|
ธุรกิจสำหรับคนที่ล้มมาจากธุรกิจ มีหนี้สิน หรือเหลือทุนน้อยๆ
แน่นอนครับว่า คนที่เคยล้มทางด้านธรุกิจมานั้นย่อมมีบางสิ่งที่มากกว่าคนธรรมดา แต่ก็อาจจะมีบางสิ่งน้อยกว่าคนเก่งๆทั่วไป ซึ่งผมขอวิเคราะห์ในส่วนของคนเคยล้มมากก่อนว่า เขาจะมีลักษณะใดที่โดดเด่น แล้วเอาสิ่งที่มี สิ่งที่เป็น มาเสริมให้กับกิจการใหม่ คิดว่าน่าจะช่วยให้การใช้เวลาในการฟื้นคืนธุรกิจได้เร็วขึ้น หรือ ใช้เงินลงทุนน้อยๆ เพื่อสร้างธรุกิจใหม่
คนที่เคยล้มมาส่วนใหญ่จะมีสิ่งที่ติดตัวเขามาดังนี้คือ...
1. ประสบการณ์ของความผิดพลาด ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้แหละ ที่เป็นตัวชี้ว่า นิสัยของเขา หรือ การตัดสินใจของเขามีจุดอ่อน จุดแข็งทางด้านใด ซึ่งหากเขาสามารถปรับจุดแข็งให้แข็งมากยิ่งขึ้น และ ลดจุดอ่อนที่ทำให้ธุรกิจของเข้านั้นพังทะลาย ให้น้่อยลงมากเท่าใด โอกาส ที่จะทำธุรกิจใหม่สามารถยืนขึ้นมาได้เร็ว และ ยั่งยืนจะมีมากขึ้นเท่านั้น บางคนมีประสบการณ์ความผิดพลาดหลายครั้งกว่าจะปรับลดจุดอ่อนของตนเองได้หมดกว่าจะสามารถทำกิจการได้อย่างยั่งยืน
2. ฐานลูกค้าเดิม ซึ่งคนที่ผ่านสภาวะดังกล่าวย่อมรู้จัก ความต้องการของลูกค้าในกลุ่มลูกค้าเดิม ซึ่งธุรกิจใหม่ อาจจะเป็นธรุกิจเดิมหรือ ไม่ก็สามารถหาธุรกิจที่สามารถ สนองตอบความต้องการของลูกค้าเดิมได้ ซึ่งจะทำให้ลดระยะเวลาในการหาลูกค้าลง และหากคุณมีลูกค้าดีๆ หลายๆราย และ สามารถคุยกับเขาได้มากเท่าใด ก็เท่ากับว่า คุณได้เปรียบคนใหม่ที่เข้ามาสู่วงการได้มากกว่าเท่านั้น หาความต้องการของลูกค้าที่มีอยู่ให้เจอ เพื่อจะได้สร้างธุรกิจที่มีลูกค้ารองรับก่อน การเปิดธุรกิจใหม่ ซึ่งหากสามารถทำได้อย่างนี้จะทำให้สามารถยืนได้เร็วกว่าการไปหาลูกค้าใหม่ๆเอาดาบหน้า...
3. เพื่อนร่วมค้า แน่นอน ธุรกิจไม่สามารถดำเนินไปได้ด้วยเพียงธุรกิจเดียว ดังนั้น ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมค้า ไม่ว่า จะเป็นคนในสายเดียวกัน หรือ เจ้าหนี้ต่างๆ ก็จะมีส่วนช่วยให้สามารถสร้างธุรกิจขึ้นมาใหม่ได้เร็ว หากคุณเป็นคนที่มีเครดิตจากธุรกิจเดิมดีด้วยแล้ว จะยิ่งทำให้การสร้างธุรกิจใหม่สามารถวิ่งได้ดีกว่า หรือ บางที คุณอาจจะทำธุรกิจใหม่ กับ เพื่อนร่วมค้าคุณก็ได้ การเข้าไปเยี่ยมเยือนสอบถาม เพื่อนร่วมค้าบางทีอาจจะทำให้คุณมองเห็นแนวทางการเปิดธุรกิจใหม่ที่ดีกว่าเก่าด้วยซ้ำ
4. สภาวะของตลาด การแข่งขันของตลาด และ ความกดดันต่างๆจากธุรกิจ สิ่งเหล่านี้จะเป็นประสบการณ์ และความเข้าใจของคุณได้มากยิ่งขึ้น และแน่นอน ประเทศไทยใช้ข้อมูลทางด้านสถิติน้อย ส่วนใหญ่ใช้ความรู่้สึกเป็นหลัก ดังนั้น กว่าความรู้สึกส่วนต้้วจะตรงกับสภาวะความเป็นจริง อาจจะต้องการประสบการณ์อย่างมาก เพื่อสร้างให้ความรู้สึกกับความเป็นจริงเดินทางไปทางเดิียวกัน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมกังวล ผมจึงอยากเสนอให้หาข้อมูลให้เพียงพอต่อการตัดสินใจ กับสภาวะตลาดที่คุณรับรู้ก่อนการตัดสินใจเริ่มทำธุรกิจอะไรไป
5. สภาวะเงินฝืด บางคนอาจจะเจอในตอนทำธุรกิจแรก แต่บางคนอาจจะเจอกับตอนถดถอยแบบสุดๆ ซึ่งการบริหารจัดการในสภาวะที่ทรัพยากรขาดแคลนนั่้นเป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่งมากๆ เราจะถูกกดดันรอบข้าง ในขณะที่ต้องดิ้นรนเพื่ออยู่รอดมากขึ้น สภาวะอย่างนี้ ใครไม่เคยล้มจะไม่สามารถเข้าใจจิตใจในช่วงเวลานี้ได้เลย และสิ่งหนึ่งที่ตามมาจากประสบการณ์นีื คือความมั่นใจ และ วิธีการเอาตัวรอดในสภาวะวิกฤติ ครับ
ประสบการณ์หรือสิ่งที่ผมกล่าวมาบางคนอาจจะเจอมามาก และบางคนอาจจะไม่เจอกันบางส่วน หรือ ไม่สามารถย้อนกลับไปคุยกับเจ้าหนี้ หรือ ลูกค้าเก่าๆได้ก็เป็นได้ ซึ่งแต่ละคน แต่ละกิจการ แต่ละองค์ประกอบแตกต่างกัน ไม่สามารถกำหนดเป็นหลักตายตัวได้ ดังนั้น กลยุทธ์ที่ใช้สำหรับแต่ละคนนั้น ก็ต้องย่อมแตกต่างกันไปในแต่ละเหตุการณ์ แต่ละสินค้า และ แต่ละอาชีพที่จะทำใหม่ นั่นเป็นสิ่งที่ผมอยากจะสื่อให้เห็นว่า พื้นฐานของคนทำธุรกิจนั้น สำคัญพอๆกับเงินทุน ความกล้าได้กล้าเสีย และ ไหวพริบทางธุรกิจ จึงสมควรที่จะพัฒนาพื้นฐานของคนทำธรุกิจ ก่อนการสร้างให้เกิดธุรกิจ ไม่อย่างนั้น คุณจะต้องหาประสบการณ์เพื่อสร้างพื้นฐานของคุณแทน และจะต้องแลกมากับการสูญเสียครั้งแล้วครั้งเล่า... ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากให้เพื่อนๆได้เจอกับสภาพเหล่านี้เลย...
จึงสรุปได้ว่า ธุรกิจที่เหมาะสำหรับคนเคยล้มมาแล้วนั้น ควรจะเป็นธุรกิจที่เขาเคยทำมา (แต่ผมว่าในใจคงเข็ดและจะไม่ทำซ้ำแบบเดิม ยกเว้นล้มโดยไม่ได้มีเหตุจากตนเอง...) หรือ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธรุกิจที่เคยทำ หรือ มีความถนัดทางด้านนั้นๆอยู่ก่อนแล้ว แล้วให้คิดใหญ่ แต่เริ่มทำทีละเล็กละน้อย ไต่บันได้ และ ใช้ทรัพยากรที่มีให้คุ้มค่ามากที่สุด และ ใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมา เพื่อนำพาธุรกิจใหม่ ไม่ให้ซ้ำกับอดีตที่ผ่านมา...
[การจัดตั้งกิจการ] - [ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม]
[บทความทั้งหมด] - [บทความล่าสุด / สมุดเยี่ยมเยือน]
|