...My Adventure Never Ends...
 photo everestblog.jpg
= I'm not that genius=ก็แค่เด็กธรรมดาคนนึง=

วันนี้มาแนวซีเรียสอีกแล้วค่ะ....
อะ จาหนีไปหนายยย มาอ่านก่อนนนน...
(เล่นท่าบังคับเรย อิอิ)
สืบเนื่องจากหลายๆ คน ที่ได้รู้จักกับเรา หรือว่าได้อ่านบล๊อกของเรา
บางคนอาจจะคิดว่า อีนี่เวอร์มั๊ยเนี่ย
มันจะเก่งสารพัดอะไรหนักหนา
ไอ้นี่ก็ทำเป็น ไอ้นี่ก็ทำได้
ร้องเพลง เล่นเปียโน เรียนหนังสือ ภาษาอังกฤษ วาดรูป ฯลฯ
อยากจะบอกว่า จริงๆ เราก็ไม่ได้เก่งอะไรมากมายหรอก
มันมีอะไรบางอย่าง ที่มากำหนดให้ชีวิตเราเป็นแบบนี้

เราคงไม่มีปัญญาทำเรื่องเหล่านี้หรอก
หากน้องชายของเราไม่เสียชีวิตไปเสียก่อน
จริงๆ แล้ว เรามีน้องชายหนึ่งคน ชื่อน้องเอก
พอน้องเอกอายุได้แปดเดือน เราสามขวบ
ครอบครัวเราย้ายไปอยู่อินเดีย เนื่องจากพ่อไปเรียนต่อ
แต่อยู่ที่อินเดียได้เพียงสอง ถึงสามอาทิตย์เท่านั้น
น้องชายกับเราติดเชื้อ ไม่สบาย
น้องเราสามวัน โคม่า ก็ไปเลย
ส่วนเรา เนื่องจากโตกว่า มีภูมิต้านทานที่แข็งแรงกว่า จึงรอดมาได้
หมอแขกงี่เง่าเหลือเกิน ไม่ยอมรับน้องเราเพื่อรักษา
เหตุเพราะต้องทำตามขั้นตอนการส่งตัวผู้ป่วย
จากระดับหมู่บ้าน ไปตำบล ไปอำเภอ ค่อยไปจังหวัด
กว่าจะไปถึงขั้นนั้น น้องเราก็เสียไปแล้ว
เค้าบอก ติดเชื้อไวรัสขึ้นสมอง
เรามาคิดเอาเองตอนเรียนเภสัชว่าน่าจะเป็น meningiditis (โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ)
ซึ่งหมอที่นั่น บอกว่าติดทางอากาศ (air borne disease)

แม่เราร้องไห้เสียใจจนเป็นลม เป็นลมแล้วเป็นลมอีก
พ่อเราก็เสียใจไม่ใช่น้อย ไม่เคยเห็นพ่อร้องไห้ ก็มาเห็น
ตอนนั้นเราเป็นเด็กสามขวบกว่าก็จริง
แต่แปลกไหม ที่เราสามารถจำความได้
หลายคนบอก ไม่เชื่อว่าเราจำความได้เร็วขนาดนั้น
แต่เราจำความได้จริงๆ
เราจำความตั้งแต่ก่อนไปอินเดีย เราจำได้ ว่าน้องเราหน้าตาเป็นยังไง
เราเล่นกับน้อง อุ้มน้องยังไง เราจำได้ทุกๆอย่าง
คงเป็นเพราะพระเจ้ารู้ ว่าเราคงไม่มีโอกาสจะได้อยู่กับน้อง
เลยให้เราจำความได้ ให้เราจำน้องเราได้
ให้เราได้มีความทรงจำที่ดี ก่อนที่น้องเราจะจากไป

หลังจากที่เสียน้องไป แม่ก็พยายามจะมีน้องใหม่
แต่ก็แก้หมันไม่ได้ ไปหาหมอก็หลายคน
ผ่าตัดก็หลายหน จนต้องพ่ายแพ้กับการแก้หมันให้สำเร็จ
เราเลยกลายเป็นลูกคนเดียวไปโดยปริยาย

หลังจากนั้น ครอบครัวเราก็ย้ายมาสิงคโปร์
ที่นี่ เป็นที่ๆเราได้เรียนภาษา และเปียโน
ครอบครัวเราตอนนั้นไม่ได้มีฐานะ
พ่อเป็นเด็กทุน มีเงินน้อยนิด แม่จึงต้องไปทำงาน
แม่ทำงานเป็นแม่บ้านฝรั่ง ซักผ้า ทำความสะอาดบ้าน
เวลาที่เราไม่ไปโรงเรียน แม่จะหอบหิ้วเราไปด้วย
เราเห็นเปียโนทีไร อดใจไม่ไหวที่จะแอบปีนเก้าอี้ขึ้นไปดีดเล่น
มีอยู่วันนึง เราก็แอบดีดเปียโนตามเคย หารู้ไม่ว่า ป้าฝรั่งอยู่บ้าน
(เวลาแม่ไปทำงาน เจ้าของมักไม่อยู่บ้าน เราก็ซนแอบจับข้าวของเค้าไปเรื่อย)
ป้าฝรั่งเดินออกมาจากห้อง เราตกใจหน้าซีด
บอกว่า หนูขอโทษค่ะ ที่แอบมาเล่นเปียโนโดยไม่ได้รับอนุญาต
ป้าแกก็หัวเราะ บอก ไหนลองเล่นให้ชั้นฟังสิ
เราก็บอกว่าเล่นไม่เป็นหรอก เค้าก็บอก ให้ลองดีดเพลงนี้ๆสิ
จำทำนองได้ไหม เราก็ลองหาตัวโน้ตไล่ไปเรื่อยๆ
แล้วมาเรียงใหม่ให้ปะติดปะต่อให้เป็นเพลง
ป้าฟังแล้วยิ้มกว้างมาก บอกกับแม่เราว่า
"เธอจะต้องส่งเค้าเรียนเปียโนให้ได้นะ
ชั้นรู้ว่าเด็กคนนี้มีพรสวรรค์"

หลังจากนั้น พ่อกับแม่ก็ซื้อเปียโนให้
ดีใจมาก ที่ได้เห็นเปียโนเป็นวันแรก
ความจริงเลือดนักดนตรีนี่คงมาจากพ่อ
เพราะพ่อเล่นกีต้าร์และร้องเพลงเก่ง
พ่อมักชอบสอนให้เราร้องเพลง และฟังเพลงมากๆ
ตอนเด็กไปร้องเพลงหลายงาน ทั้งงานแต่งงาน งานในโบสถ์
พ่อส่งไปเรียนเปียโนกับนักศึกษา เพราะค่าเรียนย่อมเยาว์
คิดดูสิคะ ว่าพ่อกับแม่ต้องลำบากขนาดไหน
ทำงานกว่าจะได้เงินมาซื้อเปียโนให้เรา
เปียโนเป็นเครื่องดนตรีที่แพง ไม่ใช่ถูกๆ
แม่มักจะบอกกับเราเสมอว่า "พ่อกับแม่ไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรให้ลูก
มีแต่วิชาความรู้ที่พ่อแม่จะให้เรียน สิ่งเหล่านี้จะติดตัวลูกไป
พ่อแม่ไม่สามารถจะอยู่กับลูกจนแก่เฒ่าได้
เมื่อวันที่พ่อแม่ไม่อยู่กับลูกแล้ว
ลูกจะได้ยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้เพราะวิชาความรู้เหล่านี้"
ตอนเด็กเราก็ไม่ค่อยเข้าใจคำพูดเหล่านี้หรอกนะ
แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว และขอบคุณพ่อกับแม่มากๆ ที่ให้โอกาสเราได้เรียนรู้ ได้พัฒนาความสามารถ
เนื่องจากเรากลายเป็นลูกคนเดียว
พ่อกับแม่จึงทุ่มเทกับเรามาก แต่ไม่เคยตามใจเราเลย
จำได้ว่าเคยอยากได้ตุ๊กตา เคยอยากได้นู่นได้นี่
แต่ไม่เคยได้เลยสักครั้ง และถ้าแม่จะให้ มักจะมีข้อแลกเปลี่ยนเสมอ
เช่น ถ้าสอบได้คะแนนเกินเก้าสิบเปอร์เซนต์
หรือสอบได้ที่หนึ่งที่สอง จะซื้อให้เป็นรางวัล
แม่คอยบอกเราเสมอ ว่าบ้านเรา ต้องประหยัด
แม่ก็อยากซื้อให้ถ้าแม่มีเงิน เป็นคำพูดที่เราได้ยินจนเคยชิน

เรียนที่สิงคโปร์ จากอนุบาลจนจบป.หนึ่ง ก็กลับไทย
เราเรียนซ้ำชั้นป.หนึ่งที่ไทยใหม่ เพราะภาษาไทยไม่แข็งแรง
แม้ว่าแม่จะคอยสอนภาษาไทยให้ตอนอยู่สิงคโปร์
แต่ก็ไม่แข็งแรงอยู่ดี
เรียนรร.ไทย จนจบ ป.หก ตามกฏหมายไทย ก็ย้ายมาเรียนรร.นานาชาติ
ที่รร.นานาชาติ เราได้เรียนรู้และพัฒนาความสามารถหลายๆอย่าง
ได้เล่นเครื่องดนตรีชิ้นอื่นๆอีก ได้พัฒนาทักษะวาดรูป
ได้ร้องเพลงอย่างถูกวิธี ได้ทำกิจกรรมมากมาย
พอจบเกรดแปด ก็สอบเทียบม.สาม มาเรียนรร.ไทยอีกครั้ง
เรียนม.ปลาย รร.ไทย เป็นที่ๆ เราปรับตัวได้ลำบากมาก
แต่เป็นที่ๆ เราได้ไปประกวดแข่งขันหลายๆอย่าง
และก็ได้รางวัลหลายรายการกลับบ้านมา
แต่เพราะหน้าตา (ไม่เคยคิดว่าตัวเองสวยเลยจริงๆ) และความสามารถอีกหลายๆอย่าง
การเรียนก็โดดเด่นกว่าคนอื่น มีโอกาสที่จะได้แสดงความสามารถมากกว่าคนอื่น
ทำให้ไม่เป็นที่ชื่นชอบของเพื่อน มีเพื่อนน้อย
มีเพื่อนบางคนอิจฉา เพราะ "ดีเกินหน้าเกินตา"
ไม่พูดกับเราบ้าง หรือไม่ก็พูดประชดประชันใส่ตลอดเวลา
บางคนก็มาทำแข่งกับเรา สู้กัน ว่างั้น แต่เราเศร้า และไม่อยากแข่งกับใคร
แต่อย่างน้อยเราก็มีเพื่อนที่เข้าใจเรา และยังเป็นเพื่อนกันจนถึงทุกวันนี้ก็หลายคน
พอเข้ามหาลัย ก็ยังคงมีปัญหาเดิมๆ อีก คือ คนอิจฉา แกล้งเราสารพัด
(อยู่มหาลัย โง่ลง เรียนไม่ได้เรื่อง เอาแต่เที่ยว เพื่อนเลยเยอะขึ้นมาหน่อย)

เมื่อตอนเป็นเด็ก เราก็เคยอิจฉานะ ไม่ใช่ไม่เคย
เราก็ยังเป็นมนุษย์ธรรมดา มีรักโลภโกรธหลง
มันก็เป็นธรรมดาเมื่อเห็นมีใครที่ดีกว่า เก่งกว่าเรา
แล้วรู้สึกขัดหูขัดตา อิจฉา
แต่แม่สอนเราเสมอ ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า
ไม่ได้มีคนเก่งเพียงคนเดียวบนโลกนี้
เราเองก็ไม่ได้เก่งอะไรหนักหนา อย่าให้คำชม รางวัลที่ได้
มาทำให้เราเหลิง มาทำให้เราคิดว่าตัวเองเก่ง
เพราะแท้ที่จริง เราไม่ได้เก่งเลย หากแต่พระเจ้าประทานมาให้ต่างหาก
มีคนอีกมากมายที่เก่งกว่าเรา ทำได้ดีกว่าเรา
เพียงแต่เรายังไม่ได้เจอกับเขา เราจึงดูเก่งในสายตาคนอื่นอยู่ตอนนี้
เมื่อเจอคนที่เก่งกว่า ก็จงอย่าอิจฉา แต่ควรจะชื่นชมยินดีไปกับเขา
เราเป็นคริสเตียน อย่าให้ความอิจฉามาทำให้จิตใจของเราไร้ความรัก
แม่มักสอนเราในเรื่องนี้เสมอมา เราจึงเข้าใจว่า คนอิจฉา และถูกอิจฉา คิดอย่างไร

อยากให้รู้ ว่าที่เราทำอะไรหลายๆ อย่างได้
ไม่ใช่เพราะว่าเราเก่ง เราก็เป็นแค่คนที่แสนจะธรรมดาคนนึง
แต่เพราะพระเจ้าต่างหาก ที่ประทานสิ่งเหล่านี้มาให้
เราคิดว่าเราได้พรสวรรค์เหล่านี้ เพื่อมาทดแทนที่พ่อกับแม่ต้องสูญเสียน้องไป
ถ้าน้องยังอยู่ พรสวรรค์เหล่านี้ส่วนหนึ่งคงเป็นของน้องเรา
แต่พระเจ้าคงนำพรสวรรค์ที่จะให้น้อง มาให้กับเราแทน
เพื่อชดเชย กับชีวิตน้องที่ไม่มีวันหวนกลับ
พระเจ้าทรงเมตตาต่อครอบครัวเรา ประทานพรให้ครอบครัวเรามากมาย
พรสวรรค์ที่เราได้มา ทำให้พ่อแม่ภูมิใจ
และพอใจที่แม้มีลูกเพียงคนเดียว เหมือนมีลูกสองคน

วันนี้ เราจะพยายามใช้ความสามารถให้มากที่สุด
อยากใช้ให้มันเกิดประโยชน์ ไม่ให้มันตายไปกับเรา
อยากให้มันงอกงาม ให้ตัวเอง และคนอื่นๆด้วย
อยากทำให้คนอื่นมีความสุข และไม่อยากให้คิดอิจฉาหรือคิดร้ายต่อเรา

คิดถึงน้องเอกจังเลย หวังว่าคงจะได้พบน้องบนสวรรค์
แต่...เราอาจจะไม่ได้ไปสวรรค์ก็ได้ ใครจะไปรู้...
เร่งทำความดีดีกว่า ก่อนที่จะสาย...



Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2550 4:44:27 น. 11 comments
Counter : 411 Pageviews.

 
จั๊กจั่น อ่านแล้วน้ำตาไหลเลยอ่ะยิ่งฟังเพลที่หนูร้องไปด้วยอ่ะ
เก็บเอาความทรงจำที่ดีๆๆที่มีกับน้องชายไว้ในใจและเป็นกำลังใจให้เราต่อไปละกัน วันวานมันย้อนมาไม่ได้ แต่พี่เชื่อว่าน้องเอกคงภูมิใจที่พี่สาวเก่งและน่ารักในแบบฉบับของเราแบบนี้

คนที่เค้าอิจฉา เค้าก็ได้แค่อิจฉาแหละ อิจฉาคนอื่นมันไม่ได้อะไรหรอก อิจฉาไปก็เท่านั้นมันไม่ได้ทำให้เค้าดีว่า หรือเก่งกว่าเดิม มีแต่สุขภาพจิตเค้าเองที่แย่ลงเท่านั้น

พี่ว่าหนูเป็นคนเก่งคนนึงแหละ ถึงแม้โลกนี้จะมีคนเก่งเยอะแยะมากมาย แต่หนุก็เป็นคนนึงที่เก่งและจริงใจ
ความจริงใจหายากนะรักษามันไว้ดีๆๆล่ะ
อยากม้นท์มากมาย แต่กลัวที่ไม่พออ่ะ
อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆๆเลย


โดย: แม่บ้านณ.โตเกียว วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:9:35:30 น.  

 
อีกอัน
ขอบอก อิจฉาพ่อชูการ์เรย์ว่ะ โว้ย


โดย: แม่บ้านณ.โตเกียว วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:9:36:14 น.  

 
ขอบคุณเจ๊โอ๊คซังมากเลยนะคะ ที่ให้กำลังใจ
ถ้าให้หนูแลกเอาพรสวรรค์คืนไป แล้วเอาชีวิตน้องกลับมา
หนูคงจะทำแน่นอนค่ะ รู้สึกว่าอะไรก็ไม่สำคัญเท่าชีวิตน้อง
....เศร้าไปมะคะ ม่ายเอา เดี๋ยวอัพบล๊อกฮาๆบ้างดีกว่า อิอิ


โดย: จขบ (GottaBeMary ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:12:32:32 น.  

 
วันนี้บล๊อกหนึ่งยาวมั่กๆๆ
แต่เราก็อ่านครบทุกบรรทัดนะ
ออกแนวdrama..เศร้าปนโศกอีกเล็กน้อย
คราวหน้าจะมารออ่านบล๊อกฮาๆน้า


โดย: SnowPatrol วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:14:48:00 น.  

 
ขอบใจเบิร์ดมากนะจ๊ะ ยาวไปหน่อยย...เศร้า...
ที่เศร้ากว่าคือ พิมพ์แล้ว เนตหลุด พิมพ์ใหม่
ฮ่าๆ ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปอ่านบล๊อกเบิร์ดละ


โดย: จขบ (GottaBeMary ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:16:50:37 น.  

 
อ่านแล้วใจสั่น น้ำตาจะไหล...เพราะว่ามีน้องทั้งน้องสาวและน้องชาย
แค่น้องมีเรื่องไม่สบายใจ พี่ยังทำใจอยู่เฉยไม่ได้ ความรักระหว่างสายเลือดมันยิ่งใหญ่นัก
อ่านแล้วเข้าใจหนูค่ะ

คนเก่ง มีความสามารถ ไม่เว่อร์หรอกค่ะ
เพราะว่าทั้งหมดนั้นมาจากความเพียรและพยายาม


โดย: ปลาทอง9 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:19:01:39 น.  

 
เคยมีคนบอกผมไว้ครับว่า คนเราจะเก่งในเรื่องต่างๆได้นั้น
จะมีพรสวรรค์ ซัก 2% ที่เหลือ เป็นพรแสวงทั้งหมด

ผมเชื่อว่าหากคุณหนึ่งไม่หมั่นฝึกฝน อดทนในการซ้อม และหาความรู้เพิ่มเติมบ่อยๆ พรสวรรค์ที่ได้มานั้น ก็เป็นเพียงแค่อากาศ เท่านั้นแหล่ะครับ ผมเชื่อว่า ความสามารถที่คุณมีนั้น มาจากตัวคุณหนึ่งเองทั้งนั้นแหล่ะ

ส่วนเรื่องความอิจฉานั้น เป็นธรรมดาของมนุษย์อึเหม็น แต่ตดหอมบนโลกเน่าๆใบนี้อ่ะครับ เพราะคนหน้าตาดีอย่างเราๆ นี่ก็จะโดนออกบ่อยๆ ซึ่งผมก็ชินซะแล้วล่ะ 555

เรื่องน้องชาย เสียใจด้วยนะครับ ผมว่า เค้าน่าจะอยู่เชียร์คุณหนึ่งให้ประสบความสำเร็จในชีวิตอยู่แน่ๆ

บุญรักษาครับผม ^_^


โดย: ยางมะตอยสีชมพู IP: 124.121.127.25 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:20:45:09 น.  

 
ฮืออออออออออออออออออออออ
มาซะเศร้าเลยอะหนึ่งวันนี้

ฮือๆๆๆๆพูดไรไม่ออก ปลอบคนก็ไม่เก่ง แต่ฮุ้งก็ยังคงคิดว่าหนึ่งอะเก่งสุดๆๆๆๆแล้ว จิงๆนะ


โดย: Hoong ja ^_______^ (rukachan~ ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:18:47 น.  

 
ครับ ยังงี้เค้าเรียกว่า motive และ inspiration ใช่ไหมครับ? อ่านแล้วบอกได้เลว่าพี่เก่ง + ไฮโซ จริงๆ ฮี่ๆ มีความสุขมากๆ นะครับพี่


โดย: Due_n วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:16:09:45 น.  

 
ขอบคุณทุกๆคนเลยนะคะ ทั้ง คุณ ปลาทอง9 คุณยางมะตอยฯ คุณฮุ้ง คุณดิว (อิชั้นไม่ไฮโซขนาดน๊าน ออกจะติดดิน)
ที่ติดตามอ่านจนจบ ฮ่าๆ
เดี๋ยวจะอัพบล๊อกฮาๆ บ้าง (เพราะชีวิตแอร์มีแต่เรื่องฮาๆ)
ขอบคุณทุกคนจริงๆ นะฮับ


โดย: จขบ (GottaBeMary ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:22:38:12 น.  

 
หนึ่งอ่ะ ทำเค้าแอบร้องไห้


โดย: Epinephrine วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:20:20:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

GottaBeMary
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 59 คน [?]




หลังเรียนจบควรจะได้เป็น "เภสัชกรหญิง" แต่ไหงจับพลัดจับผลูมาเป็นแอร์โฮสเตสเมืองแขกได้ยังไงก็ไม่รู้ ...I love Jazz Music!!! ชอบร้องเพลง เล่นดนตรีค่ะ ทำกับข้าวก็ชอบ ชอบงานศิลปะทุกอย่างแต่ไม่ค่อยมีเวลา!! ตอนนี้ชีวิตมีแต่การเดินทาง จะพยายามใช้เวลาในชีวิตให้คุ้มค่ามากที่สุด ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามผู้ใดละเมิดหรือแม้แต่จะคิด โดยนำ ภาพถ่าย, รูปภาพ, บทความงานเขียนต่างๆ รวมถึงข้อความต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทำให้คล้ายคลึง หรือทั้งหมดของข้อความในบล๊อกแห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด เดี๊ยนจะให้ตำรวจเอาตายเลยนะจะบ่อกห๊ายย
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
19 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add GottaBeMary's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.