คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า

วันนี้จะเล่าเรื่อยเปื่อยเกี่ยวกับการอยู่อาศัยในออสเตรเลียให้อ่าน

สัปดาห์ก่อนเพื่อนออสซี่สมัยเรียนมัธยมด้วยกัน โทรมาจากเวสเทิร์นออสเตรเลีย ถามว่าจะให้ลูกเรียนที่ไทยหรือเรียนที่ออสเตรเลียดี แล้วเธอก็เล่าให้ฟังว่า กำลังจะย้ายกลับไปอยู่กาญจนบุรีบ้านเกิดสามีสักพักหนึ่ง

เราก็เลยถามสาเหตุ เธอก็เล่าให้ฟังว่าชีวิตในออสเตรเลียนั้นลำบากแสนสาหัส เงินไม่พอใช้ มีกินไปแบบเดือนชนเดือน

“สามีแกทำงานได้เงินเดือนละเท่าไหร่”

เธอตอบว่า“หักภาษีแล้ว ได้เดือนละ $11,000” (ปีละ $132,000)

โอ้วมายก็อดผัวเอ็งได้เงินเดือนละเกือบสามแสนบาท ยังพอใช้แค่เดือนชนเดือนเองเหรอ

แล้วเธอก็บอกว่าสามีเธอย้ายขึ้นไปทำงานในเหมืองทางตอนเหนือของรัฐได้สักพักหนึ่งแล้ว ปัญหาคือ เสียภาษีเยอะมาก รู้สึกจะโดนอยู่สูงสุด 37% และค่าครองชีพตรงที่สามีไปทำงานนั้นสูงปรี๊ด (ได้เงินขนาดนี้ Medicare Levy ปีนึงเกือบแสนบาท ประชาชนออสเตรเลียที่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษีทุกคน โดนรัฐบาลโดยกรมสรรพากรบังคับเก็บเบี้ยประกันสุขภาพนะจ๊ะ ไม่สามารถเลือกได้เหมือนประกันสังคมว่าอยากจะทำหรือไม่ทำ)

สามีเธอบอกว่าเบียร์แก้วละ $15(ฝั่งตะวันออกอย่างเมลเบิร์น แก้วละ $4 นี่ก็บ่นชิหายแล้ว)ถ้าคืนไหนเพื่อนชวนออกไปกินข้างนอก อย่างต่ำต้องหมด $500 ฮีก็เลยไม่ค่อยจะไปไหนทำงานเสร็จก็กลับไปนอนหรือไม่ก็ออกกำลังกาย (ฮีเป็นนักมวยเก่าที่ไทยนะเออกล้ามเป็นมัดๆ หน้าตาดีด้วย) แล้วยังต้องจ่ายค่าที่พักราคาแพงอีกด้วย

แล้วไหนจะเงินกู้มาซื้อบ้านผ่อนกันอ้วกแตก บ้านฝั่งเพิร์ธนี่ราคาพุ่งกระฉูดมาพักใหญ่ๆ แระ ที่เพื่อนซื้อนี่ก็หลังละ $400k (ประมาณ 10 ล้านบาท) ไหนจะเงินกู้มาเรียนคอร์สไมเกรชั่นเอเจนท์ แล้วเรียนๆ ไป ดันท้องลูกคนที่สาม (ชีบอกทั้งสามท้องนี้ accident ทุกรอบ) ค่านมลูก ค่ากิน ค่าของเล่น (สามีหล่อนแอบเม้าท์ เมียตัวเองก็ชอบขับรถกลับไปหาแม่ ไม่ได้ใกล้ๆ ขับไปกลับเกือบ 500 กิโล สัปดาห์ละ 2-3 วัน ค่าน้ำมันตั้งเท่าไหร่)

สองผัวเมียก็เลยปรึกษากันว่าไม่ใช่สิ คุ้นๆ ว่าครอบครัวนี้ ผัวสั่ง อย่างไปเรียนคอร์สไมเกรชั่นเอเจนท์ นั่นก็ผัวสั่ง รอบนี้ให้เมียกลับไปอยู่ไทย ก็ผัวสั่ง

เราได้ยินแล้วก็แปลกใจแต่เพื่อนอธิบายให้ฟังว่า เหตุผลที่จะต้องแยกกันอยู่ หนึ่งคือค่าครองชีพที่ไทยนั้นถูกแสนถูก สอง ครอบครัวสามีช่วยเลี้ยงลูกได้ด้วย สามจะได้ปล่อยเช่าบ้านเพื่อเอาค่าเช่ามาผ่อนบ้าน และไม่ใช่ว่านานๆ จะเจอกันที สามีทำงาน 20 วัน พัก 10 วัน ช่วงพัก 10วัน ก็บินตรงเข้าไทยเลย

ตัดสินใจได้แล้วก็ต้องมาคิดอีกว่าจะให้ลูกเข้าโรงเรียนที่กาญจนบุรีหรือจะเรียน distance education ของออสเตรเลียต่อ ตัวเมียอยากให้ลูกเรียนทางไกลเพราะเชื่อในมาตรฐานของออสเตรเลีย อันนี้เราก็เห็นด้วย แล้วอีกอย่างคือ ไม่ใช่ว่าจะมาอยู่ไทยถาวร กะว่าสักวันลูกคงจะกลับไปอยู่ออสเตรเลียก็ต้องไปเรียนต่อที่โน่น ถ้าใช้วุฒิของไทยไปเทียบ ก็ไม่น่าเทียบกันได้

อีกอย่างที่เธอหวังคือลูกเธอน่าจะได้ภาษาไทยมั่งแหละ ยังเล็กทั้งสามคน อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาไทยเด็กจะเรียนรู้ได้เอง

อันนี้เราเคยไปฟังสัมนาเมื่อปลายปีที่แล้วเรื่อง Raising Children Bilingually ผู้พูดคือ Dr. Susanne Dopke (German) ที่ปรึกษาด้านภาษาสำหรับเด็ก ซึ่งเธอก็มาเล่าประสบการณ์ด้านการสอนภาษาที่สองให้ลูกของตนแล้วได้ผลในออสเตรเลียถึงจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการแต่ในชุมชนก็มีการส่งเสริมให้ใช้ภาษาอื่นด้วย โดยเฉพาะภาษาของพ่อและแม่ โดยสรุป เด็กมีความสามารถในการเรียนภาษาได้ดีคนชอบ underestimate เด็กและเข้าใจผิดว่าถ้าพ่อพูดกับเด็กเป็นภาษาอังกฤษ แม่พูดกับเด็กเป็นภาษารัสเซีย เด็กจะสับสนและทำให้พัฒนาด้านภาษาได้ช้า อันนี้ไม่จริง

การที่เราได้ยินเด็กพูดสลับกันสองภาษานั่นคือ เด็กเลือกเอง (choice) เช่น ระหว่างภาษาอังกฤษกับภาษารัสเซียเด็กอาจจะเลือกพูดภาษาอังกฤษเพราะภาษารัสเซียนั้นออกเสียงยาก บางกรณี มีคนมาบ้าน เด็กเปิดประตูแล้ว ดูหน้าแล้วค่อยเลือกว่าจะพูดภาษาอิตาเลียนหรือภาษาอังกฤษ

ถ้าอยากจะให้ลูกพูดได้สองภาษาต้องสอนตั้งแต่เกิด อาจจะกำหนดสถานที่ เช่น ถ้าอยู่ที่บ้านให้พูดภาษาที่สองถ้าอยู่ข้างนอกให้พูดภาษาอังกฤษ พ่อแม่อาจจะสร้างเงื่อนไขเช่น ลูกขอกินไอติม แม่บอกให้ลูกขอเป็นภาษาที่สองถึงจะได้กิน พ่อแม่อาจจะพูดภาษาที่สองกับลูกเสมอไม่พูดภาษาอังกฤษเลย (ให้คนอื่นทำหน้าที่สอนภาษาอังกฤษไป) (อันนี้ได้ผลชัวร์ สถานการณ์บังคับเหมือนนักเรียนไทยไปเรียนต่างประเทศ มันต้องพูดภาษาอังกฤษโดยปริยายแต่จะได้ภาษาอังกฤษระดับดีแค่ไหน ต้องดูว่าเรียนรู้ไวและฝึกฝนบ่อยหรือเปล่า) ก่อนนอนพ่อแม่เปิดเทปภาษาที่สองให้ลูกฟังหรือเล่านิทานเป็นภาษาที่สองให้ลูกฟังวันละ30 นาที การพูดคำที่อยากให้ลูกเรียนรู้ซ้ำๆ ก็กระตุ้นได้ ถ้าลูกโตจนรู้เรื่องแล้ว ก็ใช้แรงจูงใจเช่น “ถ้าลูกอยากเป็นนักบิน ลูกต้องพูดภาษาที่สองได้นะ”

เด็กบางคนสามารถแปลภาษาได้เองโดยไม่รู้ตัวเช่น พ่อบอกลูกว่า “กินข้าวเสร็จแล้วกินไอติมได้นะ” ลูกหันไปพูดภาษาเยอรมันกับแม่ว่า “พ่อบอกว่าหนูกินไอติมหลังกินข้าวได้นะคะ”

ข้อสังเกตคือเด็กที่เรียนภาษาที่สอง จะเก่งเรื่องไวยากรณ์มากกว่าเด็กที่เรียนภาษาเดียว

เขียนออกป่าอีกแล้ว

เรื่องเพื่อนจะกลับไทยนี่มีหลายคนแล้ว สามีออสซี่ทั้งนั้น เหตุผลก็คล้ายกัน คืออยู่ไทยสบายกว่า ก็รอเวลาเกษียณแล้วไปนอนกินเงินบำนาญที่ไทย เพื่อนคนไทยที่ไปอยู่แคนาดาก็เคยบ่นว่าขนาดทำ 2 jobs ยังไม่มีเงินเหลือเก็บเลย อันนี้ไม่รวมพวกที่ทำงานรับเงินสดแล้วไม่แจ้งรายได้เพื่อเสียภาษีนะเช่น ทำงานร้านอาหาร ทำงานนวด รับจ้างทำความสะอาดตามบ้าน นั่นรับเงินเต็มๆเก็บเป็นกอบเป็นกำ

สามีเราก็รอเกษียณแล้วจะไปอยู่ไทยกับเรานี่แหละ เราสิใจร้อน พอได้ citizen แล้วอยากจะกลับไปอยู่ไทยถาวรเลย เพื่อนก็อยู่กรุงเทพ กิจกรรมต่างๆก็อยู่กรุงเทพ ชีวิตเราติดอยู่กับกรุงเทพ ลูกค้าเราก็อยู่กรุงเทพ (เงินทั้งนั้น) เมลเบิร์นไม่ใช่ไม่ดี ที่นี่สะอาด ปลอดภัย มันก็แลกมากับภาษีแพงๆ ค่าจอดรถแพงๆ ค่าอาหารก็แพง ค่าอะไรๆ ก็แพง

อย่างพี่พาดหัว  คนไม่เคยมา ก็อยากมา หลายๆ คนพอมาแล้วก็อยากกลับ

There’s no place like home. 




Create Date : 06 มีนาคม 2559
Last Update : 6 มีนาคม 2559 17:33:09 น.
Counter : 1215 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 277 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here http://www.nctranslation.net
http://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: Now - 22 Dec 2017
(Last update: 03 Jul 2017)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
มีนาคม 2559

 
 
1
2
3
4
5
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog