Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2548
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
19 มิถุนายน 2548
 
All Blogs
 
รับน้อง ในความทรงจำ

ช่วงนี้ข่าวเรื่องรับน้องรุนแรงมากเลย
ไม่อยากจะวิจารณ์ใคร เพราะแต่ละคนผ่านอะไรมาไม่เท่ากัน มองคนละมุมกัน
แต่อยากจะมาเล่าเรื่องที่เจอมากับตัวมากกว่า
รู้จักการรับน้องการเชียร์มาตั้งแต่เข้ามอ1 พอดีโรงเรียนเราเป็นโรงเรียนในมหาลัย มีการรับน้องเข้าห้องเชียร์เหมือนอยู่มหาวิทยาลัยเลย มาคิดๆตอนนี้ก็ขำดี เด็กตัวเล็กๆต้องเข้าห้องเชียร์แหกปากร้องเพลง การรับน้องตอนนั้นก็เน้นฮาๆเปื้อนๆ ถึงขนาดพี่บอกว่าให้เตรียมชุดที่ใส่แล้วทิ้งได้เลย แล้วสภาพตอนนั้นเละจริงๆอะ พี่ๆก็ให้ไปอาบน้ำแล้วมาดูการแสดง
จากนั้นทุกๆตอนเที่ยง ก็จะเป็นการเข้าห้องเชียร์ ที่โรงเรียนใช้SOTUS สงสัยอยู่ใกล้วิศวะเลยใช้ด้วย เกี่ยวกันไหมเนี่ย คิดว่าsotusแต่ละที่ตีความไม่เหมือนกันจะดีจะเลวก็ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ ห้องเชียร์ดำเนินการโดยพี่ ม.5 ที่เป็นสภานักเรียนในปีนั้น ห้องเชียร์ก็แบ่งตามห้องเลยใช้ห้องเรียนนั่นแหละ จะมีพี่สตาฟหน้า 2 คน
สตาฟข้าง -ที่จะยืนอยู่ข้างๆห้อง คอยร้องเพลงกับน้อง แนะนำน้อง
สตาฟว้าก -อยู่หลังห้อง ไม่เห็นหน้าหรอก ได้ยินแต่เสียงอันดัง
คำว๊ากที่ได้ยินบ่อยๆคือ ยืด! ดังๆ! อะไรประมาณเนี้ย จำไม่ค่อยได้ รู้แต่ว่าไม่ค่อยกลัวนะ ออกแนวตกใจเสียงดังมากกว่า ต่อมาหลังๆก็เริ่มชินชา แล้วก็แอบมั่นใจว่าทำดีแล้วที่ว่าๆอะไม่ได้ว่าเราชัวร์ ผ่านช่วงเวลานั้นมามองย้อนกลับไปก็รู้สึกสนุกนะไม่ได้คิดว่าเป็นการลำบากอะไร ได้เพื่อนได้พี่ น้องๆก็จะรักพี่มากๆเลยโดยเฉพาะสตาฟหน้า
กิจกรรมก็มีมากมาย ทั้งขึ้นดอย (ขึ้นก่อนมหาลัย ใช้ทางเก่า ทางหลังมอ ที่มีข่าวว่าอันตรายนั่นแหละ เราฟังแล้วก็ตรงไหนเนี่ย เดินทางนั้นมาตั้ง 6 ปี แถมเราว่าไม่เสี่ยงโดนรถชนอีกต่างหาก) กีฬาสี แต่กิจกรรมที่ทำให้เราเข้าใจเหตุผลของห้องเชียร์สุดๆ เลยก็คือการขึ้นเชียร์ในงานกรีฑาจังหวัด เหมือนบรรลุโสดาบันเลย รู้เลยว่าทุกอย่างที่ทำไปมีเหตุผล ที่บอกให้ยืด ห้ามกระดุกกระดิก ทำไปทำไม ทำไมต้องร้องเสียงดังปรบมือเสียงดัง แล้วพี่ๆวันนั้นก็เทคแคร์ดีมากๆ แล้วพวกเราก็ได้ชื่นชมถ้วยเชียร์ร่วมกัน
พอเราอยู่มอ5 ก็ไปอยู่ฝ่ายศิลป์เชียร์ พอมันเป็นรุ่นพี่แล้วก็ยิ่งกระจ่างเลยว่าระบบเชียร์ของโรงเรียนเราเป็นยังไง มันมีที่มาที่ไปทุกอย่าง เป็นมรดกตกทอดที่ผ่านการปรับปรุงขัดเกลาจากรุ่นพี่ แล้วส่งต่อไปให้รุ่นน้อง
แล้วการรับน้องเนี่ยมันก็มีการเปลี่ยนแปลงทุกปีนะ เบาลงเรื่อยๆ น้องๆเราก็ไม่ได้เปื้อนอย่างเราแล้วแล้ว ว๊ากก็ไม่มีเปลี่ยนเป็นคุมระเบียบแทน คนก็เยอะขึ้น พูดแล้วก็คิดถึงโรงเรียนแหะ ก็ไม่ได้กลับไปดูตั้งแต่หมดรุ่นน้องสภา อยากจะบอกว่าการเข้าเชียร์ทำให้เรารักโรงเรียน แต่การทำเชียร์ทำให้เราได้เพื่อนได้รวมกันเป็นรุ่น
ตอนนั้นยังตกใจเลยจากคนที่ไม่เคยคิดว่าจะคุยกันได้ ก็ได้คุย คงเพราะเราเป็นคนเงียบๆด้วยไปคุยกับใครก่อนก็ไม่เป็น เลยดีใจมากๆ เว่อร์เนาะ

พอจบมัธยม ก็เข้ามหาลัยที่เดิมนั่นแหละ ดวงสมพงศ์กันมากๆหนีไปจากเชียงใหม่ไม่พ้น ก็ดีนะเหมือนอยู่ในถิ่นเรา บางคนนึกว่าเราซิ่วเพราะรู้เรื่องอะไรๆเยอะเกิน จริงๆเป็นพวกบ้ากิจกรรมประเพณีต่างหาก
คณะเราอยู่ทางสายสุขภาพ เลยรับน้องไม่หนัก เราเลยไม่รู้สึกอะไร จิ๊บๆมาก ผ่านมาหมดทั้งเป็นคนรับและถูกรับ รักษาดินแดน + ห้องเชียร์ที่โรงเรียน ยังหนักกว่านี้เป็นร้อยเป็นพันเท่าก็ผ่านมาแล้ว รู้ทันมุกสตาฟหมดอะ แต่เราก็ไม่พูดไรมากนะ อยากให้เพื่อนๆได้อินไปกับมัน ทุกคนก็รู้แหละว่ามันเป็นแค่ละคร
บางคนถามว่าทำไมต้องมี ทำไมเอาแต่สิ่งดีๆไม่เครียดมาให้น้องเลยไม่ได้เหรอ?
เราคิดว่ามันเหมือนหลักจิตวิทยาหน่ะ ถ้าคนไม่เคยขาดก็จะไม่รู้ว่าสิ่งที่เขามีดีเพียงใด ถ้าไม่หนักมาก่อนก็ไม่รู้ว่าเบาเป็นยังไง น้องๆคงจะเอาแต่ส่วนดีไปด้านเดียวไม่ได้หรอก ถ้าพี่ๆจัดบายศรีโดยที่น้องทั้งรุ่นไม่เคยลำบากมาด้วยกันเลย น้องจะซาบซึ้งจนร้องไห้ไหม? ในเมื่อมันไม่มีความทรงจำใดๆเลยให้ระลึกถึง
จากการสังเกตุของเราเองนะ ว่ารุ่นไหนที่พี่ๆรับน้องเข้มงวด โหด (แบบดีๆนะ) น้องรุ่นนั้นนะจะทำงานกันเป็นรุ่นง่ายขึ้น เป็นน้องที่น่ารักมีสัมมาคารวะ พี่ๆรักใคร่ รุ่นไหนพี่ไม่ค่อยโหด รุ่นน้องก็ยิ่งเหลวเป๋ว คนไทยนี่ก็แปลกไม่ชอบถูกบังคับแต่ถ้าไม่บังคับก็ไม่ทำ

ปีนี้น้องที่คณะจะเป็นยังไงก็ยังไม่รู้กับคำสั่งยกเลิกกิจกรรมที่ออกมา ยังไง ก็อยากให้น้องรู้ว่าที่พี่ๆทุกคนมาทำกิจกรรมใดๆให้น้อง ก็เพราะว่าพี่ผ่านมาแล้ว ได่รับความรู้สึกเหล่านั้นแล้ว ย่อมต้องการให้น้องๆที่รักได้รับเช่นเดียวกัน
คนที่เถียงกันตามกระทู้ อยากบอกเขาจังว่ารุ่นพี่ที่พวกเขาว่ากัน เมื่อปีที่แล้วพวกเขาก็คือรุ่นน้องนั่นแหละ

ยังไงรับน้องขึ้นดอยของมอชอ ที่ถือเป็นกิจกรรมไฮไลท์ ที่ยังมีอยู่ แต่รูปแบบอาจเปลี่ยนไปบ้างตามกระแสที่กดดัน เฮ้อ ไม่เห็นว่าการแสดงขึ้นดอยมันผิดตรงไหนเลยยกเลิกทำไมยังไงเจอกันที่ยอดดอย วันที่2 แน่นอน เพราะเราต้องเดินลงง่ะ


Create Date : 19 มิถุนายน 2548
Last Update : 19 มิถุนายน 2548 20:51:36 น. 5 comments
Counter : 251 Pageviews.

 
รับน้องในความทรงจำของผมมีแต่เรื่องดีๆครับ ทั้งการรับน้องสมัยมัธยมและมหาวิทยาลัย

แม้จะผ่านมาหลายๆๆๆปีแล้ว แต่ก็ยังจำได้ดี กิจกรรมรับน้องที่สนุกๆ ฮาๆ ไม่มีการบังคับ มีแต่ความสมัครใจของน้องๆ
ถ้าถามว่าโหดไหม มันก็มีบ้างเช่นการว้าก การสั่งให้ฝึกวิ่งเพื่อเตรียมขึ้นดอย

คณะอื่นๆไม่รู้นะว่าเป็นังไงบ้าง แต่ผมยืนยันด้วยเกียรติเลยว่า คณะผมรับน้องได้สร้างสรรค์และสวยงาม ไม่อันตรายใดๆ

หลายวันก่อน เจอน้องเฟรชชี่ปี1 น้องถามผมว่า "พี่คะ จะงดรับน้องจริงๆเหรอ หนูอยากให้มีรับน้อง มีห้องเชียร์ จะทำยังไงดี..."
ผมฟังแล้วยังอึ้งเลย เพราะนี่คือคำพูดจากปากน้อง ไม่ใช่จากพี่ๆสต๊าฟว๊าก

ก้ได้แต่บอกว่า ต้องรอให้น้องปี4ตัดสินใจ ขึ้นอยู่กับคณะ และทางมหาวิทยาลัย พี่ไม่อยู่ในฐานะที่จะทำอะไรได้

คิดถึงอดีต คิดถึงการรับน้องดีๆของมช. ถ้าต้องเสียไปเพราะข่าวในปีนี้ จะน่าเสียดายมากๆ


โดย: Carlziess Lens วันที่: 19 มิถุนายน 2548 เวลา:22:02:35 น.  

 
รับน้องขึ้นดอยปีนี้ ว่าจะไปเก็บภาพบรรยากาศเก่าๆ

ไปแน่ๆ ชัวร์ๆครับ^^


โดย: Carlziess Lens วันที่: 19 มิถุนายน 2548 เวลา:22:04:23 น.  

 
รับน้องปีนี้เป็นครั้งแรกที่ผมไม่ได้เข้าร่วมด้วย
เนื่องจากตัวไม่ได้อยู่เชียงใหม่แล้ว
แต่ก็มีข่าวส่งผ่านมาให้ได้ยินไม่ขาดหู
จริงๆเค้าก็ห้ามดำเนินกิจกรรมรับน้องกันมาตลอดทุกปี
แต่ก็ไม่เคยมีปีไหนที่เด็กๆจะยอมล้มให้เหมือนอย่างปีนี้

คาดว่าจะได้ขึ้นไปเดินลงดอยเช่นกัน
แล้วอาจได้ร่วมทางกันฮะ


โดย: ลูกแกะหลงเฝ้า เงาจันทร์ วันที่: 19 มิถุนายน 2548 เวลา:22:16:49 น.  

 
เหนื่อยแทบขาดใจ
รับน้องขึ้นดอยสุเทพ
วิ่งกันซะ 14 โลกว่าๆ
ยิ่งเจอโค้งวัดใจ(โค้งสุดท้าย
ก่อนถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ
เหนื่อยแทบก้าวขาไม่ออก
แต่ด้วยแขนที่คล้องกับคอเพื่อน
และด้วยแขนเพื่อนที่คล้องกับคอเรา
ก็ได้คิดว่า เราไม่ได้เหนื่อยคนเดียว
ขึ้นไปถึงพี่ทำซึ้งน้ำตาซึม
ที่ไหนได้มันใช้ยาหม่องป้ายตา
.....

ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีทั้งด้านดีและไม่ดี
อยู่ที่ว่าความพอดีอยู่ตรงไหน
การรับน้องก็ย่อมเป็นเช่นนั้น
หากไม่มีเลยก็ใช่ที่
บางคณะมาอยู่รวมกันเป็นร้อย
ถ้าไม่รับน้องแล้วจะรู้จักได้หมดคงยาก
แต่หากการรับกระทำโดยขาดความพอดี
ดาบนั้นก็จะเผยอีกคมออกมา
บาดทั้งคนที่ถือคือรุ่นพี่
บาดทั้งอีกคนคือรุ่นน้อง
..................


โดย: เด็กชายก้อง วันที่: 20 มิถุนายน 2548 เวลา:0:37:28 น.  

 
หลงเข้ามาจ้ะ

สงสัยว่าเราจะอยู่โรงเรียนเดียวกัน ^__^


โดย: ทรายในขวดแก้ว วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:22:34:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เด็กเชิงดอย
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add เด็กเชิงดอย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.