Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2557
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
4 สิงหาคม 2557
 
All Blogs
 
พ่ายพรหมลิขิต ตอนที่ 13

13

ธนดลเดินเข้ามาหาพลับพลึงซึ่งนั่งคิดงานอยู่มุมทำงานของเธอโดยเปิดเพียงโคมไฟบนโต๊ะทำงานตัวเดียวเธอเข้ามุมทำงานตั้งแต่ทานอาหารเย็นเสร็จซึ่งไม่ต่างจากธนดลที่เข้านอนไปเลยจนดึกดื่นเขาถึงได้ออกมาข้างนอกอีกครั้งเพราะสะดุ้งตื่นกลางดึก

“ไม่หนาวบ้างหรือไงคุณ”

คนนั่งคิดงานสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงเอ่ยทักจากข้างหลังเวลาดึกดื่นบรรยากาศเงียบเชียบแบบนี้ยังมาเงียบๆใครบ้างจะไม่ตกใจพลับพลึงยกมือขึ้นทาบอกแล้วผ่อนลมหายใจนี่ถ้ามีภาวะของโรคหัวใจคงช็อคตายคาโต๊ะเมื่อตั้งสติได้จึงเอี้ยวตัวไปหาชายหนุ่ม

“ขอร้องคราวหน้ากรุณาส่งเสียงก่อนถึงตัวก็ดีนะคะทำแบบนี้ฉันอาจจะช็อคตายได้ง่ายๆ”พลับพลึงต่อว่า แต่ชายหนุ่มก็เถียงทันควัน

“ผมก็ไม่ได้มาเงียบๆนะ อย่างน้อยก็เสียงเปิดปิดประตูห้องนอนล่ะคุณน่าจะได้ยิน”

พลับพลึงค้อนเวลาทำงานเธอจะไม่สนใจสิ่งรอบข้าง

“ช่างเถอะแล้วคุณมีเรื่องอะไรกับฉันถึงได้ออกมาดึกดื่น”

“ก็เห็นยังไม่เข้าไปนอน”

“ทำไมจะมาชวนฉันไปนอนหรือไง อ่ะนี่คุณคิดอะไรอยู่หรือเปล่าเนี่ย”ภรรยาจำเป็นหยอกหน้าเป็น

“คิดอะไรบ้าๆ”ธนดลเสียงเข้มเห็นเขาทำท่าเป็นห่วงเป็นใยหน่อยเอาใหญ่เชียวเขาเดินเลี่ยงออกไปเมื่อเจอถ้อยคำอย่างนั้นแต่ก็ต้องหยุดก่อนเมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องจะบอกกล่าว“อ้อ เรื่องหนี้สินของลุงกับป้าคุณผมกำลังให้เลขาฯจัดการ”

“หรือคะ”พลับพลึงลุกพรวดจากเก้าอี้ฉีกยิ้มด้วยความตื่นเต้นเพราะเธอจะได้มีคำตอบให้ป้าเสียที

“เดี๋ยวค่ะคุณดล” พลับพลึงร้องเรียกไว้เมื่อธนดลจะเดินกลับห้องนอน“พรุ่งนี้ฉันอาจจะกลับค่ำหน่อยนะคะฉันต้องขึ้นดอยแต่ถ้าคุณเป็นห่วงรถพรุ่งนี้ฉันจะให้นายส่วยไปส่งที่ไซด์งานฉันจะได้เอารถของบริษัทมาใช้”

“ผมบอกแล้วไงว่าให้ใช้รถที่บ้านคุณนี่พูดไม่รู้เรื่อง”ธนดลชักรำคาญสาวผมสั้น

“ก็ฉันกลัวว่าจะทำรถคุณเสียหายนี่คะ”

ธนดลถอนหายใจแม่สาวผมสั้นช่างประชดเสียจริงเขาไม่ได้ห่วงรถมากมายอย่างที่บอกไปในตอนแรกหรอกแต่ก็ปั้นสีหน้าเข้มเมื่อหันกลับมาเผชิญหน้า

“แค่รถคันเดียวคุณน่าจะดูแลได้”

แล้วเขาก็หมุนตัวเดินจากไปปล่อยให้พลับพลึงอ้าปากด้วยคาดไม่ถึงกับคำตอบที่ได้รับก่อนจะห่อไหล่อย่างเซ็งๆเขามั่นใจว่าเธอจะสามารถดูแลรถได้ทั้งๆ ที่เธอยังไม่มั่นใจตัวเองเลยเพราะครั้งล่าสุดก็เพิ่งพารถของบริษัทเฉี่ยวต้นไม้ข้างไซด์งานสภาพลายพล้อยอย่าบอกใครเชียว


รุ่งเช้าพลับพลึงออกจากบ้านตั้งแต่หมอกยังไม่จางวันนี้เธอจะไปที่บ้านพักตากอากาศโมเดิร์นฮิลอีกครั้งนอกจากจะไปคุยเรื่องงานที่ไม่ต้องแก้ไขแล้วเธอยังมีเรื่องอยากคุยกับพิมพ์พรรณด้วยอากาศวันนี้ค่อนข้างแจ่มใสถนนไม่ชื้นแฉะเหมือนครั้งก่อนอาจเพราะไม่มีฝนมาหลายวันบรรยากาศกลางภูเขาแบบนี้ฝนตกไม่เลือกฤดูหน้าหนาวแท้ๆยังมีฝนปรอยๆ เป็นระยะๆข้างทางนอกจากเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่แล้วอีกข้างถนนลาดยางที่เพิ่งทำเสร็จไม่นานดูได้จากสีของยางมะตอยยังเป็นสีดำสดยังเป็นเหวลึกอีกด้วยพลับพลึงมองลงไปยังเหวลึกเมื่อยามถึงโค้งก็อดเสียวไส้ไม่ได้เธอยิ้มขึ้นมาอย่างชื่นใจกับรถที่กำลังใช้อยู่นี่หากว่าเป็นรถกระบะของบริษัทล่ะก็คงได้ลากเกียร์กันยาวเชียวล่ะแต่คันนี้นอกจากจะขับง่ายแล้วยังไม่เหนื่อยอีกด้วยเกิดเป็นคนรวยมีปัญญาซื้อรถแพงๆนี่มันดีแท้ ยิ่งขับก็ยิ่งติดใจยิ่งขึ้นดอยสูงหมอกก็ยิ่งหนาแต่มันไม่ใช่อุปสรรคสำหรับพลับพลึงเพราะเธอไม่ใช่คนชอบซิ่งหรือประมาทไม่นานกลุ่มหมอกที่หนาคละคลุ้งอยู่ทั่วพื้นที่ก็ค่อยๆจางและมองเห็นทางเช่นเดิมจนถึงหมู่บ้านชาเธอเรียกหมู่บ้านชาเพราะบริเวณนี้มองไปทางไหนก็เห็นแต่ไร่ชาสุดลูกหูลูกตาตรงไปอีกหน่อยก็ถึงหมู่บ้านซึ่งสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านชารสเลิศแถมยังกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วหมู่บ้านจนพลับพลึงต้องปิดแอร์แล้วเลื่อนกระจกลงเพื่อสูดกลิ่นหอมที่อบอวลให้ชื่นปอด

ผ่านหมู่บ้านชาไปพอสมควรเธอถึงได้เลื่อนกระจกขึ้นสีหน้ารื่นรมย์ค่อยๆเคร่งเครียดขึ้นเมื่อเข้าสู่เขตของบ้านพักตากอากาศของเจ้าของโมเดิร์นฮิลล์คราวนี้คนงานไม่ได้ขวางทางเพื่อถามไถ่ปล่อยให้เข้าไปได้เลยเมื่อประตูบ้านพักตากอากาศเปิดพลับพลึงก็ขับรถไปจอดที่เดิมแล้วก้าวลงจากรถ

“พี่พลับ

พลับพลึงมองตามเสียงร้องเรียกเธออ้าแขนกว้างเมื่อพิมพ์พรรณวิ่งเข้ามาหาและโผเข้ากอดเธอด้วยความดีใจ

“ดีใจอะไรนักหนาเพิ่งเจอกันเมื่อวานนี้เอง”

“ดีใจสิคะพิมพ์นึกว่าพี่จะไม่มาหาพิมพ์อีกแล้ว”

“มาสิยังไงพี่ก็ต้องมา”

“เชิญข้างในก่อนสิครับ”

พลับพลึงหันมองคนเสียงห้าวซึ่งเดินเข้ามาสมทบดูเหมือนว่าทั้งสองจะรอคอยการมาของเธออยู่

“คุณรู้หรือคะว่าฉันจะมา”

ชายหนุ่มยิ้มเป็นมิตรแทนคำตอบแต่พลับพลึงกลับเบ้หน้าแล้วเบือนหน้าหนี

“เข้าบ้านก่อนเถอะค่ะขับรถเหนื่อยมั้ยคะ”พิมพ์พรรณชวนคุย

“ก็นิดหน่อยจ้ะพิมพ์พี่ขอคุยงานกับคุณคาร์เวลก่อนได้มั้ย”

พิมพ์พรรณหน้างอแต่เมื่อพี่สาวพยักหน้าขอร้องเธอก็ไม่ขัดจึงเดินเข้าบ้านเพื่อเตรียมของว่างมาต้อนรับพี่สาวแทน

“เชิญข้างในก่อนสิครับ”แพททริคคาร์เวลผายมือเชื้อเชิญให้หญิงสาวเข้าไปยังมุมหนึ่งซึ่งเป็นมุมทำงานของเขา

“คุณทำแบบนั้นทำไมคะ”

พลับพลึงต่อว่าเมื่อเดินเข้ามาถึงมุมทำงานของชายหนุ่มซึ่งมีกล่องใส่แบบของเธอวางอยู่บนโต๊ะ

“เรื่องอะไรครับ”แพททริคเอ่ยถามเพราะงงที่หญิงสาวตั้งคำถามติดเกรี้ยวแบบนี้

“ก็เรื่องแบบไงคะมุขที่คุณให้แก้ไขทำไมจู่ๆถึงได้เปลี่ยนใจคงไม่ใช่เพราะอยากเอาใจฉันหรอกนะฉันบอกแล้วไงคะว่าไม่ต้อง”

“เอ่อผมว่าใจเย็นๆ ก่อนนะ”

แพททริคยกมือขึ้นห้ามจะอธิบายแต่กลับถูกพลับพลึงแหวใส่เสียก่อน

“ใจเย็นๆงั้นหรือคุณจะให้ฉันคิดยังไงล่ะก่อนหน้านี้คุณสั่งให้แก้นั่นแก้นี่แต่พอรู้ว่าฉันเป็นใครคุณก็ยกเลิกไม่แก้ถ้าคิดจะเอาใจฉันด้วยวิธีแบบนี้มันไม่ได้ผลหรอกนะอีกอย่าง คุณได้ดูถูกความสามารถฉันอย่างร้ายกาจ”

แพททริคถอนหายใจสถาปนิกสาวต่อว่าเขาน้ำไหลไฟดับเชียวดูเหมือนจะขัดจังหวะเธอไม่ได้เสียด้วยจึงรอให้เธอต่อว่าเขาจนพอใจแล้วจึงได้เริ่มอธิบาย

“โอ.เคพอใจคุณแล้วนะทีนี้คงจะฟังผมได้บ้าง”แพททริคอมยิ้มเมื่อเห็นอาการหอบหน่อยๆของหญิงสาว “ผมไม่ได้คิดจะทำแบบนั้นผมไม่เคยเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงานสาบานได้และที่งานของคุณยังคงเหมือนเดิมเพราะผมเห็นแล้วว่ามันสวยกว่าที่ผมคิดไว้จริงๆใช่ตอนแรกผมให้เหตุผลกับคุณตระการไปว่าอยากได้แบบล้านนามากหน่อยโอ.เค.แบบที่ผมสั่งแก้อาจจะไม่ตรงใจผมมากนักแต่เมื่อฟังเหตุผลของคุณเมื่อวานว่าหากแก้ไขอาจจะมีผลกระทบต่อโครงสร้างบางส่วนต้องเสียเวลาคำนวณกันใหม่ซึ่งอาจจะต้องเสียเวลาพอสมควรเมื่อมาคิดดูแล้วถ้าต้องเสียเวลาไปอีกผมก็คงไม่ชอบใจเท่าไหร่แล้วแบบที่คุณทำมาก็ใช่ว่าจะไม่สวยซะทีเดียวมันก็ดูสมดุลย์ดีผมเลยคิดว่ายอมทำตามที่คุณแนะนำดีกว่าอย่าอคติสิครับผมเองก็แยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานนะ”แพททริคยิ้มท้าทาย

“ใครว่าล่ะฉันก็แค่อยากทำตามใจลูกค้าเท่านั้น”พลับพลึงเฉไฉเสียงอ่อนลงมาก

“ถ้าอย่างนั้นก็ลงมือได้เลยแบบนี้สมบูรณ์แบบแล้วผมคิดว่าถ้าอาคารสำนักงานหลังนี้สร้างเสร็จมันจะโดดเด่นและสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้แวะเวียนเข้าไปดูภายในของรีสอร์ทได้อย่างมากทีเดียว”

“คุณชมฉันเกินไปแล้ว”พลับพลึงเกิดอาการเขินขึ้นมาเมื่อถูกฝรั่งตาน้ำข้าวเอ่ยชมแล้วยังทำหน้าตาตื่นเต้นจนเธอหัวใจเต้นตาม

“มันไม่เกินจริงหรอกผมพูดตามสิ่งที่เห็นคุณคงจะหมดคำถามแล้วนะครับ”

“ค่ะหมดคำถาม”

“ถ้าอย่างนั้นเราน่าจะไปหาพิมพ์กันป่านนี้คงคอยแย่แล้วเธอคิดถึงคุณมากนะ”หนุ่มลูกครึ่งพูดเอาใจ


พลับพลึงใช้เวลาอยู่ที่บ้านพักตากอากาศจนบ่ายคล้อยพิมพ์พรรณที่ใครๆ ก็มองว่าพูดน้อยเรียบร้อยแต่หญิงสาวจะช่างเจรจาขึ้นมาทีเดียวเมื่ออยู่กับพี่สาวพลับพลึงเองก็รู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้มาพักผ่อนรวมถึงแพททริคคาร์เวลเองก็ทำตัวสนิทสนมกับเธอมากขึ้นจนรู้สึกคุ้นเคยกันในเวลาอันสั้นก่อนที่พลับพลึงจะบอกลาเมื่อรับอาหารว่างยามบ่ายพิมพ์พรรณอ้อนอยู่นานทีเดียวเพราะอยากให้พลับพลึงค้างที่นี่ซักคืนแต่พลับพลึงต้องปฏิเสธเพราะเกรงใจแพททริคและไม่อยากตอบคำถามของธนดลด้วยอีกอย่างพรุ่งนี้เธอยังมีงานต้องทำตระการยังรอแบบจากเธออยู่เพื่อจะได้ส่งให้วิศวกรดำเนินงานในขั้นตอนต่อไปแต่เธอก็บอกกับพิมพ์พรรณอย่างเอาใจน้องสาวว่า'จะขึ้นมาหาบ่อยๆ'เพียงแค่ขับรถออกมาพ้นเขตหมู่บ้านชาพลับพลึงก็ดุตัวเองเพราะคุยเพลินจนลืมเวลากว่าจะบ้านคงเย็นย่ำช่วงโพล้เพล้แบบนี้นอกจากอากาศจะเย็นเยียบแล้วหมอกยังลงหนาทำให้ทัศนะวิสัยในการขับขี่ลดลง

“ให้ตายเถอะทำไมหมอกหนาจัง ข้างหน้าโค้งอันตรายด้วยเพี้ยง!อย่าเพิ่งมีรถสวนมาเลยนะไม่น่าเพลินเลยให้ตายสิ”พลับพลึงภาวนาตามด้วยบ่นตัวเอง

หากว่ายกมือขึ้นพนมได้เธอก็คงจะทำไปแล้วทางลงจากหมู่บ้านชาเป็นหุบเขาซับซ้อนแดดส่องไม่ถึงเสียด้วยแต่หากพ้นบริเวณนี้ไปได้ก็จะขับรถได้สบายขึ้น

ในใจหวิวๆขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นยอมรับว่าไม่เคยขับรถคนเดียวในยามมืดค่ำแบบนี้มาก่อนพลับพลึงกลั้นหายใจก็หลายครั้งเมื่อยามผ่านโค้งอันตรายที่ค่อนข้างชันแต่ก็ผ่านมาได้โดยสวัสดิภาพจนลงจากหมู่บ้านชาได้อย่างปลอดภัยเธอจึงพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกผ่านช่วงโค้งข้างหน้าก็เข้าสู่เขตบ้านพักของธนดลแล้วพลับพลึงหลับตาเพื่อปรับม่านตาเมื่อแสงแดดกำลังจะหมดลง

เอี๊ยดดด!!!

หญิงสาวเหยียบเบรคกะทันหันเมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่ามีอะไรบางอย่างวิ่งผ่านหน้ารถลักษณะคล้ายแมวแต่ว่องไวกว่า

“ไม่นะ

เธออุทานเมื่อรู้สึกว่ารถกำลังไถลอาจเพราะเธอเหยียบเบรคแรงเกินไปท้ายรถเลยปัดจนเสียหลักบวกกับถนนเป็นดินค่อนข้างชื้นท้ายรถจึงปัดป่ายเซไปมาจนเธอไม่สามารถบังคับรถให้หยุดได้แม้จะเหยียบเบรคจนมิดแล้วก็ตามที

“อ้าย!....”

พลับพลึงร้องเสียงหลงเมื่อรับรู้ถึงสิ่งกีดขวางข้างหน้ากำลังจะหยุดรถของเธอแต่...ไม่มีวันซะหรอกที่จะปล่อยให้รถชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่เธอหักหลบเฉียดฉิวไปได้แต่ก็ยังไม่โล่งอกเสียทีเดียวเพราะรถนั้นแล่นเข้าป่าข้างทางโดยใช้ตอไม้เป็นเบรค

ปัง!

พลับพลึงหายใจแรงเมื่อรถจอดสนิทเหตุการณ์เมื่อครู่หากเธอขาดสติทุกอย่างคงจะเลวร้ายกว่านี้ไม่แน่ว่าหากหักพวงมาลัยผิดด้านรถอาจจะลงไปนอนก้นเหวนี่ถือว่าโชคดีที่แค่หม้อน้ำแตกควันโขมงเท่านั้นเพิ่งโล่งอกจากการรอดชีวิตหวุดหวิดพลับพลึงก็ต้องกังวลอีกครั้งนอกจากหน้ารถที่จูบเข้ากับตอไม้แล้วยังมีอีกหนึ่งปัญหาใช่ จะเอารถออกจากตรงนี้ได้อย่างไร!




Create Date : 04 สิงหาคม 2557
Last Update : 4 สิงหาคม 2557 9:22:37 น. 2 comments
Counter : 586 Pageviews.

 
นางเอกของเรานี่เรียกว่าผู้พิฆาตรถจริงๆนะนี่ สงสัยจริงๆว่าดวงซวย หรือว่าฝีมือขับรถแย่

คิดถึงนะ แต่ว่าเราเองก็เข้ามาดูได้เดือนละครั้ง สองครั้งเองล่ะ คราวนี้มาได้อ่านหลายตอนเลย แต่ต้องอ่านย้อยนิดหน่อย ลืมๆไปแล้ว

งานยุ่งหรือคะ ทุกทีจะหา typo ให้ แต่คราวนี้มีเวลาน้อย เลยไม่ได้หาให้นะคะ ขอโทษทีค่ะ


โดย: พี่หมูน้อย IP: 202.28.248.42 วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:21:23:16 น.  

 
โชคดีนะว่าไม่เป็นอะไร เดียวต้องโดนดุแน่ๆๆเลย ดูแลรถไม่ได้ อิอิ


โดย: sakeena IP: 58.11.233.208 วันที่: 7 สิงหาคม 2557 เวลา:10:18:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ใยไหมเจ้าค่ะ
Location :
เลย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




โลกแห่งนิยายมีทุกอย่างให้นึกคิด เป็นอีกคนที่ชอบจินตนาการไปพร้อมๆ กับบทประพันธ์ ใยไหม...คือนามปากกาที่ได้มาจากสิ่งที่เห็น รังไหมสีเหลืองทองรูปร่างเรียวรีสะดุดตาเข้าเต็มเปา...
เจ้าขนปุย...คืออีกหนึ่งความรักที่มาจากใจ

 งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี (นี่ไม่ใช่คำเตือน แต่...ขอร้อง...)


Google
Friends' blogs
[Add ใยไหมเจ้าค่ะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.