Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2555
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
14 พฤศจิกายน 2555
 
All Blogs
 

ทำอย่างไรจึงจะไม่ต้องกลัวโลกหน้า(บทความนิตยสารศุภมิตร)

รูปภาพ

สรุปและเรียบเรียงจากบทความโดยผู้เขียน"อาคาริยมุนี"
นิตยสารศุภมิตร. ปีที่ ๕๒, ฉบับที่ ๕๖๑,
เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐. หน้า ๕๑-๕๙


:b48: :b48:

"ผู้ไม่ได้ทำบุญกุศลไว้ย่อมกลัวโลกหน้า
ผู้ได้ทำบุญกุศลไว้ ย่อมไม่กลัวโลกหน้า มีบุญเป็นที่พึ่งพำนัก"


:b42: :b42:

เทวดาทูลถามว่า

"ประชาชนเป็นอันมากในโลกนี้กลัวอะไร? ทางที่ดีพระองค์ก็ตรัสไว้มิใช่น้อย
ข้าแต่พระโคดมผู้มีปัญญากว้างขวางดุจแผ่นดิน ข้าพระองค์ขอถามว่า
บุคคลตั้งอยู่ในธรรมอะไรแล้วจะไม่พึงกลัวโลกหน้า?"


พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า

"บุคคลตั้งวาจา ใจ ไว้โดยชอบ มิได้ทำบาปด้วยกาย
อยู่ครองเรือนมีข้าวและน้ำอุดมสมบูรณ์
เป็นผู้มีศรัทธา อ่อนโยน มีปรกติเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
รู้ถ้อยคำ (ของผู้ขอความช่วยเหลือ--หมายถึง การรู้จักให้หรือช่วยเหลือผู้อื่น)
ผู้ตั้งอยู่ในธรรม ๔ อย่างนี้ ชื่อว่า เป็นผู้ดำรงธรรม ไม่ต้องกลัวปรโลก (โลกหน้า)


พระไตรปิฎก เล่ม ๑๕ ข้อ ๒๐๗-๒๐๘


:b41: :b46: :b41:

เรื่องปรโลกหรือโลกหน้านั้น หลายคนไม่เชื่อว่า มี
แต่ในส่วนลึกๆ แล้วเข้าใจว่า ยังกลัวอยู่บ้าง
คนที่เชื่อว่า มี และทำความดีไว้น้อยก็กลัวโลกหน้า เกรงอบายภูมิ

พระพุทธพจน์มีอยู่ว่า
กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา
แปลว่า หลังจากตายเพราะกายแตก

ย่อมเข้าถึงทุคติ วินิบาต นรก
หรือย่อมเข้าถึงสุคติ โลกสวรรค์ สุดแล้วแต่กรรม
โลกหน้านั้น เป็นภาวะที่ชีวิตใหม่จะต้องเข้าถึงเมื่อตายแล้ว

พระบาลี (พระพุทธพจน์) บางแห่งกล่าวถึงความเห็นที่เป็นมิจฉาทิฏฐิหลายประการ
ประการหนึ่ง เห็นว่า โลกหน้าไม่มี (นตฺถิ ปรโลโก)
บางพระสูตรกล่าวว่า โลกหน้ามีอยู่แท้ๆแต่เขาเห็นว่าโลกหน้าไม่มี
เขาเห็นขัดแย้งกับพระอริยเจ้า ความเห็นของเขาเป็นมิจฉาทิฏฐิ
เมื่อเขาพูดว่าโลกหน้าไม่มี คำพูดของเขาเป็นมิจฉาวาจา
เขาพยายามชักชวนผู้อื่นให้เห็นอย่างนั้นด้วย ความพยายามของเขาเป็นมิจฉาวายามะ
เมื่อเป็นเช่นนี้ การที่เขาจะถอยห่างจากกุศลธรรมคลุกคลีอยู่กับอกุศลธรรมย่อมเป็นไปได้มาก

( เพิ่มเติม -- สามารถศึกษาเรื่องมิจฉาทิฏฐิได้ที่กระทู้
"พระพุทธองค์สอนโดยมุ่งประโยชน์ผู้รับการสอนโดยแท้จริง"
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?t=43593 )


ความกลัวโลกหน้าในหมู่ชาวพุทธมีอยู่แทบทุกคน
เว้นแต่ผู้ที่ได้บำเพ็ญความดีไว้เต็มที่แล้ว จะมีความอุ่นใจว่าเมื่อตายแล้วไปสุคติแน่นอน
ท่านผู้ที่มั่นใจได้แน่นอนในสัมปรายภพ ก็คือผู้ที่บรรลุโลกุตรธรรมแล้วตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไป
ท่านผู้เข้ากระแสนิพพานแล้ว (โสตาปนฺโน)
มีความไม่ตกต่ำ (อวินิปาตธมฺโม)
เป็นผู้มีคติแน่นอน (นิยโต)
จะต้องได้บรรลุธรรมถึงที่สุดในภายหน้า (สมฺโพธิปรายโน)
อบาย ๔ คือ นรก เปรต อสุรกาย และกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานปิดแล้ว (จตูหปาเยหิ จ วิปฺปมุตฺโต)
ไม่ทำอภิฐาน ๖ (ฉ จาภิฐานานิ อภพฺโพกาตุง)

อภิฐาน แปลว่า เรื่องใหญ่ มี ๖ อย่าง คือ
๑.ฆ่ามารดา
๒.ฆ่ามารดา
๓.ฆ่าพระอรหันต์
๔.ทำพระโลหิตของพระพุทธเจ้าให้ห้อ
๕.ทำสงฆ์ให้แตกกัน
๖.การไปเข้ารีตนับถือศาสนาอื่น (อัญญสัตถุทเทส)

คือ อนันตริยกรรม ๕ เพิ่มอัญญสัตถุทเทสเข้ามาอีก ๑

การได้เป็นพระโสดาบันนั้นประเสริฐกว่าการได้ทรัพย์ ยศ เกียรติที่โลกต้องการเป็นอันมาก
เพราะสิ่งเหล่านั้นป้องกันอบายภูมิไม่ได้ ตรงกันข้ามสิ่งเหล่านี้ถ้าคนไปหลงมัน
อาจชักนำให้ไปสู่อบายได้ ตกอบายได้แม้แต่ในชาตินี้คือทำให้มีทุกข์ ร้อนใจ
ก็เพราะเรื่องทรัพย์ ยศ เกียรติหรือชื่อเสียงเป็นเหตุ

โปรดพิจารณาพระพุทธภาษิตต่อไปนี้

ปฐพฺยา เอกรชฺเชน
สคฺคสฺส คมเนน วา
สพฺพโลกาธิปจฺเจน
โสตาปตฺติผลํ วรํ


โสดาปัตติผลประเสริฐกว่าความเป็นเอกราชในแผ่นดิน
ประเสริฐกว่าการไปสวรรค์และความเป็นใหญ่ในโลกทั้งปวง

(ขุททกนิกาย ธรรมบท)

ด้วยเหตุนี้ พระพุทธองค์จึงตรัสว่า

ถ้าจะไม่ให้กลัวปรโลก บุคคลพึงตั้งวาจาและใจไว้โดยชอบ
ไม่ทำบาปด้วยกาย แม้จะอยู่ครองเรือนก็เป็นผู้มีศรัทธา เป็นคนอ่อนโยน
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รู้ถ้อยคำของผู้ขอความช่วยเหลือ
ผู้ตั้งอยู่ในธรรมเช่นนี้ ไม่ต้องกลัวปรโลก



อ่านต่อในกระทู้ธรรมจักร 
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=43781




 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2555
0 comments
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2555 5:06:57 น.
Counter : 865 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


คุณหนูขาวมณี
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add คุณหนูขาวมณี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.