เมื่อผมเจอเด็กเนิร์ด

คิดอยู่พอสมควรว่าจะเขียนเรื่องนี้ ดีหรือไม่ เพราะผมเจอกับคน คนหนึ่งที่ศัพท์สมัยนี้เรียกกันว่า”เด็กเนิร์ด”ที่มาคือ มีชายวัยรุ่นคนหนึ่งมาสมัครงาน โดยตอนที่ผมไปรับใบสมัครจากเจ้าตัวพนักงานที่เป็นประชาสัมพันธ์ได้กระซิบบอกผมว่า”พี่จะคุยกับเค้ารู้เรื่องหรือหนูเจอมาแล้ว” เอกสารอะไรก็ไม่ได้เตรียมมามีแต่ใบสมัครอย่างเดียว ในใบสมัครระบุว่ากำลังศึกษาอยู่ชั้นปี 2 คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ฯของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเลยเดินไปถามเจ้าตัวในห้องสัมภาษณ์เพื่อที่จะขอเอกสารเพิ่มเจ้าตัวแจ้งว่า แค่อยากจะขอมาสอบถามเรื่องตำแหน่งงานแต่ทางเจ้าหน้าที่ให้เขียนใบสมัครก่อนเลยไม่ได้เตรียมอะไรมาบุคลิกลักษณะคือผอม ใส่แว่นสายตาที่หนามาก เลยสอบถามว่าอยากทำงานอะไร ทางด้านไหนเจ้าตัวแจ้งว่า อยากทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เพราะเรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์อยู่ก็เลยถามไปว่าพอจะเจาะจงได้ไหมว่าต้องการทำอะไร และถ้าจะมาทำนี่ติดปัญหากับเวลาการเรียนหรือไม่เจ้าตัวบอกว่าไม่ ติดปัญหาเพราะเรียนช่วงเช้าอย่างเดียว? จะมาทำตอนบ่ายและงานที่จะทำขอให้เกี่ยวกับคอมเพราะบริษัทฯที่ผมทำงานอยู่นั้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ซึ่ง ณ ตอนนั้นมีประเด็น แยกเป็น 2 ประเด็นคือ

1.เจ้าตัวอยากทำงานเกี่ยวกับคอมแต่ไม่ระบุมาว่าจะทำอะไร

2.เรื่องเวลาการทำงานกับเวลาเรียน

ผมเลยคุยประเด็นที่ 2ไปก่อน คือ บอกไปว่า ตอนนี้ ทางบริษัทยังไม่มีโนโยบายรับพนักงานแบบ Part Time หรือทำงานรายชั่วโมงทางบริษัทรับแต่พนักงานประจำทำงานเต็มเวลาเท่านั้น ส่วนในประเด็นที่ 1ผมถามไปเลยว่า ที่อยากทำงานเกี่ยวกับคอมฯนะระบุได้ไหมว่าอยากทำอะไรตรงไหนคำตอบที่ได้กลับมาคือ ไม่รู้เหมือนกันครับพี่ พี่ช่วยบอกได้ไหมว่าเรียนแบบนี้ต้องทำงานแบบไหนครับ?(ประเด็นที่1)และเจ้าตัวแจ้งว่าสามารถมาทำงานได้หลังบ่าย 2 ไปแล้วที่อยากทำเพราะที่นี่อยู่ใกล้บ้าน(ประเด็นที่2) ผมเลยเริ่ม งงๆ เพราะบอกไปแล้วในประเด็นเรื่องเวลาการทำงานกับเวลาเรียนสรุปสั้นๆคือผมยังไม่สามารถรับคุณเข้าทำงานได้ครับ ส่วนประเด็นของงานในช่วงเวลานั้นยังพอเข้าใจได้ว่าทั้ง2 ฝ่ายอาจยังไม่รู้ในรายละเอียดๆต่างเช่นเรื่องลักษณะงานความรับผิดชอบในหน้าที่ของงานต่างเลยถามไปว่าคุณเรียนเจาะจงทางด้านไหนหรือเปล่า เจ้าตัวทำหน้าแบบ งงๆแล้วยังย้ำถามผมกลับมาว่าพี่ว่าควรทำอะไรดีครับ ทีนี้ต้องย้ำถามอยากทำอะไรเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ใช่หรือไม่ครับเพราะที่นี่มีหลายอย่างตั้งแต่ประกอบ ฯลฯ เจ้าตัวเลยถึงพอเข้าใจพร้อมบอกว่าอยากทำงานด้านลงโปรแกรม เหตุผลคืออยากเอาไปใช้กับการเรียน? และลงท้ายบอกว่าพร้อมที่จะทำงานที่นี่

ผมเลยต้องมาอธิบายเรื่องเวลาการทำงานอีกครั้งโดยพยายามที่จะอธิบายขยายความให้เจ้าตัวเข้าใจว่ายังไงก็ไม่สามารถทำงานได้ในตอนนี้พร้อมทั้งปิดท้ายว่า ถ้าเป็นการฝึกงานก็อาจจะได้ แต่ขอให้เป็นกิจจะลักษณะมีหนังสือขอฝึกงานจากทางมหาวิทยาลัยเจ้าตัวยิ่งออกอาการ งง บอกกลับมาว่า กว่าจะฝึกงานอีก 2 ปีกว่าครับพี่และยังยืนยันคำเดิมว่าอยากทำงานที่นี่ ผมต้องเปิดประเด็นถามไปอีกว่า

1.ทำไมถึงอยากทำงานมาก

2.และเรื่องเวลาละถ้าเกิดสมมุติรับมาทำงานจริงๆเทอมนี้เรียนเช้าทำงานบ่ายแต่ถ้าเทอมหน้าเกิดเรียนตอนบ่ายละจะทำต้องมาปรับเวลาการทำงานอีกหรือ

คำตอบที่ได้รับคือ 1. อยากทำงานเพราะต้องการช่วยเหลือพ่อแม่เนื่องจากตัวเองเที่ยวเยอะขึ้นมีค่าใช่จ่ายเพิ่มขึ้น (นี่คือเหตุผล ฮ่วย)

ส่วนข้อ 2 ที่ถามไปผมไม่สามารถอธิบายได้ เพราะเจ้าตัวอธิบายจนผมงงไปหมด หาข้อสรุปไมได้ แต่เจ้าตัวพยามลากไปว่า ยังไงก็มาทำงานได้

สุดท้ายเลยต้องสรุปไปว่าตอนนี้ทางบริษัทฯไม่สามารถรับคุณเข้ามาทำงานได้ครับยังไงก็ไม่ได้เพราะเราต้องการพนักงานที่งานเต็มเวลา(น่าจะเข้าใจสักที)แต่เจ้าตัวยังมีคำถามต่ออีกว่า ถ้าจบแล้วต้องทำงานด้านไหนผมเลยถามไปว่าที่เลือกเรียน วิทยาการคอมพิวเตอร์นี่ มีเหตุผลมาจากอะไรเจ้าตัวบอกว่า พ่ออยากให้เรียนเพราะเห็นว่ายุคนี้เรียน จบคอมฯแล้วหางานทำได้ง่าย เลยอยากเรียนรู้งานที่นี่ก่อนผมต้องบอกไปว่าการรับพนักงานทางบริษัทไม่รับสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะเราไม่รู้ว่าจะมาสืบความลับหรือเปล่า(อันนี้เป็นข้ออ้างที่ทำให้ดูน่าเชื่อถือขึ้นสำหรับคนที่คุยไม่ค่อยจะรู้เรื่องแบบนี้) คงจะพอเข้าใจนะครับส่วนเรื่องการทำงานคุณต้องรู้ตัวเองว่าชอบทำงานแบบไหนประเภทไหน(กลายเป็นครูแนะแนวอีก) ผมบอกแทนคุณไม่ได้หรอกส่วนที่บอกว่าอยากจะทำงานเพื่อช่วยพ่อแม่นะ ลองไปติดต่อตามศูนย์ไอทีในห้างจะดีกว่า เพราะที่นั่นอาจจะมีตำแหน่งแบบทำงานรายชั่วโมงให้คุณก็ได้นะครับกว่าจะส่งให้เจ้าตัวกลับได้ต้องใช้เวลาพอสมควรเพราะทำท่าไม่ยอมไปต้องใช้วิธีแบบสุภาพสุดๆ คือเปิดประตูห้องและบอกว่า”เชิญครับ” แต่เจ้าตัวยังทิ้งท้ายอีกว่าถ้าจบแล้ว อยากมาทำงานที่นี่ครับ?

ทำให้นึกขึ้นมาว่าทำไมถึงคุยไม่รู้เรื่องแบบนี้หรือที่เรียกว่า”เด็กเนิร์ด”เพราะเจ้าตัวตั้งเป้าไว้อย่างเดียวว่าอยากมาทำงานที่นี่เท่านั้นขนาดบอกว่าไม่รับแบบอ้อมๆ ยังไม่สนใจ แล้วตอนเรียนละเป็นแบบไหนจะไปรอดหรือเปล่า และลองไปหาข้อมูลจากวิกิพีเดีย ที่ระบุถึงเด็กเนิร์ด ซึ่งระบุไว้ว่า ”เนิร์ด ในความหมายปัจจุบันนั้นหมายถึง คนที่มุ่งพัฒนาความสนใจเฉพาะด้านมากกว่าจะสนใจทำตัวตามความคาดหวังของสังคม (conformity)คนกลุ่มนี้มักมีทักษะ(โดยเฉพาะด้านเทคนิค)และจินตนาการสูงและเห็นว่าเรื่องที่ตนเองสนใจมีความสำคัญกว่าการได้รับความยอมรับจากสังคม นิยามนี้ยังใช้เรียกคนที่คนส่วนใหญ่มองว่าฉลาดหลักแหลมกว่าคนธรรมดามาก” อาจจะไม่ตรงกับเด็กที่เจอมานัก แต่ค่อนข้างใช่




Create Date : 13 ตุลาคม 2555
Last Update : 13 ตุลาคม 2555 14:35:38 น.
Counter : 1616 Pageviews.

1 comments
  
ไม่ใช่เนิดแต่คือพวกบ้า คุยไม่ไม่รุ้เรื่อง นานๆทีเราต้องเจอกับคนเหล่านี้บ้างเปนปรกติ ปวดหัวโคดดดดด
โดย: Mr.Feynman วันที่: 13 ตุลาคม 2555 เวลา:17:21:14 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

บิน102
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



***ขอสงวนลิขสิทธิ์รูปภาพและบทความใน Blogs ตามกฏหมาย***
ตุลาคม 2555

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog