วีซ่าอพยพเพื่อทำงาน (VE175)

วีซ่าอพยพเพื่อทำงาน(VE175)

วันนี้จะเล่าเรื่องเกี่ยวกับวีซ่าอพยพไปทำงานที่ออสเตรเลีย ใครที่ไม่อยากอ่านไว้รอบล็อกหน้าที่จะเขียนเกี่ยวกับการแปล

เราเคยเขียนไว้ในบล็อกเก่าๆว่าเรายื่นวีซ่าอพยพเพื่อทำงานในออสเตรเลีย หรือ Skilled IndependentMigrant – VE175 เมื่อปี 2009 ตอนนั้นเสียค่าธรรมเนียมประมาณ66,xxx บาท เรียกว่าต้องตัดใจจ่ายโดยที่ไม่รู้เลยว่าวีซ่าจะผ่านหรือเปล่า

ก่อนเราจะยื่นตัวนี้เราค้นข้อมูลว่าออสเตรเลียต้องการคนอาชีพไหนเข้าประเทศ ปรากฏว่า อาชีพนักแปล กำลังเป็นที่ต้องการ โดยได้คะแนนในการเข้าเมือง 60 คะแนนเท่าแพทย์ เรียกว่าน่าสนใจ ก็เลยเป็นสาเหตุที่เรานำวุฒิการแปลที่จุฬาฯไปเทียบวุฒิ NAATI ซึ่งก็ได้มาตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2008 (แต่ทะลึ่งยื่นสมัครวีซ่าอพยพ 6 เดือนให้หลัง)

เงื่อนไขต่อไปคือ ถ้าอายุไม่เกิน 30 ปี จะได้คะแนนเข้าเมืองสูงกว่าคนที่อายุเกิน 30 ปี ณ เดือนมิถุนายน 2009 ที่เรายื่นขอวีซ่านั้นเราอายุ 29 ปี กับ 8 เดือน เรียกว่าจะเกินเกณฑ์อยู่รอมร่อ

ถ้าผู้สมัครพูดภาษาอื่นนอกจากภาษาอังกฤษได้ก็ได้เพิ่มอีก 5 คะแนน ภาษาไทยก็นับ ฉะนั้นเราได้ตรงนี้อีก 5 คะแนน

ผู้สมัครต้องมีประสบการณ์ทำงานในสายที่สมัครอย่างน้อย4 ปีก่อนยื่นใบสมัคร ตรงนี้เราให้ที่ทำงานออกหนังสือรับรองว่าเราทำงานตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการประจำประเทศไทยโดยมีหน้าที่หลักคือประสานงานด้านเอกสารกฎหมายทั้งหมดร่วมกับทนายความและฝ่ายกฎหมายและมีหน้าที่หลักอีกอย่างคือแปลเอกสารซึ่งเงื่อนไขส่วนนี้ หน่วยงานประเมินคุณวุฒิกำหนดว่า สำหรับอาชีพนักแปลแล้ว จะต้องทำงานในทำนองนี้ “translate documents by studying original texts to comprehend subject matter and converts them into target language to convey the original meanings including consulting dictionaries and other reference sources to determine accurate meanings of terms, ensuring that terms are correctly rendered with an appropriate register and style and proofreading and editing translation for accuracy and certifying translation for use.” ซึ่งเงื่อนไขนี้เราไม่มีปัญหาเพราะมันเป็นงานที่เราทำอยู่แล้ว

ผู้สมัครต้องมีผลสอบ IELTS ระดับ 6.0 ขึ้นไป เราเคยสอบไปเมื่อปี 2005 ตอนนั้นได้ 7.5 Academic พอปี 2009 เราสอบใหม่เพื่อขอวีซ่าตัวนี้ เราสอบ General Training ก็ได้ 7.5 สรุปว่าผ่านเงื่อนไขข้อนี้

โดยรวมแล้วเราเห็นว่าเงื่อนไขเราน่าจะผ่าน แต่ลองเช็คอีกรอบนึง ถือเอกสารทั้งชุดไปหาเอเจนท์การเข้าเมืองแถวอโศก คุณฝรั่งคนนี้เราเจอที่งาน AusCham เราขอเข้าไปถามว่าเราควรใช้ migration agent มั้ย เขาตรวจเอกสารเราอยู่พักนึงแล้วบอกว่าเคสของเราเอกสารครบ คุณสมบัติก็ครบ ให้ยื่นเองเลย อย่าจ้าง ถ้าจ้างเอเจนท์ ค่าดำเนินการขั้นต่ำ 100,000 บาท ไม่รวมค่าธรรมเนียมวีซ่า (อีก 66,xxx บาท)

ก่อนจะยื่นวีซ่าออนไลน์เว็บกระทรวง ต.ม. มี check list ให้กรอกคะแนนด้วยว่าคะแนนถึงมั้ย พอลองกรอกแล้วคะแนนเราเกินเกณฑ์เข้าประเทศ ถ้าจำไม่ผิดเขาต้องการ 65 คะแนน ของเรานี้ ได้คะแนนเป็น 100+ (ไม่รู้นับคะแนนเข้าข้างตัวเองหรือเปล่า)

ตรวจสอบทั้งหลายทั้งปวงแล้วยื่นออนไลน์ เรียกว่า Offshore จ่ายค่าวีซ่า $2,105อัตราแลกเปลี่ยนตอนนั้น 33.xx บาทอย่างแพง เดือนนั้นเงินเดือนเกือบหมดแน่ะ

ยื่นออนไลน์แล้วเรื่องก็หายไปเลยจนปี 2010 เราขอวีซ่าท่องเที่ยวไปออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่สถานทูตโทรมาบอกเราว่า เรายื่นวีซ่าอพยพไว้แล้วเราติดเงื่อนไขคือ ยังไม่ได้ส่งผลตรวจสุขภาพ ให้เราไปตรวจก่อน ไม่งั้นจะไม่อนุมัติวีซ่าท่องเที่ยวให้ เออ… เราก็เพิ่งรู้ว่าเงื่อนไขมันผูกกันมา อ่ะ ตรวจก็ตรวจ

ตรวจเสร็จ ได้วีซ่าบินไปออสเตรเลีย เที่ยวแป๊บเดียวแล้วก็กลับไทย

พอเดือนพฤศจิกายน 2011 มีอีเมลมาจากกระทรวง ต.ม. บอกว่ามีกฎกระทรวงออกใหม่ซึ่งกระทบกับคนที่ขอวีซ่าอพยพโดยมีการจัดลำดับความสำคัญตามความต้องการแรงงานของประเทศคือ

· Priority 1: Applications from people who have applied for a Skilled - Regional (subclass 887 visa)

· Priority 2: No GSM applications are included within this group

· Priority 3: Applications frompeople who are nominated by a state or territory government agency for anoccupation specified on that state migration plan

· Priority 4: Applications from people who have nominated an occupation on the Skilled Occupation List (SOL) -Schedule 1 in effect from 1 July 2011 (http://www.immi.gov.au/skilled/_pdf/sol-schedule1.pdf)

· Priority 5: All other applications

อ่านเงื่อนไขแล้วใบสมัครของเราจัดอยู่ใน Priority 5 ลำดับสุดท้ายอันนี้ไม่น่าเรียกว่า priority เลย ประมาณว่า ทำให้ทุกคลาสเสร็จแล้วค่อยมาดูกลุ่มของเรา

ใบสมัครของเราไม่จัดอยู่ในกลุ่ม4 ด้วยเพราะอาชีพที่อยู่ในรายชื่อที่เป็นที่ต้องการซึ่งมีการแก้ไขเมื่อเดือนกรกฎาคม 2011เขาตัดอาชีพนักแปลออกไปแล้ว ออสเตรเลียไม่ต้องการนักแปลเข้าประเทศอีกต่อไป

ณัชชาอรเธอบุญมีแต่กรรมบัง

ท้ายอีเมลบอกว่าเรามีทางเลือกคือ รอต่อไป หรือถอนใบสมัคร แต่ถ้าถอนใบสมัคร เราจะไม่ได้ค่าวีซ่าคืน เออ เอาเถอะ ไหนๆ ก็เสียเงินแล้ว เราจะทู่ซี้รอ

พอกรกฎาคม 2012 กระทรวง ต.ม. อีเมลมาแจ้งว่า

As at 1 July 2012, there were approximately 16,350 Skilled Independent cases representing approximately 27,600 applicants in Priority Group 5 awaiting.  As such, many Priority Group 5 applicants still face a considerable wait until their application is allocated to a case officer for processing.

อ่านแล้วก็ได้แต่คิดว่ารอมาแล้ว 3 ปี ไม่รู้ต้องรออีกกี่ปี กว่าจะได้ case officer หาสามีเป็นออสซี่ได้ น่าจะดีกว่า

เพื่อนเราบอกว่า ไหนๆมันยากนัก ทำไมไม่เปลี่ยนประเทศ หาอพยพไปประเทศอื่นดีกว่ามั้ย เราบอกเพื่อนว่า เราลงทุนไปเยอะแล้วนะ เสียค่าแปลเอกสารส่วนตัวเพื่อสมัครวีซ่าเสียค่าวีซ่า เสียค่าเทียบวุฒิ NAATI (ตอนนั้นน่าจะประมาณ 20,xxxบาท) เสียเวลาแล้ว เราจะรอ

ต่อมาเดือนตุลาคม 2013 เราได้อีเมลจากกระทรวง ต.ม. ขอเอกสารเพิ่มคือ Form 80 เพื่อแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่อยู่และรายละเอียดอื่นๆ พร้อมขอ Police Check และผลการตรวจสุขภาพ ตอนนั้นเราอยู่บ้านแฟนที่เมลเบิร์นแล้ว เลยส่งแค่ Form 80 อันอื่นกะว่ากลับไทยแล้วจะมาทำ แต่พอกลับมาแล้วก็ติดเรื่องงานแต่งงานตัวเอง จดทะเบียนสมรส etc. แล้วก็เขวด้วย เพราะกำลังจะยื่นขอวีซ่าคู่สมรส (Partner Visa 309/800) ประมาณว่าลืมไปแล้วว่าเราขอ VE175 ไว้

จน 2-3 วันก่อน มีลูกค้าโทรมาถามเรื่องแปลเอกสาร เขาบอกว่ากระทรวง ต.ม. อีเมลมาขอเอกสารเพิ่มและกำหนดว่าต้องเป็นนักแปล NAATI เท่านั้น เราเลยถามว่าวีซ่าอะไร เขาบอกว่าวีซ่า Skilled Migrant VE175

คุณพระ เราเจอเพื่อนร่วมชะตากรรมแล้ว

ลูกค้าคนนี้ยื่นขอวีซ่า VE175 ก่อนเราแค่ 2 สัปดาห์เอง ตอนนี้เธอได้ case officer แล้วซึ่งขอให้เธอส่งเอกสารเพิ่มภายใน 28 วัน (ภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้) เธอก็วิ่งหัวปั่นเลยเพราะรอวีซ่ากันมาเกือบ 5ปี อยู่ดีๆ ก็โผล่จากไหนไม่รู้ ขอเอกสารแล้วมี deadline

เราได้ยินก็ตื่นเต้นแทน แปลว่า case officer ของเรากำลังจะมาใช่มั้ย อีกกี่สัปดาห์ล่ะ แต่ใจเราก็คิดอยู่ว่า เรามีโอกาสได้วีซ่า VE175 มากแค่ไหน เราไม่รู้ว่า case officer จะใช้เงื่อนไขอะไรเพื่อปฏิเสธวีซ่าเราหรือเปล่า เท่าที่อ่านเคสเก่าๆ ของผู้สมัครต่างชาติเรียกว่าโดนปฏิเสธวีซ่ากันเป็นว่าเล่น case officer ทำงานตามคู่มือเป๊ะ คู่มือเขียนยังไงก็อย่างนั้น

เราก็เปรยๆ กับแฟนว่าเราจะรอวีซ่า VE175 ดีมั้ย เพราะถ้าได้ มันเป็น permanent visa มีอายุ 5 ปีเลยนะ ในขณะที่ partner visa มันได้แค่ 2 ปีแล้วต้องต่อ (ซึ่งก็ต่ออายุไม่ยาก) แต่น้องสาวเราท้วงว่ารอไปแล้วถ้าเกิดโดนปฏิเสธวีซ่าล่ะ เวลาที่เสียไปเพื่อรอวีซ่าอ่ะ อีกกี่เดือน ยื่น partner visa คาไว้เลย ถ้าตัว VE175 โดนปฏิเสธก็ยังเหลือ partner visa รอพิจารณาอยู่

ยังไม่จบด้วยความฟุ้งซ่าน เราเปิดอ่านเคสเก่าๆ ของคนอื่น เจอคนที่โดนปฏิเสธ แต่ในจดหมายจาก case officer อธิบายว่า เนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์ VE175 เจ้าหน้าที่จึงพิจารณาดูว่าผู้สมัครมีเกณฑ์ตามคลาสที่ใกล้เคียงกันมั้ยคือ VE176 ซึ่งมีเงื่อนไขเพิ่มคือต้องมีญาติอยู่ในออสเตรเลีย เราก็คิดเข้าข้างตัวเองอีกแระว่าเจ้าหน้าที่จะพิจารณาเคสของเราอย่างนี้มั้ยเพราะตอนนี้เราแต่งกับสามีออสซี่แล้ว มีคนรับภาระเราแทนรัฐบาลแล้วนะถ้าเราได้วีซ่าน่ะ แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง ต.ม. อาจจะมองว่าวัตถุประสงค์เราในการเข้าประเทศเปลี่ยนจากการเข้าไปทำงานเป็นการเข้าไปอยู่กับสามีซึ่งควรจะขอวีซ่าประเภทอื่นที่เหมาะสมกว่าหรือเปล่า

วันนี้เรายังไม่มีคำตอบ ลูกค้าคนนี้มาหาเราที่บ้าน เพราะเธอต้องกรอก Form 80,Form 1120, Form 929 สารพัดแบบฟอร์ม ความที่เรื่องมันนานมาก เธองงไม่รู้ต้องกรอกยังไง แนบอะไรบ้าง เลยมาหาเรา ถามเราว่าเรารับทำวีซ่ามั้ย เราบอกว่าเราไม่รับ แต่เราบอกได้ว่าต้องกรอกอะไรเพราะเราก็ต้องกรอกเหมือนที่เขากรอก วีซ่า VE175 เหมือนกัน

สรุปวันนี้เราก็ช่วยเพื่อนร่วมชะตาเตรียมเอกสารให้ case officer โดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่าย แต่ได้คำอวยพรให้เราได้ case officer เร็วๆ และได้อนุมัติวีซ่า

สาธุ ขอให้สมพรปากเราไม่อยากจ่ายค่าวีซ่าคู่สมรสอีกเกือบแสนบาท





Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2557 17:09:48 น.
Counter : 1536 Pageviews.

1 comments
  
โอ้ ลำบากจังเลยครับกว่าจะได้วีซ่า
โดย: jsoc วันที่: 7 เมษายน 2557 เวลา:16:10:37 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 276 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here http://www.nctranslation.net
http://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: Now - 31 May 2017
(Last update: 01 Mar 2017)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
กุมภาพันธ์ 2557

 
 
 
 
 
 
1
3
4
5
6
7
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
 
 
All Blog