บริหาร การจัดการ การตลาด พัฒนาตนเอง พัฒนาความคิด กลยุทธ์ ธรรมะ จักรราศี ฯลฯ
จัดตั้งธุรกิจ ปรับปรุงกิจการ | ไขความลับสมองเงินล้าน | การเขียนแผนธุรกิจ | บริหารคน บริหารงาน | พัฒนาความคิด
พระไตรปิฎกฉบับหลวง | แด่องค์กรที่แสนรัก | สุขใจกับเด็กสมาธิสั้น
wbj
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 96 คน [?]





ถ้าจะสอบถามอะไร กรุณาติดต่อทางเมล์ที่ wbjoong@gmail.com หรือที่ Facebook



ผู้ชาย อารมณ์ดี เรียนรู้ชีวิตรอบด้าน
พูดตรงจนอาจจะไม่เข้าหูคน แต่ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ได้คิด
รับฟังหากมีเหตุผล เพราะไม่เคยคิดว่าตัวเองจะถูกเสมอไป
จริงใจ และ จริงจัง

ทำสิ่งใดต้องทำให้ดีกว่าดีที่สุด
ไม่ได้ ไม่มี ไม่ดี ไม่ได้...
ต้องได้ ต้องดี ต้องมี ต้องง่าย

Wiboon Joong

Create Your Badge






free web page hit counter



<< Main Menu >>


<< บทความล่าสุด >>



ดวงถาวร


ดวงตามวันเกิด



ดวงตามปีเกิด






New mini-series


ชีวิตที่ดีกว่าหลังเปลี่ยนเพศเป็น...


  1. ตอนที่ 1 : จุดเริ่มของการเปลี่ยนแปลง

  2. ตอนที่ 2 : บททดสอบหน้าที่ใหม่

  3. ตอนที่ 3 : วิเคราะห์ข้อมูล

  4. ตอนที่ 4 : First Impression

  5. ตอนที่ 5 : ครึ่งเดือนผ่านไป

  6. ตอนที่ 6 : ปากเป็นเหตุ

  7. ตอนที่ 7 : ความแตกต่าง

  8. ตอนที่ 8 : กว่าจะได้แผนกลยุทธ์

  9. (ตอนที่ 9) : Advance มากเกินไป







Group Blog
 
 
กันยายน 2548
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
21 กันยายน 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add wbj's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 
ชีวิตช่วงมัธยมปลาย

ผมจบ ม.3 ก็คิดว่าจะไม่เรียนต่อจะออกมาทำงานเหมือนพี่ๆ แต่แม่กับพี่สาวขอร้องให้ผมเรียน พี่สาวจะเป็นคนส่งเสียพวกผมเอง ตอนนั้นเราก็เริ่มมีเงินใช่จ่ายบ้างแล้ว ประกอบกับผมเรียนเก่ง ซึ่งเป็นความหวังของพี่ๆที่อยากให้ผมจบปริญญาตรีสักคนในช่วงเวลานั้น ผมก็ไปสอบกะว่าจะสอบเข้า สวนกุหลาบ เพราะว่าผมอยากจะเข้าไปแก้มือกับเพื่อนที่เคยสอบได้ที่ 1 ตอน ป.6 แต่ผมคิดผิด ผมสอบไม่ติด เพื่อนๆ ก็เลยชวนไปสอบซ่อมที่ ยานนาเวศวิทยาคม เป็นการสอบสัมภาษณ์อย่างเดียว เกรดของผมค่อยข้างดี ก็เลยได้เข้าไปเรียน แต่สอบสัมภาษณ์ผมตอบไม่ได้เลย เขาเลยให้ผมไปอยู่ห้องบ๊วยของสายวิทย์ ห้อง ม.4/5

ชีวิตของผมเริ่มดีขึ้นจนเกือบจะเป็นปกติเหมือนคนทั่วไปก็ตอนขึ้น ม.4 นี่แหละ แต่ผมปรับตัวให้เข้ากับการเรียนที่นี่ไม่ค่อยได้ ความรู้สึกต่ำต้อยยังคอยหลอกหลอนผมตลอดเวลา ผมมองเพื่อนๆว่าเป็นคนที่มีพร้อมเสียทุกอย่าง ผมกลับไม่มีอะไรเลย ผมคิดแต่ว่าผมเป็นคนไม่มีเงิน จะซื้ออุปกรณ์การเรียนสักที ก็จะไม่กล้าไปบอกแม่ เพราะ อุปกรณ์แต่ละชิ้นราคาไม่ใช่ถูกๆ แต่พี่สาวและพี่ชายก็ทำงานพิเศษเพื่อหาเงินให้ผมได้มีอุปกรณ์เหล่านั้นได้ทัดเทียมกับคนอื่นๆ ม.4 เทอมแรก ผมสอบได้ 2.1 เป็นครั้งแรกที่ผมได้ไม่ถึง 3 ทำให้ผมเร่งอ่านหนังสือมากขึ้นในเทอม 2 และสามารถทำคะแนนขึ้นมาเป็น 2.5 ได้ ช่วง ม.4นี้เป็นช่วงเวลาที่ผมศึกษาตัวผมเองมากที่สุด ผมมี Diary เล่มสีแดง ไว้จดความคิดของตัวเองว่าผมคิดอะไรบ้าง เพื่อนแต่ละคนมีนิสัยอย่างไร วันนี้เพื่อนสนิทเขาแสดงอาการอะไร มีลักษณะแอบแฝงอย่างไรบ้าง คนละ 2-3 บรรทัด ทำให้ผมเห็นลักษณะของเพื่อนๆ และ ความคิดของตัวผมเองอย่างมาก ผมเปลี่ยนหนังสือที่อ่าน จากหนังสือวิทยาศาสตร์ มาเป็นหนังสือลักษณะนิสัยของคนที่เกิดแต่ละราศี แล้วเอาไปเปรียบเทียบกับเพื่อนๆของผมแต่ละคน ว่าเขามีนิสัยตรงกับราศีนั้นๆมากน้อยเพียงใด ผมเริ่มอ่านหนังสือการบริหาร หนังสือภาวะผู้นำ เพราะผมอยากจะเป็นหัวหน้าชั้นบ้าง รวมถึงหนังสือของเดลคาร์เนกี้ ทั้ง 3 เล่ม และใช้ปรับตัวให้ใช้ความจริงใจที่หนังสือสอนมาด้วย...

ม.5 ผมถูกย้ายห้องมาอยู่ห้องควีน ม.5/2 เป็นช่วงเวลาที่คอมพิวเตอร์ เข้ามายังประเทศไทย พี่สาวผมส่งผมไปอบรมวันเสาร์-อาทิตย์ อบรมภาษา Basic กับเครื่อง Apple One ผมเขียนภาษา Basic เป็นโปรแกรมยาวๆได้ แต่ที่ได้แน่นอน คือ ผมเข้าใจวิธีการคิดแบบเป็นขั้นเป็นตอน เพราะผู้อบรมได้ชี้ให้เห็นว่า เราทำทุกอย่างอย่างเป็นระบบ ชีวิตประจำวันของเราก็เป็นระบบ เป็นตรรกะ ถ้าเป็นอย่างนั้น ต้องเป็นอย่างนี้ ถ้าเป็นอย่างนี้ อาจจะเกิดจากอย่างนั้น หรือ อย่างนี้ เป็นต้น ซึ่งเป็นตัวจุดประกายให้ผมได้นำกลับมาคิดกับสิ่งรอบตัวให้เป็นระบบ ปลูกนิสัยการคิดอย่างเป็นระบบตั้งแต่นั้นมา...
ห้องควีน ไม่ใช่ห้องที่โดดเด่นเท่าใด แต่ก็ไม่เลวร้าย ผมมักด่าห้องคิงส์เสมอๆว่า ห่วงแต่เรียน ไม่ยอมช่วยเหลือเพื่อนๆบ้าง ผมเริ่มสนิทกับเพื่อนในห้อง ม.4/5 มากกว่า เพราะดูเหมือนว่าพวกเขาจะจริงใจมากกว่า ผมได้ Top ชั้นปีหลายๆวิชาจากห้องควีน และ สนุกกับการเรียน และเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น... ผมเริ่มจาก ขับจักรยาน BMX จากกรุงเทพฯ ไป พัทยา 2 วันหนึ่งคืน กับเพื่อนๆในชั้นปี 3 คน ผมเป็นคนแปลกหน้ากับพวกเขาเพียงคนเดียวเพราะเพื่อนซี้ผมชื่อ สัตตภัณฑ์ เขาเสียสละให้ผมได้ไป ทำให้ผมมีความมั่นใจในการทำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น และผมก็เริ่มสร้างความมั่นใจกับสิ่งที่ผมทำได้ ทีละอย่างสองอย่าง ไปหัดว่ายน้ำที่ YWCA กับเพื่อนๆ ว่ายยังไม่แข็งมากนัก ก็ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาได้แล้ว โดยมีความมั่นใจเป็นทุน และเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ไปเที่ยวเกาะเต่า กับอาจารย์นิรันดร์ อาจารย์ที่ปรึกษาที่สอนพิสิกส์ ทั้งๆที่ตัวเองก็เพิ่งหัดว่ายน้ำ ผมหัดเล่นดนตรี ไม่ว่ากลอง เบส หรือ กีตาร์ และ อื่นๆอีกมากที่สร้างความมั่นใจในตัวผมให้กลับคืนมา... และที่สำคัญผมก็เริ่มที่จะคุยกับเพื่อนๆมากขึ้น แต่ถึงกระนั้น ผมก็ยังไม่หยุดเขียน Diary เล่มแดงของผม และ วิเคราะห์เพื่อนๆทุกคน รวมทั้งตัวผมด้วย...

ม.6 เป็นช่วงเวลาที่ผมเกียจที่สุด เพราะอาจารย์จับผมให้เข้ามาอยู่ห้องคิงส์ ม.6/1 รอบข้างมีแต่เด็กเรียน อาจาร์ยที่ปรึกษาก็เป็นอาจาร์ยสอนฟิสิกส์ แต่ไม่ค่อยชอบขี้หน้า เพราะไม่เชื่อว่าผมจะ Top ฟิสิกส์ตอน ม.5 ด้วยฝีมือ แต่ก็จริง เพราะผมเรียนพิเศษกับอาจารย์นิรันดร์ตอน ม.5 ช่วง ม.6 เป็นช่วงที่ผมไม่อยากเรียนหนังสือมากที่สุด เป็นช่วงที่อยากคบเพื่อนให้มากที่สุด และ เป็นช่วงที่อยากเล่นดนตรีมากที่สุด ในช่วงเทอมสุดท้าย ช่วงพักเที่ยง คนในห้องคิงส์ทุกคนอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเอ็นทรานซ์ ผมกลับไปคุยกับเพื่อนในห้องบ๊วย เพื่อนที่เคยร่วมเรียนกันมาตอน ม.4/5 ทำให้ผมเห็นความแตกต่างระหว่างคนที่เก่งเรียน กับคนที่ไม่เก่งเรียนมากยิ่งขึ้น และเริ่มสะอิดสะเอียนกับความเห็นแก่ตัว ความอยากเด่นอยากดัง การยกตนข่มท่าน หรือแม้นแต่การเหยีดหยามคนด้วยกัน เพื่อนที่ตกไปจากห้องคิงส์ต่อว่าผมกับเพื่อนซี้อีกคนชื่ออัฐพล ว่ามาแย่งที่นั่งห้องคิงส์พวกเขา ทั้งๆที่เราไม่ต้องการขึ้นมาห้องนี้ เพื่อคนอื่นๆในห้องคิงส์ก็มองพวกเราเหมือนคนละเชื้อชาติเผ่าพันธุ์เช่นกัน... ผมว่าผมคบกับเพื่อนห้องบ๊วยสบายใจกว่าเพื่อนห้องคิงส์ ไปเดินเล่นคุยกับเพื่อนห้องควีนได้สนิทใจกว่าเพื่อนห้องคิงส์เสียอีก ผมเริ่มมองต่างมุม และ เห็นสภาพความเป็นจริงของคน นิสัยของคน สันดานของคน ก็อยู่ในห้องนี้
หนังสือเรียนผมจะใช้เวลาทบทวนช่วงก่อนนอนเหมือนเดิม ทำสรุปแต่ละวิชา แล้วอ่านทบทวนหลายๆครั้งก่อนสอบเช่นเดิม แต่ผมไม่ต้องการโดดเด่นอีกแล้ว ผมเบื่อกับการรักษาเก้าอี้ Top ชั้นปี ผมเบื่อกับการกระแนะกระแหนของคน ผมใช้เวลาตอนเย็น ติวเข้มให้น้อง ม.4 กับ ม.5 ดีกว่ากลับไปบ้านอ่านหนังสือ ผมใช้เวลาไปเล่นยิมส์ และ ช่วยเพื่อนๆที่เล่นไม่เป็นให้สอบผ่านทั้งชั้นปี ผมใช้เวลาไปกับการตบแต่งสวนให้กับโรงเรียน ผมใช้เวลาไปกับการเล่นดนตรีเพื่อผ่อนคลาย ผมใช้เวลาไปกับการร้องเพลง Fairwell ผมใช้เวลาไปร้องเพลงคอรัสกับวง ธรรมคีตาของวัดธรรมกาย โดยมีอาจารย์ สันติ ลุนแผ่ สอนให้ขับร้อง เวลาส่วนใหญ่ของผมมีไว้เพื่อสะสมประสบการณ์สิ่งต่างๆ มากกว่าจะเอามาใช้อ่านหนังสือ เพราะผมคิดว่า ผมตั้งใจจะไม่เรียนต่อ จะไปทำงานหาเงินหลังจบ ม.6 ผมก็เลยเลือก แพทย์ เทคนิคการแพทย์ และ วิทยาศาสตร์ ทั้ง 6 อันดับ คะแนนทั้งหมดค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสาขาวิชาอื่นๆ จนอาจารย์แนะแนวบอกว่าเธอน่าจะเลือกคณะอื่นเผื่อไว้บ้าง แต่ผมก็ไม่เลือกอะไรเผื่อ ซึ่งผมมั่นใจว่าผมจะเอ็นไม่ติด และถ้าเอ็นไม่ติด ผมก็จะได้ออกมาทำงาน และ เรียนรามฯ ไปพร้อมๆกัน

แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลก อัฐพล เพื่อนรักที่อยู่ร่วมห้องกันมาทั้ง 3 ปี เขาหวังว่าเขาจะสอบเอ็นทรานซ์ได้ กลับสอบไม่ได้ และได้ไปเรียน ABAC จนจบ สัตตภัณฑ์ ไม่ได้เลือกคณะที่หรูหราคาดหวังว่าจะสอบได้กลับสอบไม่ได้ จงฮี้ เพื่อนที่เรียนไม่ค่อยเก่งแต่กลับสอบเข้าได้ในสาขาพละศึกษา เพื่อนหญิงทั้ง 4 คนที่เป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่ ม.4/5 หมู+ติม+นุ้ย+ตุ๊ก ก็สอบไม่ผ่าน ผมที่ไม่อยากเรียนต่อ กลับสอบติดเข้าคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นเรื่องน่าตลกสำหรับชีวิต คนอยากเรียนมหาลัยกลับสอบไม่ผ่าน แต่คนไม่อยากเรียนกลับได้ไปเรียน ผมเข่าทรุดอยากร้องไห้ที่ผมสอบติด เพราะมหาลัยมันต้องใช้เงินมากกว่ามัธยมปลายมากนัก ที่บ้านจะมีปัญญาส่งผมเรียนหรือ ? แถมต้องไปเรียนที่หาดใหญ่ ป้าที่นั่นก็ไม่เคยเห็นหน้า และ ต้องลงไปเรียนคนเดียว เพื่อนห้องคิงส์สอบติดที่หาดใหญ่อีก 2 คน คณะวิศวะ กับ พยาบาล เท่านั้น วันฟังผลผมได้แต่ถามเพื่อนๆว่าสอบติดหรือเปล่ากลับได้คำตอบตรงกันข้าม พอเพื่อนๆถามผม เขาก็ต้องร้องไห้ออกมา เพื่อนรักบางคนถึงกับด่าผมว่า มึงนะซุ่มอ่านหนังสือแน่เลย กูอ่านหนังสือแทบตายไม่ติด มึงเล่น เที่ยว อย่างเดียวทำไมมึงถึงสอบติด จนเกือบจะเสียเพื่อนกันไปเลยทีเดียว ทำให้ผมเข้าใจว่า "ชีวิตด้านหน้า กับความคิดในใจมันช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง" เขาทำดีกับเราต่อหน้า แต่ในใจเขาอาจจะกำลังด่าเราอยู่ก็ได้...


Create Date : 21 กันยายน 2548
Last Update : 21 กันยายน 2548 21:54:09 น. 67 comments
Counter : Pageviews.

 
อ่านแล้วซึ้งเลยค่ะ ตอนเรียนมัธยม มังคุดเรียนค่อนข้างดี แต่เอนท์ไม่ติด เพื่อนๆโทรมาถามกันหลายคน พอบอกเอนท์ไม่ติด ไม่มีใครเชื่อเลย หาว่าโกหก
ตอนนั้นก็เสียใจ แต่ในใจก็โล่งอก เพราะที่บ้านกำลังประสบปัญหาพอดี ก็เลยได้ไปเรียนราม 5 ปีแน่ะ เพราะ 3 ปีแรก รับไม่ได้กับความอิสระและไม่มีเพื่อนๆเรียนด้วย มังคุดเองก้ไม่ได้เข้าซุ้มเพราะขี้อาย ชีวิตเปลี่ยนมากๆ พอปี 4 ได้รู้จักกับเพื่อนคนนึง ซึ่งเค้ามาสายแล้วก็มาถามเรื่องเรียนกับมังคุด มังคุดบอกไปแล้วก็ไม่ได้ถามชื่อหรือสานต่อ เพราะไม่คิดว่าจะคบเป็นเพื่อนอะไร แต่คนเรานะ อะไรมันก็เกิดขึ้นได้เสมอ เพื่อนคนนั้นวิ่งมาถามชื่อแล้วก็ขอเบอร์ติดต่อ ตั้งแต่วันนั้นมาเราก็เป็นเพื่อนกันจนถึงวันนี้ แถมเธอก็ยังชักนำไปให้รู้จักกับเพื่อนๆเพิ่มอีก ถึงแม้จะไม่มากมายอะไร แต่ก็เป็นแรงผลักดันให้มังคุดอยากไปเรียน และพยายามเก็บจนจบภายในปีกว่าๆ เรียกว่าปีสุดท้ายเก็บเทอมละเกือบ 10 ตัวแน่ะ แต่ก็ผ่านมาได้


โดย: mungkood วันที่: 22 กันยายน 2548 เวลา:0:17:54 น.  

 
เรื่องเรียนเป็นอะไรที่ผ่านมาแบบธรรมดาๆ มากเลยค่ะ


สวัสดีตอนเช้าค่ะ ^^




...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 22 กันยายน 2548 เวลา:7:22:05 น.  

 
หวัดดีครับพี่จุง

เพิ่งได้เข้ามาอ่าน Confirm ได้ว่า ช่วง พ.ศ. ประมาณ พี่จุง คณะวิทยาศาสตร์ คะแนน ยังสูง อยู่ (ปัจจุบันนี้ ไม่แน่ใจ)


จำได้ ... ว่าตอนนั้น คนที่ Ent ติดวิทยาศาสตร์ ของ จุฬาฯ หลายคน มีคะแนน Ent แบบเรียน แพทย์ ได้สบายๆ

หลายคน จบวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ แล้วข้ามฝั่งไปเรียน คณะแพทย์ศาสตร์ อีก 5 ปี ก็ได้เป็นนายแพทย์

หลายคน ไปต่อโท วิศวะ ทั้ง วิศวะ อุตสาหการ วิศวะคอมพิวเตอร์ บางคนจบโท ด้วยคะแนนสูงกว่า เพื่อนที่จบ วิศวะมาด้วยซ้ำ

แต่ก็มีอีกหลายคน โดยเฉพาะพวก นักเรียนทุน พสวท.(พัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) เรียน วิทยาศาสตร์ ต่อ จนจบ ปริญญาเอก ปัจจุบันก็เป็นผู้มีชื่อเสียงในวงการหลายท่าน ...


แต่ประเทศไทย ก็คือ ประเทศไทย ... ที่มีวิบากกรรมจากระบบบริหารแบบไทยๆ การเมืองแบบไทยๆ ที่เราไม่สามารถส่งเสริมและสนับสนุนให้คนมาเรียนวิทยาศาสตร์ กันแบบ เชี่ยวๆ เช่นใน ประเทศที่เจริญ แล้วได้อย่างต่อเนื่อง ...

ไม่มีไร ครับ ไหนๆ มาแล้ว ขอบ่นให้ฟัง นิ๊ดดดดดด ๆ


โดย: ว่าที่ ดีอาร์ วันที่: 22 กันยายน 2548 เวลา:15:20:53 น.  

 
ช่วงเวลานั้น มีความสุขกับชีวิต ม. 6 เหมือนกันค่ะ

โชคดีที่ไม่ติดคณะไหนเลย ตอน ม. 5 (สอบเทียบ)

ได้อยู่กับเพื่อน ได้รู้จักเพื่อนมากขึ้น
รู้จักตัวเองมากขึ้นด้วย
ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำ
กีฬาสีก็ลุยกันเต็มที่ ช่วยกันทั้งห้อง
แล้วเพื่อนๆม. 6 ส่วนใหญ่
ก็ Ent ติดคณะดีๆกันด้วย


เวลาถาม
อ่านก็บอกอ่าน ไม่ได้อ่าน ก็บอกไม่ได้อ่าน
ก็งงเหมือนกัน ว่าทำไมต้องมานั่งพูดกันว่าคนนั้นซุ่มอย่างนั้นอย่างนี้

ก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจ และดีใจกับเพื่อนที่สอบติด
ให้กำลังใจกับเพื่อนที่สอบไม่ติด แต่ไม่ท้อแท้


โดย: kednoi วันที่: 24 กันยายน 2548 เวลา:1:56:58 น.  

 
หวัดดีค่ะพี่จุง

ชีวิตวัยเรียนมัทธยมเป็นอะไรที่มีความสุขสุดๆ สนุก และเพื่อนเย้อะ แม้จะติดห้องคิงแต่ก็ไปเล่นสนุกกะเพื่อนห้องบ๊วยเสมอ..เป็นชิวิตทีมีความสุข

ด้วยปัญหาหลายๆอย่างจึงเลือกที่จะไม่เอ็นทรานส์ไปเรียนราชภัฏแทน ก็ได้ประสบการณ์มากมายเหมือนกัน



โดย: คนฤดูเหงา IP: 58.147.0.254 วันที่: 24 กันยายน 2548 เวลา:18:41:23 น.  

 
ชีวิต คือการต่อสู้จริงๆคะ ....ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข บนการต่อสู้ที่อาจจะโหดร้ายคะ


โดย: AjarnTik IP: 58.8.141.79 วันที่: 3 ตุลาคม 2548 เวลา:2:06:33 น.  

 
โอ้โห ขนาดอยู่แค่ ม.4 ยังอ่านหนังสือประเภทนั้น มิน่าล่ะ ปัจจุบันถึงได้ ประสบผลสำเร็จขนาดนี้ นับถือๆๆ

ตัวเอง ตอนเรียนสายวิทย์เหมือนกันอยู่ห้อง 1 ด้วย แต่ดันซวยไปหน่อย เจออาจารย์ แค่ไม่ถูกชะตากัน แกล้งกันแบบไม่มีสาเหตุ ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยน เกเร ไม่อยากเรียน ไม่เอ็นทราน ไปเรียนรามซะเลย จำมันฝังใจเลย ป่านนี้คงตายไปแล้ว แก่หงำเหงอะปานนั้น

ยังดีที่ตามเพื่อนไปเรียนสายบัญชี ยังสอบ Certified ได้ ไม่ต้องกังวล กับบั้นปลายชีวิต



โดย: เด็กจอมแก่น วันที่: 3 ตุลาคม 2548 เวลา:17:38:31 น.  

 
เข้ามาระบาย ซะงั๊น 555 สมัยก่อนอาจารย์ยังไม่พัฒนาเหมือนสมัยนี้ ใครเจออาจารย์นิสัยไม่ดี ก็ซวยไป

ปล. มั่นใจว่า คุณ wbj เป็นรุ่นน้องเราแน่ๆ เพราะเราเป็น ม.ศ. รุ่นสุดท้าย แก่จัง


โดย: เด็กจอมแก่น วันที่: 3 ตุลาคม 2548 เวลา:17:49:38 น.  

 
สุดยอดไปเลย


โดย: คนคุ้นเคย IP: 203.121.178.3 วันที่: 11 ตุลาคม 2548 เวลา:15:46:58 น.  

 

เข้ามาอ่านเบื้องหลังชีวิตของผู้ประสบความสำเร็จ...อย่างคุณวิบูลย์

อ่านแล้วก็ได้อะไรดีดี

และเชื่อเสมอว่า เรียนเก่งและเรียนไม่เก่ง ไม่ใช่สิ่งรับประกันว่าจะประสบความสำเร็จ....เถ้าแก่ และนักธุรกิจหลายคนก็ไม่ใช่คนเรียนเก่งเมื่อตอนเป็นเด็กๆ


โดย: yyswim วันที่: 13 ตุลาคม 2548 เวลา:14:18:34 น.  

 
เพิ่งมีโอกาสเข้ามาอ่านค่ะ บางทีโชคชะตาก็ลิขิตชีวิตคนเหมือนกันนะคะ ชีวิตคุณจุงก็คงเข้าข่ายเดียวกัน

ของตัวเองนี่เทียบกับคุณจุงไม่ติดเลยค่ะ ตอนมัธยมกับมหาวิทยาลัย เป็นช่วงที่อยู่อย่างไร้จุดมุ่งหมายในชีวิตที่แท้จริงสุดๆ
มัธยมต้องเรียนศิลป์ฝรั่งเศษซึ่งเกลียดมาก แต่คะแนนเลขไม่ถึงก้อต้องก้มหน้าเรียนกันไป รู้เต็มอกว่าไม่ได้เอาไปใช้แน่ๆ ก้อเรียนไปเพียงเพื่อให้สอบ Ent ติด แล้วก้อสอบติด
พออยู่มหาวิทยาลัยก็ซ้ำรอยเดิม อยากเอกภาษาอังกฤษ ก็ไม่ได้เรียนเนื่องจากโควต้าเต็ม ต้องไปเรียนเอกอื่นซึ่งไม่ได้เอาไปใช้แน่ๆ ก็ก้มหน้าก้มตาเรียนให้จบๆให้ได้เกรดดีๆ เพื่อสมัครงานเท่านั้น
พอถึงตอนสมัครงาน มีบริษัทที่มั่นคงมารับคนเข้าทำงานที่มหาวิทยาลัย สมัครไปก็ได้งานอย่างง่ายๆ เป็นงาน Operation ก้อสนุกกับชีวิตในวัยหนุ่มสาวไปวันๆ จนได้ย้ายแผนกไป Marketing และเริ่มรู้ตัวว่าชอบสายงาน Business จึงเริ่มคิดเรียนเพิ่มเติม มีโอกาสเรียนโทต่างประเทศ ก็เลือก U ที่ง่ายๆ เรียนน้อยๆ สอบง่ายๆ แล้วก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตต่างแดนเต็มที่ พอกลับมาทำงาน โอกาสและจังหวะชีวิตทำให้ก้าวหน้าในหน้าที่การงานเร็วจนถึงมาถึงระดับบริหารปีนี้
เพิ่งจะรู้ตัวว่าชีวิต และการทำงานน่าต้องมีจุดมุ่งหมาย จุดยืน แนวคิดและหลักการเลยเพิ่งขวนขวายตะกายหาปีนี้นี่เอง ก็เข้าโต๊ะสีลม อ่านโน่นอ่านนี่เก็บเล็กผสมน้อยค่ะ อ่านโดยไม่ค่อยสนใจจำชื่อคน จำได้แต่ชื่อแปลกๆ เช่น Jimmy Walker, สิงห์เหนือ .. ไรเงี้ย wbj นี่ไม่อยู่ในหัวเลย พอดีมาเล่น blog อ่านบทความแล้วชอบ เลยตามเข้าไปใน blog โห เจอคลังความรู้อ่ะ เลยติดแหง็กๆ
อุ๋ย! เขียนยาวเลย แหะๆ ประเด็นคือเริ่มหัดคิดหลังคุณจุง 20 ปีนี่ จาตามทันไม๊หนอ ถ้าไม่ทันก็ขอผูกปิ่นโต ให้เป็นที่ปรึกษาไปเรื่อยๆ แล้วกันนะคะ อิอิ มัดมือชกอ่ะ


โดย: ladybear (ladybear ) วันที่: 19 พฤศจิกายน 2548 เวลา:23:44:04 น.  

 
คิดถึงสมัยตัวเอง ม.6 เฮ้อ... ถอนหายใจ

กุยแกไม่ได้เรียนม.6 นี่นา

กุยแกไปสอบกศน.นะเนี่ย ถึงได้วุฒิม.6 มา


โดย: กุยแก (กุนซือเอกแห่งรัฐวุ่ย ) วันที่: 16 มกราคม 2549 เวลา:2:44:45 น.  

 
วิทย์ มอ. คะแนนสูงรึ เคยมีเพื่อนดันไปเลือกที่นี่แล้วติด เรียนๆไปรับไม่ได้ ลาออกมาเรียนเอกชน


โดย: C IP: 61.90.14.125 วันที่: 23 มกราคม 2549 เวลา:13:01:11 น.  

 
อ่านแล้วคิดถึงหนังสือเดล คาร์เนกี้ขึ้นมาตะหงิดๆ อ่านทั้ง 3 เล่มเหมือนกันค่ะ จุดประกายให้ตัวเองเริ่มเป็นคนมีความมั่นใจเหมือนกัน อ่านตั้งแต่อยู่ ม 2 เลยค่ะ เพราะพี่ๆเขาเอามาให้อ่าน


โดย: ป้าจูจู้ IP: 210.1.9.100 วันที่: 25 มกราคม 2549 เวลา:11:40:33 น.  

 
ผมก็ศิษย์เก่า มอ. เหมือนกันครับ
ตอนเรียน ม.ปลายก็อยู่ที่กรุงเทพเหมือนกัน
แล้วได้ วิศว ที่ มอ. เป็นอะไร ที่ดีมากๆครับ

ตอบ แทนคุณ C ครับ
คะแนนผมก็ไม่รู้ว่าสูงหรือเปล่านะครับ
แต่ที่ไหนๆ ผมว่าถ้าไม่ตั้งใจ ก็ลำบากเหมือนกันครับ


โดย: wasky IP: 61.47.108.155 วันที่: 6 พฤษภาคม 2549 เวลา:0:29:46 น.  

 

สวัสดีค่ะ พี่จุง
....อ่าน กระทู้ของพี่จุง มาซะก็เนิ่นนาน เพิ่งได้อ่าน เรืองนี้จากใน Glog.......

อืมมม เป็นแนวทางที่น่าสนใจ เอาเป็นเยี่ยงอย่าง การใช้ ชีวิตดีค่ะ ...

แล้ว หนังสือ ของเดล เคเนกี้ ก็เคยอ่านตอน ม. 4 ค่ะ แต่อ่านไม่ทุกเล่มนะค่ะ สงสัยต้องไปรื้อมาอ่านอีกรอบซะแล้ว...ตัว Nara_Gorn เอง ก็เรียนจบมัธยม สายวิทย์มาเหมือนกันค่ะ แต่ปัจจุบัน ชีวิต ผกผันยังงัย ก็ไม่ทราบ ..ตอนนี้ทำงานอยู่คนละสายงาน กะที่ ตั้งใจไว้แต่แรกเริ่มเลยค่ะ .....


จาก ที่เป็นเด็ก กิจกรรม ในตอนมัธยม เรียนอยู่ ในเกณฑ์ ดี 3 กว่า มาตลอด เป็นนักเรียนตัวอย่าง เป็นคณะกรรมการนักเรียน หัวหน้าห้อง มาเกือบทุกปี ทั้ง ม.ต้น ม. ปลาย ... พอเข้ามหา'ลัย ถึงจะเอนท์ ไม่ติด ก็เข้า มหา'ล้ย เอกชน ชื่อดัง แห่งหนึ่ง ในคณะที่มุ่งหวัง สมปรารถนา เพราะตั้งใจแต่แรกว่า หาก เอ็นท์ไม่ติด ก็จะเข้าเรียนคณะนี้ ที่มหา'ลัย เอกชนแห่งนี้ หละ.......ที่ตั้งใจไว้ คือ อยากเป็น อาจารย์ ครับทั่น ถึงจะไม่มีเงินเรียน ก็ตั้งใจไว้ว่า หากจบ ตรี ก็จะ หาสอบทุน ต่อโท ต่อ เอก ไปโน่นเลยค่ะ ความตั้งใจเดิม.....แต่ทุกอย่าง ก็มะลาย หายไป และก็ได้มาถึงจุดผกผัน ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน นี่แหละค่ะ..

ที่เกริ่นมา ซะยืดยาว ก็มิได้ ด้วยประการทั้งปวง เพราะ หลังจากผกผัน เรียนไม่จบ มั่นใจจัด ทำกิจกรรม ตอนมหา'ลัย เยอะมาก ไม่อ่านหนังสือเลย ( สมควร แล้วที่ไม่จบ หุหุ ) แต่กว่าจะผ่านช่วง ที่ต้องเปลี่ยนที่เรียน มาได้ เพราะความตั้งใจเดิม ช่วงนั้น หายหมดแล้ว กว่าจะให้ตัวเองลุกได้ แทบแย่ เลยหาสิ่งที่คิดว่าอะไรบ้างที่ตัวเราพอจะทำได้บ้าง เพื่อเรียกความมั่นใจให้ตัวเองกลับคืนมา.... ( การที่เราตั้งใจ มุ่งหวังอะไรมากๆๆ พอ ไม่เป็นอย่างที่หวัง ช่วงเวลานั้น เอ่อ รับประทานเลยทีเดียว ไม่มีแรงลุกขึ้นสู้อะไรเลย เลื่อนลอย แต่ที่ลุกได้ก็เพราะ เราทำมันพังเอง นี่นา ฝันไว้ว่าอยากเป็นอย่างไร แต่ไม่ลงมือปฎิบัติ ให้ฝันเป็นจริง ) ... และนั่นแหละ เป็นที่มา ของ อาชีพที่ทำอยู่ ณ ปัจจุบัน ซึ่งต่างกับความตั้งใจเดิม คนละขั้ว....แต่เรื่อง เรียนก็ ยังไม่ทิ้ง หวังว่าจะทำให้จบได้ ในเวลาอันใกล้นี้.....







นู๋เป็นอีกคน นะค๊ะ ที่จะคอยเป็น Fan Club บทความของพี่จุงค่ะ


โดย: Nara_Gorn { naragorn } IP: 203.155.225.64 วันที่: 25 พฤษภาคม 2549 เวลา:1:35:34 น.  

 
อ่านเรื่องที่เขียนแล้วมีคติมากเลย ถือว่าเขียนได้ดี ต้องยึดมาเพื่อเป็นคติ(บางคำพูด) บางแล้ว


โดย: supasak IP: 125.25.58.122 วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:12:55:02 น.  

 
จุ๊บอายุ16ยังไม่ได้เรียนม.ต้นเลย อยากสอบเทียบ ม.ปลาย ใครรู้ช่วยชีแนะหน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ คือไม่อยากเรียนก.ศ.น น่ะค่ะ


โดย: จุ๊บแจง IP: 222.123.50.7 วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:18:01:34 น.  

 
จุ๊บอายุ16ยังไม่ได้เรียนม.ต้นเลย อยากสอบเทียบ ม.ปลาย ใครรู้ช่วยชีแนะหน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ คือไม่อยากเรียนก.ศ.น น่ะค่ะ


โดย: จุ๊บแจง IP: 222.123.50.7 วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:18:01:58 น.  

 
อดีต
เรียนไม่รู้เรื่องเอาเสียเลยคะโดยเฉพาะวิชาคณิตยังอ่อนหัดมากมากเลยกลุ้มนะเนี๊ยะ
ปัจจุบัน
อยู่ในระหว่างมอบตัวคะสายภาษาไม่รู้ว่าจะไปรอดหรือป่าวก้อหั้ยกำลังจัยตัวเองคะ
อนาคตก้อยังคิดไม่ออกเลยคะแต่จะตั้งจัยเรียนเพื่อพ่อแม่หั้ยมากที่สุดจำไว้นะคะทุกท่านพ่อแม่สำคัญที่สุด


โดย: อุ้ม IP: 222.123.99.7 วันที่: 11 เมษายน 2550 เวลา:16:38:48 น.  

 
ได้มีโอกาสอ่านประวัติชีวิตของคุณจุง แล้วหวนคิดไปถึงสมัยที่ตัวเองสอบเข้าชั้น ม.4 โรงเรียนประจำจังหวัดแห่งหนึ่ง ตกใจมากที่รายชื่อไปปรากฎอยู่ห้องสุดท้าย(มี 5ห้อง ตัวเองได้อยู่ห้อง4/5)ของสายวิทย์-คณิต ตอนแรกรู้สึกว่าเราก็เรียนดีนะแต่สอบเข้าได้อยู่ห้องสุดท้ายเชียวหรือว่าเราจะแย่จริงๆ(มาทราบทีหลังว่าโรงเรียนทดลองใช้ระบบการคละคนเก่งกับไม่เก่งให้อยู่ด้วยกัน) อยู่กับเพื่อนที่ไม่ใช่ห้องคิงส์ แรกๆรู้สึกแปลกๆเพราะเพื่อนมีทุกระดับ ดี เรียบร้อย เกเร นักเลง โดดเรียน ไม่ทำการบ้านรอลอกอย่างเดียว แต่พออยู่ไปก็เริ่มชินและรู้สึกสนุกและรักกันมากเพราะเห็นได้ว่าเพื่อนๆมีความจริงใจและน่ารัก มีความสามัคคีในหมู่คณะดีเยี่ยมโดยเฉพาะตอน ม.5 มีการจัดแข่งขัน คณิตคิดเร็วโดยให้แต่ละห้องส่งตัวแทนห้องละ 2 คนไปตอบปัญหาบนเวทีหน้าหอประชุมและให้สมาชิกเพื่อนๆแต่ละห้องเชียร์อยู่ข้างล่าง ตัวเองได้เป็นตัวแทนขึ้นไปตอบ ผลปรากฎว่าห้อง5/5ชนะได้ที่ 1 ได้เงินรางวัล 500 บาท เพื่อนๆของเราดีใจสุดตัวดีใจกันมากเมื่อมองดูเพื่อนที่อยู่ห้อง5/1 สีหน้าไม่พอใจดูแล้วอ่านออกว่าแกชนะได้ไงแกอยู่ห้องท้ายสุดนะแม้แต่อาจารย์ก็ดูท่าทางผิดหวังว่าห้อง5/5ได้ชนะได้อย่างไร จากนั้นตัวเองก็ได้ถูกเลื่อนชั้นมาอยู่ห้อง6/1ห้องคิงส์(เพราะโรงเรียนเกิดเปลี่ยนใจไปใช้ระบบเดิมว่าคนเก่งก็ต้องอยู่กับคนเก่ง) รู้สึกแย่มากไม่สนิทกับเพื่อนใหม่ที่อยู่6/1เลยและได้เห็นลักษณะของคนเก่งที่เห็นแก่ตัวอย่างคุณจุงว่านั่นแหละทำให้รู้สึกคิดถึงเพื่อนๆที่ไม่เก่งเป็นนักเลงแต่รักและจริงใจต่อเรามากๆๆและมีความสุขกว่าที่ต้องอยู่ท่านกลางบรรยากาศที่มีคนเก่งเห็นแก่ตัวไม่จริงใจ.........เอกลายเป็นเขียนเรื่องตัวเองมากไปนะ........แค่นี้แล้วกันนะ


โดย: เกศกาญจน์ IP: 61.19.23.122 วันที่: 4 กรกฎาคม 2550 เวลา:18:32:51 น.  

 
ชีวิตที่อาจจะคล้ายกันในบางช่วงค่ะ

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=biebie999&month=23-05-2007&group=3&gblog=5


โดย: biebie999 วันที่: 26 กรกฎาคม 2550 เวลา:14:14:15 น.  

 
อ่านแล้วกินใจ คุณเป็นคนมีน้ำใจนะคะ มีประสบการณ์มากมายมาเล่าสู่กันฟังอย่างน้อยคุณก็ยังมีเพื่อนในบล็อคแก้งค์ อีกมากมายนะคะ และเพื่อนร่วมโลกใบเดียวกันนี้ยังมีคนดีดี ให้ค้นหา และรอคุณอยู่ในภายภาคหน้าค่ะ คุณเก่งมากๆ จะคอยเป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ โลกนี้ไม่สิ้นไร้คนดีค่ะ สู้สู้ นิ้วไหนร้ายตัดทิ้งหรือไม่ต้องสนใจค่ะ


โดย: เหมือนเดิม (paris bale ) วันที่: 27 กรกฎาคม 2550 เวลา:0:16:17 น.  

 
อยากทราบว่าอำนาจหน้าที่ของภาวะผู้นำและการเมืองขององค์กรมีความหมายและแตกต่างกันอย่างไรคะ


โดย: milo_2410@hotmail. IP: 125.24.208.228 วันที่: 22 สิงหาคม 2550 เวลา:21:22:01 น.  

 
อ่านชีวิตของคุณจุงแล้ว สนุกดีค่ะ เห็นภาพวันวานเลย

เพราะชอบอ่านหนังสือนี่เอง ความรู้รอบตัวเลยมาก

นับถือค่ะ


โดย: Patella IP: 203.151.46.130 วันที่: 14 กันยายน 2550 เวลา:9:47:54 น.  

 
ม่าม๊าอ่านประวัติแล้วรู้สึงทึ่งน่าดูเลย โบราญว่าคบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ เพื่อนแท้หายากหน่อย ต้องทำใจนะแต่เราก็ได้ดีจนได้ ม่าม๊ายินดีด้วย


โดย: mamamodern วันที่: 29 กันยายน 2550 เวลา:11:24:25 น.  

 
มาจาก messege ที่ได้รับเชิญมาจาก hi5 ครับ ยินดี่ที่ได้รู้จักครับ

เป็นอาจารย์ระ ดับ pro เลยนะครับ
ผมขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ด้วยนะครับ
คงจะ มาเก็บเกี่ยว ความรู้จากที่นี่ไปใช้ประโยชน์
ได้มากมายเลยครับ

http://bettaquality.hi5.com


โดย: jo IP: 58.9.140.64 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:33:49 น.  

 
=http://www.bloggang.com/emo/emo37.gif>
อ่านแล้วรู้สึก ดีและชอบมากๆคับผม


โดย: นายสุริยัน จันทร์กลาง IP: 125.27.120.9 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:13:27 น.  

 

หวัดดีค่ะ ตอนนี้หนุก้เรียนอยู่ปี4 มอ.เหมือนเหมือนกันแต่เป้นคณะวจก.เอกคอมฯค่ะ แล้วพี่จุงได้มาเรียนที่หาดใหญ่รึเปล่าค่ะ หนูเพิ่งมารู้จักblog พี่จุง hi5เพื่อนค่ะ ชอบมาเลยได้สาระดี ว่างๆหนูคงต้องมาขอคำปรึกษาจาหพี่บ้างแล้วค่ะหวัดดีค่ะ ตอนนี้หนุก้เรียนอยู่ปี4 มอ.เหมือนเหมือนกันแต่เป้นคณะวจก.เอกคอมฯค่ะ แล้วพี่จุงได้มาเรียนที่หาดใหญ่รึเปล่าค่ะ หนูเพิ่งมารู้จักblog พี่จุง hi5เพื่อนค่ะ ชอบมาเลยได้สาระดี ว่างๆหนูคงต้องมาขอคำปรึกษาจาหพี่บ้างแล้วค่ะ


โดย: ตองแตง เด็กมอ. IP: 222.123.146.156 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2550 เวลา:2:19:57 น.  

 
รู้สึกชอบในวิธีคิดของคุณน้ามากเรยค่ะ โดยเฉพาะไดอารี่สีแดง หนูจะเอาไปลองใช้ดูบ้างไม่ว่ากันนะคะ


โดย: OIL IP: 124.120.236.96 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2550 เวลา:0:04:20 น.  

 
แวะมาอ่านหน้านี้จนจบค่ะ หลังที่คุยในเอ็ม จะตามอ่านบทอื่นในบลีอคเพิ่มเรื่อยๆนะค่ะ
สงสัยต้องไปทำสรุปวิชาอย่างจริงขังบ้างแล้ว


โดย: Saori_Chubby Chic วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:20:58:53 น.  

 
โชคดีที่ได้มาเจอบล็อคนี้ทำให้รำลึกถึงวันเก่า ๆ โอกาสของทุกคนมีเท่ากันอยุ่ที่ใครจะไขว่คว้ามาเป็นของตัวเอง ขออนุญาตแอดบล็อกนะคะ


โดย: tkanun วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:15:09:42 น.  

 


โดย: ตา IP: 117.47.92.176 วันที่: 24 มกราคม 2551 เวลา:12:50:53 น.  

 
พึ่งเข้ามาอ่าน
เข้าใจเลยค่ะ
เพราะอยู่ห้องบ๊วยมาเกือบตลอด
เคยปีนไปอยู่ห้องรองคิงส์ตอนช่วงจะเอ็นทรานส์
80% ของห้องเรียนพิเศษ
เราไม่เรียนเพราะพ่อแม่ไม่ค่อยมีเงิน
แต่ดีใจที่เอ็นติดเพราะเลือกที่คะแนนกลางๆ
เพื่อนสนิทมาจากห้องบ๊วยที่คบกันมาเนิ่นนานเช่นกันค่ะ


โดย: cat-cat วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:26:30 น.  

 
ศิษย์ มอ.เหมือนกันเลยค่ะ อ๊ะเรียนฟิสิกส์ตอนนี้ปี 4 แล้วกำลังจาจบ
ตอนเอ็นฯ คะแนนยังไม่ออก แอบร้องทุกวันเลย เพราะกลัวเอ็นไม่ติด
แต่ละคณะที่เลือกคะแนนสูงทั้งนั้นเลย ยังดีที่ติดฟิสิกส์ มอ.อันดับ สี่

ตอนเรียนทีแรกปรับตัวไม่ได้ก็รอ่แร่เหมือนกัน กว่าจะตั้งหลักได้
ตอนนี้กำลังจาจบ อยากต่อโทมาก ๆ แต่ไม่มีเงิน ตอนเรียนป.ตรีพี่สาวเป็นคนส่งเหมือนกัน
แต่ตอนนี้พี่ก็ต้องผ่าตัดสมอง ไม่มีเงินส่งต่อป.โท
เราเองก็ไม่เก่งมาก จะหาทุนเรียนที่เป็นทุนเต็มก็ลำบาก
อยากเรียน กะว่าจะไปสอบโทที่จุฬา รู้ว่ายังไงก็สอบไม่ติด แต่จะได้ทำใจได้ซะที ว่าเพราะเราสอบไม่ติด ไ่ม่ใชไม่ได้เรียนเพราะไม่มีเงิน


โดย: อ๊ะ IP: 124.157.246.74 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:23:17:47 น.  

 
รู้นิสัยคนอื่น ถือว่าเราสามารถควบคุมทุกสิ่ง


โดย: ถือว่ารู้จักให้เวลากับตัวเอง IP: 124.121.200.101 วันที่: 16 มีนาคม 2551 เวลา:12:51:33 น.  

 
อิจฉาจังเลยครับ วัยมัธยมผ่านอะไรมาเยอะเยอะ ได้คิดได้ตรอง กล้าที่จะตัดสินใจชีวิต มากมาย มัธยมของผมธรรมดาราบเรียบ ปกติเหมือนเด็กทั่วไป อย่างนี้มั้งทำให้ผมรู้เรื่อยๆเปื่อย หนักไม่เอาเบาไม่สู้ อิอิ อิจฉาจริงๆน่ะคับ


โดย: kmir IP: 58.64.56.244 วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:1:38:11 น.  

 
จบ ม. หก ไม่รู้จะไปใหน ทางบ้านก็ ฐานะไม่ค่อยดี สอบเข้า นักเรียนจ่าทหารเรือ โล่งเลย ไม่ต้องเดือดร้อนทางบ้าน แถมยังมีเงินเดือนใช้อีกนิดหน่อย

ทหารเรือสร้างชีวิตและความแข็งแกร่งให้กับทุกๆคน ที่ยอมลำบากในการฝึก สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ให้กับครอบครัว ......ขอบคุณ กองทัพเรือ


โดย: navy IP: 202.139.223.18 วันที่: 17 มิถุนายน 2551 เวลา:0:10:48 น.  

 

ฉันเป็นศิษยืเก่าย.นจบม.6รุ่น2 พ.ศ 2528 อยาดทราบว่าคุณจบมารุ่นไหน


โดย: ป้าไก่ IP: 117.47.69.218 วันที่: 20 มิถุนายน 2551 เวลา:23:42:18 น.  

 
ภูมิใจจังเลย ที่รู้ว่าบทความที่เข้ามาแอบอ่านตั้งนานมาแล้ว
เป็นรุ่นพี่ คณะวิดยา มอ.


โดย: Para-Nasi วันที่: 25 มิถุนายน 2551 เวลา:7:10:54 น.  

 
จบ ม.6 รุ่น 3 ครับ


โดย: wbj วันที่: 23 สิงหาคม 2551 เวลา:18:40:57 น.  

 
โอ้โห เป็นอะไรที่คุ้มมาก ๆ


โดย: Solid IP: 222.123.229.2 วันที่: 7 กันยายน 2551 เวลา:14:17:56 น.  

 
ผ่านเข้ามาครับ.........ชีวิตของคุณนี่...มันส์จริงๆ


โดย: iaht IP: 124.121.77.244 วันที่: 2 ตุลาคม 2551 เวลา:20:19:19 น.  

 
เราอยู่ ม.6 สายศิลป์-คำนวณ เรียนเก่ง(ได้เกรดเฉลี่ย Top ของสายนี้ทุกปี) แต่กลับไม่มีความสุข เพราะเพื่อนในห้องส่วนใหญ่เรียนเก่งปานกลาง-ไม่เก่ง และเฮฮาไปวันๆ ส่วนเราเป็นเด็กเรียบร้อย พูดน้อยมาก นิ่งๆ ตั้งใจเรียน เมื่อถึงเวลาสอบก็ไม่เคยลอกใคร แล้วก็ไม่ยอมให้เพื่อนลอก(แต่การบ้านเราให้ลอกนะ) เพื่อนๆ ในห้องมองเราเป็นตัวประหลาด หาว่าเราหยิ่ง เห็นแก่ตัว คิดว่าตัวเองเก่ง เมื่อลับหลังก็นินทา ทั้งๆที่เราไม่เคยด่าเพื่อนๆเลยซักครั้ง ขนาดเพื่อนสนิทเรายังบอกว่า"ให้เพื่อนลอกบ้างก็ได้นะ ไม่ต้องไปคิดมากว่ามันเป็นข้อสอบ อย่างก เพื่อนเค้าไม่ได้เก่งอย่างเธอ เธอเก่งแล้วก็ช่วยคนอื่นบ้างสิ ไม่ต้องกลัวใครจะมาแย่งที่ 1 ของเธอไปหรอก" บอกตรงๆว่าฟังแล้วน่าเสียใจ แต่เราก็ขี้เกียจจะเถียง ไม่อยากจะสนใจ ไม่อยากจะยุ่งกับใคร น้อยคนนักที่จะเข้าใจเรา(แต่เราก็ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกด้วยแหละ อันนี้ยอมรับ) เวลาเราเดือดร้อนก็ไม่เห็นจะมีใครช่วยเราได้ เวลาโรงเรียนมีกิจกรรมที่ต้องใช้ความกล้าแสดงออก แล้วต้องส่งตัวแทนของแต่ละห้องไป เพื่อนๆก็เอามันมาโยนให้เรา เราก็อุตส่าห์ช่วย ทั้งๆที่เราไม่ใช่คนกล้าแต่อย่างใดเลย ขี้อายด้วยซ้ำไป เวลามีงานกลุ่มเราก็ต้องทำมากกว่าเพื่อน เวลาเราเครียดเพื่อนสนิทก็มักจะบอกว่า "อย่าเครียดๆ เครียดอะไรนักหนา เพื่อนๆยังไม่เครียดเลย ยิ้มหน่อยๆ ไม่ยิ้มเค้าโกดนะ" ซึ่งมันไม่ได้ช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นมาได้เลย เราไม่ระบายความเครียดใส่มันก็ดีถมไปแล้วนา สิ่งที่เราต้องการก็คือ"ความเข้าใจ" ต่างหาก แต่เพื่อนบางคนก็แสนน่ารัก มาพูดกับเราว่า"ช่วงนี้เห็นเธอเครียด ขอบตาคล้ำไปหมด นอนดึกรึเปล่า ดูแลสุขภาพด้วยนะ อย่าทำอะไรหนักเกินไป เค้าเป็นห่วง" นี่สิถึงจะเรียกว่าเพื่อนที่เข้าใจเราอย่างแท้จริง ไม่ใช่มาบอกเราว่าอย่าเครียดๆ แต่ไม่เคยเข้าใจสักครั้งว่าเราเครียดเพราะอะไร แต่ตอนนี้เราก็สบายแล้ว เพราะเรามีมหาลัยเรียนแล้วล่ะ ความสำเร็จนี้มาจากความทุ่มเทของเราอย่าเสมอต้นเสมอปลายตั้งแต่แรก ดีใจชะมัด


โดย: เป็นใครไม่สำคัญหรอก IP: 118.173.160.180 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2551 เวลา:17:34:25 น.  

 
เรียนอะไรก้อได้จบแล้วมีงานทำ


โดย: sakorn IP: 222.123.89.175 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:5:38:47 น.  

 
สวัสดีค่ะ อ.วิบูลย์ จุง คะ

ขอบคุณมากค่ะ ฝากความคิดถึง ถึงทุกคนในครอบครัวด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

จากป้านพ



โดย: ป้านพ (PaNop ) วันที่: 22 ธันวาคม 2551 เวลา:20:46:30 น.  

 
เขียนได้น่าติดตามมากครับ เดี๋ยวน่าจะมีสมัยมหาลัยให้ติดตามต่อใช่มั๊ย?


สมัยที่พี่จุง อยู่มอ 5 ตอนนั้นผมอยู่อนุบาล 2 ครับ...

ที่จำได้ชัดเพราะเครื่อง Apple เริ่มเข้ามาและใช้เขียนภาษา basic เหมือกัน.. ตอนนั้นมีเครื่อง NEC ที่ใช่ โหลดเทปเข้าไปด้วย.. อ่านแล้วคิดถึงอดีตดีครับ


โดย: MESMERIC IP: 220.255.7.222 วันที่: 26 มกราคม 2552 เวลา:22:07:17 น.  

 
ดีจังเลยครับ ได้คิดตามใจตัวเอง

ผมเองกลับเกิดมาในยุคที่โดนยัดเยียดเรื่องการเรียนมาตั้งแต่สมัยเด็ก ว่าต้องเรียน สายนี้ เข้าคณะนี้ คณะนั้นครับ

คิด ๆ ไปแล้วก็อิจฉาชีวิตของ อาจารย์นะครับ

โดยเฉพาะเรื่องสอบเนี่ย หลาย ๆ คน เครียดเพราะไม่ติดจริง ๆ นะครับ แต่บางคนกลับสบาย ๆ กับมัน


โดย: EDDY_TG วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:12:32:40 น.  

 
พี่เป็นคนหนึ่งที่เรียนเก่งตอน ม. ต้น สอบเข้ารร.ดังไม่ติด เลยมารอบสองที่ย.น. เข้ามาเรียนอาจารย์ดุสุด ๆ อาจารย์บางท่านบางคนดูถูกเด็ก ไม่เป็นกันเอง ชีวิตมันอ้างว้างจริง ๆ ... เรียนมาจบแบบงั้น ๆ สอบเอ็นทรานซ์ไม่ติดเลยเรียนราชภัฎ อาจารย์อบอุ่นกว่า มาสอบบรรจุรับราชการครูสอนเด็กโต พี่สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำกับเด็กแบบที่อาจารย์ทำกับพี่...อยากบอกว่า คนเราต้องให้กำลังใจกันและกัน...ชีวิตมันสั้นนัก อาจารย์หลาย ๆ ท่านเกษียณไปแล้ว บางท่านยังอยู่ พี่ไม่ผูกพันเลย....เศร้านะ...พี่ไม่เคยกลับไปย.น.อีกเลย......นับแต่วันที่ก้าวเท้าออกมา...


โดย: อาจารย์ IP: 125.27.68.93 วันที่: 13 มิถุนายน 2552 เวลา:17:31:35 น.  

 
สวัสดีค่า ขอบคุณที่ไปเยี่ยมบล็อคนะค๊า เข้ามาแอบตกใจเพราะว่าบล็อคนี้ความรู้เยอะมาก มีประโยชน์มากเลยจ้า
เป็นลูกพระบิดาเหมือนกานจ้า แต่ไมได้เรียนที่คอหงส์ เรียนที่ปตนจ้า รหัส 40 ค่ะ ^^ ไว้มีโอกาสอยากขอคำปรึกษาเรื่องการทำธุรกิจบ้างนะคะ


โดย: น.ส.ชบา หน้าร้อน IP: 114.128.211.52 วันที่: 3 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:03:33 น.  

 
เหมือนเวปวิชาการ แต่เปิดเผยดีครับ ชอบๆ ความรู้เป็นตันๆ


โดย: Jet (jesdath ) วันที่: 11 สิงหาคม 2552 เวลา:0:58:12 น.  

 
อ่ารเเล้วขอชื่นชมพี่น้องของคุรน้านะคับท่านรักคุณมาก ผมก้ไม่ชอบพวกเด้กเรียนเหมือนกันหยิ่งยโสโอหัง


โดย: nAI_LOSO IP: 118.173.206.49 วันที่: 30 สิงหาคม 2552 เวลา:14:54:53 น.  

 
ขอบคุณ สำหรับสิ่งดี ๆ ใน blog นี้ โชคดีจังที่เปิดเจอ


โดย: อุ๊ IP: 125.24.239.85 วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:19:27:41 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจารย์

หนูได้อ่านเรียงความ เอ้ย..ไม่ใช่ค่ะ ชีวิตส่วนตัว ของอาจารย์แล้วทำให้หนูคิดอะไรได้หลาย ๆ อย่าง อย่างแรกล่ะเรื่องการทบทวนวิชาหลังเลิกเรียน ก็คือการอ่านหนังสือหนูไม่ชอบเอามากประมาณว่าขี้เกียจสุด ๆ พอได้อ่านเรื่องของอาจารย์แล้ว เริ่มคิดได้ อันที่จริงก็คิดได้นานแล้วล่ะค่ะแต่ไม่ทำ ต่อไปนี้หนูต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่แล้วไม่งั้นชีวิตก็คงจะยังเหมือนเดิม.....ขอบคุณอาจารย์ที่ให้ข้อคิดและความรู้แก่พวกเรา BCS489 Sec.01


โดย: น้ำหนึ่ง IP: 61.90.165.34 วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:10:22:17 น.  

 
ผมยังเรียนไม่จบเนื่องจากไม่ค่อยมีเวลาเรียนเหมือนเพื่อน ๆ คนอื่นครับ แต่ยังยืนหยัดจะเรียนเหมือนเดิมครัีบ ตอนนี้ทำงานอยู่แต่กำลังสับสนอยู่หลาย ๆอย่าง กับการทำงาน


โดย: boonkong วันที่: 15 มกราคม 2553 เวลา:15:42:02 น.  

 
เคยเรียนอยู่ ย.น.เหมือนกัน ปี 40 เพื่อนๆน่ารักทุกคน
ไม่เคยเกิดเรื่องแทงกันเลย สนุกดี อาจารย์ก็มีทั้งดุ
และใส่ใจนักเรียน นักเรียนบางคนก็เกเรบ้างนิดหน่อย
แต่คิดถึงเพื่อนๆทุกคนเลย ตอนนี้ทำธุรกิจส่วนตัวไม่มีเวลาไปเยี่ยมเยือนเลย...........คิดถึงอดีตที่สุดเลย...........


โดย: p IP: 125.26.12.223 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:19:23 น.  

 
เราเรียนสายวิทย์ ม 4/1, ม 5/11, ม 6/21 ที่ยานนาเวศรุ่นเดียวกับจุงค่ะ มีอั๋น หมู นัท นุช กุ้ง ไชยา ไชยยุทธ สมบูรณ์ สุวิทย์ พิเชษฐ์ ติม ไก่ นุ้ย ตุ๊ก โต้ง สนั่น จบเมื่อปี 2528 แล้วเราไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น แล้วตกหอ หวังว่าจุงยังจำเราได้นะ โทรมาคุยบ้างนะคะที่ 081 -8011566


โดย: สุดใจ IP: 119.42.103.71 วันที่: 28 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:28:16 น.  

 
เอ ผมก้จบ ม.6 ปี28 ทำไมผมไม่คุ้นชื่อพวกคุณเลย ผมเรียนสายศิลป์ภาษา คือ อังกฤษ-ฝรั่งเศศ สมัย อ.มัยสุรีย์เป็นครูประจำชั้นและสอนภาษาฝรั่งเศส ไม่รู้จำผมได้ไม๊ ที่ชื่ออำจ ชอบเล่นดนตรี เล่นกีตาร์พวก Heavy rock น่ะผมขาดการติดต่อกะเพื่อนเก่ามากกว่า17ปี เลยมาลองค้นๆดู


โดย: อำนาจ IP: 111.84.253.12 วันที่: 23 มิถุนายน 2553 เวลา:22:34:07 น.  

 
อยากรู้จักค่ะ ขอเบอร์หน่อยค่ะ


โดย: รุ่งนภา IP: 125.26.175.88 วันที่: 3 กรกฎาคม 2553 เวลา:0:09:01 น.  

 
คุณอำนาจ ยังเข้ามาอ่านอยู่หรือเปล่า ถ้าจำไม่ผิดเราน่าจะรุ่นเดียวกัน และมีเพื่อนอยู่ในกลุ่มสายศิลป์เช่น สุทัศน์, ศิริพันธ์ สุรชัย สุนทรี วิรัตน์ จรรยา กนกวรรณ เบญจมาศ นิดตาฯลฯ ใช่ไหม ถ้าใช่ ดีใจได้คุยกับเพิ่อนเก่าจ้า


โดย: เบญจรัตน์ IP: 115.87.208.220 วันที่: 10 กรกฎาคม 2553 เวลา:14:31:01 น.  

 
ใช้แล้ว อำนาจ สุดหล่อคนเดิมจ้า น้อง เบ้ว เบญจรัตน์ เราน่ะไม่ใช่แค่รุ่นเดียวกัน ห้องเดียวกันเลยหละ แน่กระทู้ก่อนัน้ รุ่งนภาก็จำได้ อยู่ห้อง8 ผมเคยจีบๆ 555 โทรมาคุยได้เลย 086-775 2129


โดย: อำนาจ IP: 115.67.247.93 วันที่: 10 กรกฎาคม 2553 เวลา:23:12:37 น.  

 
เพิ่งมีโอกาสได้เข้ามาอ่านเป็นครั้งแรกรู้สึกประทับใจมากครับ ชีวิตวัยเด็กคล้ายๆกับคุณจุง ของผมตอนจบป 7(ป 7 รุ่นสุดท้ายมั้งถ้าจำไม่ผิด) ก็ว่าจะไม่เรียนต่อแล้วครับ ก็เลยไม่ไปสอบรอบแรกกับเพื่อนๆ ด้วยฐานะการเงินเป็นหลัก ว่าจะหางานทำช่วยทางบ้านจะดีกว่า แต่พอดีพี่ชายคนโตได้มาคุยว่ายังไงก็เรียนให้จบซักมศ.3ยังดี ยังพอวิชาติดตัวบ้าง เลยไปสอบรอบสองที่ยานนาเวศก็ติดนะ(ใครๆบอกไม่ต้องสอบก็ติดอยู่แล้ว) ที่นี่ได้เจอเพื่อนเก่าหลายคนที่ไปสอบที่สวนกุหลาบ,เทพศิรินทร์ไม่ติด ก็มาสอบรอบสองกัน รุ่นที่ผมเรียนอาจารย์ทุกท่านที่สอน สอนได้ดีมากๆเลยครับ เป็นห่วงดูแลนักเรียน อยากให้นักเรียนทุกคนประสบความสำเร็จในการเรียน แต่ผมก็เรียนได้แค่ 2 ปีด้วยฐานะทางการเงินเป็นปัญหา พอเรียนอยู่ มศ.2 เลยลองไปสอบเทียบดู พอได้ก็เลยออกตอน มศ.2 มาทำงานเป็นลูกจ้างได้อยู่หลายปี จนพอมีโอกาสได้มาทำธุรกิจส่วนตัวถือเป็นช่วงที่ดีมากๆ ตอนนั้นที่จำได้น่าจะอายุประมาณ 19-20 สามารถซื้อบ้านเป็นของตัวเองด้วยเงินสด ตอนนั้นบ้านถูกนะครับ ประมาณ 2.4 แสน แล้วก็มีรถเก๋ง 1 คัน มีร้านเป็นของตัวเอง ซึ่งการที่เราขึ้นเร็วมากก็ไม่ดี ขาดประสบการณ์ คิดแต่ว่าทุกอย่างจะดีไปแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็ประสบปัญหาการทำการค้าจนต้องขายบ้าน ขายรถ ต้องเลิกร้าน ผมคิดว่าการมีทัศนคติเกี่ยวกับการใช้ชีวิตเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมันจะติดตัวเราไปตลอด (ไว้จะมาใหม่นะครับ พอดีมีงานมาครับ)


โดย: พรชัย IP: 117.47.101.142 วันที่: 29 กันยายน 2553 เวลา:9:18:41 น.  

 
thank you .


โดย: jun iwata IP: 61.124.7.200 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:6:47:30 น.  

 
สุดยอดค่ะ วิชาที่สำคัญที่สุดก็คือ วิชาคนค่ะ (ศึกษามนุษย์ไปด้วย นั่นก็คือ นำเอาธรรม พิจารณา ของพระพุทธเจ้ามาใช้) อนุโมทนาสาธุๆๆ ธรรมค่ะ แล้วอย่างไรเพื่อวันหนึ่งเร็วๆ นี้ ธัชคงได้ปรึกษาคุณวิบูลย์ มั้งค่ะ (ผู้รู้ผู้มีประสบการณ์) สาธุๆๆ ค่ะ


โดย: ธัชวดี IP: 58.64.74.9 วันที่: 25 กันยายน 2554 เวลา:9:35:09 น.  

 
อัจฉริยะมากค่ะตั้งแต่เด็กน่าทึ่งมากเด็กส่วนใหญ่จะคิดไม่ได้แบบนี้ เรียกได้ว่าเข้าใจชีวิตทางโลกได้หมดเปลือก แถมยังเข้าใจชีวิตทางธรรมได้แจ่มแจ้งเลย อยากให้เมืองไทยมีคนแบบนี้เยอะๆ

ขอบคุณมากค่ะที่มีบล๊อกนี้ให้อ่าน เป็นชีวิตของปุถุชนธรรมดาที่ไม่ธรรมดาจริงๆ


โดย: ธิดากร หาญเสมอ IP: 192.168.3.215, 180.183.188.167 วันที่: 16 ตุลาคม 2554 เวลา:20:28:20 น.  

 
แวะเข้ามาที่ Web นี้ เพราะตัวเองเป็นคนไม่มีวิชาความรู้ แต่มีโอกาสเพราะความพยายามสู้กับชีวิตในการทำงาน แต่ด้วยเป็นคนนิสัยตรงไปตรงมา และเป็นผู้หญิง แต่ต้องมีลูกน้องเป็นผู้ชายประมาณ 50 คน เลยค้นหาว่าลูกน้องดื้อ แล้วพบกับ web นี้เข้า สอนอะไรหลายอย่างมากค่ะ และที่สำคัญคือสอนให้มีสติ และเอาใจเขามาใส่ใจเรา ก็จะทำให้มองเห็นด้านที่เขาเป็นอยู่ พอมีโอกาสได้อ่านบทความชีวิตของคุณจุง รู้สึกว่าชีวิตของทุกคนสำคัญที่คิดเป็นอย่างที่คุณจุงเป็นอยู่จริงๆ จึงจะมีความสุขได้ ขอบคุณค่ะที่ทำให้มีที่เรียนรู้การใช้ชีวิตให้เป็น


โดย: สุดใจ IP: 58.97.79.22, 203.116.198.72 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:18:42:46 น.  

 
อ่านแล้วอึ้งเลยค่ะ ... เชื่อว่าคนดีมีฝีมือและไม่คิดร้ายกับใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งจิตใจงามและจริงใจอย่างคุณวิบูลย์ ต้องแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองค่ะ


โดย: แต้ว-ทรงศิริ IP: 180.214.211.111 วันที่: 25 พฤษภาคม 2555 เวลา:15:55:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.