---------------yas-----------------
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2549
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
14 กรกฏาคม 2549
 
All Blogs
 

2005/07

ตลาดนัด

ผู้คนขวักไขว่
รถราติดขัด จอดกันสับสน
ไม่แปลกสำหรับทุกทีที่มี "ตลาดนัด"
ที่ทำงานของฉันอยู่ติดกับ "ศูนย์แสดงสินค้า" ที่นิยม
ทุก ๆ เดือนจึงมีมหกรรมแสดงสินค้าไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งอยู่เสมอ
และ...ทุกครั้งกับความวุ่นวายในการจราจร

เช่นเดียวกับวันนี้
ผู้คนแทบทุกสารทิศเดินทางมาที่นี่
คนมากมายราวกับสินค้าข้าวของทั้งหลายนั้นแจกฟรี
หน้าตาแต่ละคนดูราวกับไปทำสงคราม
ใช่... การแก่งแย่งแข่งขัน

ฉันเดินหาสิ่งของอยู่ครู่หนึ่งเช่นกัน
สำหรับตัวเองแล้ว งานนี้ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจนัก
สินค้าอุปโภคที่ต้องการมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับเครื่องแต่งตัวและเครื่องสำอาง
ในความคิดของฉันงานทั้งงานจึงดูเปนโลกของผู้หญิงเสียมากกว่า

เดินกลับมาพร้อมความแออัดของรถยนต์บนถนน
ที่จอดรถเต็มไปด้วยความเกะกะ
ที่จอดรถสำหรับพนักงานมีคนมักง่ายหลบเข้ามาจอดขวางเต็มไปหมด
แม้มียามเฝ้า แต่ก็ไม่อาจป้องกันคนเหล่านี้ได้หมด
แม้มาตรการล็อกล้อรถก็ไม่อาจทำให้คนจำพวกนี้เกรงกลัว
เมื่อไหร่หนอที่คนส่วนใหญ่จะมีระเบียบและเข้าใจในสิทธิของคนอื่นเสียที
หรือว่าโลกทั้งโลกกลายเปนที่ของคนเห็นแก่ตัวเสียแล้ว

บ่ายมากเมื่อเขียนบันทึกอันขาดความต่อเนื่องนี้เสร็จ
ใกล้เวลาเลิกงาน
ผู้คนยิ่งทวีเพิ่มขึ้น ถนนดูแน่นขึ้น
และรถที่จอดขวางทางไปมาก็มากขึ้น
เวลานี้ฉันคงต้องรีบกลับ
หลีกหนีความวุ่นวายของวันนี้ออกไปเสียที
วันนี้กำลังผ่านไปอีกวันแล้วครับ

1 กรกฎาคม 2548 เวลา : 13:34:00


พันธุ์ร็อคหน้าย่น

ยามเช้าบนความง่วง
ฉันหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดคืน
โทรทัศน์ดำเนินรายการต่อไป
ไม่ว่าฉันจะลืมตาหรือหลับตา
concert Live8

ฉันไม่ได้ตั้งตารอคอยการแสดงนี้
และก็ไม่มีอะไรมากมายในความรู้สึก
แต่ฉันก็ยังนั่ง ๆ นอน ๆ ดู ตั้งแต่เกือบเริ่มจนจบ
หลับบ้าง ตื่นบ้าง
ตามประสา

20 ปีผ่านไป จากเด็กน้อยโตเปนผู้ใหญ่
เด็ก presenter สภาพใกล้ตายในวันนั้น กลายเปนสาวขึ้นมาร้องเพลงบนเวที
เด็กคนที่เคยได้ดูข่าวมานอนดูการแสดง
และคนแสดงที่คุ้นเคย กลับกลายเปนคนชรา

หลายช่วงตอนที่ฉันพลาดเพราะความง่วง
หลายคนที่ไม่เคยรู้จักและรับไม่ได้กับยุคสมัย
และหลายเพลงกับความประทับใจ
Madona กลายเปนคุณป้าไปแล้วแม้ในความรู้สึกของฉันเธอยังดูทันสมัยเหลือเกิน Motley crue กลายเปน rock อ้วน ๆ
AHA ที่ไม่เหลือเค้าความหล่อ
และ Pink Floyd ที่รอคอย ได้เห็นเต็มตากับริ้วรอยที่ปรากฏบนใบหน้า
ส่วนไอ้พวก หนุ่ม ๆ สาว ๆ ต้องยอมรับครับ
ว่าไม่รู้จักกันเลย
เวลามันผ่านไปเนิ่นนานแล้วจริง ๆ

จวนรุ่งสาง ดนตรีของ Pink Floyd ทำฉันขนลุก
ตังแต่รู้จักกันมาเกือบ 20 ปี
วงก็แตกเสียก่อน
ไม่เคยมีโอกาสเห็นเขาแสดงร่วมกันทั้งวง
นี่เปนครั้งแรกและสด ๆ
ถึงจะไม่ได้คาดหวังไว้มาก
แต่ก็อดชื่นใจเอามิได้

อีกฝั่งของโลกเปนยามมืด
แดดเริ่มส่องแล้ว
กับความง่วงที่เพิ่มขึ้น
คงถึงเวลาพักผ่อนเสียที

3 กรกฎาคม 2548 เวลา : 7:00:00


เบ็ดเตล็ด

วันที่ยาวนานกับเรื่องต่าง ๆ มากมาย
เช้าตรู่ฉันตื่นมาก่อนเวลาอันปรกติ
นาฬิกาผิดพลาดจากเวลาเดิม
ในความคิดเช้าวันจันทร์ได้ออกเช้าหน่อยก็คงจะดี
ทุกอย่างก็คงเปนไปด้วยดีถ้ารถเมล์คันนั้นมันไม่เลว
ป้ายที่ฉันลงปรกติแล้วเปนป้ายใหญ่
ไม่เคยมีปัญหารถไม่จอด
ต่างจากป้ายที่ขึ้นซึ่งเปนป้ายเล็กและโดนมองข้ามประจำ
วันนี้โดนทั้งสองอย่าง
เดินไกล เสียเวลาที่ควรจะเหลือ
และ หงุดหงิดแต่เช้า
เปนครั้งแรกทีเดียวที่ตั้งใจจดเบอร์รถและทะเบียนเพื่อแจ้งร้องเรียน
ถึงแม้รู้ว่าไม่มีความหมาย แต่ขอบ่นให้สะใจสักหน่อย

เช้านี้มีนัดตรวจฟันตั้งแต่เช้า
ครึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว
อยากให้นัดซักปีละครั้ง แต่ระบบของโรงพยาบาลไม่ยอม
จริง ๆ แล้วก็ไม่มีอะไรมากนักหรอก ตรวจฟันแล้วก็แถมด้วยขูดหินปูน
แต่ก็ มันกลัวหมอนี่หว่า
เจ็บตัวอีกต่างหาก

สายถึงบ่ายก็ยุ่งอยู่กับงาน
วันแรกของสัปดาห์ดูยังทำให้ฉันขยันเอามาก ๆ
คนใกล้ตัวเลิกงานมาหาพร้อมกับสภาพหลับไหลอยู่กับโต๊ะ
ในขณะที่ฉันออกจากโต๊ะไปเข้าโรงงาน
เมื่อกลับมาปลุกเธอก็ได้เวลากลับแล้ว

ไปงานหนังสือมติชนที่จุฬา
จริง ๆ แล้วตั้งใจว่าจะไปตีแบดต่อ
แต่คาดว่าคงจะตีไม่ไหว
แล้วก็จริงดังคาดจริง ๆ เดิน ๆ ๆ ดูหนังสือทั้งในงาน ทั้งในศูนย์หนังสือ
แทบจะหมดแรง
ได้หนังสือมาสองสามเล่ม
คงเอามาวางไว้บนหิ้งเช่นเคย
ไอ้ที่มีอยู่ก็ไม่เคยจะอ่านได้ทันอยู่แล้ว
ที่เก็บก็ไม่มีแล้ว ว่าจะไม่ซื้อ ๆ นะ อดไม่ได้สักที คนใกล้ตัวละเชียร์ดีนัก

โทรศัพท์...
วันนี้มีแต่เรื่องหงุดหงิดกับโทรศัพท์
เพื่อนโทรมาขอยืมเงิน
ของเก่ายังค้าง จะยืมใหม่เสียอีก
ทำไมชอบมีคนเห็นว่าฉันเปนคนมีเงินกันนัก
ถ้ามีจริง ๆ มันก็ดีสิ
ปฏิเสธอย่างสุภาพ ทั้งที่ใจอยากบ่นสุด ๆ

แล้วโทรศัพท์ยามค่ำคืนก็ใช้การไม่ได้เอาเลย
โปรโมชั่นกันสุดฤทธ์
ลูกค้าไม่ต้องสนใจ
เอาถูกเอากำไรกันอย่างเดียว
คิด ๆ แบบนี้ลูกค้าดี ๆ คงหายหมด
เหลือแต่ลูกค้าโปรโมชั่น
มันดูบ้าไหมที่คนเสียเงินรายเดือนไม่สามารถติดต่ออะไรได้เลย
เพื่อให้คนโทรกันกระหน่ำด้วยโปรโมชั่น

วันที่ยาวนานกับเรื่องต่าง ๆ มากมาย
กลับบ้านด้วยอาการปวดขาสุด ๆ
เดินมากเหลือเกินวันนี้
ไขมันจะพร่องไปกับการเดินไปบ้างไหม
เวลายาวนานของวันนี้
ชีวิตดูวุ่นวายเสียบ้างก็ดูมีรสชาติดี
วันนี้กำลังผ่านไปอีกวันแล้วครับ

4 กรกฎาคม 2548 เวลา : 22:00:00


ปวดท้อง

อาการปวดท้องสำหรับฉันดูเหมือนเพื่อนเก่าที่คุ้นเคย
ว่าง ๆ ก็มาเยี่ยมเบียนกันเสียที
บ่อยมั่ง ห่างมั่ง เร็วมั่ง นานมั่ง
แต่...วันนี้ดูมาถี่และนานเปนพิเศษ

ไม่มีสาเหตุคาดเดาสำหรับการปวดท้องครั้งนี้
ไม่ใช่วันจันทร์ที่ร่างกายต้องปรับตัว
ไม่ได้กินผิดเวลา
ไม่ได้กินอาหารรสจัด
ไม่ได้กินมาเกินไป
แต่.... ปวดท้อง

ทุกที.... ถ้าไม่มีสาเหตุ มันจะมาเบา ๆ
แต่วันนี้กลับปวดเอามากผิดสังเกต
ปวดท้องตั้งแต่เช้า ยังไม่ทันได้กินอะไรก็ปวดก่อนแล้ว
ซึ่งผิดปรกติมากสำหรับฉันที่มักจะปวดท้องหลังอาหาร
เช่นเดียวกับช่วงเวลาเที่ยงซึ่งฉันต้องออกจากโรงงานก่อนเวลาอันควร
เพื่อวิ่งมาเข้าห้องน้ำ

ผ่านเวลาเย็นไปได้อย่างปรกติ
จนฉันคิดว่าเพื่อนเก่ารายนี้กลับไปเรียบร้อยแล้ว
แต่ที่ไหนได้....
เที่ยงคืน , อาการปวดท้องอย่างมากก็ปลุกฉันขึ้นมาอีกครั้ง
พร้อมกับตะกายตัวไปห้องน้ำ
ไม่รู้จักเวล่ำเวลาเอาเสียเลยแม้กระทั่งกลางดึกอย่างนี้

กลับเข้านอน
วันนี้รู้สึกเหมือนโดนจู่โจมอย่างคาดไม่ถึง
และ...อย่างแน่นอน
พอฉันรำคาญอยากไปหาหมอ
อาการเหล่านี้ก็จะหายไป
หายไปจนทำให้ตายใจเสียก่อนนั่นล่ะ
เพื่อนเก่าคนนี้ก็จะแวะกลับมา

5 กรกฎาคม 2548 เวลา : 21:00:00


มันก็แค่ "เปนเรื่องทั่วไป" เท่านั้น

จริง ๆ แล้ววันนี้น่าจะดูเปนวันที่ดีนะ
แต่ทำไมมันปนเรื่องวุ่นวายยุ่งเหยิงในใจก็ไม่รู้
เรื่องทั่ว ๆ ไปนั่นล่ะ
เรื่องคนหลายคน
เรื่องคนหลายคนอยู่ในที่เดียวกัน
เรื่องคนหลายคนอยู่ในที่เดียวกันและมีลำดับขั้นบังคับบัญชา
เรื่องน่าเบื่อ

วันทั้งวัน มีแต่คนบ่น
จากเช้าที่ทำงานด้วยความสดชื่น
ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนแปรไป
ผู้ผิดหวังจากการโดนเหยียบย่ำ
ผู้ทนทุกข์กับการทำงานอยู่ร่วมกัน
ผู้ที่ขัดแย้งทางความคิดความเห็นต่อกัน
และฉันผู้รับฟังปัญหาและรับผลกระทบของตะกอนต่าง ๆ
ทั้งของคนอื่น
ทั้งของตนเอง
คงไม่ทำให้เปนวันที่สดชื่นเสียหรอก
โชคดีเหลือเกินวันนี้ได้ไปตีแบด
กลับบ้านดึกสักหน่อย
เหนื่อยแรงสักนิด
ฉันจึงหลับตานอนได้อย่างง่ายดาย

สงสัยคนเราจะเรื่องมากเกินไป
สงสัยคนเราจะตะเกียกตะกายมากไป
สงสัยคนเราจะยึดติดกับความคิดเห็นของตัวเองเอามากไป
แน่นอน... ฉันก็ไม่ปฏิเสธตัวเอง
แต่ฉันเบื่อ
และฉันเลิกจะแคร์คนที่ตัวเองไม่สนใจมานานแล้ว
ไม่ว่ามันจะเปนใคร

ในวันนี้...
ฉันแทบจะไม่ยุ่งกับใคร
แต่เรื่องคนที่จะมายุ่งกับฉันมันดูมีอยู่เรื่อย ๆ
อยากบอกให้รู้เหมือนกันว่าอย่ามากะเกณฑ์กันเลย
ฉันไม่ใช่วัวใช่ควายให้คุณจูงจมูก
และฉันไม่ใช่คนหวังผลประโยชน์ที่จะเอาอะไรมาล่อด้วย
สิ่งที่ต้องการก็คือ
เราต่างคนต่างมีเรื่องหน้าที่รับผิดชอบ
อย่ามาคิดว่าฉันต้องมาร่วมมือทุกอย่างที่ฉันไม่ต้องการ
อย่ามาคิดว่าฉันต้องคิดเหมือนกับคุณ
อย่ามายุ่งกับฉัน
เข้าใจไหม

6 กรกฎาคม 2548 เวลา : 22:00:00


เงียบเหงาในยามเย็น

ฟ้ามืดครึ้มลมแรงจัด
ฝนเหมือนจะเทลงหนักเปนพายุ
แต่ฟ้าฝนกลับเปลี่ยนใจ
กลายเปนฝนพรำอย่างต่อเนื่อง
บรรยาการยามบ่ายนี้ดูเงียบเหงา

ฝนตกทำให้การเดินทางกลับบ้านของฉันเปลี่ยนไป
รอคอยเวลาเมื่อฝนซา
ย่นระยะทางเดิน
แต่เพิ่มระยะทางรวม
เหมือนเดิม ฉันแวะไปร้านซีดีที่คุ้นเคย
แม้ตั้งใจเพียงเดินเล่น
แต่ก็หักห้ามใจไว้ไม่ได้เช่นเคย

กลับบ้านในเวลาไม่ต่างจากเดิมนัก
อานิสงค์รถไฟฟ้าช่วยย่นระยะเวลาได้มาก
วันนี้เธอทำงานต่อกลางคืน
ฉันอยู่คนเดียว
ใช่...เงียบเหงาในยามเย็น

เสียงเพลงบรรเลงแว่วไปเรื่อย ๆ
คนฟังก็พยายามปล่อยความคิดให้ไหลไปตามเสียงเพลง
แต่ก็ประสบกับความล้มเหลว
อยู่คนเดียวมักทำให้ความคิดล่องลอยเรื่อยเปื่อย
คิดเรื่องที่ไม่ควรคิด
คิดเรื่องเสียเวลา
คิดกังวลต่าง ๆ นา ๆ
คิดไปทำไม

ใน่สุดฉันหยิบหนังสือเล่มเดิมที่อ่านค้างไว้
ดูเปนการใช้เวลาที่คุ้มค่ามากกว่า
เสียงเพลงยังบรรเลงแว่วไปเรื่อย ๆ
แต่ใจดูสงบขึ้น

ค่ำแล้ว....
เสียงเพลงยังบรรเลงแว่วไปเรื่อย ๆ
หนังสือเล่มนั้นถูกวางไปแล้ว
ความคิดก็ลดความฟุ้งซ่านไปบ้าง
ความง่วงเริ่มเข้ามาเยือน
เธอยังคงยุ่งกับงานต่อไป
อีกไม่นาน
เวลาของวันนี้ก็คงจะจบลง

7 กรกฎาคม 2548 เวลา : 22:00:00


เรารู้สึกเหมือนกัน ใช่ไหม

เรารู้สึกเหมือนกันใช่ไหม
ในคืนวันอันว่างเปล่า
กับความเหน็ดเหนื่อยในชีวิต
ไม่เหนื่อยกาย
ก็เหนื่อยใจ
ในเวลาใกล้จะสิ้นสุดของวัน
จากสุดขอบชายแดน ถึงกลางเมืองหลวง
เราคงมีความรู้สึก... เช่นเดียวกัน

กาลเวลาล่วงผ่าน
หนทางเดินแตกแยกย้ายกันไป
ชีวิตที่แต่ละคนเริ่มสร้าง
หนทางที่เราดุ่มเดิน
มันดูไม่แตกต่างกันนัก....ในความรู้สึก
ชีวิตเลวร้ายกว่าที่เราคิด
ไม่ว่าเราจะเปนใครก็ตาม

การสื่อสารทางไกล
จากคนละโพ้นขอบฟ้า
วิถีชีวิตที่แตกต่าง
แต่ในบางวัน ..
วิถีความรู้สึกก็อาจบังเอิญวนเวียน
ใช่... มันเปนความรู้สึกเหมือน ๆ กัน

เรารู้สึกเหมือนกันใช่ไหม
ในคืนอันว่างเปล่า
ไม่ว่ามีคนรอบกาย
หรือในบ้านที่เงียบเหงา
เวลาของเราอาจแตกต่างกันไปบ้าง
แต่สำหรับความรู้สึก
เราคงไม่แตกต่างกัน

9 กรกฎาคม 2548 เวลา : 23:00:00


ป่วย


ปวดหัว ปวดตาอย่างรุนแรง
อาการเดิม ๆ ที่ชินชา
กับบ่ายวันจันทร์
การปรับตัวของร่างกาย
กับจอคอมฯ ที่ใช้สายตา
แต่ทุกครั้ง ... มันไม่ได้เปนอะไรมากมายนัก

วันนี้ อาการปวดเริ่มต้นเมื่อบ่าย
ยังไม่ได้เปนไรมากมายนัก
ฉันยังคงทำงานตามปรกติต่อไป
ใกล้เลิกงาน อาการเริ่มแสดงให้เห็นมากขึ้น
แต่ก็ยังไม่ถึงกับมากมาย
ฉันตัดสินใจไม่ไปตีแบด
พักผ่อนคงจะหาย

ปวดหัวอย่างหนักในช่วงเวลาเย็น
ปวดหัวพร้อมกับวิงเวียนและคลื่นใส้
อาการเปนมากกว่าทุก ๆ ครั้ง
ฉันต้องยอมกินยาแก้ปวด
และนอนพักอยู่บนเตียง
รู้สึกว่าหลับไปก่อนมืดเสียอีก
วันนี้ดูช่างสั้นเหลือเกิน

11 กรกฎาคม 2548 เวลา : 18:00:00


ไม่ใช่แค่ฝน...พายุ

ฝนตกแต่เช้า
ไม่ได้ตกในเส้นทางที่ฉันมา
แต่รถราก็ติดเปนสาย
ฉันมาถึงที่ทำงานทันก่อนฝน
แต่ไม่ได้หมายถึงจะหลบรอดพายุระหว่างวัน

ฝนตกมืดมัวในครี่งวันเช้า
กับงานประจำที่ทำดูไม่ใช่เรื่องวุ่นวายนัก
แม้ทำให้นัดคลาดเคลื่อนไปบ้าง
แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาเช่นใด

ฝนเริ่มซา ฟ้าเริ่มใส
แต่....พายุเริ่มก่อตัว
ทั้งเรื่องใหม่ที่ไม่คาดฝัน
และเรื่องซ้ำเดิม ๆ ที่เรื้อรัง
งานก็ไม่เดิน
คนก็เครียดปวดหัว
ใช่ ... พายุกำลังพัดโหม
เพียงแต่ว่าเราจะต้านทานหรือลู่ลม
ฉันยังตอบคำถามเช่นนั้นไม่ได้

หลุดจากฝนตอนเย็น
รถติดเหมือนดังเช่นเคย
ตีแบดวันนี้คงจะทำให้หลับได้รวดเร็วโดยไม่ต้องคิดมาก
พายุเริ่มลดกระแสลง
แต่ยังเหลือลมพัดฝุ่นละอองค้างคาอยู่ในใจ

13 กรกฎาคม 2548 เวลา : 22:00:00


ฝุ่นตลบ

เทศกาลเลื่อนขั้นโยกย้าย
ฝุ่นตลบฟุ้งกระจาย
เจ้านายเริ่มแสดงอำนาจ
วิสัยทัศน์ฟุ้งกระจายพอ ๆ กับฝุ่น
มีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง
สนุกสนานกันไปวัน ๆ
ก็งานเทศกาล...ใช่ไหม

เหมือนอยากลี้ภัยทางการเมือง
ความวุ่นวายสับสน
การเมืองในสำนักงาน
ไม่เหนื่อยกายหรอก
แต่เหนื่อยใจ

ที่เขียนที่พูดน่ะ ไม่ใช่ว่าตัวเองเปนคนดีหรอก
แต่จะบอกว่าฉันขี้เกียจ
ปรกติก็ขี้เกียจอยู่แล้ว
และจะขี้เกียจมาก ๆ ที่ต้องทำงานโง่ ๆ
อีกสักพักก็คงไม่มีเวลาว่างเหลือมาให้กล่าวหาได้แล้ว
ไม่ต้องมายุ่งกับฉันให้มากนักหรอก
หรือว่ายังไง ๆ ฉันก็ต้องดูว่าง
ก็เขาต้องการ....ใช่ไหม

เทศกาลเลื่อนขั้นโยกย้าย
ฝุ่นตลบฟุ้งกระจาย
สีสันของชีวิต
ก็ฉันบอกแล้ว
โลกมันโหดร้าย กว่าที่เราคิด

14 กรกฎาคม 2548 เวลา : 22:00:00


ลมยังพัด ฝุ่นยังไม่จาง ใจยังไม่สงบ

เรื่องวุ่น ๆ ระหว่างเทศกาลยังคงดำเนินต่อไป
เรื่องโง่ ๆ ที่ยังไม่จบ
ทั้งที่ควรพูดกันรู้เรื่องเพียงครั้งเดียว
บางที ... ผลประโยชน์มันไปคิดแทนสมอง
เรื่องต่าง ๆ จึงดูเข้าใจยากเย็น

โทรศัพท์ดัง 3 เวลาหลังอาหาร
คนในห้องดูเครียดเมื่อเสียงของมันดังขึ้น
แน่นอน... ฉันด้วยอีก 1 คน
ในที่สุด
หาที่ลี้ภัยก็เปนคำตอบสำเร็จรูปสำหรับวันนี้
มีปัญหาเรื่องหายไป
คงยังดีกว่าเปนโรคประสาท

ฝนพรำในตอนเย็น
ความยากลำบากระหว่างวัน ยังไม่หมดสิ้น
กับการเดินทางไปร้านเดิม
เวลาเดิม วันเดิม หรือกระทั่งที่นั่งเดิม
ไม่ได้ตั้งใจจะมา
แต่ก็...
นานแล้ว....
กับความคิดอยากหลุดออกไปจากโลก
เธอก็พลอยลำบากไปด้วย

คืนเช้าวันใหม่
นานมาแล้วที่ไม่ได้อยู่นานขนาดนี้
ไม่มีอะไรสำคัญ
แต่ไม่ได้อยากกลับ
ไม่ได้เมา
แต่ก็รู้สึกกำลังสบาย
ไม่ได้ยึดติด
ไม่ได้หลบหนีความจริง
คงเปนแค่ปล่อยห้วงอารมณ์ให้หายไปพักเสียบ้าง
วันนี้ มันผ่านไปแล้วครับ

15 กรกฎาคม 2548 เวลา : 23:30:00


ยังไม่จบ อีกหรือ

บรรยากาศยังคงเคร่งเครียดต่อไป
ใช่... เรื่องราวยังไม่จบ
ปัญหาบ้า ๆ
จริง ๆ แล้วความอดทนของฉันสิ้นสุดไปตั้งแต่สิ้นสัปดาห์แล้ว
วันนี้จึงเปนเรื่องของตะกอนขุ่นมัว
ใช่... เท่านั้นเอง

โชคดี
วันนี้งานเยอะ
วันหยุดปลายสัปดาห์ทำให้งานเร่งรัดเข้ามาตั้งแต่ต้น
ถือโอกาสนี้ กับการไม่อยู่ห้อง
ประโยชน์สองต่อ
งานก็เดิน
คนก็ไม่บ้า
กระทั่งทำใจไว้เยี่ยงนี้
ความเปนจริงก็ยังเลวร้ายกว่าที่คิด
เรื่องรบกวน ยังมีเข้ามาเรื่อย ๆ
3 เวลา เหมือนเดิม
เริ่มชินกับมันแล้ว ใช่ไหม

เย็น...
ฉันเปลี่ยนความตั้งใจ
ไม่ไปตีแบดอย่างจงใจ
ทั้งที่หอบหิ้วสัมภาระทั้งหมดมาเรียบร้อย
อารมณ์มันหงุดหงิดเกินไป
อยากกลับบ้านสงบสิตอารมณ์มากกว่า
หลบอยู่ใน "รัง" ของฉันนั่นล่ะ
ไม่อยากออกมาแล้ว

18 กรกฎาคม 2548 เวลา : 21:00:00


โลกในความฝัน

กลับบ้าน
วันนี้ฉันพยายามยึดโทรทัศน์
โลกในความฝัน
ความจริงเสมือน
โอ้...แฟนตาซี

Reality Show
ความเหมาะสมที่สุด
กับการผลาญเวลา
และความบันเทิงแบบไร้สมอง
ช่องสำหรับเปิดแช่
ไม่ได้เหมาะกับการตั้งใจดู
เวลาผ่านเลยล่วงไป

"รักเธอเท่าฟ้า ฟอร์มาลีนแมน"
หนังที่ตั้งใจรอดู
เปนไปตามคาดหวัง
ไม่ดีไม่เลว
ดูได้สนุก ๆ จนจบ
ไม่ฝืนใจ ไม่ประทับใจ
เวลาผ่านเลยล่วงไป
เวลาในวันนี้ใกล้หมดลงแล้ว
แน่นอน.. นี่คือสิ่งที่ฉันตั้งใจ

19 กรกฎาคม 2548 เวลา : 19:58:00


เดินทาง - ระยอง

ฉันไม่ค่อยชอบกับการเดินทางนัก
เหมือนกับเปนเรื่องน่าเบื่อเสียแล้ว
กับความไม่สะดวกต่าง ๆ ของวิถีชีวิต
ระยะหลังฉันเปนคนที่เรื่องมากและยึดติดกับสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นทุกที
การแปลกถิ่นแปลกที่จึงเปนภาวะจำยอมที่ไม่คุ้นเคย

การเดินทางคราวนี้ก็ไม่แปลกไปนัก
ถ้ามองด้านกายภาพเดิม ๆ
แต่สำหรับด้านจิตใจ
มันดูดีขึ้นมากทีเดียว
กับความรู้สึก "อยากไปให้พ้น ๆ"
มีที่ให้ไปบ้าง ก็ทำให้สกัดความคิดวนเวียนน่าเบื่อในสมองออกไป

ระยอง...
ระยะทางสั้นกว่าที่คิด
สองชั่วโมงบนรถ
เราถกเถียงกันถึงจุดที่จะต้องลง
พนักงานบริการในระดับถึงกับเลวร้าย
แต่ยังไง เราก็ไปถึง

ค่ำแล้ว..
ไม่มีอะไรมากมายกับวันแรก
ที่ร้านอาหารใกล้บ้าน
ฉันนั่งดื่มไปเรื่อย ๆ
ก่อนที่จะขยับมาในบ้าน
คนใกล้ตัวค้นตู้หนังสืออย่างสุขใจ
ประหนึ่งดั่งบ้านตัวเอง
การเดินทางวันแรกยังดูมีเรี่ยวแรงเสมอ
ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าโลกทั้งใบที่แบกอยู่...ลอยไปกับความเมามาย

20 กรกฎาคม 2548 เวลา : 23:30:00

ระยอง

เช้าวันนี้....
ตื่นมาพร้อมกับอาการเมาค้างเล็กน้อยดังคาด
ก็เมื่อคืนดื่มไปมากกว่าที่ควรเล็กน้อย
จึงไม่รู้สึกแปลกประหลาดอันใด
กว่าที่จะสลัดตัวขี้เกียจที่ฝังออกจากตัวและเริ่มวันใหม่ได้
แดดก็สายเสียแล้ว
ได้ตื่นมาเจอคนที่ตั้งใจจะมาหา
หลังจากเธอเห็นเรานอนหลับกันเกะกะ

วันนี้ไม่มีอะไรมากกว่าเข้าตัวเมือง
แวะสถานที่ต่าง ๆ เล็กน้อย
เที่ยวทะเลผ่านทางหน้าต่างรถ
และที่สำคัญ...ซื้อของกิน
น่าจะเปนสิ่งที่จำเปนและรอคอย
ก็จริง ๆมาครั้งนี้
ก็ตั้งใจมาเยี่ยมญาติกับหาอาหารกินมิใช่หรือ
จะพะวงอะไรกับเรื่องเที่ยว

ตกค่ำเมื่อทุกคนพร้อมหน้าจึงเปนเวลาที่รอคอย
ปลาหมึกถูกนำมาปิ้งตามความต้องการของคนใกล้ตัว
สุกแล้วกุ้งจึงทยอยตามมา
แต่สำหรับฉันแล้ว
ในช่วงนี้ เบียร์น่าจะเปนคำตอบที่ต้องการที่สุด

ไม่แตกต่างจากเมื่อวาน
ไม่มีอะไรเรื่องมาก
ความสุขในชีวิตยามนี้
ไม่มีอะไรที่จะมากไปกว่า
หาเรื่องลืมเรื่องราวที่รบกวนจิตใจ
แค่นี้ก็คงเกินพอแล้ว

21 กรกฎาคม 2548 เวลา : 23:00:00

วันว่าง

วันสุดท้ายก่อนกลับ
ไม่มีอะไรมากไปกว่าวันพักผ่อน
ได้ตื่นสาย ๆ อ้อยอิ่ง ๆ
ชีวิตดูมีความสุขดี
ความสุขที่หาง่าย ๆ

บ้านหลังเล็ก ๆ
ฉันรู้สึกถึงความสงบใจอย่างบอกไม่ถูก
เวลาเพียง 2 วัน 2 คืน
บางทีก็รู้สึกที่แตกต่างเหมือนกัน
ฉันคงค้นพบความสุขง่าย ๆ ในยามนี้
ก็แค่ได้ทำอะไรตามใจของตัวเอง
ใช่... สิ่งที่ทำได้ยากหากอยู่บ้าน
มากคนก็มากความ
น่าอิจฉาครอบครัวที่อยู่อย่างอิสระเหมือนกัน
ฉันคงต้องรอต่อไปใช่ไหม
ที่จะได้ทำอะไรตามใจตัวเองง่าย ๆ
แค่ปลูกต้นไม้ หรือเลี้ยงปลาบ้าง
คงไม่ต้องพูดถึงตู้หนังสือหรอก

วันหยุด
เราฉลองเข้าพรรษาด้วยการตั้งวงเหล้าแต่เช้า
ฉันไม่ได้กินดื่มมากมายนัก
เนื่องจากต้องเดินทาง
คงเพียงนั่งเล่นนอนเล่นอ่านหนังสือ
และหลับไปเล่น ๆ
วันพักผ่อน...ใช่ไหม

หลังจากขลุกขลักกับการหารถกลับพักใหญ่
คงเปนเรื่องปรกติของต่างจังหวัดเกือบทุกที่ไปแล้ว
เราก็มาถึงสถานีขนส่งในจังหวะเวลาที่พอเหมาะพอดี
รถคันนั้นเคลื่อนผ่านถนนยามตะวันตกดิน
รถฝ่าไปในความมืด
แสงเรืองรองจากย่านเมืองและนิคมอุตสาหกรรมสว่างเปนระยะ ๆ
เมืองที่ไม่เคยหลับไหน
วิถีชีวิตที่ครอบงำคนให้ดำเนินตาม
ฉันหลับตาเพื่อพักผ่อนให้กับวันว่าง...วันนี้

22 กรกฎาคม 2548 เวลา : 22:30:00


พักผ่อน ๆ

นอนอย่างเปนระบบ
ทำตัวให้ว่างเปล่า
เตรียมตัวรับเรื่องราวร้าย ๆ ที่จะมาต่อ

ใช่แล้ว... ทำตัวให้ว่างเปล่า
ชีวิตยังต้องมีอะไรร้าย ๆ อีกเยอะ

24 กรกฎาคม 2548 เวลา : 22:00:00


วันวานเพิ่งผ่านพ้นไป

ถนนข้าวสาร...
นานมาแล้วที่ไม่ได้ผ่านไปดู
หลายปีพอสมควรทีเดียว
ที่รู้สึกว่าย่านนี้ไม่ใช่ที่มาที่ไปที่นึกถึงอีก

ฉันเดินผ่านแสงสีและความจอแจ
คนใกล้ตัวเหมือนกับว่าสนใจกับสินค้าต่าง ๆ
เราเดินหาป้ายร้านท่ามกลางป้ายจำนวนมากมาย
ในที่สุดก็เจอ

ร้านในซอกหลืบ
ดูบรรยากาศจะแตกต่างจากข้างนอก
ถึงคนจะมากมาย
แต่บรรยากาศยังดูสงบ

ผู้คนเริ่มทยอยมาทีละคนสองคน จนเต็มโต๊ะ
หลายคนเปลี่ยนแปลงไปจนจำแทบไม่ได้
แต่หลายคนยังเปนเช่นที่พบเห็นครั้งแรก
8 ปีที่ผ่าน ดูเวลาช่างเนิ่นนาน
งานฉลองรับปริญญาของเพื่อนจึงดูเหมือนงานรวมรุ่นเสียมากกว่า
แต่เรื่องที่พูดคุยยังไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก
ที่ชัดเจนก็คงเปนบรรยากาศที่มีเด็กน้อยวิ่งอยู่ข้าง ๆ
เวลาคงผ่านไปนานจริง ๆ

ฉันยังคงอ้อยอิ่งนั่งแช่ ฟังวงสนทนาไปเรื่อย ๆ
แม้จนได้เวลาต้องส่งคนใกล้ตัวไปทำงาน
ฉันยังคงย้อนหวนกลับมา
ทุกคนเลิกดื่มกันแล้ว
เปลี่ยนไปร้านของเพื่อนย่านนั้นแทน
ร้านเหล้ามืด ๆ ที่นั่งนอนได้ย้ายไปแล้ว
ร้านซีดีที่ทันสมัยเปลี่ยนมาแทน
ฉันยังเดินตามไปอย่างไม่มีจุดหมายนัก

ฉันไม่ได้มาเพื่อกระชับความสัมพันธ์อะไรมากนัก
ในส่วนตัวของฉันค่อนข้างจะเหินห่างกับการติดต่อ
เนื่องจากงานอาชีพที่อยู่คนละสายงาน
งานนี้จึงเหมือนกับการซึมซับบรรยากาศ
บรรยากาศก่อนการอำลาอย่างเปนทางการ

ใช่.. เราคงเจอะเจอกันในอนาคต
หรือ.. เราก็ยังคงจำกันได้
แต่โอกาสสำหรับการสังสรรค์ร่วมกันเยี่ยงนี้
ฉันคิดว่าคงมีโอกาสยากที่จะได้ร่วมวงกันอีก
เริ่มคืนวันใหม่... งานเลี้ยงจึงเลิกรา
อากาศอบอ้าว
ฉันเดินกลับบ้านในซอยอันเงียบสงบ
วันวานในอดีตได้ผ่านไปอีกวันหนึ่งแล้ว

26 กรกฎาคม 2548 เวลา : 23:30:00


ลาหยุด

วันลาหยุดของฉัน
น่าจะเปนวันที่สงบสุข
เรื่องราวต่าง ๆ น่าจะไม่ผ่านการรับรู้
แต่ความจริงมิได้เปนเช่นนั้น

แม้สำหรับฉันจะเปนวันหยุด
แต่เรื่องราวต่าง ๆ ยังคงดำเนินไป
ข่าวสารยังผ่านเทคโนโลยีมาถึง
แม้นอย่างปฏิเสธ
แต่ก็มิอาจไม่รับฟัง
เรื่องราววุ่นวายเช่นเดิม

คงไม่ได้หวังอะไรอีกมากมายแล้ว
เมื่อสิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนไป
เราคงไม่อาจปฏิเสธิสิ่งใหม่ที่เข้ามาเยือน
ก็คงต้องยอมรับและอยู่กับมันให้ได้
แต่เมื่อไหร่หนอ
ที่เรื่องต่าง ๆ ที่เข้ามา
มันจะชัดเจนและรู้เสียทีว่าจะต้องปรับตัวปรับใจกับมันเช่นไร

27 กรกฎาคม 2548 เวลา : 21:00:00


29 กรกฎาคม

29 กรกฎาคม
มันเปน
29 กรกฎาคม

ทำงาน
กลับบ้าน
นอน
อืม... ดี

29 กรกฎาคม
มันเปน
29 กรกฎาคม
ธรรมดา

29 กรกฎาคม 2548 เวลา : 21:00:00


ป่วยอีกแล้ว

เจ็บคอ
อาการป่วยสำเร็จรูป
อาทิตย์ที่ผ่านมาองค์ประกอบดูครบ
เครียด
อากาศเปลี่ยนแปลง
บุหรี่จัด
พักผ่อนน้อยเข้าวันเดียว
อาการเจ็บคอก็เข้ามาถามหา

กินยา
นอน
รู้สึกว่าชีวิตดูอ่อนล้าลงทุก ๆ ที
แต่ยังหรอก
ฉันยังไม่ตายหรอก
ยังมีอะไรต้องทำอีก
ใช่ไหม

30 กรกฎาคม 2548 เวลา : 21:00:00




 

Create Date : 14 กรกฎาคม 2549
5 comments
Last Update : 14 กรกฎาคม 2549 15:49:09 น.
Counter : 459 Pageviews.

 



แวะมาเยี่ยมระฆัง....

ถ้าเหนื่อยๆเบื่อๆเมื่อไหร่ก็พักบ้างนะ

 

โดย: Love U forever. 14 กรกฎาคม 2549 16:33:53 น.  

 

เอ่อ ไอ้ที่ผมใช้เวลาอ่านมาทั้งหมดเนี่ย
มันคือบันทึกเก่าจริงๆเลยเหรออ่ะคับ ว๊ากๆๆๆๆๆ

 

โดย: พี่เฮฮา (พี่เฮฮา ) 17 เมษายน 2551 13:28:45 น.  

 

การเดินทางที่ยาวนาน

 

โดย: boyblackcat 9 สิงหาคม 2551 9:34:17 น.  

 

 

โดย: thanitsita 25 มีนาคม 2553 14:01:01 น.  

 

มาอ่านความในใจของ จขบ. ครับ ถึงแม้จะช้าไปก็ตาม

 

โดย: Insignia_Museum 27 พฤศจิกายน 2554 10:29:12 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


RAKANG
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




We're just two lost souls
Swimming in a fish bowl,
Year after year.
Friends' blogs
[Add RAKANG's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.