สัญญาณแห่งความหวังในศาล

Signs of Hope in Court, The Linguist 54.2

แปลโดย ปัทมา ชูวงศ์

ขั้นตอนสำหรับผู้พิการทางการได้ยินในศาลประเทศอังกฤษมีประสิทธิภาพเพียงใดเจสสิกา มอร์ สำรวจการล่ามด้านกฎหมายด้วยภาษามือแห่งประเทศอังกฤษ (BSL)

นอกจากละครโทรทัศน์และภาพยนตร์เกี่ยวกับการว่าความในศาลแล้ว พวกเราส่วนใหญ่มีความเข้าใจเบื้องลึกเพียงเล็กน้อยว่าการพิจารณาคดีเกี่ยวข้องกับอะไรสมมติว่าคุณถูกเรียกตัวไปขึ้นศาลหรือถูกเรียกให้ไปเป็นคณะลูกขุน คุณควรปฏิบัติตัวอย่างไรขั้นตอนดำเนินไปอย่างไร คงเป็นสถานการณ์ที่น่าสับสนสำหรับทุกฝ่าย – ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนที่ไม่สามารถได้ยินว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นรอบๆตัวพวกเขา หรือไม่สามารถสื่อสารกันด้วยภาษาที่ใช้ในห้องพิจารณาคดี

‘การเป็นล่ามให้กับคนหูหนวกในศาลแตกต่างกับการเป็นล่ามภาษาพูด’ จูเลีย แอนเดอร์สัน ล่ามภาษามือแห่งประเทศอังกฤษ (British Sign Language-BSL)/เจ้าหน้าที่ล่ามภาษาอังกฤษ ของหน่วยงานบริการล่าม BSL แคลเรียนกล่าว แอนเดอร์สันซึ่งทำงานในศาลเกือบตลอดเวลา อธิบายว่า ‘เราจะต้องยืนตรงข้ามกับคนหูหนวกเพื่อให้เราสามารถมองเห็นและคนอื่นมองเห็นเราได้– ซึ่งโดยปกติจะยืนถัดจากผู้พิพากษาหรือคอกพยาน – ในขณะที่ล่ามภาษาพูดปกติจะนั่งอยู่ด้านข้างบุคคลที่ล่ามจะทำหน้าล่ามให้ เนื่องจากการเป็นล่ามBSL นั้นจะเหนื่อยทั้งร่างกายและจิตใจ เราจึงทำงานได้จำกัด ดังนั้นล่าม 2 คนจะสลับหน้าที่กันทุกๆ 20 นาที ระหว่างที่คนหนึ่งกำลังล่ามอีกคนหนึ่งจะคอยสังเกตการณ์เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น’

จำนวนล่ามภาษามือ (sign languageinterpreters – SLI) ในห้องพิจารณาคดีอาจเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน‘ถ้าหากคดีนั้นใช้เวลามากกว่า 5 วันคุณจำเป็นจะต้องใช้ล่ามถึง 3 คน เพื่อให้คนหนึ่งได้พักในขณะที่คนที่เหลือกำลังสังเกตุการณ์และทำหน้าที่ล่าม’ หากมีคนหูหนวกหลายคนเกี่ยวข้องกับคดี อาจจะต้องใช้ล่ามภาษามือมากถึง 4คน

แม้จะที่มีหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดหาล่ามหนึ่งคนสำหรับคดีใดๆในศาลซึ่งเกี่ยวข้องกับคนหูหนวก แต่ก็มีความท้าทายหลายประการที่ล่ามภาษามือกำลังเผชิญในสภาพแวดล้อมการทำงานอย่างนี้‘ในแง่ภาษาการมองเห็นและมิติสัมพันธ์ (Visual-spatial language) นั้น ภาษามือ BSL มีข้อแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งยากมากในการแปล’ แอนเดอร์สันอธิบาย ‘เช่น กรณีพยานหูหนวกอธิบายเหตุการณ์โดยใช้ภาษามือว่า “ผู้ชายคนนั้นเดินไปที่ประตูหยิบกุญแจออกจากกระเป๋าข้างซ้ายของเขา เอื้อมไปสอดกุญแจเข้าล็อกซึ่งอยู่ค่อนข้างสูงจากนั้นหมุนกุญแจตามเข็มนาฬิกา และเดินเข้าไป” เราจะไม่พูดแบบนั้นในภาษาพูดแต่เนื่องจากภาษามือนั้นเป็นท่าทาง ข้อมูลจึงอยู่ในท่าทางทั้งหมดแล้ว ล่ามจำเป็นต้องตัดสินใจว่าจะต้องล่ามข้อมูลนี้มากน้อยแค่ไหนสำหรับศาล‘การให้ข้อมูลมากเกินไปอาจส่งผลเสีย’ เธอกล่าวเสริมหากล่ามแล้วฟังไม่เป็นธรรมชาติ ก็จะทำให้ดูน่าสงสัย ดังนั้นล่ามภาษามือจึงต้องล่ามให้สอดคล้องกับวิธีที่คนหูปกติใช้ในการอธิบายสิ่งต่างๆ’

การล่ามอย่างนี้ก็ทำให้เกิดความยากลำบากเมื่อต้องล่ามภาษาพูดมาเป็นภาษามือ ’บางครั้งบางอย่างใช้ได้ดีกับคนหูปกติ แต่ไม่มีทางที่จะล่ามให้เป็นภาษามือได้’ เช่น ‘เราไม่สามารถล่ามประโยค “เขาทุบตีคุณหรือเปล่า” โดยไม่ชี้นำพยาน เพราะเราจำเป็นต้องรู้ว่าพยานถูกทุบด้วยกำปั้น(มือที่กำอยู่) หรือตีด้วยฝ่ามือ (มือที่แบออก) เราจำเป็นต้องรู้คร่าวๆ ว่าเป็นส่วนไหนของร่างกายและถูกกระทำจากทิศทางใด’

ถ้าคำถามไม่เจาะจงมากพอ ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหากับทุกฝ่ายได้ลินดา วัตสัน-ทอมสัน ล่าม BSL/และล่ามภาษาอังกฤษผู้มีประสบการณ์ในศาลกล่าวว่า‘คำกริยาหลายคำในภาษามือนั้นเป็นการสั่ง ดังนั้นฉันจึงล่ามเป็นภาษามือว่า“คุณแทง นาย ก ในลักษณะดันขึ้นระหว่างสะบักไหล่ใช่หรือไม่”และคำตอบอาจเป็น “ไม่ใช่” และนั่นอาจเป็นความจริง แต่มันไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเขาไม่ได้ทำร้าย นายก เลย ดังนั้นหากล่ามไม่ยืนยันให้มีการปรับโครงสร้างประโยคคำถามทั่วไปให้มีรายละเอียดที่มากขึ้นคนหูหนวกก็สามารถหลีกเลี่ยงคำถามซึ่งคนหูปกติจะต้องตอบได้โดยที่ไม่ได้เป็นการโกหกศาล’ เธอกล่าว ‘และหากคำตอบของคำถาม “คุณแทงเขาแบบนี้ใช่หรือไม่” คือ “ไม่ใช่” แต่หลังจากนั้นกลายเป็นว่าคนหูหนวก แทงนาย กด้วยวิธีการอื่น อาจทำให้จำเลยถูกมองว่าเขากลับคำพูด หรือจงใจเลี่ยงตอบคำถาม’

ถ้อยคำที่เฉพาะเจาะจงในการล่ามนั้นสำคัญมากเช่นกันแฟรงค์ แฮริงตัน ล่ามภาษามือและผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาควิชาหูหนวกศึกษา มหาวิทยาลัยเซ็นทรัล แลงแคชเชียร์ กล่าว ‘หากคนหูหนวกถูกจับกุมและถูกตั้งข้อกล่าวหาล่ามที่ได้รับการว่าจ้างที่สถานีตำรวจจะไม่สามารถรับงานในศาลสำหรับคดีนั้นๆ ได้เพราะว่าถึงตอนนั้นล่ามจะกลายเป็นพยานของตำรวจไปแล้วสิ่งที่ล่ามได้ล่ามไปจะอยู่ในรูปของคำให้การที่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่ในบางครั้งล่ามในศาลอาจจะใช้คำพูดที่แตกต่างกันสำหรับท่าทางเดียวกันยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ความแตกต่างระหว่าง “ฉันตีเขา” กับ “ ฉันตบเขา” คำเหล่านั้นอาจให้ผลกระทบที่ต่างกัน เป็นการล่ามที่ยากอย่างหนึ่งแต่ก็สามารถเลี่ยงการเกิดปัญหาอย่างนี้ได้หากตำรวจมีการบันทึกภาพขณะสัมภาษณ์เพราะสามารถตรวจสอบภาษามือที่แสดงในสถานีตำรวจเทียบกับภาษามือที่แสดงในศาลได้

โครงสร้างที่มากเกินของภาษามือนั้นก็ทำให้เกิดปัญหาด้วยเช่นกันวัตสัน-ทอมสันกล่าว “ภาษามือมีสิ่งที่เรียกว่า “การปฏิเสธ” ถ้าฉันถามคนที่หูปกติว่า “เมื่อวานนี้ลมแรงมั้ย” พวกเขาอาจตอบว่า “ลมแรงนิดหน่อยไม่ถึงกับหนักมาก” แต่ในภาษามือ BSL คุณต้องทำภาษามือว่า “เฮอรริเคนใช่มั้ย ทอร์นาโดใช่มั้ย ลมแรงจัดมั้ย ไม่มากนักลมกรรโชกแรงมั้ย ใช่“ ดังนั้น ในศาล หากคุณถูกถามว่า “คนนั้นทำรุนแรงขนาดไหน” คณะลูกขุนจะได้เห็นคนหูหนวกโบกมือไปมาหน้าตาแสดงถึงความก้าวร้าวทั้งที่จริงแล้วกล่าวเพียง“ไม่ใช่แบบนั้น แต่แบบนี้” กรณีอย่างนี้สามารถกระทบต่อความรู้สึกในห้องพิจารณาคดีและถึงแม้ว่าจะมีการล่าม ผู้ที่กำลังมองดูอยู่นั้นก็อาจตัดสินจากการรับรู้ทางภาษาที่ไม่ถูกต้องของพวกเขาได้

อีกปัญหาหนึ่งคือการขาดความเข้าใจ ‘หากคนหูหนวกมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีล่ามภาษามือจะต้องล่ามทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบ’ วัตสัน-ทอมสัน อธิบาย ‘หากมีใครทำเสียงดังปังด้านนอกที่ทำให้ทุกคนหันไปมองฉันก็ต้องล่ามข้อความนี้ หากมีใครบางคนสะอึกและมีคนหัวเราะ ชั้นก็ต้องล่ามประโยคนี้แต่ฉันรู้ว่ามีล่ามที่เคยถูกบอกให้หยุดล่ามเนื่องจากพวกเขา “ทำให้ศาลเสียสมาธิ” คงจะดีมากถ้ามีข้อมูลเพื่อเตรียมตัวที่มากกว่านี้’

ผู้พิพากษาศาลแขวง นิล พานิกวน เจพี ในเขตอำนาจศาลประจำเขตตะวันตกเฉียงใต้ของลอนดอนรับทราบถึงปัญหานี้ อย่างในคดีล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับคนหูหนวก ผู้พิพากษาพานิกวนเล่าว่า‘ไม่มีใครในศาลรู้ว่ากระบวนการจะดำเนินการไปอย่างไรและไม่มีใครอธิบายว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น เราไม่รู้ถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการปรับโครงสร้างประโยคและอื่นๆที่อาจเกิดขึ้น ควรจะมีคนเตือนเรา’ ผู้พิพากษาพานิกวนเชื่ออย่างนั้น‘เพราะสิ่งเหล่านี้อาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซึ่งอาจจะเปลี่ยนแปลงวิธีที่ผู้พิพากษาศาลแขวงหรือคณะลูกขุนคิด ฉันยินดีหากมีแนวทางการพิพากษาและการอบรมเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่น ถ้าเราเข้าใจว่าทำไมคนหูหนวกดูท่าทางกระวนกระวายทั้งๆ ที่สิ่งที่ล่ามออกมาบอกว่าไม่ได้มีอะไรผิดเลยก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก’

สิ่งต่างๆ กำลังเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นชุดคู่มือ‘การวางแผนในการตั้งคำถามผู้ที่หูหนวก’ (Planning to question someone who is Deaf) ได้รับการตีพิมพ์ในแอดโวเคท’ส เกตเวย์ (Advocate’s Gateway) ในเดือนกรกฎาคม 2557 (www.theadvocatesgateway.org/images/11planingtoquestionsomeonewhoisdeaf100714.pdf)และโครงการ JUSTISIGNS (http://justisigns.com) กำลังวิจัยประสบการณ์ของคนหูหนวกเป็นรายบุคคลในระบบกฎหมายทั่วยุโรปผลลัพธ์คือการจัดทำแนวทางที่มีประสิทธิภาพโดยมีเป้าหมายเพื่อกลุ่มคนที่แตกต่างกันรวมทั้งคนหูหนวก ผู้ประกอบวิชาชีพด้านกฎหมายและล่ามภาษามือเอง

‘ฉันไม่อยากให้ใครก็ตามที่เพิ่งจบเพียงหลักสูตรทั่วไปแนะนำตัวเองว่าเป็นล่ามศาลผู้เชี่ยวชาญ’แฮริงตันกล่าวถึงความจำเป็นสำหรับการฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญ ’ควรมีการขึ้นทะเบียนล่ามภาษามือโดยล่ามควรมีประสบการณ์ยาวนานก่อนที่จะทำงานในศาล’ วัตสัน-ทอมสัน กล่าวเห็นด้วย ‘ไม่มีล่ามที่มีความสามารถคนไหนที่จะพาตัวเองให้อยู่ในสถานการณ์ที่น่าลำบากใจเพราะผลที่ตามมาไม่ว่าจะดีหรือร้ายนั้นส่งผลกระทบอย่างมาก’

ในขณะเดียวกันสมาคมล่ามภาษามือ (The Associationof Sign Language Interpreters - ASLI) ก็ได้เสนอแนะว่า ล่าม BSL/ล่ามภาษาอังกฤษจะต้องมีประสบการณ์ทำงานหลังจบการศึกษาอย่างน้อย 5 ปีโดยเป็นการสังเกตการณ์กระบวนพิจารณา และประกบกับผู้เชี่ยวชาญในขณะปฏิบัติงานก่อนที่จะทำงานในสาขาที่ความเสี่ยงสูงทั้งนี้สมาคม ASLI มีรายนามผู้ฝึกสอนที่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งค้นหาได้จากเว็บไซต์(www.asli.org.uk)และมี ห้องสนทนาทางเว็บ และการประชุมระดับภูมิภาคซึ่งสมาชิกสามารถขอคำแนะนำสำหรับล่ามในสาขากฎหมายได้

นอกจากนี้ ล่ามภาษามือที่ทำงานด้านกฎหมายอยู่แล้วก็จำเป็นจะต้องพิจารณาถึงการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง(CPD)เพื่อที่จะช่วยในเรื่องนี้ คาเรน นิวบี สมาชิกระดับ Fellow ของ ASLI ท่านหนึ่ง กำลังเป็นผู้นำกลุ่มผู้ทำงานทางกฎหมายใหม่ภายในASLI เพื่อจัดทำแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด ‘ในส่วนงานกฎหมาย ไม่มีแนวทางสำหรับล่ามภาษามือมากนักในประเทศอังกฤษแต่มีในประเทศอื่น – เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา’ นิวบีระบุ

ในประเทศอังกฤษ ล่าม BSL จะต้องมีคุณสมบัติขั้นต่ำอยู่ที่ระดับปลอดภัยที่จะปฏิบัติงาน(safe-to-practise) และจะต้องรับผิดชอบตนเองในการเข้าฝึกอบรมคอร์สต่างๆ สำหรับการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่องแต่จะไม่มีคุณวุฒิหรือการรับรองในระดับที่สูงกว่านี้ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ล่ามภาษามือแห่งประเทศอเมริกา(American Sign Language - ASL) สามารถขอรับการรับรองชั้นสูงในสาขาเฉพาะทางที่เลือกได้’ ในประเทศสหรัฐอเมริกามีแนวทางที่ครอบคลุมทุกด้านซึ่งสามารถปรับใช้ในประเทศอังกฤษได้– และองค์ประกอบบางอย่างก็น่าแปลกใจ เช่น ในขณะที่ล่ามภาษามือโดยทั่วไปจะใช้วิธีล่ามฉับพลัน‘ทว่างานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้บ่งชี้ว่าการล่ามแบบต่อเนื่องเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาคุณภาพและความสมบูรณ์ของข้อมูลซึ่งมีความสำคัญมากในทางกฎหมาย’ นิวบีกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วยว่าเมื่อการล่ามด้วยล่ามBSL/ล่ามภาษาอังกฤษ เป็นไปได้ด้วยดีในห้องพิจารณาคดี ทุกอย่างก็จะราบรื่น ‘ประสบการณ์ขงฉันนั้นยอดเยี่ยมมาก’ พานิกวน กล่าวอย่างกระตือรือร้น ‘ฉันล่ามด้วยความราบรื่นอย่างน่าทึ่งโดยไม่มีปัญหาเลยไม่มีการขัดจังหวะในศาล และเป็นการล่ามที่ละเอียดมาก’ ในท้ายที่สุด ถึงแม้ว่าในห้องพิจารณาคดีจะมีบรรยากาศที่ท้าทายและน่ากลัวสำหรับล่ามหน้าใหม่‘แต่ทุกฝ่ายก็ดูเหมือนจะพอใจ’




Create Date : 22 กันยายน 2558
Last Update : 30 กันยายน 2558 15:16:41 น.
Counter : 731 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 278 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here http://www.nctranslation.net
http://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: Now - 22 Dec 2017
(Last update: 03 Jul 2017)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
กันยายน 2558

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
25
26
27
28
29
 
 
All Blog