ระบบป้องกันภัยทางอากาศของไทย
การป้องกันภัยทางอากาศของไทยในปัจจุบัน จะใช้วิธี ถ้ามีการตรวจสอบจากเราดาร์ว่า ถ้ามีอากาศยานที่ไม่ปรากฏสัญชาติและไม่มีการตอบรับ มุ่งเข้ามาในอาณาเขตประเทศไทย ก็จะใช้ฝูงบินขับไล่(F-5,F-16)ที่มีประจำการในฝูงบินที่ตั้งอยู่ทั่วประเทศ เข้าทำการสกัดกั้น โดยหลักทั่วๆไปตามกองบินต่างๆที่มีเครื่องบินขับไล่ประจำการอยู่จะต้องมีเครื่องเตรียมพร้อม(Alert) ไว้ตลอด ถ้าเป็นช่วงเหตุการณ์ปกติ จะนับเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งเครื่องบินจะLoad อาวุธพร้อมไว้แล้ว นักบินสามารถนำเครื่องขึ้นได้ภายในเวลา 5 นาที เครื่องจะสามารถขึ้นสู่อากาศได้ทันที แต่ถ้ามีการหลุดรอดจากการสกัดกั้นของฝูงบินขับไล่ ก็จะเป็นหน้าที่ของกองทัพบกและหน่วยป้องกันฐานทัพอากาศของ กองทัพอากาศ (ขอละเว้นที่จะกล่าวถึง กองทัพเรือ เพราะไม่รู้55555) ในปัจจุบันระบบการป้องกันภัยทางอากาศของไทยนั้น ในระบบพื้นสู่อากาศจะเป็นอาวุธที่ป้องกันอากาศยานที่บินมาในระดับต่ำซะส่วนใหญ่ บางอย่างก็มีอายุการใช้งานที่นานพอสมควร

อาวุธที่มีประจำการอยู่จะเป็นปืนกลและปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ส่วนอาวุธแบบจรวดนำวิถีนั้นของกองทัพบกเท่าที่ทราบระบบแบบแท่นยิงนั้นจะมีเพียงแบบ Spada ซึ่งนำวิถีด้วยเรดาร์นอกจากนั้นจะเป็นแบบประทับบ่า เช่น HN-5A(M) นำวิถีด้วยอินฟาเรด ในส่วนของกองทัพอากาศเช่นกัน อาวุธจรวดนำวิถีที่ติดตั้งบนแท่นยิงก็จะมี ADATS ซึ่งนำวิถีด้วยเรเซอร์และแบบRBS-70 MK2 ส่วนแบบประทับบ่าจะเป็นรุ่นQW-2 ที่เหลือก็จะเป็นปืนต่อสู้อากาศยานที่คุ้นหน้าคุ้นตา คือปืน Mauser ซึ่งจะทำการยิงโดยการควบคุมและสั่งการจากเรดาร์ Skyguard แต่ไม่มีข้อมูลในเรื่องถ้าระบบเรดาร์ที่ควบคุมสั่งการยิงทั้งจรวดนำวิถีหรือปืนต่อสู้อากาศยานทางกองทัพมีวิธีป้องกันแก้ไขอย่างไร จะเห็นได้ว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบพื้นสู่อากาศที่มีอยู่นั้น จะเป็นการป้องกันภัยในระดับต่ำและมีวิถีการยิงที่ไม่ไกล เรายังไม่มีระบบป้องกันทางอากาศที่มาจากความสูงและมีวิถีการยิงที่ไกล และในปัจจุบันระบบอาวุธที่ใช้ในการโจมตีทางอากาศนั้น จะปล่อยจากระยะไกลจากอากาศยานหรือเรือ และมีความเร็ว และอาจแถมพ่วงระบบที่รบกวนเรดาร์ให้ทำงานไม่ได้ ถ้ามีคำถามที่ว่าสำคัญและจำเป็นหรือไม่ สำหรับอาวุธป้องกันภัยทางอากาศที่มีวิถีการยิงที่ไกล ก็ต้องตอบว่าสำคัญและมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะถ้าจะหวังพึ่งกองกำลังทางอากาศอย่างเดียวคงไม่พอ แต่ถ้าลองมามองดูระบบอาวุธที่มีขายในปัจจุบัน ของยกตัวอย่างสัก2แบบ(เพราะรู้จักแค่ 2แบบนี้ 5555) แบบแรกคือ แพรตทิออท คงไม่ต้องบรรยายถึงสรรพคุณมาก เพราะมีตัวอย่างให้เห็นแบบจะๆตั้งแต่สมัยสงครามอ่าวครั้งแรก เป็นเครี่องการันตีคุณภาพ แต่ปัญหาคือราคาแพงเหลือหลาย งบประมาณในการซื้อคงไม่มี ส่วนอีกแบบคือ S-300(S-400 ไม่ขอพูดถึงเพราะราคามันคงสูง)ผลผลิตจากรัสเซีย แต่ยังไม่เคยเห็นการใช้งานจริงเห็นการทดสอบเท่านั้น แต่มีหลายประเทศซื้อไปประจำการ(รวมถึงเวียดนาม) แต่จากข้อมูลที่อ่านเจอ ในเรื่องประสิทธิภาพนั้นถือว่าดีมาก แต่อาจจะติดปัญหาในเรื่องงบประมาณ และเรื่องการเชื่อมต่อกับระบบที่มีอยู่ในปัจจุบันว่าจะสามารถเชื่อมต่อกันได้หรือไม่?

แต่ตอนนี้ทางกองทัพบกได้ร่วมมือกับทางประเทศจีนคือโครงการวิจัยและพัฒนาจรวดเพื่อความมั่นคง มีต้นแบบระบบคือ WeiShi WS-1B ของจีน ซึ่งระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องนี้มีแท่นยิงหลายรุ่น และตามโครงการจะต่อยอดพัฒนาไปจนถึงพื้นสู่อากาศ ถ้าโครงการนี้สำเร็จจะเป็นความก้าวหน้าอีกจขั้นหนึ่งของกองทัพไทยที่สามารถจะผลิตและพัฒนาอาวุธที่ป้องกันภัยทางอากาศด้วยตนเองและเป็นการเพิ่มจุดแข็งอีกจุดหนึ่งในการป้องกันประเทศ แต่ต้อวดูว่าโครงการนี้จะสำเร็จหรือไม่?



Create Date : 09 ตุลาคม 2553
Last Update : 9 ตุลาคม 2553 20:53:32 น.
Counter : 5708 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

บิน102
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



***ขอสงวนลิขสิทธิ์รูปภาพและบทความใน Blogs ตามกฏหมาย***
ตุลาคม 2553

 
 
 
 
 
1
2
3
4
6
7
8
10
11
12
13
15
17
18
19
21
22
23
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog