Naked Chef ในต่างแดน
Naked Chef ในต่างแดน

จาก Naked Chef Abroad, The Linguist 52.3

แปลโดย ปัทมา ชูวงศ์

นิค แทนเนอร์ กล่าวว่า สไตล์การพูดที่เป็นกันเองของ เจมี่ โอลิเวอร์ เป็นสูตรแห่งความสำเร็จของเขาแต่หนังสือสอนทำอาหารฉบับแปลของเขาได้ถ่ายทอดส่วนผสมที่สำคัญนี้ได้หรือไม่ 

หนังสือสอนทำอาหารของเจมี่ โอลิเวอร์ และรายการโทรทัศน์ต่างๆ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้หนังสือสอนทำอาหารนั้นเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศอังกฤษรายการ Food Programme ของ บีบีซีเรดิโอ 4กล่าวว่า เจมี่ โอลิเวอร์ เป็นนักเขียนที่มียอดขายดีที่สุดในทุกประเภทของที่นี่ในปี2554 นอกจากนี้ยังมีผู้ติดตามที่เหนียวแน่นในประเทศเยอรมันด้วยโดยมีรายการทีวีโชว์พากย์ภาษาเยอรมันออกฉายและหนังสือสอนทำอาหารของเขาแทบจะทั้งหมดได้รับการแปลในเดือนสิงหาคม 2555 หนังสือแปล เรื่องJamie’s - 30-Minute Meals (2010) มียอดขายเป็นอันดับหนึ่งจากรายการหนังสือสอนทำอาหารเพื่อจุดประสงค์ทั่วไปที่ขายดีที่สุดในเว็บไซต์แอมะซอนของประเทศเยอรมันและเขายังมีหนังสืออีก เล่ม ติดใน20 อันดับหนังสือที่มียอดขายสูงสุดของเยอรมัน

เจมี่เน้นว่าต้องใช้ส่วนผสมที่สดใหม่และต้องมีความสมดุลในทางปฏิบัติระหว่างการทำตามใจตัวเองกับชีวิตที่มีสุขภาพดีแต่ความสำเร็จของเขาในประเทศอังกฤษดูเหมือนว่าจะขึ้นอยู่กับบุคลิกภาพเป็นอย่างมากซึ่งมีการสื่อสารโดยอากัปกิริยาที่มีความเฉพาะตัวของเขาในการพูด เช่น สำเนียงเอสเส็กส์ คำพูดที่เต็มไปด้วยสแลง และสไตล์การเขียนที่เป็นกันเองมาก ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับแนวทางของกุ๊กทำอาหารในรายการโทรทัศน์รุ่นก่อนๆ และดูเหมือนว่าลักษณะที่เป็นคนง่ายๆ เห็นทุกคนเสมอภาคกันแหวกแนว ไม่อยู่ในกฎระเบียบ ของเขานั้นเป็นปัจจัยสำคัญต่อการที่เขาได้รับความนิยม

ความสำเร็จของเจมี่ในประเทศเยอรมันทำให้เกิดคำถามว่า องค์ประกอบด้านสไตล์การใช้ภาษาของเจมี่ โอลิเวอร์นั้นได้รับการจัดการในการแปลอย่างไร หากองค์ประกอบด้านสไตล์เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในความเป็นตัวตนของเขาที่บ้านเกิดของเขาจะเกิดอะไรขึ้นเมื่องานของเขาถูกส่งไปยังอีกวัฒนธรรมหนึ่ง

ก่อนอื่น สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าวิธีการการเขียนของเจมี่แตกต่างอย่างไรจากกุ๊กที่ใช้ภาษาอังกฤษที่ประสบความสำเร็จคนอื่นๆดีเลีย สมิธ เป็นต้นแบบของเชฟรายการโทรทัศน์ในหลายๆ ด้านรุ่นก่อนหน้าเจมี่และได้กลายเป็นนักเขียนตำราการทำอาหารคนสำคัญของอังกฤษ ในขณะที่ยังคงมีความร่วมสมัยดีเลียก็เป็นมาตรฐานซึ่งส่งให้งานเขียนของเจมี่ยิ่งเด่นขึ้นกว่าเดิม

การวิเคราะห์ทางสถิติของตัวอย่างสูตรอาหารจากกุ๊กทั้งสองคน แสดงให้เห็นว่าจริงๆ แล้วของเจมี่ยึดแบบแผนการเขียนสูตรอาหารไว้อย่างกว้างๆ โดยรวมเขาใช้โครงสร้างที่เป็นระเบียบแบบแผน – คือมีชื่อสูตร รายการส่วนผสมแต่ละอย่าง(อาจมีบางครั้งที่ไม่ระบุแต่ไม่บ่อยนัก) และขั้นตอนในการปรุงในแง่ของการยึดมั่นกับระเบียบแบบแผนด้านวากยสัมพันธ์ก็เช่นกันคือมีความแตกต่างเพียงเล็กน้อยระหว่างเชฟทั้งสองคน ในส่วนนี้อาจจะไม่น่าแปลกใจที่จะพบว่าโดยรวมแล้วหนังสือของเจมี่ฉบับแปลเป็นภาษาเยอรมันยังคงวางโครงสร้างและระเบียบแบบแผนและวากยสัมพันธ์ของภาษาเยอรมัน

ทว่าเมื่อวิเคราะห์วาทกรรมแล้ว จะเห็นว่าหนังสือของเจมี่ โอลิเวอร์และ ดีเลีย สมิธ นั้นแตกต่างกันอย่างมาก ดีเลียและผู้บุกเบิกรายการทำอาหารทางโทรทัศน์อย่าง เซน่า สกินเนอร์ และ มาเกอริท พาเทน ได้รับการพูดถึงว่านำเสนอ“ขั้นตอนปรุงอาหารแบบตรงไปตรงมาด้วยทักษะคหกรรม" ด้วยสไตล์การนำเสนอ “ในลักษณะที่ค่อนข้างคล้ายกับครูสอนคหกรรม” หนังสือสูตรทำอาหารของเธอมุ่งให้ความรู้ ขั้นตอนทำอาหารแน่นและกระชับกำหนดระยะเวลาและปริมาณที่แม่นยำ ระบุอุปกรณ์เครื่องครัวที่ต้องใช้ และมีการอธิบายเพียงเล็กน้อยในสูตรประกอบด้วยขั้นตอนทำอาหาร แต่ไม่ได้มีคำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะ มีโอกาสให้พลาดได้น้อยหรือมีทางเลือกไม่มาก

และเช่นเดียวกับครูรุ่นก่อนๆ ภาษาของดีเลียจะไม่ค่อยมีภาษาปากหรือถ้ามีก็เพียงแค่เล็กน้อยเช่น Ingredients are ‘placed’ หรือ ‘put’ in a pan และ ‘transferred’ to the oven ซึ่งเป็นภาษาในห้องเรียนไม่ใช่ในภาษาผับหรือภาษาที่พูดกันในสนามเด็กเล่น ดีเลียอาจเป็นที่ปรึกษา ผู้แนะนำ หรือครูสอนพิเศษของคุณแต่ไม่ใช่เพื่อนคุณแน่นอน

ในทางตรงกันข้าม การเขียนของเจมี่ตั้งใจที่จะแสดงตัวตนของเขาในฐานะ‘เพื่อนผู้เชี่ยวชาญ’ สำหรับผู้อ่านมากกว่าเป็น ‘คุณครูเผด็จการ’ ที่เจ้าระเบียบ นี่อาจจะเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในสไตล์การพูดแบบเป็นกันเองของเขาซึ่งยังคงถือว่าไม่ปกติสำหรับงานเขียนสูตรอาหาร เขามักจะคุยกับผู้อ่านโดยตรง (ใช้สรรพนาม ‘you’ บ่อยครั้งมากกว่า ดีเลีย) และมักจะให้คำแนะนำอธิบายความคิดเห็นส่วนตัวหรือแม้กระทั่งขอโทษเกี่ยวกับสูตรอาหารของเขา

เจมี่เป็นที่รู้จักกันดีว่าไม่ชัดเจนในปริมาณส่วนผสม มักจะบอกให้ใส่ส่วนผสมโดย’splash’ ‘drizzle’ หรือ กำหนดปริมาณว่า ‘handful’ และภาษาของเขาบ่งบอกลักษณะทางกายภาพที่เต็มไปด้วยพลัง เช่น the oven is heated ‘to full whack’, wine is ‘sloshed’ into sauces and further ingredients are ‘tipped’, ‘thrown’ หรือบางครั้งก็ใช้คำว่า ‘chucked in’ ก่อนที่อาหารปรุงเสร็จแล้วจะถูกเสิร์ฟ ‘whacked’ onto the table

นี่ไม่ใช่ภาษาของครูสอนวิชาคหกรรมแต่เป็นภาษาที่เล่าให้เพื่อนฟังถึงพาสต้าจานโปรดลักษณะการบรรยายของเจมี่เชิญชวนผู้อ่านให้เชื่อใจในการผสมผสานประสบการณ์ในทางปฏิบัติและ‘ความปกติ’ แบบตรงไปตรงมามากกว่า การออกคำสั่ง ดังนั้นเจมี่จึงเป็นเพื่อนผู้เชี่ยวชาญมากกว่าคุณครู

บทบาท ‘เพื่อนผู้เชี่ยวชาญ’ นี้ และสไตล์ที่มาด้วยกันนั้นไม่ปกติในการเขียนหนังสือสอนทำอาหารของอังกฤษและอาจเป็นส่วนสำคัญต่อความสำเร็จของเจมี่ โอลิเวอร์ในประเทศนี้ การวิเคราะห์ตลาดหนังสือทำอาหารของเยอรมันซึ่งต้องบอกตรงๆ ว่าจำกัดบ่งชี้ว่าการใช้ภาษาลักษณะนี้หาได้ยากการเขียนสูตรอาหารของเยอรมันส่วนมากจะเขียนในลักษณะสอนแบบเข้มงวด ระบุขั้นตอนการทำน้อยและมักจะเขียนเรียงเป็นข้อๆและไม่ค่อยพูดกับผู้อ่านเป็นการส่วนตัว การใช้สรรพนามบุคคลที่ 1 ดูเหมือนแทบจะไม่มีและการหารือ การชี้แจงหรือการอธิบาย (ซึ่งตรงข้ามกับคำสั่ง) จะปัดไปอยู่ในส่วนของของคำแนะนำ/เคล็ดลับ ในตอนท้าย

จากเพื่อนสู่ครู

เมื่อมองครั้งแรก ดูเหมือนว่างานแปลหนังสือของเจมี่เป็นภาษาเยอรมันนั้นรักษาสไตล์ที่เป็นกันเองไว้มากโดยหนังสือแปลแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจมากที่จะพูดกับผู้อ่านโดยตรงมากกว่าที่จะเป็นบทความทำอาหารที่เขียนขึ้นในเยอรมันเอง การแสดงออกของบุคคลที่หนึ่งมักจะยังคงไว้ ปริมาณในเชิงกายภาพที่ไม่แน่นอน(เช่น handfuls, glugs เป็นต้น) ก็เก็บไว้ในฉบับแปลด้วยเช่นกัน ดังตัวอย่างจากหนังสือ Jamie’s Great Britain (2011)

Toss [the pasta] with your sauce and a little splash of the cooking water to make it silky then add a nice handful of cheese. Taste and check the seasoning then serve immediately with another good sprinkling of cheese, a drizzle of extra virgin olive oil and some fresh thyme tips.

ฉบับแปลกลับ(จากภาษาเยอรมันกลับเป็นภาษาอังกฤษ)

Turn the pasta in the sauce,mix in 1 dash of cooking water so that it becomes nice and creamy, and mix in 1 handful of cheese. Season to taste, round off with more cheese, some olive oil and fresh thyme and serve immediately. 

การใช้ตัวเลข 1 แทนการไม่ระบุจำนวนในต้นฉบับคือการให้ความแน่นอนในปริมาณซึ่งเป็นการเขียนในลักษณะที่เป็นปฏิพจน์(คำพูดหรือวลีที่มาจากการนำคำความหมายตรงข้ามกันมารวมกัน) - 1 dash of cooking water มีความหมายชัดเจนกว่า 'a little splash' วลี 'a nice handful' อาจจะหมายถึง กำมือใหญ่ แต่ไอเดียเรื่องปริมาณเชิงกายภาพหรือปริมาณที่เห็นภาพได้ แทนการบอกน้ำหนักนั้นก็ยังคงไว้ในฉบับแปล

อย่างไรก็ตามเมื่อเปลี่ยนสไตล์จากไม่เป็นทางการไปเป็นภาษาปากมากๆฉบับแปลเป็นภาษาเยอรมันมักจะตัดออก มีสูตรหนึ่ง เจมี่อธิบายว่า จอห์น ดอรี่ ว่าเป็น ‘a really wicked fish’ แต่ในฉบับแปลไม่แปลประโยคนั้นทั้งประโยค ในตัวอย่างจาก The Naked Chef (1999) ภาษาที่เป็นกันเองอย่างมากถูกนำมาถ่ายทอดเป็นภาษาเยอรมันในแบบที่ค่อนข้างจะไม่มีอะไรแตกต่างไปจากภาษาธรรมดา

I’m afraid that this is a clichéd and obvious combination but it is quick and bloody good, so try it.

วลี ‘bloody good’ อาจจะแปลได้ว่า saugut หรือ verdammtgut แต่อาจจะไม่ได้รับการยอมรับ

ฉบับแปลกลับ(จากภาษาเยอรมันกลับเป็นภาษาอังกฤษ)

At the risk that this combination looks too banal: it is quickly prepared and tastes really good.

อีกทั้งยังมักจะมีการตัดส่วนที่ไม่แน่ใจที่ปรากฏในต้นฉบับภาษาอังกฤษออกดังตัวอย่างจาก The Naked Chef

I don’t always stuff the chicken but when I do I generally go with lemon, bay and rosemary, which I push into the cavity at this point […] To me the perfect roast chicken has tender moist breast meat, crisp skin and, dare I say it, over-cooked thigh meat.

ฉบับแปลกลับ(จากภาษาเยอรมันกลับเป็นภาษาอังกฤษ)

I fill the belly with lemon slices, bay leaves and rosemary. […] The perfect roast chicken has a soft, juicy breast and a crispy skin. The flesh on the thighs must properly fall apart. 

เนื้อหาในภาษาต้นทางที่แสดงถึงการให้คำแนะนำหรือเชิงขอโทษ (‘I don’t always…but when I do’, ‘To me’ และ ‘dare I say’) ไม่มีอยู่ในฉบับแปลเป็นภาษาเยอรมันซึ่งรวมถึง กิริยาช่วยที่เป็นคำสั่ง muss (‘must’) และการเปลี่ยนคำของประโยคสุดท้ายเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะทำให้เข้าใจได้ว่าเจมี่เห็นด้วยกับ ‘การปรุงที่นานเกินไป’

ผลลัพธ์จากการแปลอย่างนี้คือการเปลี่ยนบุคลิกของเขาให้ห่างไกลจากบทบาท‘เพื่อนผู้เชี่ยวชาญ’ เป็น ‘ครูเผด็จการ’ ที่เจ้าระเบียบเนื่องจากสไตล์และลักษณะการเขียนนั้นคือการสื่อความหมายในตัว การแปลอย่างนี้จึงมีนัยยะของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการสื่อสารระหว่างสองภาษา

นี่เป็นตัวอย่างอธิบายความขัดแย้งที่ทำลายงานแปลอยู่บ่อยครั้งฉบับแปลควรสะท้อนวัฒนธรรมของภาษาต้นทางอย่างซื่อสัตย์มากเพียงใด? และฉบับแปลควรปรับให้เข้ากับความคาดหวังของวัฒนธรรมของภาษาปลายทางมากแค่ไหน? การดัดแปลงงานเขียนของเจมี่มาเป็นสูตรอาหารแบบเยอรมันนั้นเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของเขากับผู้อ่านและการทำอย่างนี้ก็ได้เปลี่ยนแปลงสิ่งที่เขาบอกกับผู้อ่านด้วยเช่นกัน มันก็จริงที่ว่าผลลัพธ์ที่ได้คือ – สุดท้ายก็มีอาหารเสิร์ฟเหมือนกัน – นั้นแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยแต่คนทำอาหารจะไม่รู้สึกอีกอย่างหนึ่งหรือ? แล้วเจมี่จะรู้สึกยังไง? แต่ความแตกต่างเล็กน้อยๆ นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของหนังสือสอนทำอาหารไม่ใช่หรือ?

ความเชื่อมั่นของผู้อ่านในสูตรอาหารนั้นแน่นอนว่าอาศัยระดับของความสัมพันธ์ของพวกเขากับนักเขียนในระดับหนึ่ง สิ่งที่น่าสนใจที่สุดอาจจะเป็นอีกคำถามหนึ่งว่า ถ้าไม่ใช่เพราะความสัมพันธ์ของเจมี่กับผู้อ่านที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใครแล้วเจมี่ โอลิเวอร์ ดึงดูดใจผู้อ่านชาวเยอรมันได้อย่างไร




Create Date : 06 ธันวาคม 2558
Last Update : 6 ธันวาคม 2558 14:15:04 น.
Counter : 808 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 277 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here http://www.nctranslation.net
http://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: Now - 22 Dec 2017
(Last update: 03 Jul 2017)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
ธันวาคม 2558

 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
 
 
6 ธันวาคม 2558
All Blog