มกราคม 2554

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...ใครชวน

         เอกับบี เป็นเพื่อนรักที่รักกันมาก คบกันตั้งแต่อนุบาล จนจบปริญญาตรี ทั้งสองคนแตกต่างกันสุดขั้ว ทั้งนิสัยใจคอ และหน้าตา เอเป็นคนน่ารัก เรียบร้อย แต่รูปร่างค้องข้างอ้วนและเตี้ย ส่วนบีเป็นคนโผงผางพูดอะไรไม่คิด แต่หน้าตาสะสวย แม้จะมีคนคอยเปรียบเทียบทั้งสองตลอดเวลาถึงความแตกต่างวอันนี้แต่ทั้งสองก็ไม่เคยผิดจกันเลย กลับใช้ความต่างมาเอื้อในการทำงานอีกต่างหาก จนกระทั่งวันนึงบีชวนเอไปเที่ยวบ้านเพื่อนของบี เมื่อไปถึงก็เที่ยวกันอย่างสนุกสนาน ไม่ได้แยกจากกันเลย (ปกติแล้วทั้งสองคนก็ไม่เคยแยกกันอยู่แล้ว) และในตอนเย็นบีก็ได้ขอร้องให้เพื่อนพาไปเที่ยวในตัวเมืองเพราะได้ข่าวว่ามีของขายมากมาย


บี : ดีเลยจะได้ซื้อของไปฝากเพื่อนที่กรุงเทพ


เอ: ช่ายๆ อยากดูของพื้นเมืองเหมือนกัน


บี: เค้าชวนแล้วเหรอถึงจะไปด้วยอะ (พูดคล้ายแซวเล่น)


เอ: ......ไม่เป็นไรหรอก เราหน้าด้านอะ


           สำหรับบีมันอาจเป็นการแซวเล่นไม่มีอะไรให้ต้องกังวล แต่สำหรัีบเอแล้วคือประโยคที่ทำร้ายจิตใจมาก ในเมื่อบีเป็นเพื่อนรักและเป็นคนชวนเอมาเที่ยวแล้วทำไมถึงพูดเหมือนไม่สนใจกันเลย ถ้ามาเที่ยวแล้วเวลาไปไหนมาไหนต้องแบ่งแยก ถ้าไปก็ไปด้วยกันจะมาทิ้งกันไว้ได้ยังไง กับประโยคเดียวของเพื่อนรักทำให้เอถึงกับซึม เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้ จากคนที่น่ารัก พูดคุยสนุกสนาน เอกลับเงียบลง อยู่กับตัวเองมากขึ้น บีก็ไม่ได้เอะใจอะไรกับคำพูดของตัวเอง เพื่อนกันคงไม่คิดเล็กคิดน้อย แต่บีพลาดไปแล้วเรื่องต่างๆที่เคยมองผ่านไป ที่เป็นข้อเสียของบีเอได้นำกลับมาคิด ทั้งความน้อยเนื้อต่ำใจเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตา ทั้งคำพูดที่ไม่สนใจใคร ทั้งปัญหาที่ต้องตามแก้ให้ สิ่งที่เอเคยคิดว่าช่างมันเธอกลับนำมาทบทวน แล้วก็คิดว่านี่นะหรือเพื่อนที่เธอเคยเสียสละให้ทุกอย่าง รีบไปหาเวลาร้องให้ เวลามีเรื่อง เก็บความลับทุกอย่างไว้ให้ แต่กลับพูดกับเธออย่างนี้กลับเธอเหรอ


         ตกเย็น เพื่อนของบีก็เข้ามาที่ห้องพักของทั้งสอง และชวนออกไปข้างนอก บีนั้นลุกไปทันที ส่วนเอยังนั่งอยู่ที่เดิมทำให้เพื่อนหันมาถามว่าเอไม่ไปเหรอ เอตอบว่าไม่ละขี้เกียจ  บีแปลกใจมากเพราะมันไม่ใช่นิสัยของเอ ต้องมีอะไรแน่ๆ แต่ก็ไม่สะดวกที่จะถาม บีคิดว่าหรือว่าเอจะงอนที่เธอแซวเรื่องไม่มีใครชวน แต่ก็ไม่น่าใชเพราะเอยังบอกอยู่เลยว่าเธอหน้าด้าน ด้วยความที่เป็นคนไม่สนใจใครของบีจึงปล่อยเลยไป


       เมื่อกลับถึงกรุงเทพ เอ กับ บี ก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกัน สำหรับเอเหมือนมีอะไรขาดหาย แต่เพราะเสียความรู้สึกไปแล้วจึงไม่ติดต่อ ทั้งที่ในใจก็ลุ้นว่าบีจะติดต่อมา  ส่วนบีกลับไม่รู้สึกอะไรเลย นานจนคำว่าเพื่อนสนิทห่างหายไปจากสองสาว เอตอนนี้ไม่ได้รู้สึกว่าอะไรขาดหายไป ก็มานั่งทบทวนดูว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเอเป็นผู้ให้ทุกอย่าง ส่วนบีก็จะเป็นผู้รับทุกอย่าง เอคอยคิดเสมอว่าบีจะชอบสิ่งนั้นสิ่งนี้มั้ยต้องคอยโทรไปถาม ส่วนบีจะเป็นคนที่รับโทรศัพท์ และบอกความต้องการของตัวเองไป จะได้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร บีจะนึกถึงเอเวลามีเรื่องไม่สบายใจ เอจะนึกถึงบีแทบจะทุกเวลา


       นั่นคือความต่างของสองสาวท่ทำให้เพื่อนรัก  กลานเป็นเพื่อนเก่า เพียงเพราะประโยคประโยคเดียว 






Free TextEditor



Create Date : 13 มกราคม 2554
Last Update : 13 มกราคม 2554 5:37:30 น.
Counter : 365 Pageviews.

1 comments
  
ต้องโทษเรื่องของความคิด การไม่เปิดใจคุยกันมากกว่า บางทีการคุยกันอย่างเปิดอกเปิดใจจำเป็นต้องใช้คนกลางค่ะ
โดย: magic-women วันที่: 13 มกราคม 2554 เวลา:15:25:32 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

พณณกร
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ไม่ได้อยากจำ แต่มันไม่ลืม