Photobucket
Photobucket
:•:•: Behind :•:•: [Issue 2/2012] . . . " Love is all around...Pranburi " . . .



มันคงเป็นความรัก ที่ทำให้ตัวฉัน ยังยืนอยู่ตรงนี้...

...มันคงเป็นความรัก ที่ทำให้ใจฉัน ไม่ยอมหยุดเสียที......


...

เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะพากันฮัมเพลงรัก กันอย่างมีความสุขท่ามกลางบรรยากาศหวานละมุนของเดือนกุมภาพันธ์กันอยู่แน่เลยใช่ไหมคะ

เผลอนิดเดียว Behind ก็ได้ผลิตฉบับที่ 2 ออกมาให้ชมกันแล้ว และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ ฉบับนี้คุณผู้อ่านจึงได้เห็นหน้าปกในรูปดอกกุหลาบสีแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของวันแห่งความรัก ส่วนเนื้อหาข้างในฉบับนี้ Behind ก็ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้สวยงามยิ่งขึ้น (ต้องขอขอบคุณคำแนะนำจากนักเขียนหนุ่มมืออาชีพท่านนั้นด้วยนะคะ)

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะถูกอกถูกใจ ทำให้คุณผู้อ่านอมยิ้มบางๆ อย่างมีความสุขกันได้บ้าง

...





สำหรับท่านใดที่ยังไม่ได้เปิดอ่าน Behind ฉบับที่แล้ว สามารถย้อนไปอ่านกันได้นะคะ



ฉบับนี้ Behind มีเรื่องราวอะไรมาฝากกันบ้าง ลองไปชมกันดูค่ะ








เย็นย่ำของวันนั้น หลังจากขับรถจากกรุงเทพฯ ด้วยระยะทาง 250 กิโลเมตร เราก็มาถึงรีสอร์ทเล็กๆ แห่งนี้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของการมาเยือน "ทิวมะพร้าวอ่าวปราณ รีสอร์ท" แต่เป็นครั้งที่สองที่เรากลับมาพักที่นี่อีกครั้ง

คงเป็นเพราะด้วยความประทับใจในหลายๆ สิ่ง เริ่มตั้งแต่ Welcome drink หวานเย็นชื่นใจ ไปจนถึงการได้นั่งมองดวงดาวบนท้องฟ้าที่ทอแสงระยิบระยับจับตาในยามค่ำคืน



และการได้กลับมาพักครั้งนี้ เราก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างของที่นี่ไม่ว่าจะเป็นห้องพักโซนใหม่ที่สร้างขึ้นเสร็จไม่นานอย่าง Sea Sand Sun และ บ้านชมดาวรวมถึงการปรับทัศนียภาพบริเวณโดยรอบรีสอร์ท ให้สวยงามและร่มรื่นมากยิ่งขึ้น



ด้วยความตั้งใจของเจ้าของรีสอร์ทที่ต้องการให้แขกที่เข้าพักรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย และสบายใจเหมือนอยู่บ้าน
การตกแต่งห้องพักของที่นี่จึงพิถีพิถันและใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ต้องหรูหราจนน่าอึดอัด เน้นความสะอาดสะอ้านโปร่งสบาย กลิ่นหอมอ่อนๆ ภายในห้องทำให้รู้สึกสดชื่น ช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางจนนอนหลับฝันดีตลอดคืน



ทำเลที่ตั้งของทิวมะพร้าวอ่าวปราณ รีสอร์ทอยู่ใกล้กับวัดหนองข้าวเหนียว ในทุกๆ เช้าจะมีพระสงฆ์ออกเดินบิณฑบาต
เราจึงสามารถร่วมกันทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล หากไม่ได้เตรียมอาหารแห้งมาเอง ก็สามารถใช้บริการจากชุดใส่บาตรที่ทางรีสอร์ทจัดเตรียมไว้ได้
อิ่มอกอิ่มใจจากการทำบุญตักบาตร ก็อิ่มท้องต่อกับอาหารเช้าที่ปรุงใหม่สดจากเตาตามจำนวนแขกที่เข้าพัก และยังได้เพลิดเพลินกับมาสคอตตัวฟูขนปุยอย่างเจ้ากระต่ายน้อยแสนเชื่องและน่ารัก ที่มาร่วมหม่ำแตงโมอย่างเอร็ดอร่อย เป็นการเพิ่มสีสันในการทานอาหารยามเช้าไปอีกแบบ



"...ครอบครัวเรามีความสุขกับที่นี่ จนเราอยากแบ่งปันความสุขนี้ให้กับคนอื่นบ้าง เราจึงเริ่มสร้าง “ทิวมะพร้าวอ่าวปราณ รีสอร์ท” ขึ้นมา เราอยากให้ทุกๆ ท่านที่มาพักกับเรา รู้สึกรักที่นี่เหมือนกับเรา และคิดว่าที่นี่คือบ้านตากอากาศของคุณ..."
....

จากคำพูดนี้ทำให้เรารู้สึกคล้อยตามได้ไม่ยากเลยจริงๆ ค่ะ



...อีกไม่นานเราคงได้กลับมาอีกครั้ง...ทิวมะพร้าวอ่าวปราณ รีสอร์ท



"อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด" คือ แหล่งท่องเที่ยวของปราณบุรีที่อาจจะถูกมองข้ามไป บางคนอาจมองว่า
ชายทะเลแถบนี้ไม่สวย บางคนว่าแถวๆ อุทยานมียุงเยอะ ทำให้สถานที่แห่งนี้ยังคงความเงียบสงบและไม่พลุกพล่าน
จริงๆ แล้วที่นี่ มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่สวยงามและน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
ถ้ำพระยานคร, จุดชมวิวเขาแดง, คลองเขาแดง, ทุ่งสามร้อยยอด ฯลฯ


ทุ่งสามร้อยยอด คือ พื้นที่ชุ่มน้ำ ที่มีน้ำขังหรือท่วมถึงตลอดทั้งปี ประกอบไปด้วยน้ำจืดและน้ำกร่อย ปัจจุบันระบบนิเวศน์ของ
ที่นี่เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก บัวหลวงที่เคยออกดอกสีสดใสบานเต็มท้องทุ่ง ก็ไม่ออกตามฤดูกาล เนื่องมาจากปัญหาฝนแล้ง
น้ำที่เคยสูง 3-4 เมตร ลดลงเหลือเพียง 1-2 ฟุต ทำให้บัวไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในอุณหภูมิที่ผิดไปจากเดิม เราจึงไม่พบ
ทุ่งสามร้อยยอดที่มีบัวหลวงชูช่อบานเต็มทุ่งมากว่า 4 ปีแล้ว ตอนนี้นักท่องเที่ยวที่ไปจึงได้แค่เพียงชมนกน้ำนับร้อยสายพันธุ์
ที่อาศัยอยู่ทั่วบริเวณอุทยาน อย่างไรก็ดีคงต้องใช้เวลามากพอสมควรที่ทุ่งสามร้อยยอดจะปรับตัวได้ และเหง้าบัวที่ยังฝังอยู่
ในโคลนจำนวนมาก จะสามารถฟื้นคืนและเจริญเติบโตงอกงามให้พวกเราชมกันอีกครั้ง


ยังโชคดีที่ชาวบ้านในพื้นที่ต่างเข้าใจและรู้ถึงคุณค่าของพื้นที่ชุ่มน้ำสามร้อยยอดเป็นอย่างดี และต่างช่วยกันดูแลรักษาเพื่อให้
พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ยังคงความสำคัญทั้งในระดับชุมชนและในระดับประเทศด้วย





ในอำเภอปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลายแห่ง Behind อยากแนะนำให้ขับไปอีกสักนิด ไปที่
อ.สามร้อยยอด เพื่อไปกราบสักการะบูชา "องค์หลวงพ่อโต แห่ง วัดตาลเจ็ดยอด"

วัดตาลเจ็ดยอด ขับไปทางอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จะมีป้ายบอกทางเข้าตลอดทาง วัดตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนา สังเกตได้ง่ายจากองค์หลวงพ่อโต (สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี) ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่โดดเด่นเป็นสง่า เป็นองค์รูปเหมือน ขนาดหน้าตักกว้าง 11 เมตร สูง 18 เมตร น้ำหนักรวม 50,000 กิโลกรัม หล่อจากโลหะทองเหลืองชิ้นใหญ่ 16 ชิ้น เบื้องหน้าเป็นยอดเขาสามร้อยยอดซึ่งเป็นทิวทัศน์ที่มีความงดงาม ภายในวัดมีบ่อน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ จำลองสถานที่ให้คล้ายกับบ่อน้ำมนต์
ศักดิ์สิทธิ์ ที่วัดอินทรวิหาร มีรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งจำลองของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชา และยังมีบริการอาหารกลางวันโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายอีกด้วย

มีหลักธรรมของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี มาฝากคุณผู้อ่านด้วยค่ะ

"บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า ลูกเอ๋ย ก่อนจะเที่ยวไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือ บารมีของตนเองลงทุนไปก่อน เมื่อบารมีของเจ้าไม่พอ จึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะตัวไม่รอด เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่เที่ยวไปขอยืมเขาจนพ้นตัว เมื่อทำบุญกุศลได้บารมีมาก็ต้องเอาไปผ่อนเขาจนหมด ไม่มีอะไรเหลือติดตัว แล้วเจ้าจะมีอะไรในภพหน้า หมั่นสร้างบารมีไว้ แล้วฟ้าดินจะช่วยเจ้าเอง จงจำไว้นะ เมื่อยังไม่ถึงเวลา เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้ ครั้นถึงเวลา ทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครที่ไหนไปช่วยเจ้า”



Behind The Cuisine ฉบับนี้จะพาไปทานของอร่อยอีกแล้วค่ะ และแน่นอนว่าเกือบทุกคนที่มาเที่ยวแถวปราณบุรี ล้วนจะไม่พลาดร้านซีฟู้ดแสนอร่อยที่กำลังเป็นที่นิยมร้านนี้อย่างแน่นอน

"ยกซดซีฟู้ด" ถือกำเนิดขึ้นจากผู้ชายคนหนึ่งซึ่งมีอุดมการณ์ที่อยากจะเปิดร้านเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน ชาวประมงในแถบนั้น ด้วยการรับซื้อกุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึก ฯลฯ แล้วนำมาขายให้กับลูกค้าโดยเน้นที่ความสด อร่อย และราคาย่อมเยา

คุณธชารัฐ มุตตามระ เจ้าของร้านยกซดซีฟู้ด (ปัจจุบันเป็นวิทยากรและเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุนคลังสินค้าและลอจิสติกส์) เล็งเห็นว่า ชาวบ้านชุมชนบ้านบางปูนี้ ประสบปัญหาเรื่องรายได้ จับสัตว์น้ำมาก็ไม่รู้จะไปขายที่ไหนเป็นเรื่องเป็นราวถาวร ครั้นจะให้เช่าแผงขายกันเองก็สู้ราคาค่าเช่าไม่ไหว จะเอาไปขายให้นักท่องเที่ยวตรงหาดอุทยานก็คงไม่ได้ เพราะจะมีเรื่องผลประโยชน์ของผู้ที่ทำมาหากินแถวนั้นอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นอาจารย์ธชารัฐจึงอยากช่วยให้ชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ มีรายได้ที่ยั่งยืนโดยไม่ต้องย้ายถิ่นฐานไปทำมาหากินที่ไหนไกลๆ

การเปิดร้านอาหาร คือ การแปรรูปอาหารสดให้เกิดรายได้ที่ดีที่สุด แต่การทำให้กิจการรุ่งเรืองขายดิบขายดี เป็นที่ประทับใจของเหล่าลูกค้าก็ไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับอาจารย์เองยึดหลัก "สด ถูก อร่อย" ตามสโลแกนของร้าน อาหารที่นี่จึงมีราคาไม่แพงอย่างปูม้า ปูทะเล อาจารย์จะจำหน่ายในราคาทุนเท่ากับที่ซื้อจากชาวบ้าน แต่จะบวกค่าปรุงอาหารเพิ่มเข้าไปอีก 50 บาท ถือว่าเป็นตรรกะที่น่าทึ่งและน่ายกย่องจริงๆ ค่ะ เพราะนอกจากชาวบ้านจะมีรายได้อย่างยั่งยืนแล้ว ลูกค้าที่มารับประทานอาหารก็จะได้อานิสงค์ คือ ได้ทานอาหารทะเลสด ใหม่ อร่อย และราคาไม่แพงอีกด้วย

การเดินทาง : ถ้ามาจากหัวหินมุ่งหน้า จ.ประจวบคีรีขันธ์ เจอแยกปราณบุรี ให้เลี้ยวซ้ายไปทางอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด วิ่งผ่านด่านเก็บเงินไป ถ้าเจ้าหน้าที่เรียกเก็บเงิน ให้บอกว่าไปร้านยกซดซีฟู้ด ก็จะไม่ต้องจ่ายค่าผ่านทาง จากนั้นเลี้ยวซ้าย ไปทางเดียวกับที่จะไป ถ้ำแก้ว ถ้ำพญานคร ขับตรงไปเรื่อยๆ พอผ่านทางเข้าถ้ำแก้ว ร้านอยู่ทางฝั่งขวามือ



จานเด่นของร้านที่จะพลาดไม่ได้เลย "ปูทะเลนึ่ง" ปูทะเลสดๆ ตัวโตก้ามใหญ่เนื้อแน่น ด้วยความสดของวัตถุดิบ ปูที่นี่จึงหวานอร่อย จะจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสชาติจัดจ้านก็เข้ากัน หรือจะเมินน้ำจิ้มกินแต่ปูล้วนๆ ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด เพราะอร่อยจริงๆ คนที่ไม่ถนัดแกะปูก็ไม่ต้องห่วง เพราะร้านจะทุบมาจนแกะง่าย เรียกว่าทานปูกันหมดจานในเวลาอันรวดเร็วเลยค่ะ

ปูทะเลที่นี่จะมีหลายขนาด หากต้องการทานปูตัวโตๆ หรือจะไปทานกันเป็นหมู่คณะ แนะนำให้โทรเช็คก่อนอย่างน้อย 1 วัน อาจารย์จะได้เก็บปูไว้ให้ และนอกจากปูทะเล ก็ยังมีปูม้าสดๆ ให้เลือกทานอีกด้วยนะคะ



เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าอาหารที่นี่สดจริงทุกอย่าง แนะนำว่าให้ลองเมนูอื่นๆ อย่าง "กุ้งอบวุ้นเส้น" และ "เนื้อปลากะพงผัดพริกไทยดำ" ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ

กุ้งสดตัวอวบใหญ่อบกับวุ้นเส้นรสชาติเข้มได้ใจ เรียกว่าอบกันถึงเครื่องจริงๆ หอมพริกไทยและเครื่องเทศมากๆ เห็นไม่ได้มาในหม้ออบก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะเขาจัดขนาดให้ตามจำนวนคนที่มาทาน แต่จัดใส่จานแบบนี้ก็ทานง่ายไม่ได้ลดทอนความอร่อยลงแต่อย่างใด

ส่วนจานปลาก็เด่นที่เนื้อปลาสดแน่นไม่คาว หั่นมาเป็นชิ้นพอคำ ทอดกรอบกำลังพอดี ทานคู่กับกระเพรากรุบกรอบเข้ากันได้ดีเลยค่ะ



อีกหนึ่งเมนูเด่นของร้านยกซดซีฟู๊ด ขอยกให้กับ "หอยนางรมทรงเครื่อง" จานนี้เลยค่ะ หอยนางรมอาจจะตัวไม่ใหญ่เท่าไรนัก แต่ขอย้ำว่าสดอร่อยมากๆ พอได้ทานคู่กับเครื่องเคียงต่างๆ ที่จัดมาพอดีคำแล้ว เสมือนว่าเราไม่ได้ทานของดิบอย่างไรอย่างนั้นเลย เมนูนี้จึงเป็นเมนูที่แทบทุกโต๊ะจะต้องสั่งมาทานกันทั้งนั้น สำหรับเราแล้วจานเดียวยังเกือบไม่พอ

ปิดท้ายความอร่อยกันที่ "ข้าวผัดปู" เนื้อปูม้ายังคงเป็นชิ้นๆ ในข้าวที่ผัดมาหอมกรุ่นน่าทาน บีบมะนาวลงไปนิดๆ ทานคู่กับพริกน้ำปลาหน่อยๆ เป็นการจบมื้ออร่อยนี้ในราคา 1,000 บาทที่คุ้มค่าจริงๆ



ก่อนกลับก็อย่าลืมซื้อของฝากติดไม้ติดมือด้วยนะคะ



อย่างที่ได้เกริ่นไว้ในตอนแรกนะคะว่า เพื่อให้เข้ากับเดือนแห่งความรักแบบนี้ Behind จึงขอเชิญคู่รักที่แสนน่ารักอย่าง
"คุณโอ - คุณยิ้ม" ปลาหมึกน้อยกับนายโอเลี้ยง เจ้าของเพจ "Eat and Travel Diary" มาเปิดเผยถึงเบื้องหลังภาพ
แห่งความประทับใจให้คุณผู้อ่านได้ชมกัน ไปร่วมชื่นชมความหวานที่น่าอิจฉากันได้เลยค่ะ

(ขอขอบคุณแขกรับเชิญทั้งสองมากๆ ที่ให้เกียรติมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน Behind ฉบับนี้นะคะ )





เวลาเราไปเที่ยวทะเล โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะอยากนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ นอนตื่นสายๆ ให้สมกับช่วงเวลาวันหยุดที่รอคอยมานาน แต่สำหรับ Behind แล้วการได้เฝ้ามองแสงแรกยามเช้าจากดวงอาทิตย์กลมโตริมชายหาด เป็นแรงบันดาลใจที่ยอดเยี่ยมที่จะทำให้เราลุกขึ้นจากที่นอนได้ไม่ยาก



เตรียมขาตั้งกล้องไว้ให้พร้อมและปล่อยอารมณ์ให้พริ้วไหลไปกับแสงแรกสีทองที่ค่อยๆ ส่องประกายระยิบระยับบนผิวน้ำ

เสียงคลื่นที่ซัดสาดทำให้บรรยากาศไม่เงียบเหงา แม้วินาทีนั้นจะมีแค่เสียงกดชัตเตอร์ ปราศจากซึ่งการพูดคุยหัวร่อต่อกระซิก




เปลี่ยนคลื่นทะเลที่ซัดสาดรุนแรง ให้เป็นฟองนุ่มๆ น่าสัมผัสด้วยการเปิดหน้ากล้องตัวโปรดให้นานขึ้นอีกนิด ปล่อยให้ภาพถูกบันทึกผ่านเลนส์กล้องอย่างช้าๆ เนิ่นนานเท่าที่ใจต้องการ จะเพิ่มความอุ่นหรือความหวานให้กับโทนสีของภาพ ก็ตามแต่ใจจะรังสรรค์



สมัยที่จูเลียและวาเลนตินัสยังมีชีวิตอยู่ คำว่า "My Valentine" คงเป็นคำที่จูเลียใช้เรียกชายผู้เป็นที่รักอย่างวาเลนตินัส
อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

แต่ในปัจจุบันนี้ คำว่า "My Valentine" เป็นภาษาสากลที่เอาไว้เรียกบุคคลที่รัก ประมาณ "สุดที่รักของฉัน" กันอย่างแพร่หลาย

วันนี้ Behind จะขอนำเรื่องราวความเป็นมาของ Valentine มาฝากคุณผู้อ่านค่ะ ว่าเพราะอะไรถึงกำหนดให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์
เป็นวันแห่งความรัก

......


(ข้อมูลอ้างอิงจากวิกิพีเดีย)

คงต้องกล่าวย้อนไปในสมัยศตวรรษที่ 3 ของอาณาจักรโรมัน จักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ผู้ซึ่งไม่ปรารถนาให้ชายชาติทหารมี
ความรัก พระองค์คิดว่าหากเหล่าทหารของพระองค์มีพันธะหรือมีความรัก การรบก็จะไม่มีประสิทธิภาพ พระองค์จึงประกาศ
กฎหมายห้ามชาวโรมันแต่งงานกัน มิฉะนั้นจะโดนลงโทษรุนแรงถึงขั้นประหาร

นักบุญ "เซนต์ วาเลนตินัส" ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าว เพราะเขาคิดว่าความรัก คือ สิ่งที่ยิ่งใหญ่ เปรียบความรักเป็น
เสมือนพรจากพระเจ้า เขาจึงประกอบการแต่งงานอย่างลับๆ ให้กับหนุ่มสาวโรมันที่รักกันหลายต่อหลายคู่ แต่แล้วความลับ
ก็ล่วงรู้ไปถึงจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 เขาจึงถูกจับกุมโทษฐานฝ่าฝืนกฎหมาย และต้องโทษประหารชีวิต

ระหว่างที่เขาถูกจองจำในคุก เขาได้พบกับ "จูเลีย" ลูกสาวของหัวหน้าผู้คุมขัง เธอเป็นหญิงสาวสวยที่อาภัพเพราะเธอตาบอด
จูเลียได้มาเยี่ยมวาเลนตินัสบ่อยๆ ได้พูดคุยกันเกือบทุกวัน พวกเขาทั้งสองต่างตกหลุมรักกันและกัน และก็ได้เกิดปาฏิหารย์
ขึ้นกับจูเลีย เธอกลับมามองเห็นเหมือนคนปกติ วาเลนตินัสกล่าวว่าเป็นเพราะจูเลียได้รับความรักจากพระเจ้า จากเหตุการณ์
นี้ทำให้ผู้คนที่รู้ข่าวต่างพากันเลื่อมใสในพระเจ้าและกลายเป็นชาวคริสเตียนกันหมด

เมื่อจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ทราบเรื่องนี้ ทรงกริ้วมากจึงรับสั่งให้ประหารชีวิตวาเลนตินัสทันที และชาวคริสเตียนอีกมากมาย
ที่ต้องถูกทรมานจากเหตุการณ์นี้

วาเลนตินัสถูกประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 ซึ่งก่อนที่เขาจะถูกประหาร วาเลนตินัสได้เขียนจดหมายถึงจูเลียเพื่อ
ขอบคุณสำหรับความรักและภักดีที่จูเลียมีให้กับเขา โดยลงท้ายที่จดหมายว่า "Love...From your Valentine"

ชาวคริสเตียนจึงนับเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันแห่งความรักเพื่อระลึกถึงนักบุญวาเลนตินัสจวบจนทุกวันนี้

......

และในปัจจุบันนี้ดอกไม้ที่ถูกใช้เป็นตัวแทนของการสื่อรักมากที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้น "ดอกกุหลาบ" เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายๆ คน
คงจะเตรียมมอบดอกกุหลาบให้กับคนที่รักอยู่แน่ๆ แล้วมีใครทราบไหมว่าจำนวนดอกและสีของดอกกุหลาบที่เรามอบให้นั้น
จะสามารถสื่อความนัยได้แตกต่างกัน วันนี้ Behind ขอนำมาฝากค่ะ

- กุหลาบสีแดง (Red Rose) : จะใช้ในความหมายแทน ประโยคที่ว่า "ฉันรักเธอ"
- กุหลาบสีขาว (White Rose) : แทนความหมายแห่งความรักอันบริสุทธิ์
- กุหลาบสีชมพู (Pink Rose) : มักถูกใช้แทนความรักแบบโรแมนติก และความเสน่หาต่อกัน
- กุหลาบสีเหลือง (Yellow Rose) : เป็นสีแห่งความสดใส แทนความรักแบบเพื่อน

1 ดอก = รักตั้งแต่แรกพบ
2 ดอก = ขอแสดงความยินดี
3 ดอก = ฉันรักเธอ
7 ดอก = เธอทำให้ฉันหลงเสน่ห์
9 ดอก = เราทั้งสองคนจะรักกันตลอดไป
10 ดอก = เธอเป็นคนที่ดีเลิศที่สุด
11 ดอก = เธอเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดของฉัน
12 ดอก = ขอให้เธออยู่เป็นคู่ฉัน
13 ดอก = เราเป็นเพื่อนกัน (ซึ่งอีกนัยหนึ่งคือ การบอกปฏิเสธด้วยความรักอย่างเพื่อน)
15 ดอก = แทนความรู้สึกเสียใจ
20 ดอก = แทนความจริงใจต่อกัน
21 ดอก = การมอบชีวิตอุทิศให้
36 ดอก = ความทรงจำแสนหวานที่ยังมีต่อกัน
40 ดอก = ยืนยันว่ารักแท้
99 ดอก = ฉันจะรักเธอจนวันตาย
100 ดอก = ฉันจะอุทิศชีวิตนี้เพื่อเธอ
101 ดอก = ฉันมีเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น
108 ดอก = ขอแต่งงานแบบอ้อมๆ ที่ผู้ให้ไม่กล้าพูด
999 ดอก = ฉันจะรักเธอจนวินาทีสุดท้าย
1,000 ดอก = ฉันจะรักเธอจนวันตาย
9,999 ดอก = ฉันจะรักเธอชั่วนิรันดร์


คุณผู้อ่านรู้ความหมายของการมอบดอกกุหลาบลึกซึ้งขนาดนี้แล้ว ก็สามารถเลือกได้แล้วนะคะว่าจะจัดส่งดอกกุหลาบสีอะไร
และจำนวนเท่าไรดี จึงจะเหมาะสมกับความรักของคุณ

ขอให้มีความสุขในวันแห่งความรักนะคะ



สำหรับ Behind ฉบับนี้ ขอเพิ่มในส่วนของ The Health ขึ้นมาเพื่อมอบประโยชน์และเกร็ดความรู้ในการดูแลสุขภาพให้กับ
คุณผู้อ่านค่ะ

" รักการเดินทาง รักสวยรักงาม รักผู้คนรอบกาย ก็ต้องไม่ลืมที่จะ "รัก (สุขภาพ) หัวใจ" ของตัวเองกันด้วยนะคะ

(ขอบคุณบทความจากวารสาร The Heart Plus)

.....

ทราบหรือไม่คะว่าในทุกชั่วโมงคนไทยเสียชีวิตด้วย "โรคหลอดเลือดหัวใจ" 2.3 คน หรือเฉลี่ยวันละ 54 คน

โรคหลอดเลือดหัวใจเกิดจากการมีไขมันไปอุดตันในหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ไขมันจำนวนมากที่สะสมใน
ผนังหลอดเลือดทำให้ไม่สามารถนำอ๊อกซิเจนไปสู่หัวใจได้ หากมีการอุดตันมากจนทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย ผู้ป่วยอาจ
เสียชีวิตได้

จากการศึกษาในประเทศไทยพบว่า ผู้ที่อยู่ใน "กลุ่มอาการเมตาบอลิก (Metabolic Syndrom)" หรือกลุ่มอาการที่สืบเนื่อง
จากความอ้วนลงพุง เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจมากกว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้เป็นถึง 1.7 เท่า ยิ่งกว่านั้นผู้ป่วย
ที่เป็นเบาหวานจะเพิ่มโอกาสในการเป็นมากกว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้เป็นถึง 4.9 เท่า

อาการของโรคหลอดเลือดหัวใจ ผู้ป่วยจะมีอาการ "ปวดเค้นที่บริเวณหัวใจ อาจร้าวไปที่แขน ไหล่ซ้าย ข้อศอก ขากรรไกร
หรือไปที่ด้านหลัง" และอาจจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น แน่นหน้าอก คลื่นไส้อาเจียน เป็นลม หมดสติ เหงื่อออกมาก ซีด
เป็นต้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดด้วยยาหรือการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรค

ถึงแม้พันธุกรรมจะเป็นสาเหตุในการเกิดโรคดังกล่าว แต่ร้อยละ 80-90 ของผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมในการ
ดำเนินชีวิต การป้องกัน คือ ควรทานผัก ผลไม้เป็นประจำ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่
และทำจิตใจให้สดชื่น ไม่เครียด ควรรับการตรวจวัดความดันโลหิต เจาะเลือดหลังงดอาหารและเครื่องดื่มมากกว่า 12 ชั่วโมง
เพื่อตรวจหาระดับไขมันคลอเรสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ เอชดีแอล แอลดีแอล และน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะผู้ชายที่มีรอบ
เอวมากกว่า 90 ซม. หรือผู้หญิงที่มีรอบเอวมากกว่า 80 ซม.

โรคหลอดเลือดหัวใจเป็นภัยร้ายที่น่ากลัวอีกโรคหนึ่ง จากรูปแบบในการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปในสังคมเมือง อาจทำให้เราละเลย
ดูแลสุขภาพ ดูแลหัวใจของตัวเอง อย่าลืมหมั่นดูแลสุขภาพกันอย่างสม่ำเสมอนะคะ

.....

ด้วยรักและห่วงใยจากใจ Behind



สำหรับหน้าสุดท้ายนี้ Behind ขอมอบให้เป็นพื้นที่ของ The Game เกมส์สนุกๆ สำหรับคุณผู้อ่านที่คลิกไลค์เพจของ Behind
ทุกท่าน สามารถร่วมตอบคำถามรับของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ ดังภาพเลยค่ะ

กติกา และรายละเอียดของเกมส์ จะถูกโพสที่หน้าเพจ Behind http://www.facebook.com/BehindbyBongในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ห้ามพลาดนะคะ





Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 4 มกราคม 2556 13:21:48 น. 3 comments
Counter : 1341 Pageviews.

 
ว้าวๆในblogนี้สีหวานกว่าในBPอีกนะค้า^^


โดย: จุ๋มเองค่ะ IP: 27.55.0.98 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:0:53:37 น.  

 



โดย: Kavanich96 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:7:35:46 น.  

 
ว้าว..น้องจุ๋มมาเยี่ยมบ้านนี้ด้วย ขอบคุณนะคะ

คุณ Kavanich96 .... ขอบคุณที่แวะมาชมนะคะ


โดย: Yai Klong_Tour Rai วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:11:20:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Yai Klong_Tour Rai
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




รักการท่องเที่ยว รักการถ่ายภาพ รักที่จะเก็บความทรงจำดีๆ ระหว่างการเดินทางมาแบ่งปันทุกคน
5""

free counters

Click Like..Yai Bong


Click Like...Behind


Behind | Februrary 2013/ Issue 13

Behind | January 2013/ Issue 12

Behind | November 2012/ Issue 11

Behind | My Bakery Edition October 2012/ Issue 1

Behind | October 2012/ Issue 10

Behind | The Cuisine Edition October 2012/ Issue 10

Behind | September 2012/ Issue 9

Behind | August 2012/ Issue 8

Behind | July 2012/ Issue 7

Behind | June 2012 / Issue 6

Behind | May 2012 / Issue 5

Behind | April 2012 / Issue 4

Behind | March 2012 / Issue 3

Behind | February 2012 / Issue 2

Behind | January 2012 / Issue 1

E-Magazine BEHIND...Click for free download now

New Comments
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
13 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Yai Klong_Tour Rai's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.