space
space
space
<<
สิงหาคม 2559
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
space
space
23 สิงหาคม 2559
space
space
space

เรื่องสั้น (ภาคทดลอง) ชีวิตของนายจัน ตอนรถรางผี



        สวัสดีผู้อ่านวันนี้ข้าพเจ้าจะมาทดลองเขียนนิยายที่เขียนสมัยอยู่ม.5หรือประมาณปี2552-2553 ซึ่งเพิ่งค้นพบเมื่อครั้งทำความสะอาดบ้านในวันนี้(23 เม.ย. 2558) เป็นเรื่องราวของนายจัน อายุ17ปี เสมียนออฟฟิศของบริษัทแห่งหนึ่งในบางกอกที่พบเรื่องราวมากมายในชีวิตของเขาโดยภาคนี้จะเป็น
ชีวิตวัยหนุ่มตอนต้นของเขา (หมายเหตุ ตัวละครเรื่องนี้ไม่มีตัวตนอยู่จริง เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง โดยอ้างอิงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เท่านั้น)
        ฤดูฝนปี 2488 กรุงเทพมหานคร สวัสดีครับผมนายจัน ภักดีเป็นเสมียนออฟฟิศอยู่แถวท่าเรือคลองเตยวันนี้ผมจะเล่าเหตุการณ์สยองขวัญครั้งหนึ่งของผมเผชิญหน้ากับมัน เมื่อหนึ่งปีที่แล้ว...“  ใกล้เข้าไปอีกนิด ชิดเข้าไปอีกหน่อย สวรรค์น้อยๆอยู่ในวงฟ้อนรำ รูปหล่อขอเชิญมาเล่น เนื้อเย็นขอเชิญมารำ มองมานัยน์ตาหวานฉ่ำ มาซิมารำกับพี่เอย...”เสียงวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์ดังลั่นภายในบ้านเรือนปั้นหยาสองชั้นแถวถนนที่ฝรั่งเรียกว่า"นิวโร้ด"หรือคนไทยเรียกว่าถนนเจริญกรุง เวลานั้น เป็นเวลา 23.00 น. ผมกำลังจะเคลิ้มหลับทันใดนั้นได้ยินเสียงหวอดังสนั่น ผมตกใจมากรีบวิ่งออกจากบ้านที่ผมเช่าอยู่จนถึงหลุมหลบภัยสาธารณะจึงรีบวิ่งเข้าไปหลบอยู่ในหลุมหลบภัย โดยมียายแก่คนหนึ่งเข้ามา
หลบอยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางเสียงระเบิดจากด้านนอกดังสนั่นแล้ว พาลทำให้นึกถึงเรื่องที่สยองขวัญเรื่องหนึ่งที่ผมได้ประสบพบเจอเมื่อไม่นานมานี้ ประมาณสามสัปดาห์ที่แล้ว ผมเดินกลับจากที่ทำงานหลังโรงไฟฟ้าวัดเลียบเพื่อกลับบ้าน ในตอนแรกผมคิดว่าเวลานี้สองยามแล้วคงไม่มีรถสาธารณะผ่านมาหรอก แต่ทันใดนั้นผมได้ยินเสียงดัง แก๊งๆแก๊งๆ เสียงกริ่งของรถรางดังมาจากข้างหลังของผมแต่เสียงนั้นเยือกเย็นมาก ผมไม่คิดว่าดึกปานนี้จะมีรถรางวิ่งผ่านอยู่ แต่ผมเอะใจอยู่นิดหน่อยเพราะว่ารถรางคันนั้นสีดำสนิทเหมือนอีกา รถรางคันนั้นผมจำได้ว่าหมายเลข13 แล้วรถรางก็จอดรอผม ผมจึงขึ้นรถราง พอผมจะจ่ายเงินกับการ์ดรถ(พนักงานเก็บเงิน) การ์ดรถพูดเสียงเยือกเย็นจนผมขนลุกซู่ไปหมดทั้งตัว "รถรางคันนี้ ขึ้นฟรี ไม่ต้องเสียสตางค์" ผมก็แปลกใจอีกแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมเห็นผู้โดยสารทุกคนนั่งหน้านิ่่งเฉยราวกับว่าเป็นหุ่น พอรถรางเคลื่อนผมหันไปดูบรรยากาศรอบนอก ปรากฏว่ารถรางคันนั้นลอยขึ้นไปบนฟ้า ไม่ผิดหรอกครับลอยขึ้นไปบนฟ้า ผมตกใจมากพอหันหลังกลับไปผู้โดยสารที่โดยสารมาด้วยกลับกลายเป็นซากศพร้องโหยหวนดังน่ากลัวมาก ผมตกใจร้องลั่น "โว้ย ผีหลอกโว้ย ช่วยด้วย ช่วยด้วย" "เฮ้ย อ้ายหนู อ้ายหนู เอ็งเป็นอะไรของเอ็งวะ"เสียงยายแก่ปลุกผมตื่นขึ้นมาจากภวังค์ ผมเลยคิดว่า "นี่กูฝันไปหรอวะเนี่ย" ผมก็เลยบอกคุณยายคนนั้นว่า "ขอโทษครับ ผมคงจะฝันไป" ยายแก่ก็สวนกลับมาว่า"ข้านึกว่าเอ็งเมาเสียอีก อ้ายหนู เอ้อ เรือบินมันคงจะไปเสียแล้วล่ะ รีบออกไปเสียเถอะ" แล้วผมกับยายแก่คนนั้นเลยขึ้นมาจากหลุมหลบภัย แล้วยายก็พูดว่า "เอ็งจะกลับกับข้าด้วยมั้ย นั้นไง รถรางมาแล้ว" แต่ผมเกิดเอะใจขึ้นมามันจะเหมือนเรื่องที่ผมนึกถึงหรือเปล่า พระเจ้าช่วย รถรางคันนั้นอีกแล้ว รถรางหมายเลข13 พอยายแก่คนนั้นขึ้นไปแล้วหันมาบอกกับผมว่า"อ้าว อ้ายหนูทำไมเอ็งไม่ขึ้นมาว่ะ" พอสิ้นเสียง ยายแก่คนนั้นค่อยๆตาถลนมานอกเบ้า ร่างกายผอมแห้งเหมือนผีตายซาก ผมตกใจกระโดดตัวลอยแล้วหันหลังแล้ววิ่งเต็มสตีมราวกับนักวิ่งจากโอลิมปิคเลยทีเดียว พอมาถึงบ้านรีบนอนคลุมโปงหัว ผมนอนไม่หลับเลยจนกระทั่งตีห้าครึ่ง ผมจึงลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพื่อไปทำงาน ผมมารอรถรางหน้าบ้าน ผมนึกในใจว่าปานนี้คงจะไม่มีผีแล้วล่ะเพราะว่าตะวันเริ่มทอแสงแล้ว แล้วผมก็ไปเจอเพื่อนผู้หญิงที่ทำงานที่เดียวกัน เธอชื่อ "คุณกุหลาบ" เธอเป็นลูกเจ้าคุณไพรีพินาศ การศึกษาดีจบจากเมืองนอก หน้าสะสวยเหมือนนางสาวไทยเชียวล่ะ เธอเป็นเลขานุการ เป็นที่หมายปองของหนุ่มๆในออฟฟิศรวมทั้งผมด้วยล่ะ แต่เธอไม่เคยมองผมเลย สงสัยเพราะผมมันจนล่ะมั้ง พอเจอหน้าเธอหัวใจของผมมันก็ละลายไปเสียแล้ว วันนี้เธอมาแปลก เธอพูดกับผมว่า"สวัสดีจ๊ะ นายจัน" ผมแปลกใจมากเพราะเธอไม่เคยพูดกับผมเลย แม้แต่จ้องหน้าเธอก็ไม่เคยแลผมสักครั้ง ผมเลยตอบกลับไปว่า "สวัสดีครับ คุณกุหลาบมาทำอะไรครับ" เธอตอบกลับมาว่า"วันนี้ฉันมารอรถรางจ๊ะ" ผมจึงตอบกลับไปว่า"งั้นหรอครับ ผมก็มารอรถรางเหมือนกันครับ" เธอชวนคุยกับผมหลายๆเรื่องจนกระทั่งรถรางมา เธอบอกกับผมว่า "นายจันรถรางมาแล้วรีบขึ้นกันเถอะ" แล้วเธอก็ขึ้นรถรางไป ผมเหลือบมองไปเห็นสีของรถราง ผมตกใจมาก เพราะสีของรถรางคันนั้นเป็นสีดำ แล้วหมายเลขของรถรางเป็นเลขที่13 ผมพูดกับคุณกุหลาบว่า"เดี๋ยวครับ! คุณกุหลาบรถรางนั้นมัน.." คุณกุหลาบมองมาที่ผม นรกเป็นพยาน! หน้าคุณกุหลาบเริ่มเปลี่ยนไปจากหน้าที่เคยสวยเหมือนนางสาวไทยกลับกลายเป็นใบหน้าที่เละ ร่างกายที่ผอมเพรียวบางกลายเป็นร่างกายที่ขึ้นอืดทื่อ ผมตกใจสุดขีดจึงรีบใส่เกียร์หมาวิ่งไปที่ทำงาน ผมหอบเหมือนหมาหอบแดด เหงื่อท่วมตัว เห็นเพื่อนจับกลุ่มคุยกันในออฟฟิศพอเห็นผมก็ทัก "เฮ้ย ไอ้จัน แกรู้มั้ย คุณกุหลาบตายแล้ว เห็นว่าโดนระเบิดตาย" นายอวยเป็นผู้กล่าว ผมตกใจมาก เลยเล่าให้พวกเพื่อนทุกคนฟังว่าเพิ่งโดนผีคุณกุหลาบหลอกมา ทุกคนทำหน้าตกใจแล้วซักถามจากผมเป็นการใหญ่ แล้วอยู่ดีๆนายชัยก็เล่าว่า"เมื่อปีที่แล้วมีรถรางคันหนึ่งหมายเลข 13 โดนระเบิด รถรางคันนั้นเละไม่มีชิ้นดีเลยล่ะ" ผมแปลกใจเลยถามว่า"เอ๊ะ แกรู้ได้ไงว่ะ" นายชัยตอบว่า"เมื่อวันก่อนที่นายกลับก่อนเวลาน่ะ มีระเบิดลูกหนึ่งหล่นเข้ามาแล้วระเบิดในออฟฟิศของเรา พวกเราตายกันหมดเลยล่ะ ผมจึงถามว่า "นี่พวกแกล้อเล่นกันอยู่ใช่มั้ย" แก๊งๆ เสียงรถรางคันหนึ่งแล่นมาหน้าออฟฟิศ แล้วพวกเพื่อนของผมได้ขึ้นรถรางคันนั้น "ใช่รถรางสีดำหมายเลข 13!!" การ์ดรถบอกกับผมด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นและดังกังวานว่า "อ้าว เจอกันอีกแล้ว รถรางคันนี้แล่นระหว่างโลกมนุษย์กับยมโลก ผู้โดยสารจะต้องเป็นวิญญาณที่ตายแล้วเท่านั้น คนธรรมดาไม่มีสิทธิ์ที่จะขึ้น" ผมนิ่งและตกใจสุดขีด แล้วรถรางคันนี้ก็ลอยขึ้นไปบนฟ้า ผมนั่งท่ามกลางซากของออฟฟิศที่พังลงมา แล้วผมก็สลบไปพอฟื้นขึ้นมาผมรีบวิ่งเข้าวัดเพื่อขอน้ำมนต์จากหลวงพ่อเพื่อรดล้างซวยและกลับบ้านโดยทันที 



Create Date : 23 สิงหาคม 2559
Last Update : 23 สิงหาคม 2559 0:13:15 น. 0 comments
Counter : 357 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
space

บรรณารักษ์น้อยกลอยใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add บรรณารักษ์น้อยกลอยใจ's blog to your web]
space
space
space
space
space