ยื่นวีซ่าผ่านเอเจนท์ดีมั้ย
ยื่นวีซ่าผ่านเอเจนท์ดีมั้ย

เรามาบอกเล่าในฐานะนักแปลเอกสารวีซ่าที่ได้อ่านระเบียบกระทรวง ต.ม.มาเยอะ ถ้าอยากได้เนื้อหาชัดๆ กฎหมายการเข้าเมืองเป๊ะโปรดค้นคำว่า คุณหมอวีซ่า ท่านจะเล่าเคสต่างๆ ให้ฟัง น่าสนใจทีเดียว

ช่วงเดือนที่ผ่านมา มีลูกค้า 3 รายที่บอกว่าโดนเอเจนท์หลอก ทั้งสามรายกำลังขอวีซ่า Partner แบบ offshore (ขอจากไทย)

รายแรกเป็นลูกค้าเก่าของเราตั้งแต่ปีที่แล้ว เราแปลเอกสารส่วนตัวเพื่อใช้จดทะเบียนสมรสในประเทศออสเตรเลีย

(ขอแทรกหน่อย คนที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวของออสเตรเลียบินมาจดทะเบียนสมรสที่ออสเตรเลียได้นะ เตรียมเอกสารมาให้ครบ แปลโดยนักแปล NAATI พอจดเสร็จแล้ว ถ้าวีซ่ามีเงื่อนไข 8503 No Further Stay ก็บินกลับไปยื่นวีซ่า Partner ที่ไทยแต่ถ้าคนไหนไม่ติดเงื่อนไข “ห้ามอยู่ต่อ” ก็ยื่นขอวีซ่า Partner แบบ onshore (ยื่นในประเทศออสเตรเลีย)ยื่นแล้วจะได้ Bridging วีซ่า ทำให้อยู่ในออสเตรเลียต่อได้แม้ว่าวีซ่าท่องเที่ยวจะหมดอายุและอยู่ในระหว่างรออนุมัติวีซ่าPartner ข้อดีคือ ได้รับสวัสดิการรักษาพยาบาลทันทีถ้าท้องก็เตรียมคลอดที่ออสเตรเลียได้ รัฐบาลคุ้มครอง ถ้าขอเปลี่ยนประเภทของ Bridging วีซ่าก็อาจะทำงานได้ด้วย ข้อเสียคือระยะเวลารออนุมัตินานกกว่าขอวีซ่าในประเทศไทย ก็แล้วแต่ชอบ ขอที่ไทยห่างไกลแฟน 6-12 เดือน ขอที่ออสเตรเลีย ได้อยู่กับแฟนเลยแต่รอวีซ่าออก12-18 เดือน)

พี่คนนี้จดทะเบียนสมรสแล้วต้องบินกลับมาขอวีซ่าPartner ที่ไทยเพราะวีซ่าท่องเที่ยวเขาติดเงื่อนไข 8503 ตอนกลับมา สามีของพี่เขาแนะนำเอเจนท์รายนึงในไทยซึ่งเคยทำวีซ่าให้ภรรยาไทยของเพื่อน พี่คนนี้ก็เลยใช้บริการตามที่สามีบอก ถ้าจำไม่ผิด เอเจนท์เรียกเก็บค่าบริการ 20,000 บาท สิ่งที่ได้คือ บริการเรียงเอกสาร

พี่เขาโทรมาบ่นกับเราว่าเอเจนท์ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เห็นตรา NAATI บนคำแปล ก็บอกว่า ใช้ไม่ได้สถานทูตไม่รับ เราฟังแล้วก็บอกพี่เขาไปว่า สงสัยพี่จะไปเจอเอเจนท์ผี เพราะเอเจนท์ดีๆ เขารู้ว่า ตรา NAATI เนี่ย ชัวร์สุด

ตอนคุยกัน เอเจนท์บอกว่ารู้จักเจ้าหน้าที่สถานทูต เดี๋ยวคุยให้ ไม่ต้องห่วง ไม่มีปัญหา

เอาเข้าจริง ติดหลายเรื่องเลย เช่น ไม่ได้ส่งหนังสือปกครองบุตร ไม่ได้ส่งหนังสือรับรองความประพฤติ (police check) ของฝ่ายชายที่ขอจาก สนง. ตำรวจแห่งชาติ (ของไทย) เรื่องพวกนี้มัน basic มากๆ ถ้าเรียงเอกสารถูกต้องตามรายชื่อเอกสารที่พริ้นท์มาจากเว็บไซต์ www.immi.gov.au จริงๆ มันต้องครบชุดสิ

พอพี่เขาเล่าเรื่องหนังสือรับรองความประพฤติของสามีออสเตรเลียที่ขอจากสนง. ตำรวจแห่งชาติ (ไทย) เราถามเลยว่า “สามีพี่อยู่ไทยเกิน12 เดือนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาใช่มั้ย” เขาตอบว่า “ใช่” คือเงื่อนไขตรงนี้กำหนดว่าอยู่ติดต่อกันหรือไม่ติดต่อกันก็ตามแต่ถ้านับรวมกันแล้วเกิน 12 เดือน ต้องส่งหนังสือรับรองความประพฤติ

ลูกค้าแปลเอกสารของเราคนนึง ต้องส่งหนังสือรับรองความประพฤติของสามี3 ประเทศ คือ ของออสเตรเลียเพราะเคยไปเรียนหลายปี ของเกาหลีเพราะเป็นคนเกาหลี ส่งของไทยดัวยเพราะปัจจุบันทำงานอยู่ที่ไทย

ส่วนเรื่องหนังสือปกครองบุตร นี่ก็เรื่อง basic เอเจนท์เห็นใบหย่าของผู้สมัครแล้วเอเจนท์ควรจะเอะใจว่า หย่าแล้ว แล้วตกลงเรื่องลูกกันว่ายังไง แต่เอเจนท์ของพี่เขา ไม่ถาม ไม่ทำ ไม่ส่ง

เท่านั้นไม่พอ เอเจนท์ยังมีการบอกพี่คนนี้ว่า “พี่ขอวีซ่า Partner ให้เธอเลย ไม่ต้องทำ Bridging จะได้ไม่เสียเวลา” เราฟังแล้วงงว่ะ ไอ้วีซ่า Bridging เนี่ย เขาให้คนที่ขอวีซ่าประเภท onshore (ขอในออสเตรเลีย)เพื่อให้มีสถานะอยู่อาศัยในออสเตรเลียได้อย่างถูกกฎหมาย คนที่ขอแบบ offshore (นอกออสเตรเลีย) ไม่ต้องใช้ Bridging เพราะตัวเองอยู่นอกออสเตรเลียอยู่แล้ว

เราแซวพี่เขาไปว่า “พี่เอาเงินที่จ่ายเอเจนท์น่ะมาจ่ายหนูดีกว่า ข้อมูลในเว็บ ต.ม. เยอะแยะ ทำไมเอเจนท์ไม่อ่าน ทำงานอย่างนี้ เขาเรียก แมสเซนเจอร์ ไม่ใช่เอเจนท์”

ลูกค้าคนที่สอง โทรมาจากภูเก็ต คนนี้ยื่นขอวีซ่าไปแล้ว ยื่นเองเอกสารขาดเพียบ เจ้าหน้าที่สถานทูตโทรมาขอเอกสารเพิ่มทีละตัวสองตัว เธอก็บ่นกับเราว่าทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ขอทีเดียวให้ครบทุกตัว เอ่อ อันนี้เราตอบไม่ได้ เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจ อย่าไปว่าเขาเลย ผู้สมัครหลายพันคน เอกสารมันเยอะนะ

เธอบอกว่าเจ้าหน้าที่ขอหนังสือรับรองความเป็นโสด เรางง “อ้าว แล้วน้องไม่ได้ส่งไปตั้งแต่ตอนสมัครเหรอคะ ในรายการเอกสาร เขาก็เขียนไว้ว่าให้ส่งเลย” ปรากฏว่า น้องคนนี้ อ่านภาษาอังกฤษได้น้อยมาก ไม่ค่อยรู้ขั้นตอน เลยไปจ้าง เอเจนท์ทำ เสียไปเป็นแสนแล้วนะ นี่คือสิ่งที่น้องเขาได้กลับมา คือเอกสารไม่ครบ ทีเดียวไม่จบด้วย เพราะโดนขอเอกสารเพิ่มหลายรอบ

เท่านั้นไม่พอ เอเจนท์หลอกน้องเรื่องเอาหมาเข้าประเทศอีก น้องคนนี้อยากเอาหมาไปออสเตรเลีย เอเจนท์บอกทำได้ ไม่มีปัญหา เราได้ฟังแล้วเราท้วงทันที “เอาสัตว์เลี้ยงเข้าประเทศ ถ้าจำไม่ผิด มันต้องไปโดนกักอยู่สิงคโปร์ 3 เดือนก่อนนะ เขาจะดูอาการของโรค ถ้าไม่มีอะไร ถึงจะเข้าออสเตรเลียได้ ไม่ใช่อยู่ดีๆ หิ้วไปได้เลย” ที่เรารู้เพราะจะเอา “กะปิ”แมวที่เราเอามาเลี้ยงจากมูลนิธิฝรั่ง เจ้านายเก่าตั้งชื่อมันว่า Kobiเราก็แปลงเป็นชื่อไทยซะ เราค้นข้อมูล http://www.daff.gov.au/biosecurity/cat-dogs/step-by-step-guides ประเทศไทยไม่อยู่ในกลุ่ม approved ทำให้ส่งตรงเข้าออสเตรเลียไม่ได้ ต้องไปกักดูอาการของโรคก่อน

เรื่องโม้ว่าเอาหมาเข้าประเทศออสเตรเลียได้ทำให้เอเจนท์ฟันน้องไป 50,000 บาท แล้วตอนหลังโทรมาบอกว่าไม่ได้ ติดขั้นตอนโน่นนี่ สรุปว่า น้องก็เจอเอเจนท์ผีเหมือนกัน

ทีนี้น้องเขาไปขอหนังสือรับรองความเป็นโสด ปกติมันต้องไปขอที่อำเภอที่มีชื่ออยู่ (ดูตามทะเบียนบ้าน) น้องเขาทะเบียนบ้านอยู่อีสาน(จำจังหวัดไม่ได้) แต่ตัวอยู่ที่อื่น ก็เลยตัดสินใจย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านที่ระยองเพื่อให้อำเภอระยองออกหนังสือรับรองความเป็นโสดให้ พอออกเสร็จ เอกสารที่ต้องแปลเพิ่มคือทะเบียนบ้านเพราะย้ายชื่อ เสร็จแล้วต้องกรอกฟอร์ม 929 Change of address and/or passport details ด้วย เพราะยื่นคำขอวีซ่าไปแล้วแต่ยังไม่อนุมัติ ตรงนี้ คนไม่เคยทำเรื่องวีซ่า จะไม่รู้หรอก เราทำวีซ่า VE175 ของตัวเอง เลยรู้ว่าต้องส่งฟอร์มนี้ปะหน้าเข้าไปด้วย

พอเราแปลเสร็จ เราบอกให้น้องส่งตัวที่เราประทับตราและเซ็นที่แนบไปกับอีเมลให้เจ้าหน้าที่สถานทูตได้เลย ไม่ต้องรอตัวจริง(ที่เป็นกระดาษที่เราจะส่ง EMS ตามไป) จะได้ไม่ช้า

พอน้องเขาอีเมลเอกสารไปแล้ว วันรุ่งขึ้นได้อีเมลจากสถานทูตตอบว่า ได้รับเอกสารแล้ว กำลังส่งเรื่องให้ decision maker ใช้เวลารอ 8-10 สัปดาห์

ลูกค้าคนที่สาม โทรทางไกลมาจากออสเตรเลีย จะให้เราแปลหนังสือแถลงถึงความจำเป็นในการขอวีซ่าPartner ก่อนกำหนด ฟังแล้วงง ลูกค้าอธิบายให้ฟังว่าตัวเธอได้รับการสปอนเซอร์จากสามีชาวออสเตรเลีย แต่ไม่ครบ 5 ปีมีเหตุให้หย่าร้าง มีลูกติด 1 คน จากนั้นเธอแต่งงานกับชายไทย แล้วให้ชายไทยสมัครขอวีซ่าเลย ซึ่งมันขัดกับเงื่อนไขของ Partner วีซ่าในส่วนของการสปอนเซอร์ สถานทูตเลยขอจดหมายจากผู้สมัคร(ถ้าอยากอ่านข้อมูลเพิ่ม ให้ค้นเว็บใช้คำว่า Limitations on sponsorship)

บอกตรงๆ เราฟังแล้ว มีแววว่าสามีของลูกค้าคนนี้น่าจะวีซ่าไม่ผ่าน แต่ต้องอ่านจดหมายก่อนว่าเขียนยังไง ….อ่านแล้ว เหตุผลไม่ค่อยมีน้ำหนักเพราะเขาเขียนถึง “ความต้องการ” ไม่ได้เขียนเน้นเรื่อง “ความจำเป็น”ในการไปอยู่ประเทศออสเตรเลีย

เราแปลจดหมายอย่างนี้หลายเคส มีเคสนึงเป็นวีซ่านักเรียน เราแปลจดหมายเขา 3 รอบอ่ะ ส่งไปรอบแรก เหตุผลไม่ครบ ส่งไปรอบสองเหตุผลไม่ดีพอ ต้องเขียนใหม่รอบที่สาม ต้องอธิบายว่าทำไมถึงต้องเรียนสาขานี้ที่ออสเตรเลีย น้องคนนี้อธิบายว่าเพราะที่บ้านทำธุรกิจสายนี้แต่ที่ตัวเองจบมาจากไทยมันไม่ตรงสาย และต้องไปเรียนออสเตรเลียเพราะเรียนเป็นภาษาอังกฤษโดยที่ระยะทางไม่ไกลบ้าน(ไทย) มากเกินไป (เราว่าเรื่องจดหมายเนี่ยถ้าได้เอเจนท์เก่งๆ ทำวีซ่าให้ เขาจะแนะว่าควรจะเขียนยังไง)

จริงๆ มันมีข้อยกเว้น กรณี compelling circumstances อย่างที่เห็นๆ กันคือ ขอวีซ่า Partner เหมือนกัน ทำไมคนนึงรอ 6 เดือน อีกคน 2 เดือนได้วีซ่าแล้ว พอเราอ่านที่เล่าไว้ในเว็บบอร์ด อ๋อคนหลังเขาอยู่กินกันกับฝ่ายชายมาก่อน มีลูกด้วยกันแล้ว 2 คน การที่มีลูกด้วยกันแล้วก็เป็นหนึ่งใน compelling circumstances

กลับมาเรื่องจดหมายของสามีของลูกค้ารายนี้ ลูกค้าอยากให้เราเขียนจดหมายให้ เราบอกว่า เราไม่รับ เพราะเราไม่ใช่เอเจนท์ (ในออสเตรเลียถ้าไม่ใช่เอเจนท์จดทะเบียน แล้วมารับทำวีซ่า อาจจะโดนแจ้งไปที่กระทรวง ต.ม.)แต่ลูกค้าบอกว่า ที่ยื่นวีซ่านี่ก็ใช้เอเจนท์ยื่นนะ (อ้าว แล้วทำไม เอเจนท์ไม่ช่วย ไม่เข้าใจเลย เอเจนท์การศึกษาของผู้สมัครรายนึงยังท้วงคำแปลจดหมายสปอนเซอร์ที่เราแปลเลย ว่าขอแก้ไขหน่อย ถ้าใช้คำนี้ สงสัยวีซ่าจะไม่ผ่าน เอเจนท์ที่ดี ต้องดูให้ด้วยว่าจดหมายใช้ได้มั้ย)

ขอบอกเลยว่า เอเจนท์เข้ามือง จริงๆ ควรจะเป็นเอเจนท์จดทะเบียน(MARA) เราค้นแล้ว ในไทยมีแค่ 2 เจ้า ที่รู้คือ CP Inter ใช่แน่ๆ แต่อีกเจ้านึง เราหาชื่อไม่เจอ (CP Inter ก็มีนักแปล NAATI แต่ประจำอยู่ที่ออสเตรเลีย  แน่ะ โฆษณาให้เขาอีก)

เว็บไซต์กระทรวง ต.ม. บอกว่าไม่จำเป็นต้องใช้เอเจนท์ ทุกคนสามารถยื่นวีซ่าเองได้ แต่ถ้าไม่มั่นใจเรื่องการเตรียมเอกสารหรือรู้ว่าเคสของตัวเองซับซ้อน ก็อาจจะจ้างเอเจนท์ได้ แนะนำให้ใช้เอเจนท์จดทะเบียน

จ้างเอเจนท์ที่ขี้นทะเบียนแล้วเนี่ย ค่าบริการไม่ถูกนะ ในออสเตรเลีย อย่างต่ำ $2,500 (70k บาท) ในไทยที่เราเคยถาม เขาคิดเคสละ 100,000 บาท ค่าธรรมเนียมวีซ่าต่างหาก (ก็อีกแสนนึงเบ็ดเสร็จ 2 แสน)

จ้างเอเจนท์แล้วไม่ได้หมายความว่าวีซ่าผ่านแน่นอน ลูกค้าที่มาแปลเอกสารกับเรา ขนาดหลายคนจ้างเอเจนท์จดทะเบียนในออสเตรเลียวีซ่ายังไม่ผ่านเลย เพราะขึ้นอยู่กับเอกสารและสถานการณ์ของผู้สมัครแต่ละคน เพื่อนเราก็เสียไปหลายแสนบาทจ้างเอเจนท์ทำแล้วไม่ผ่าน จนเรื่องต้องไป Migration Review Tribunal มีขึ้นศาล มีขั้นตอนอะไรไม่รู้ เยอะแยะไปหมด เพื่อนบอกว่า นึกว่าจ้างเอเจนท์แล้วจะง่ายขึ้น ปัจจุบัน เพื่อนคนนี้ยอมแพ้ ย้ายกลับมาอยู่ไทยเป็นการถาวร

คนไหนทรัพย์น้อย แนะนำให้นัดพบเจ้าหน้าที่วีซ่าที่สถานทูตออสเตรเลีย ต้องโทรไปนัดก่อนนะ เพราะจะให้พบได้แค่ตอน 14.00 – 16.00 น. เท่านั้น นัดได้แล้ว ตอนไปเจอก็เอาเอกสารไปให้ครบ อยากถามอะไรก็ถาม จดโน้ตไว้ด้วยจะได้รู้ว่าต้องไปทำยังไง ใช้เอกสารตัวไหน ให้ใครช่วยได้บ้าง




Create Date : 15 เมษายน 2557
Last Update : 15 เมษายน 2557 22:08:38 น.
Counter : 5493 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 278 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here http://www.nctranslation.net
http://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: Now - 22 Dec 2017
(Last update: 03 Jul 2017)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
เมษายน 2557

 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog