Group Blog
 
 
สิงหาคม 2554
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
22 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 

พุทธปฏิปทาต่อปัญหาที่เกิดขึ้น : สมเด็จพระญาณสังวรฯ



พุทธปฏิปทาต่อปัญหาที่เกิดขึ้น

คัดลอกจากหนังสือเรื่อง วิธีการของพระพุทธเจ้า
(หัวข้อ พุทธปฏิปทาต่อปัญหาที่เกิดขึ้น)
นิพนธ์ในเจ้าพระคุณสมเด็จญาณสังวร (สุวฑฺฒนมหาเถระ)
พิมพ์น้อมถวายเป็นวิทยาทานโดยมหามงกุฏราชวิทยาลัย
ปี พ.ศ. ๒๕๓๒ หน้า ๒๔-๒๕

:b42: :b42: :b42:

พระพุทธเจ้าได้ตรัสสรรเสริญกิจ ๒ อย่างว่า ควรทำ
คือ พูดถูกต้อง หรือ นิ่งอย่างประเสริฐ

ได้ทรงปฏิบัติเองและได้ทรงสั่งสอนให้ปฏิบัติกิจทั้งสองอย่างนี้
ตรัสเรียกว่าเป็น กรณียะ คือ ข้อที่ควรทำทีเดียว

นึกถึงคนมีปากก็จะต้องพูด ถึงไม่พูดก็จะต้องคิด
เพราะมีใจที่จะคิด จึงยากจะห้ามปากคนได้
ทั้งคนโดยมากย่อมพูดกันโดยไม่สำรวมระวัง
เป็นเหตุให้เกิดความกระเทือนใจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
เว้นแต่ผู้ที่เป็นบัณฑิตมีใจเข้มแข็ง


พระพุทธเจ้าเองก็ได้เคยทรงถูกกระพือข่าวนินทาว่าร้าย
โดยมีต้นตอมาจากศัตรูแห่งพระศาสนาสร้างเรื่องขึ้น
แต่ได้ตรัสว่า เสียงนี้จักมีไม่นาน จักมีประมาณ ๗ วันเท่านั้น
และได้ตรัสสอนให้พวกภิกษุตอบในเมื่อถูกพวกคนด่าว่า
“คนที่พูดด้วยคำพูดไม่จริงจะไปนิรยะ (นรก)” เป็นต้น
ฝ่ายพวกคนที่ได้ฟังคำตอบนั้นก็เกิดสะกิดใจคิดว่า จะไม่จริงกระมัง
แล้วก็เริ่มประหยัดถ้อยคำจนถึงสงบเงียบไปเอง
ภายใน ๗ วันตามพุทธดำรัสตรัสกำหนดไว้

พระพุทธองค์ได้ทรงปรารภถึงปากคนนี้ จึงได้ตรัสอุทานขึ้นว่า
“คนที่ไม่สำรวมย่อมพูดทิ่มแทง (คนอื่น) ด้วยวาจา
ภิกษุฟังถ้อยคำหยาบคายที่คนอื่นๆ เปล่งออกมาพึงมีจิตไม่ขุ่นเคือง
ทำใจให้ยับยั้ง อดกลั้นเหมือนอย่างช้างที่เข้าสงคราม”


เรื่องที่ศัตรูพระศาสนาก่อขึ้นกระพือข่าวใส่ร้ายพระศาสดาครั้งนั้นร้ายแรง
เพื่อให้คนทั้งปวงหมดศรัทธาเลื่อมใสในพระศาสนา
การตอบที่ทรงใช้ก็มีทั้ง ๒ วิธีดังกล่าวข้างต้น คือ นิ่งกับพูด

การที่ไม่พูดโต้แบบต่อคำ หรือตรงต่อเรื่อง เรียกได้ว่า นิ่ง

การที่ตอบด้วยวาจาที่สะกิดใจให้ได้คิดว่า
จะไม่จริงกระมังจนถึงตกลงใจว่า ไม่จริง เรียกว่า พูด


การนิ่งหรือพูดชนิดที่ได้ผลดีเป็นกิจที่ควรทำ
คนที่จะทำได้จะต้องเป็นคนฉลาด
ที่ใช้ความคิดใช้ ปัญญา ให้รอบคอบแยบคาย

ถ้าทำอย่างไม่ฉลาดก็จะเสียผล
เช่น นิ่งในคราวที่ไม่ควรนิ่งจะกลายเป็นรับในเรื่องที่ไม่ต้องการรับ
หรือปฏิเสธในเรื่องที่ไม่ตอ้งการปฏิเสธไปเสีย
หรือพูดไม่ถูกไม่เหมาะจะกลายเป็นช่วยต่่อเรื่องให้ยาวให้ดังไกลออกไปอีก
ฉะนั้นจึงต้องการปัญญาในการตัดสินว่า
จะพูดหรือจะนิ่ง หรือจะพูดหรือจะนิ่งอย่างไร

ปัญญาที่ต้องการก็อยู่ที่ความคิดนี่เอง ซึ่งทุกๆ คนมีอยู่
แต่อาจจะมีเครื่องทำให้เผลอปัญญาหรือทำให้ปัญญาพิการไปแม้ชั่วคราว
ได้แก่ ตัณหา ความดิ้นรนทะยานอยากและความยึดถือ

อยากจะได้สิ่งที่ชอบใจเข้ามา อยากจะเป็นในภาวะที่ชอบใจ
อยากจะผลักสิ่งหรือภาวะที่ไม่ชอบใจออกไปให้พ้น
ความยึดถือย่อมตรึงจิตอยู่ในสิ่งที่อยากนั้น...
นี้เองเป็นเครื่องบังปัญญา เป็นผงเข้าตา

ฉะนั้นจึงต้องระงับตัณหาดังกล่าวเสียก่อน ปัญญาจะแจ่มใส จิตใจจะมีสุข
เรื่องพูดหรือเรื่องนิ่งไม่เป็นปัญหาอะไรต่อไป

:b41: :b46: :b46: :b41:



 กระทู้ที่ธรรมจักร



http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=38507










Free TextEditor




 

Create Date : 22 สิงหาคม 2554
0 comments
Last Update : 22 สิงหาคม 2554 10:30:32 น.
Counter : 539 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


คุณหนูขาวมณี
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add คุณหนูขาวมณี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.