ไปหาหมอ

ไปหาหมอ

ตอนที่ไปพูดที่สมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทยเมื่อเดือนที่แล้วมีพี่คนนึง แนะนำให้เขียนบล็อกเรื่องความเจ็บป่วยของนักแปล ซึ่งไม่ใช่ว่าเราไม่เคยเขียนเราเขียนไปแล้วโน้น สักสองปีก่อน

วันนี้ฤกษ์ดีได้เขียนอีกรอบ แต่ไม่ใช่ความเจ็บป่วยที่มากับอาชีพแปลโดยตรง

ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ระหว่างล้างจานตามสไตล์ออสเตรเลีย คือขังน้ำอุ่นค่อนข้างร้อนในอ่างล้างจานสักครึ่งอ่าง แล้วเอาแก้ว ช้อนส้อม จานและอื่นๆ ลงไปล้างตามลำดับ เราเริ่มล้างแก้วไปได้ใบเดียวคือ แก้วใส (glass) ก็ล้างโดยมือจับฟองน้ำล้วงเข้าไปในปากแก้วเพื่อล้าง

ความซวยบังเกิดตรงที่แก้วมันแตกตั้งแต่ในอ่าง แต่เราไม่รู้ พอเราล้วงเข้าไปแล้วบิด อื้อหือ พระเจ้า กรี๊ดลั่นบ้านแก้วบาดตรงโคนนิ้วชี้ด้านหลังมือ เนื้อขาดลักษณะเฉือน เลือดสาด

เรารีบหาผ้ามากดแผลให้เลือดหยุด แหม่ วินาทีนั้น ผ้าที่ใกล้ที่สุดคือผ้าเช็ดมือที่แขวนอยู่ข้างเตาอบ (แล้วมันจะสะอาดมั้ย ทำไมไม่คิด)

จากนั้นเราใช้มือซ้ายกดโทรศัพท์หาสามีอย่างทุลักทุเล ฮีออกไปกินข้าวกับเพื่อนที่มาจากบริสเบนพอฟังเราบอกว่า แก้วแตกบาดมือ ฮีบอกว่าแผลนิดเดียว ล้างน้ำสะอาด แล้วกดให้เลือดหยุดไหล ก็คงไม่เป็นไร

แต่เราเถียงบอกว่า แผลลักษณะนี้ มันต้องเย็บนะ พูดไปฮีก็ไม่ฟัง ฮีบอกว่า ตอนนี้มันเย็นแล้วอาทิตย์เย็น คลินิกปิดหมด ต้องไป ร.พ. ถ้าไป ร.พ. เขาจะถือว่าไม่ใช่เคสฉุกเฉิน ให้รอ อย่างน้อยก็น่าจะ 3-4ชั่วโมงกว่าจะมีหมอมาดู

สรุปฮีฮึดฮัด ตัดสาย ไปกินข้าวกับเพื่อนต่อ ส่วนเราก็ นั่งร้องไห้ สงสารตัวเอง เราทิ้งบ้านเกิดตัวเองมาอยู่กับสามีอีผัวตัวดีไม่ดูดำดูเมียเลย นี่ถ้าอยู่กรุงเทพ เรานั่งแท็กซี่ไป ร.พ. แล้วที่ไหนก็มีหมอ 24ชั่วโมง แผลอย่างนี้หมอเวรก็เย็บได้

พลันทุกสิ่งอย่างที่เคยได้ยินมาเกี่ยวกับระบบสาธารณสุขของออสเตรเลียที่เพื่อนเคยบ่นให้ฟังก็เข้ามาในหัว

เพื่อนเราที่เป็นคนไทยจนตอนนี้กลายเป็นพลเมืองออสเตรเลียเคยบอกว่า หาหมอที่นี่ ฟรีค่าปรึกษาหมอแต่ค่ายาต้องไปซื้อข้างนอกและจ่ายเองนะจ๊ะ แม่ครัวที่ร้านอาหารของเพื่อน เคยทำมีดเล่มใหญ่ตกใส่เท้าสับนิ้วร่องแร่ง เหตุเกิดตอนกลางคืน พอไปร.พ. หมอบอกว่า ไม่ใช่เคสฉุกเฉิน ให้กลับมาหาหมอพรุ่งนี้ พอไปหาหมอวันรุ่งขึ้น ก็ช้าไปแล้วเพราะเส้นประสาทตาย เท้าส่วนนั้นเสียความรู้สึกไปเลย กรณีฉุกเฉิน เรียนรถพยาบาลมารับที่บ้าน นั่นราคาก็ไม่ถูกสูงสุดต้องจ่าย $600(ประมาณ 15,000 บาท!) ส่วนเพื่อนอีกคนมีครอบครัวก็ทำประกันสุขภาพเอกชนพอเธอพาลูกไปหาหมอที่ ร.พ.เอกชน กว่าจะได้เจอหมอ ปาเข้าไป 2 ชั่วโมง เรียกว่าบริการไม่ได้ต่างจาก ร.พ. รัฐแล้วรัฐบาลจะให้ทำประกันสุขภาพเพิ่มเติมไปทำไม

ตั้งแต่เราได้เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ (PR) ที่ออสเตรเลียบอกตรงๆ ว่าเรารักประเทศไทยขึ้นเยอะมาก เดิมก็รักอยู่แล้วเพราะมีเรื่องตื่นเต้นเยอะ ตลาดนัดมีทุกวันของกินมีทุกซอย ห้างเปิดจนดึก จะเดินทางไปไหน ก็มีสารพัดวิธีให้เลือก แท็กซี่รถเมล์ มอเตอร์ไซค์ รถไฟฟ้า เรือ พอเจอประสบการณ์หาหมอ ยิ่งอยากกลับไปอยู่ไทยถาวร(ติดตรงที่สามียังไม่เกษียณ เลยไปไหนไม่ได้)

คืนนั้นเราแปะพลาสเตอร์คาดรอยเฉือนไว้เห็นเลือดซึมตรงขอบตลอดเวลา นอนหลับไม่สนิทเพราะเจ็บนิ้ว

เช้าวันจันทร์เราไปหา GP ใกล้บ้าน ทีแรกหมอ (อินเดีย) บอกว่าหยอดกาวก็น่าจะติดกัน แล้วรอให้แผลสมานเอง น่าจะได้ (ไม่ใช่กาวตราช้างนะ แต่เป็นสารอะไรไม่รู้ทางการแพทย์เอาไว้ยึดผิวหนังให้ติดกันชั่วคราว) แต่พอหมอทำความสะอาดแผลคือต้องเปิดชิ้นเนื้อที่เป็นแผ่นร่องแร่งขึ้นเพื่อทาเบตาดีน หมอก็บอกเราว่า หยอดกาวคงไม่อยู่ ต้องเย็บ

ตรูว่าแล้ว

หมอฉีดยาชาให้แล้วเย็บ3 เข็มจากนั้นนัดมาตัดไหมใน 7 วัน ค่าหมอ ฟรี เพราะใช้สิทธิ์ Medicare (ประกันสังคมออสเตรเลีย)แต่ค่าหัตการและค่าฉีดยาบาดทะยัก ต้องเสียเพิ่ม $60 (ประมาณ 1,700บาท) ถ้าเป็นที่ไทย กรณีอุบัติเหตุประกันสังคมคุ้มครองหมด

ข้อห้ามหลังจากเย็บแผลคือห้ามโดนน้ำ และงดใช้งานมือขวา 1 สัปดาห์ ตายห่ะ ถ้าทำตามที่หมอสั่งจริงๆเดือนนี้กินแกลบแน่ รายได้หายอย่างน้อยๆก็ 28,000 บาท

ชีวิตต้องสู้เจ็บยังไงก็ต้องทำ เอาวะ ค่อยๆพิมพ์งานแปล แต่เหมือนลูกค้าจะรู้ สัปดาห์นั้นงานแปลโคตรเยอะ ใช้นิ้วไม่หยุด พอครบ 7 วัน ไปหาหมอ ปรากฏว่าตัดไหมไม่ได้เพราะแผลยังปิดไม่สนิท ต้องรออีก 7 วัน ปัจจุบันแผลสมานกันดีแล้วพร้อมทิ้งร่องรอยไว้เตือนใจว่า “อย่าเอาแก้ว (glass) ลงไปล้างในน้ำร้อนอีกเด็ดขาด” (ส่วนแก้วกาแฟ (mug) ล้างได้เพราะเซรามิกมันโดนเผาด้วยความร้อนสูงมาก่อนแล้ว)

อุบัติเหตุที่เกิดกับมือขวาจบไป มาต่อที่อุบัติเหตุที่มือซ้าย (กรรมของเวรไม่รู้ทำไมจะต้องมีเหตุเกิดกับอวัยวะส่วนที่ใช้ทำมาหากิน)

ช่วงสงกรานต์เราบินกลับไทยเพื่อไปเตรียมตัวเสวนาให้สมาคมนักแปลและล่าม ก่อนหน้านั้น 2 วัน แมวดำแถวบ้านชื่อ ลาภแวะมาทักเราเหมือนที่เคยทำ เธอเชื่องมากค่ะ อ้วนอย่างกับเป็นคอพอกอีกต่างหาก แต่คราวนี้เราให้เธอเข้าบ้านไม่ได้เพราะเรามีแมวของเราเอง ชื่อ กะทิ อายุ 6เดือน และที่สำคัญเธอกำลังท้อง ใกล้ออกลูกแล้วด้วย

แต่ไม่วายสองสาวขู่กันฟ่อๆ โดยมีมุ้งลวดคั่นกลาง สักพัก กะทิกระโดดตบมุ้งลวด เราก็ เฮ้ย เดี๋ยวมุ้งแม่ขาด ว่าแล้วก็รีบวิ่งเข้าไปจับกะทิเพื่อจะแยกออกมา

กะทันหันซ้ายกัดหมับเข้าที่มือซ้ายของเราเป็นรูสองรูเหมือนงูกัดเลือดออกด้วย ซวยอีกแล้วสิตรู

วิ่งไปล้างน้ำสบู่ยาฆ่าเชื้อ ซับแผลให้แห้ง แล้วโทรหาหมอแมว หมอแมวเช็คประวัติกะทิฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าแล้ว แต่หมอแมวบอกว่า ให้ไปหาหมอคนดีกว่าหรือถ้าไม่สบายใจ ให้ไปฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าที่สถานเสาวภาก็ได้ ราคาถูก

วันนั้นวันศุกร์เรารีบไปสถานเสาวภา เพราะมันต้องฉีด 5 เข็ม คิดว่ายังไงเราต้องฉีดไม่ครบอยู่แล้ว แต่พี่พยาบาลบอกว่าฉีดอย่างน้อยสัก 3เข็มแล้วรอดูอาการแมว 10 วันถ้าแมวไม่เป็นอะไร เข็มที่เหลือไม่ต้องฉีดก็ได้

พอไปถึงสถานเสาวภาหมอบอกว่าฉีด 5 เข็ม ประมาณ 1,9xx บาท แล้วหมอถามว่า เรามีประกันสังคมมั้ย เราบอกว่า มี ร.พ. กล้วยน้ำไท หมอให้พี่พยาบาลโทรไปเช็ค สักครู่พี่พยาบาลกลับมาแจ้งว่า ร.พ. กล้วยน้ำไทมีวัคซีน ไปฉีดได้เลย ไม่ต้องเสียตังค์สักบาท (เราส่งประกันตนเองเดือนละ4xx บาท มา 4 ปีโดยไม่เคยใช้สิทธิ์เลย มีอะไรก็ Medicareตลอด ให้รัฐบาลออสเตรเลียรับภาระไปก่อน)

ที่ร.พ. กล้วยน้ำไท พยาบาลส่งเข้าห้องฉุกเฉิน เขินอ่ะ แผลแมวกัดจิ๊ดเดียวเอง พยาบาลราดน้ำเกลือล้างมือซ้ายทั้งมือหมดไปครึ่งขวด (ถ้าเราล้างเองที่บ้าน คงจะแค่ชุบสำลีเช็ดๆ) แล้วพันผ้าพันแผลเสร็จสรรพ ใครเห็นก็นึกว่าโดนอีโต้ฟัน

จากนั้นหมอฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าเข็มที่1 จ่ายยาฆ่าเชื้อและให้มาล้างแผลทุกวัน(ซึ่งเราไม่ไป ขี้เกียจน่ะ อีกอย่างคือแผลไม่ได้เหวอะหวะ ล้างเองที่บ้านได้)และให้มาฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าเข็มที่เหลือตามกำหนด


เราฉีดได้แค่3 เข็มแล้วเราก็บินมาออสเตรเลีย อ่ะไม่เป็นไรเข็ม 4 และ 5 ฉีดที่นี่ก็ได้ แต่ GP บอกเราว่าคลินิกทั่วไปไม่มีสต็อกฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า ต้องไป Travel Clinicซึ่ง Medicare ไม่คุ้มครอง ต้องจ่ายเอง เราโทรถามค่าวัคซีน คุณพยาบาลบอกว่า เข็มละ $120 (ประมาณ 3,300 บาท) x 2 เข็ม =6,600 บาท เอ่อ ราคานี้ ที่กรุงเทพ ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าได้ครบ 5เข็มทั้งครอบครัวพ่อแม่ลูกเลยนะ แถมช่วงนี้สถานเสาวภามีโปรโมชั่น ใครที่ไม่เคยโดนหมากัด ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าฟรี(โฆษณาให้ด้วย)

สรุปว่าเราก็ไม่ไปฉีดเข็มที่เหลือนะเพราะแมวที่กัดเราเป็นแมวของเราเอง และแมวเราฉีดวัคซีนแล้ว คือไม่ใช่แมวที่กัดโดยไม่มีสาเหตุหรือเป็นแมวจรจัด

เรื่องหาหมอยังไม่หมด สองเดือนก่อน เราไปตรวจภายใน pap smear ผลออกมาว่าเราเป็นCIN2 คือเซลส์ปากมดลูกมีรูปร่างผิดปกติต้องส่งต่อไปหาแพทย์เฉพาะทางเพื่อตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ หมอสูตินรีเวชอธิบายว่า CIN2 คือระยะก่อนเป็นมะเร็ง ไม่ต้องตกใจ รักษาได้ แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย ภายใน10-30 ปี จะเป็นมะเร็งปากมดลูก

ค่าทำcolposcopy เพื่อตัดชิ้นเนื้อไปตรวจนั้นเราไม่ต้องเสียเพราะMedicare คุ้มครอง แต่ค่ารักษาไม่ว่าจะด้วยเลเซอร์หรือการตัดปากมดลูก (LEEP) เห็น GPบอกว่าต้องจ่ายเอง (หลังจากทำLEEP ถ้ายังไม่หาย ขั้นต่อไปคือ ตัดมดลูก)

คิดถึงค่ารักษาแล้วถ้าทำที่ออสเตรเลีย100,000 บาทจะพอมั้ย ถ้าที่นี่แพง เราจะกลับไปรักษาที่ไทย สมิติเวชสุขุมวิท ทำ LEEP แบบไปเช้าเย็นกลับ 70,000 บาท ถ้าจะนอน ร.พ. หนึ่งคืน ก็ 80,000 บาท ถ้าเรารักษาที่ร.พ. ของรัฐในกรุงเทพ น่าจะเสียค่าบริการแค่ครึ่งเดียว

แฟนเก่าเราที่เป็นหมอฟันในแอดิเลดเคยบอกเราว่าฝรั่งหลายคนอยากไปอยู่ไทยเพราะเงินจำนวนเท่ากันคุณภาพชีวิตในไทยดีกว่าในออสเตรเลีย (เราว่าน่าจะหมายถึงเฉพาะบางด้านเช่น เงิน 3 ล้านบาท ซื้อบ้านเดี่ยวชานเมืองหลังย่อมได้ แต่ที่ออสเตรเลีย ซื้อได้แค่1/3 หลัง เงิน 50 บาท ซื้อข้าวแกงทั่วไปได้ 1 จาน แต่ในออสเตรเลีย ซื้อเปาะเปี๊ยะได้ 2 ชิ้น)

เรื่องมะเร็งนี่บอกตรงๆ บั่นทอนจิตใจเรามาก ไม่ได้คิดว่าเราจะมีแนวโน้มเป็น เราอ่านเพิ่มเติมจากบล็อกนี้ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sakullan&month=10-2010&group=11 ก็ปลงเล็กน้อย อะไรที่ต้องทำ ก็ต้องทำอ่ะนะ ดีกว่าให้มันลุกลาม





Create Date : 02 พฤษภาคม 2558
Last Update : 22 มิถุนายน 2558 2:34:08 น.
Counter : 1302 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 278 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here http://www.nctranslation.net
http://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: Now - 22 Dec 2017
(Last update: 03 Jul 2017)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
พฤษภาคม 2558

 
 
 
 
 
1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
2 พฤษภาคม 2558
All Blog