หนูอยากเป็นนักแปล
หนูอยากเป็นนักแปล

ก่อนเราจะบินมาเมลเบิร์นมีน้องคนหนึ่งติดต่อมา อยากให้เราดูงานแปลให้หน่อยว่าใช้ได้มั้ย จะแก้ไขยังไงได้บ้าง

ก่อนหน้านี้มีคนอื่นติดต่อมาบ้าง โดยส่งไฟล์มาให้เราดู ซึ่งเราดูให้ได้คร่าวๆ แต่ไม่สามารถบอกเหตุผลโดยละเอียดได้เพราะไม่มีเวลา

สำหรับน้องคนนี้เราบอกให้มาหาเราที่บ้านเลย คุยกันตัวต่อตัวจะได้เรื่องกว่า

วัตถุประสงค์คือประเมินเบื้องต้นว่าน้องคนนี้สามารถเป็นนักแปลได้มั้ย

เราให้การบ้านก่อนจะมาหาเราคือให้แปลหนังสือที่อยากแปลมาสัก 1-3 หน้า เอาต้นฉบับมาด้วย

ระหว่างรอวันนัดเรารื้อเอกสารเก่าสมัยเรียนโทการแปลที่จุฬาฯ เก็บครบหมดยกเว้นรายงานวิชา Discourse Analysis ซึ่งเป็นเอกสารที่อยากได้มากที่สุด ณ เวลานั้น (ของที่ต้องการใช้ มักจะหาไม่เจอ นี่คือสัจธรรม)

เมื่อถึงวันนัดน้องมาตรงเวลา เราถามข้อมูลคร่าวๆ น้องบอกว่า จบปริญญาจากออสเตรเลีย ปัจจุบันทำงานสายการเงินไม่ได้อยากแปลงานเป็นอาชีพหลักแต่อยากมีผลงานแปลเป็นเล่มๆ เคยแปลงานและรับตรวจแก้งานแปลมาบ้างแล้วแต่ไม่ใช่งานแปลหนังสือ

น้องเลือกแปลหนังสือเรื่อง Nice Girls Don’t get Corner Office เขียนโดย Lois. P. Frankel

เราเริ่มตรวจงานแปลของน้อง ระหว่างรอตรวจ เราให้น้องทำแบบฝึกหัดการใช้ภาษาไทย แบบฝึกหัดที่ว่านี้มีประโยคให้มาเป็นข้อๆ ให้อธิบายว่าประโยคนี้ผิดตรงไหนจะแก้ให้ถูกต้องได้ยังไง

ประโยคแรกในฉบับแปลเขียนว่า“นี่คือบทเรียนแรกของคุณ: อย่าเริ่มอ่านหนังสือเล่มนี้จนกว่าคุณจะเรียนรู้ว่าจะใช้มันเป็นข้อดีของคุณยังไง”

อ่านแล้วรู้สึกว่าเพี้ยนๆ มั้ย ฉบับแปลเกาะภาษาอังกฤษมาทั้งดุ้นเลย

บรรทัดที่สาม“คุณรู้ว่าผู้หญิงอย่างเราสามารถวิเคราะห์ตัวเองได้มากกว่าที่จำเป็นและไม่เต็มใจที่จะรับความไว้วางใจที่สมควรได้รับ”

อันนี้อ่านแล้วก็เพี้ยนๆสันนิษฐานว่า อาจจะแปลศัพท์ผิด หรือเลือกคำผิด

ตามมาด้วย “การแสดงออกที่แตกต่างคือทางเลือกดังนั้นพวกเราไม่ได้ทำ” ประโยคนี้จบด้วนๆ ซะงั้น อ่านไม่รู้เรื่องเลย

เราตรวจโดยขีดฆ่าเพิ่ม เติม ใช้ปากกาแดง บางคำ เราต้องเปิดพจนานุกรมออนไลน์เพื่อเช็คคำศัพท์ซ้ำพอเสร็จย่อหน้านึง ก็อธิบายให้น้องฟังทีนึง พอตรวจย่อหน้าใหม่ ก็ให้น้องอ่านเอกสารเรื่องการแปลที่เราเตรียมให้รอไปก่อน

เราให้น้องลองดูตัวอย่างงานแปลของ คุณดนัย ดิคคินสัน คัดมาจากหนังสือเรื่อง จดหมายจากมาตุภูมิ เล่มนี้เราซื้อจากแพร่พิทยาที่ลาดพร้าวในราคา 20 บาท คุ้มมากเพราะได้เห็นตัวอย่างงานแปล (คุณดนัยเขาเขียนภาษาอังกฤษแล้วแปลเป็นไทย หรือเขียนภาษาไทยแล้วแปลเป็นอังกฤษ?) เราอ่านภาษาไทยแล้ว เป็นธรรมชาติไม่รู้สึกขัดหูขัดตา

พอเราตรวจงานแปลหมด 2 หน้าที่น้องคนสวยแปลมา เรียกว่าแทบจะไม่มีที่ว่างให้เขียนคอมเม้นท์

สรุป ปัญหาที่พบในงานแปลของน้องได้ดังนี้

E = ต้นฉบับ T = ฉบับแปล R = เวอร์ชั่นที่เราเสนอ

** เวอร์ชั่นที่เราเสนอ ไม่จำเป็นต้องถูกที่สุดเสมอไป งานแปลหนังสือเราว่ามัน subjective แล้วแต่ บ.ก. ว่าอยากแก้งานให้ไปทางไหน สมัยเรียน อาจารย์ที่สอนแปลวรรณกรรม ก็ชอบใช้คำว่า “เสนอ” (ให้แก้เป็นคำนี้นะ)

แปลผิด

E: You know how we women can be more critical of ourselves than necessary and reluctant to take credit where it’s due.

T: คุณรู้ว่าผู้หญิงอย่างเราสามารถวิเคราะห์ตัวเองได้มากกว่าที่จำเป็นและไม่เต็มใจที่จะรับความไว้วางใจที่สมควรได้รับ

R: คุณรู้ว่าผู้หญิงอย่างเราวิจารณ์ตัวเองมากเกินจำเป็นและไม่เต็มใจที่จะรับคำชมที่สมควรได้รับ

(critical =expressing adverse ordisapproving comments or judgments.)

(take credit for = to allow people tobelieve that one has done something praiseworthy, whether or not one hasactually done it.)

ภาษาแปลไม่เป็นธรรมชาติ

E: No one ever tells us that acting differently is an option….

T: ไม่มีคนเคยบอกพวกเราว่า การแสดงออกที่แตกต่างคือทางเลือก

R: ไม่มีคนเคยบอกพวกเราว่า เราเลือกแสดงออกในวิธีที่แตกต่างได้

แปลผิด

E: Even women who proclaim to have gotten “the right” message in childhood from parents who encouraged them to achieve their full potential by becoming anything they want to be find that when they enter the real word, all bets are off.

T: ถึงแม้ว่าผู้หญิงที่ถูกประกาศให้ได้รับ“สิทธิ”ในวัยเด็กจากพ่อแม่ผู้ที่สามารถสนับสนุนพวกเขาให้ประสบความสำเร็จบางอย่างเต็มความสามารถโดยกลายมาเป็นทุกสิ่งที่พวกเขาต้องการหาเมื่อพวกเขาได้อยู่ในโลกแห่งความจริงทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้

R: [อ่านคำอธิบายด้านล่างประกอบ]

เวลาแปล ถ้ารู้จัก part of speech จะช่วยให้เลือกคำศัพท์ได้ง่ายขึ้น ในประโยคนี้ คำว่า right อยู่หน้าคำว่า messageให้นึกไว้ก่อนว่าคือ คำคุณศัพท์ ใช้ขยายคำนาม

right (adj.) = morally good, justified, or acceptable หรือ true or correct as a fact

right (n.) = a moral or legal entitlement to have or do something

น้องเลือกคำแปลสำหรับ part of speech ที่เป็น คำนาม แต่ตรงนี้น่าจะแปลว่าถูกต้อง เพราะประโยคนี้ใจความรวมๆ คือแม้พ่อแม่จะสอนในสิ่งที่ถูก แต่พอโตขึ้นมา ปรากฏว่ามันไม่ใช่อย่างที่สอน

ข้อสังเกตอีกอย่างคือ คำว่า right อยู่ในเครื่องหมายคำพูด (“ “) แสดงว่า คนเขียนหมายถึงสิ่งที่ตรงกันข้ามกับคำในเครื่องหมายคำพูด คำว่า right message เนื้อหาที่คนเขียนพยายามบอกตั้งแต่ต้นเรื่องคือผู้หญิงได้รับการพร่ำสอนมาว่าต้องเป็นคนอย่างนี้ ต้องทำอย่างนี้ นั่นคือ message แต่หน้าประโยคขึ้นต้นด้วยคำว่าEven เดาต่อได้ว่าท้ายประโยคมันต้องไปกันคนละทาง ดังนั้นคำว่า right message มันต้องไม่ใช่ right message แน่ๆ

แล้วก็จริงด้วย เมื่ออ่านจนเจอคำว่า all bets are off = the outcome of a situation is unpredictable

ไม่ได้แปลขยายในกรณีที่เหมาะสม

E: Beyond girlhood, no one ever tells us that acting differently is an option – and so we don’t.

T: ในวัยเด็กหญิงไม่มีคนเคยบอกพวกเราว่า การแสดงออกที่แตกต่างคือทางเลือก ดังนั้นพวกเราไม่ได้ทำ

R: เมื่อพ้นวัยเด็กไม่มีคนเคยบอกพวกเราว่า เราเลือกแสดงออกในวิธีที่แตกต่างได้ดังนั้นพวกเราจึงไม่ได้แสดงออกในแบบที่แตกต่างออกไป

แปลผิด

E: This is particularly true in African American women….

T: สิ่งนี้เกิดขึ้นจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงแอฟริกาอเมริกันหลายคน

R: นี่คือเรื่องจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้หญิงอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน

(ต้องแปลจากข้างหลังมาข้างหน้า)

แปลไม่ได้น้ำหนักเท่าต้นฉบับ

E: if a woman exhibits confidence and courage on a par with a man, she is often accused of being that dreaded “b-word”.

T: ถ้าผู้หญิงแสดงออกถึงความมั่นใจและความกล้าในระดับเดียวกับผู้ชายบ่อยครั้งที่จะถูกว่ากล่าวว่าประพฤติตัวไม่ดี

R: ถ้าผู้หญิงแสดงออกถึงความมั่นใจและความกล้าในระดับเดียวกับผู้ชายบ่อยครั้งที่จะถูกกล่าวหาว่าเป็น“xxx” ที่เรากลัวๆ กัน

ที่น้องแปลมานั้นไม่ผิดแต่ไม่ดุเด็ดเผ็ดมันส์เท่าต้นฉบับ จะใช้คำว่าแรด ก็สื่อไปคนละความหมาย เพราะ แรดใช้ในทำนองต่อว่าผู้หญิงที่ชอบแต่งหน้าทาปากคิดแต่จะจับผู้ชาย นักแปลต้องหาคำที่มี equivalenceเท่ากับต้นฉบับ

สะกดผิด (พิมพ์ผิด)

E: We often get laughed at.

T: บ่อยครั้งที่ต้องพบกับการหัวเราะเยอะ

R: บ่อยครั้งที่เราต้องพบกับการหัวเราะเยาะ

แปลผิด

E: Women consistently score less favorably than men.

T: ผู้หญิงมีคะแนนความชอบที่ต่ำกว่าผู้ชาย

R: ผู้หญิงได้คะแนนน้อยกว่าผู้ชาย

ถ้าแปลว่าคะแนนความชอบ คนอ่านจะงงว่าตกลงว่าเขาประเมินผลการทำงานด้วยคะแนนความชอบเหรอ

แปลผิด

E: There are a unique set of mistakes made predominantly by women.

T: การผิดพลาดที่ผู้หญิงทำมีลักษณะที่เด่นกว่า

R: มีความผิดพลาดกลุ่มหนึ่งที่มีลักษณะเฉพาะที่ผู้หญิงมักจะเป็นคนทำ

(เวลาแปลให้ค่อยๆ ไล่แปลจากหลังมาหน้าเรียงไปเรื่อยๆ จะได้ไม่แปลตก)

แปลตก

E: ….,working with literally thousands of professional men and women…

T: การทำงานกับผู้ชายและผู้หญิงมืออาชีพ

R: การที่ฉันได้ทำงานกับผู้ชายและผู้หญิงมืออาชีพนับพันๆคน

สะกดผิด

E: Whether I’m working in Jakarta, Oslo,Prague, Frankfurt, Trinidad, or Houston…

T: ไม่ว่าฉันจะทำงานประจำใน จาร์กาต้า ออสโล ปากัว แฟรงค์เฟริส ทีนิแดดหรือฮุสตัน

R: ไม่ว่าฉันจะทำงานประจำใน จาร์กาต้า ออสโล ปราก แฟรงก์เฟิร์ต ตรินิแดดหรือฮุสตัน

เวลาแปลชื่อเฉพาะกรุณาเปิดศัพท์บัญญัติของราชบัณฑิตประกอบ

ภาษาไม่เป็นธรรมชาติ

E: They [the mistakes] are more exaggerated in Hong Kong than in Los Angeles, but they’re variations on the same theme.

T: ข้อผิดพลาดอาจจะมีในฮ่องกงมากกว่าในลอสแองเจลิสแต่มันผันแปรกันในรูปแบบเดียวกัน

R: การทำผิดพลาดในฮ่องกงอาจจะฟังดูร้ายแรงกว่าการทำผิดพลาดในลอสแองเจลิสแต่ก็เป็นการทำผิดพลาดในเรื่องเดียวกันที่มีข้อแตกต่าง

(exaggerate= represent (something) asbeing larger, better, or worse than it really is.)

ประโยคก่อนหน้านี้ผู้เขียนบอกว่าเดินทางไปทำงานในจาการ์ตา ออสโล ปราก… ก็เห็นผู้หญิงต่างวัฒธรรมทำงานพลาดในลักษณะเดียวกัน (ที่เราแก้ด้านบนน่าจะหาคนเกลาอีกรอบ เรามามันยังไม่ลื่นพอ)

ภาษาไม่เป็นธรรมชาติ

E: Sugar and spice and everything nice –that’s what little girls are made of.

T: ความหวานและมีรสชาติและทุกสิ่งที่ดีคือสิ่งที่เด็กหญิงตัวเล็กๆ ทำ

R: [ไม่สามารถเสนอคำแปลที่เหมาะสมได้เพราะต้องค้นเพิ่มเติมประโยค Sugar and spice and everything nice มันอยู่ใน nurseryrhyme นักแปลต้องไปหากลอนเทียบเคียงกันในภาษาไทย ถ้าจะเอา “เด็กเอ๋ยเด็กดีต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน”มาแทนประโยคนี้จะได้น้ำหนักไม่เท่าเพราะว่าประโยคในภาษาอังกฤษพูดถึงเด็กผู้หญิงต้องค้นเพิ่มว่ามีกลอนสอนหญิงที่เอามาใช้แทนกันได้มั้ย]

ภาษาไม่เป็นธรรมชาติ

E: They are nice to be around.They are nice to have around – sort of like pets.

T: พวกเขาจะทำดีอยู่รอบๆตัวคุณ และพวกเขาจะทำดีอยู่รอบๆ ตัว เหมือนกับสัตว์เลี้ยง

R: อยู่กับผู้หญิงแล้วรู้สึกดีมีผู้หญิงอยู่ด้วยแล้วรู้สึกดี

(to be around = To be near; to socialize with)

สังเกตประโยคนี้ อ่านแล้วออกแนวๆ ดูถูกเพราะลงท้ายด้วย likepets หรือเสียดสี เพราะคนเขียนเป็นผู้หญิง (ผู้หญิงอย่างเราก็มีคุณค่ามากกว่าแค่ลูบคลำนะเออ)

เลือกคำผิด

E: It’s dangerous to go out-of-bounds.When you do, you get accused of trying to act like a man or being “bitchy”.

T: มันอันตรายที่จะออกจากขอบเขต เมื่อคุณทำ คุณจะโดนกล่าวหาว่า…..หรือเป็น “ยัยตัวร้าย”

R: มันอันตรายที่จะทำผิดธรรมเนียม เมื่อคุณทำผิดธรรมเนียม คุณจะโดนกล่าวหาว่า…..หรือเป็น“ยัยตัวแสบ”

คำว่า out of bound มันมีหลายความหมาย 1. outside specified orprescribed limits, 2. In such a way as to violate or exceed acceptable rules orstandards, as of decency. น้องเขาเลือกคำแปลผิดอันมาใช้ในประโยคนี้

ผู้เขียนเกริ่นมาก่อนแล้วว่า เด็กผู้หญิงถูกคาดหวังให้ทำอย่างนั้น ทำอย่างนี้ ถ้าไม่ทำตาม ก็จะถูกต่อว่า คำว่า bitchy พอแปลว่ายัยตัวร้าย มันให้ภาพคนละอย่าง เพราะคำว่ายัยตัวร้าย นั้นใช้เป็นชื่อหนังเกาหลีมาก่อนทำให้คำนี้มีภาพสาวน้อยซนๆ แสบๆ แต่น่าเอ็นดู คำว่า ยัยตัวแสบ อาจจะเป็นตัวเลือกหนึ่ง แต่นักแปลสามารถค้นคลังคำเพื่อหาคำอื่นที่เหมาะสมกว่ามาลองแทนที่ในประโยคแล้วอ่านอีกรอบว่า ยังขัดหูอยู่มั้ย 

(คนที่เรียนการแปล จะรู้ว่า หลายๆ คำมันมี connotation ผูกมากับคำ  คำนี้มันมี image ติดมาด้วย) 

******************

ที่เราเขียนอธิบายด้านบนนี้เป็นเพียงตัวอย่าง ที่แก้นั้นเยอะกว่านี้ นึกถึงสมัยเรียนวิชาวาทกรรมวิเคราะห์ต้องมาผ่าประโยค เปิดพจนานุกรม เรียบเรียงคำอธิบายเขียนรายงานส่งอาจารย์ว่าทำไมเราถึงแปลอย่างนี้   

3 หน้านี้ ใช้เวลาตรวจแก้ 1.5 ชั่วโมง เล่มนี้มี 251 หน้าเท่ากับว่าต้องใช้เวลาตรวจแก้ 125 ชั่วโมงถ้าใช้เวลาตรวจวันละ 6 ชั่วโมง จะต้องใช้เวลา 20 วันถึงจะตรวจเสร็จ แล้วไหนต้องมาเกลารอบสองอีกเพื่อให้ภาษาลื่นขึ้น แล้วคนแปล ต้องใช้เวลาแปลกี่ชั่วโมงกี่วันถึงจะแปลหนังสือเล่มนึงเสร็จ

นี่แค่หนังสือ how to  ถ้าเป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์  นักแปลต้องไปอ่านประวัติศาสต์ย้อนหลังด้วยนะ  แล้วต้องไปอ่านประวัติคนเขียนดีๆ ด้วยว่าเขามีปมอะไรในใจหรือมีประสบการณ์ในวัยเด็กยังไงถึงได้เขียนหนังสือออกมาอย่างนี้ 

พอติวจบ น้องบอกว่า “แปลเอกสารน่าจะง่ายกว่า”

พี่ก็ว่างั้น




Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2558
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2558 6:03:07 น.
Counter : 2932 Pageviews.

2 comments
  
หนู(ก็)อยากเป็นนักแปล 555
เพิ่งมีความสนใจภาษาอังกฤษ อยากอ่านออก อยากแปลได้
แรกๆแค่สนใจก็เอาเนื้อเพลงมานั่งแปล ดูไม่ยากเท่าไรคำที่ไม่รู้ก็เปิดดิกชันนารีแล้วแปลตามบริบท(เดาเท่าที่คิดว่าเหมาะสมกับรูปประโยค)
แต่พอเริ่มเรียนภาษาอังกฤษอย่างจริงๆจัง รู้สึกว่าไอ้ที่เคยแปลเป็นประโยคตามบริบท มันเริ่มหาบริบทไม่เจอ เริ่มไม่มั่นใจว่าเราเข้าใจบริบทถูกต้องจริงหรือ น็อคเอาท์ งานแปลเพลงหยุดชะงักไปเลยT^T
คิดว่าสิ่งที่สำคัญสำหรับการแบบคงไม่พ้นคลังศัพท์แต่ที่ขาดไม่ได้ก็คงเป็นจินตนาการสำหรับการเรียบเรียงคำและรูปประโยค ตอนนี้เลยพยายามเพิ่มคลังศัพท์ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย ภาษาช่างยากนักแล~

จะติดตามไว้ตามอ่านเป็นคลังความรู้ ฮิๆ
โดย: b.k.inf (B.K.inf ) วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:14:53:56 น.
  
แปลเพลงก็น่าสนใจนะคะ สมัยเรียนมีเพื่อนที่ทำวิทยานิพนธ์เรื่องการแปลเพลง ความท้าทายอย่างหนึ่งคือ การแปลให้ได้จำนวนพยางค์เท่ากับต้นฉบับและโทนเสียงต้องใกล้เคียงกันด้วย ไม่งั้นร้องเป็นเพลงแล้วจะผิดคีย์ ถ้าสนใจ ลองค้นจากห้องสมุดคณะอักษรฯ จุฬาฯ มาอ่านประกอบนะคะ
โดย: แน้ท (Natchaon ) วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:17:08:57 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 278 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here http://www.nctranslation.net
http://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: Now - 22 Dec 2017
(Last update: 03 Jul 2017)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
กุมภาพันธ์ 2558

1
2
3
4
5
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
 
11 กุมภาพันธ์ 2558
All Blog