ทำงานกับการเกษตร โดย นายยักษ์เีขียว
Group Blog
 
 
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
7 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
งานของฉันกับสวนพี่จำเนียร


ลูกค้าที่รักและนับถือ กับย่างก้าวสู่ปีที่ 4


นายยักษ์เขียว ได้ท่องเที่ยวเก็บข่าวเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง ปีนี้เป็นปีที่ 4 แล้วที่สวนของคุณจำเนียร  เคหะระ(อำเภอดอนเจดีย์  จังหวัดสุพรรณบุรี)  เกษตรกรมืออาชีพ ที่ได้ไว้วางใจผลิตภัณฑ์ยักษ์เขียวและไบโอเฟอร์ทิล โดยพี่จำเนียร มีสวนมะม่วงอยู่ในละแวกเดียวกันอยู่ 2 แปลง มีพื้นที่รวมประมาณ  18  ไร่  แบ่งเป็นพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง 200 ต้น พันธุ์ฟ้าลั่น  200 ต้น พันธุ์เขียวเสวยอีก 300 ต้น และพันธุ์โชคอนันต์อีก 50 ต้น  โดยรวมแล้วทุกพันธุ์มีอายุประมาณ 12-13 ปี


    พี่จำเนียรเล่าให้ฟังว่า ในระยะหลัง ต้นทุนการผลิตขยับขึ้นสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ไม่ว่าจะเป็น น้ำมันเชื้อเพลิง, ปุ๋ย,ยาและอาหารเสริมล้วนขยับราคาสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง แต่ราคาผลผลิตกลับมีแนวโน้มลดลง เลยต้องคิดหาวิธีที่ทำยังไงให้ต้นทุนต่ำลง และให้ผลผลิตมีมากขึ้น จนได้อ่านเจอบทความของนายยักษ์เขียว ที่ว่า “เพิ่มผลผลิตมากขึ้น ลดต้นทุนลงมากกว่า”  ที่ลงในนิตยสาร จึงเริ่มปรับเปลี่ยนแนวคิด โดยเริ่มพบกันและดำเนินการปรับปรุงตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 50 ก็เริ่มทดลองใช้ ไบโอเฟอร์ทิล สูตรไล่แมลง ฉีดพ่นทางใบเพื่อฟื้นบำรุงต้น ทุก ๆ 15 วันเรื่อยมาจนถึงช่วงสะสมก่อนราดสาร(ประมาณ 6 ครั้ง)  ส่วนทางดิน พี่จำเนียรเลือกลดต้นทุนปุ๋ยเคมีโดยใช้ “ยักษ์เขียว” แถบทอง(สูตรเข้มข้น) ผสมร่วมกับปุ๋ยเคมีในอัตรา 1:1 รวมแล้วใส่ครั้งละ 1 กิโลกรัมต่อต้น ห่างกันประมาณ  45 วันต่อครั้ง หลังจากตัดแต่งและเตรียมต้นได้ 3 เดือน ก็ได้เวลาของการดึงช่อ พี่จำเนียรจึงเริ่มทำตามแผนที่วางไว้ โดยเริ่มกระตุ้นดอกหลังจากการราดสารแล้วโดยฉีดพ่น “ไบโอเฟอร์ทิล” สูตรไล่แมลง ทุก 15 วันเหมือนตอนทำใบและสะสม  พี่จำเนียรเล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดีว่า จำแม่นเลยว่า วันที่ 6 สิงหาคม เป็นวันดึงช่อครั้งแรก ปรากฏว่ามะม่วงแทงช่อออกดีทั้งหมด แม้กระทั่งพันธุ์เขียวเสวยที่เป็นพันธุ์หนัก ก็ยังช่อยาวสวยจนเพื่อนบ้านข้างเคียงต่างแวะมาถามไถ่  เรียกว่าติดเหมือนพันธุ์เบาทั่วไปเลยทีเดียว เสียดายช่วงดอกบาน ฝนดันเทกระหน่ำ ชุดแรกเลยพลาด ต้องเปลี่ยนมาเป็นแผนสอง คือ เริ่มดึงช่อห่างจากครั้งแรกอีก 2 เดือน โดยมาเริ่มวันที่ 6 ตุลาคม  ใช้ “ไบโอเฟอร์ทิล” สูตรไล่แมลง ทุก 15 วันเหมือนเดิม ชุดนี้ได้ช่อไม่น้อยหน้ากว่าชุดแรก) จนผลติดเป็นเม็ดเท่าหัวแมลงวัน จึงเปลี่ยนมาใช้ “ไบโอเฟอร์ทิล” สูตรเร่งขนาดผล  พร้อมทั้งเสริม “ยักษ์เขียว”แถบทอง(สูตรเข้มข้น)เดี่ยว ๆ ต้นละประมาณ 1 กิโลกรัมอีกครั้งหนึ่ง  ซึ่งวันที่นายยักษ์เขียวได้ไปเที่ยวที่สวนพี่เค้านั้น(ต้นธันวาคม )


ด้วยความสงสัยตามประสาคนขี้สงสัย เลยสอบถามกับทางพี่จำเนียรว่า


มะม่วงช่วงเริ่มติดผล


นี่รูปช่วงเริ่มติดผล อาจเห็นไม่ค่อยชัดเพราะรูปเสกลมันใหญ่


อย่างงี้แล้วต้นมันจะแบกไหวเหรอ? เสียงตอบกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มของพี่เค้าว่า  ปกติแล้วมะม่วงต้นสมบูรณ์มันจะสลัดลูกเหลือแค่ประมาณ 2-3 ลูกต่อช่อ ถ้าทั่วไปที่ต้นสภาพกลาง ๆ ก็จะได้แค่ช่อละลูก เป็นธรรมชาติของมัน ถ้าลูกติดเยอะเกินไปขนาดมันก็จะเล็ก ได้ราคาต่ำ แค่ 2-3 ลูกนี่ก็สงสัยต้องหาไม้ค้ำแล้ว (ตามด้วยเสียงหัวเราะร่วน) 


แล้วต้องใส่ปุ๋ยทางดินเพิ่มให้อีกหรือเปล่าพี่?  พี่เค้าตอบมาว่า ส่วนใหญ่ช่วงนี้จะเน้นทางใบเป็นหลัก ก็ใช้ ไบโอเฟอร์ทิล สูตรเร่งขนาดผล ทุก ๆ 15 วันกับยาฆ่าแมลงและยาป้องกันเชื้อราบ้าง เพราะเดี๋ยวประมาณ ก่อนตรุษจีนก็เก็บได้แล้ว เอ่อ พูดถึงตั้งแต่ใช้ ไบโอฯ พวกผีเสื้อวางไข่ก็น้อย หนอนก็น้อย ประหยัดยาฆ่าแมลงลงเยอะ ชุดนี้เดือนนึงฉีดแค่ 2 ครั้ง ไม่เหมือนแต่ก่อนต้องฉีดทุก 10 วัน แถมราคายังถูกกว่าฮอร์โมนที่เคยซื้อใช้ตั้งเยอะโข


ประหยัดลงจากเดิมเยอะมั้ยครับ?  : ก็เดิมเคยใช้อยู่ลิตรร่วมหกร้อย พอมาใช้ไบโอฯ ลิตรละร้อยกว่า อัตราใช้ใกล้เคียงกัน แล้วก็ปุ๋ยทางดินก็ประหยัดปุ๋ยเคมีลงไปอีกครึ่งนึง รวมแล้วก็น่าจะประมาณ 50% น่ะ


ภาพเมื่อติดผลจ้า


ต้นนี้น้ำดอกไม้ เพิ่งแต่งสาวปีแรก ติดกับตั้งแต่กิ่งเล็กไปจนลำต้น (ก่อนเก็บประมาณ 14 วัน)


    สองเดือนถัดมา นายยักษ์เขียวได้เดินทางไปทำข่าวกับทีมงานไม้ผล  กับสวนมะม่วงพื้นที่ 18 ไร่ ที่ต้นทุนการผลิต(ปุ๋ยทางดิน,ยา,ฮอร์โมน) เพียงแค่ 50,000-60,000 บาท  กับผลผลิตสองรุ่น(รุ่นแรก ก.ย. รุ่นที่สอง ถัดมาอีกปีตอนต้นเดือน ก.พ. )ที่ได้ถึงประมาณ 25 ตัน(รวมทุกสายพันธุ์ที่พี่จำเนียรปลูก) โดยเฉพาะ พันธุ์เขียวเสวย ซึ่งปีนี้เป็นพระเอก ต้องบอกว่าเมื่อเจอกับไบโอเฟอร์ทิลแล้ว ติดดกมาก ๆ  ทำเอานายยักษ์เขียวแอบอิจฉาเล็ก ๆ กับราคาที่ได้ ประมาณ 30-60 บาทต่อกิโลกรัม(แล้วแต่สายพันธุ์)  กับมะม่วงที่เพิ่งแต่งกิ่งทำสาวเมื่อเดือนกุมภาฯ  เตรียมต้นโดยใส่ปุ๋ยอินทรีย์แท้”ยักษ์เขียว” สูตร 1 (ทางดิน) + ไบโอเฟอร์ทิล(ทางใบ)  --> ราดสาร --> กระตุ้นดอกด้วย ไบโอเฟอร์ทิล+ไทโอยูเรีย --> เร่งขนาดผลด้วย ไบโอเฟอร์ทิล (เร่งผล) + ยักษ์เขียว สูตร 1 แถบทอง(ทางดิน)  เก็บเกี่ยว ก.ย.  --> เตรียมต้นด้วย ยักษ์เขียว สูตร 1 แถบทอง(ทางดิน) --> กระตุ้นดอกด้วย ไบโอเฟอร์ทิล+ไทโอยูเรีย (ตค.) --> เร่งขนาดผลด้วย ไบโอเฟอร์ทิล (เร่งผล) + ยักษ์เขียว สูตร 1 แถบทอง(ทางดิน) --> เก็บเกี่ยว เดือน ก.พ.



เขียวเสวยก็ไม่ยอมน้อยหน้า ดกไม่ใช่เล่น


    ซึ่งมีการใช้สารเคมีกำจัดแมลงและเชื้อราบ้างนิดหน่อย และเสริมปุ๋ยเคมีบ้าง 1-2 ครั้ง  เป็นอันจบกระบวนการในหนึ่งปี กับต้นทุนปุ๋ย,ยาไม่ถึง 60,000 บาท + ค่าแรง(พี่จำเนียรทำและดูแลเอง) กับผลผลิตประมาณ 25,000 กิโลกรัม x ด้วยราคา 30-60 บาท ถ้าคิดเผื่อให้ราคาต่ำ ๆ อยู่ที่ 20 บาท ก็ยังเล่นเอาตาโตได้เหมือนกัน  






Free TextEditor


Create Date : 07 มีนาคม 2553
Last Update : 7 มีนาคม 2553 20:11:53 น. 1 comments
Counter : 739 Pageviews.

 
มะม่วง..น่าทานมากๆสดกรอบอร่อยยยยยย


โดย: Opey วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:9:58:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

yakkeaw
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




แ่บ่ง ข้าวปลาอิ่มแล้ว ยังมี ลืมได้
ปัน สิ่งทรัพย์ยามดี บ่แท้
ความ รู้เพื่อนดีที่ แบ่งต่อ ทำกิน
คิด บ่ลืมคุณแม้ ท่านสิ้น ชีวี

ขอบคุณสำหรับทุก ๆ ความรู้และทุก ๆ น้ำใจจากเพื่อนร่วมโลก (ยักษ์เขียว)
blog search directory blog directory
Friends' blogs
[Add yakkeaw's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.