดภัยก็ทำไปแล้ว

ผมรู้สึกสงสาร
แฟนบอลเมืองทองที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว
และประเมินสถานการณ์ไม่ถูกจนต้องโดนทำร้าย
เพราะคนส่วนใหญ่ที่นั่งที่ E1 คงไม่ใช่พวกที่จะมีปัญหากับใคร
น่าจะเปนพวกที่มาดูฟุตบอลกับครอบครัว กับเพื่อน
หรือแม้แต่มานั่งดูคนเดียวแบบผม
ถ้าพวกเขาไปนั่งฝั่งเดียวกับพวก Ultra เขาน่าจะปลอดภัย

ผมรู้สึกดีใจ
เรื่องดังกล่าวเปนข่าวคราวใหญ่โต
ผมอยากให้กองเชียร์ป่าเถื่อนพวกนี้โดนจับไปเสียบ้าง
หรือกลัวถูกจับจนไม่กล้ากลับมาดฟูฟุตบอลเสียบ้าง
และสโมสรต่าง ๆ ก็คงจะต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น
เมื่อผมต้องไปดูบอลครั้งหน้า
อันตรายของผมจะได้ลดลง

ผมรู้สึกไม่พอใจ
ผมกลับไปรอรับคนใกล้ตัวเลิกงาน
เมื่ออ่านข่าวในอินเตอร์เนต
บอร์ดแทบจะระเบิด
log in จากที่ไหนไม่รู้เข้ามาผสมโรงด่า
เพียงแต่เห็นข่าวทางทีวี
ด่ากราดรวมไปหมดด้วยอารมณ์โดยไม่สนใจถึงความเปนจริง
จนรู้สึกว่าหงุดหงิด และรู้สึกไปถึงกับว่า
ปากอย่างนี้สิถึงโดนไล่กระทืบ


ก่อนจบ

ผมไม่ได้ผิดหวังอะไรที่จะมาเลิกเชียร์
ไม่รู้สึกอับอายที่เชียร์ทีมที่เปนผู้ร้ายในสายตาคน
เพราะผมไม่ได้ไปทำอะไรให้ใครเสียหาย
ผมยินดีทำตามกฏเกณฑ์ทุกอย่างที่สโมสรหรือสนามกำหนด
ส่วนจะมีอันพาลอยู่ในกองเชียร์ของผม
มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะไปมีปัญญาจัดการ

ผมไม่เคยคิดว่าจะขอโทษใคร
เพราะผมไม่ได้ไปไล่กระทืบใคร
และผมไม่ใช่เจ้าหน้าที่ที่เปนตัวแทนของสโมสรการท่าเรือ
ผมก็แค่คน ๆ หนึ่งที่ใส่เสื้อไปเชียร์ทีมท่าเรือ
รู้สึกดีใจที่ทีมชนะ เสียใจเมื่อทีมแพ้
ผมเปนแค่กองเชียร์คนหนึ่งเท่านั้น













Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 13 เมษายน 2553 12:25:54 น. 1 comments
Counter : 324 Pageviews.

 

เอ่อ เพื่อนยาส

เมื่อวานเธอโดนลูกหลงอะไรบ้างเปล่า ?


โดย: ภูติ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:17:22:09 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

RAKANG
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




We're just two lost souls
Swimming in a fish bowl,
Year after year.
Friends' blogs
[Add RAKANG's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.