Group Blog
 
<<
กันยายน 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
7 กันยายน 2554
 
All Blogs
 
องค์ที่ ๑๓(๒) : ที่นี่เดี่ยวนี้

         พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วทำให้แสงขมุกขมัวยามเย็นพลอยจางหายไปด้วยโดยปริยาย ท้องฟ้าข้างขึ้นมีเพียงพระจันทร์ดวงกลมมนทอแสงสีเหลืองนวลเด่นเป็นประธานอยู่กลางฟ้า ถึงจะไม่ได้ให้ความสว่างไสวได้เท่ากับดวงตะวันแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้มองเห็นภูมิทัศน์ในทุ่งได้รางๆ เจ้าพยัคฆ์ขาวคิ้วดกสั่งให้พวกของมันกระจายตัวกันเป็นหน้ากระดานเรียงหนึ่ง เดินสาดแสงไฟไปข้างหน้าและก้าวไปพร้อมๆกันโดยเว้นระยะห่างของแต่ละคนออกไปหลายช่วงดาบ ตัวมันเองก็ร่วมเดินไปด้วยอยู่ตรงกึ่งกลางแถวพอดี พลพรรคแก๊งพยัคฆ์ขาวเริ่มต้นการตามรอยของเหยื่ออย่างร้อนใจ ไฟฉายที่สาดลำแสงออกมาจำนวนแปดสายกวัดแกว่งค้นหาไปตามพื้นดินด้านหน้าอยู่ตลอดเวลาและไปกระทบเข้ากับลำต้นและใบสีเขียวของต้นธูปฤษีที่สูงท่วมหัว บางขณะก็เผลอไผลส่องขึ้นไปจับอยู่บนช่อดอกสีน้ำตาลละม้ายแท่งลำธูปด้านบนระดับศีรษะ ฟักธูปส่วนใหญ่กำลังแตกฝอยเหมือนปุยฝ้ายฟุ้งกระจายไปตามลม
     ความสูงของวัชพืชหลากหลายชนิดและต้นธูปฤษีที่ขึ้นอยู่เป็นกอทำให้ศีรษะของพวกมันเหมือนจุดดำเล็กๆ ที่กลืนหายเข้าไปในท้องทุ้งสีขาวสลับเขียว จากการกะด้วยสายตาของเจ้าคิ้วดกอาณาเขตของทุ่งนี้ไม่ได้กว้างใหญ่มากมายอะไรนักคงกินบริเวณไม่เกินหนึ่งไร่แต่รกทึบไปหมดเพราะขาดการเหลียวแลจากเจ้าของ พื้นดินหยุ่นสลับกับชื้นแฉะถึงจะไม่มีน้ำขังแต่ก็บอกได้ว่าพื้นที่นี้น่าจะเคยเป็นหนองน้ำตื้นๆมาก่อน ร่องรอยของลำต้นวัชพืชที่หักลู่บ่งบอกว่าเหยื่ออุ้มเมื่อออกจากประตูก็วิ่งดิ่งไปหาด้านตรงกันข้ามเป็นเส้นตรงซึ่งมันก็ใช้ทางสายนี้เป็นเข็มทิศในการติดตามเหยื่อไปเช่นกัน เมื่อจวนเจียนจะถึงกึ่งกลางทางนับจากขอบทั้งสองด้านเจ้าคิ้วดกก็ส่งเสียงให้ลูกน้องของมันเร่งฝีเท้าขึ้นอีกเพื่อกระชั้นรอยให้ได้เร็วที่สุด พลันเสียงวัตถุแหวกอากาศก็ดังขึ้นมาก่อนเสี้ยววินาทีที่ลูกน้องของมันคนสุดท้ายด้านขวาจะตะเบ็งเสียงร้องสุดกำลังด้วยความเจ็บปวด
     ลูกน้องของเจ้าคิ้วดกปล่อยไฟฉายหลุดจากมือและลงไปนอนดิ้นอยู่กับพื้น ยังไม่ทันทีที่เจ้าคิ้วดกจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เสียงร้องจากลูกน้องคนที่ใกล้เข้ามาเป็นลำดับที่สองก็ดังขึ้นมาอีกและเจ้านั่นก็ลงไปนอนดิ้นครางระงมแข่งกับคนแรกทันที หัวหน้าแก็งพยัคฆ์ขาวสำนึกถึงภัยเงียบที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน มันมองเห็นลูกน้องของมันที่ยืนห่างออกไปหลายช่วงดาบใช้ไฟฉายในมือสาดแสงออกไปค้นหายังตำแหน่งที่ได้ยินเสียงวัตถุประหลาดพุ่งออกมา เจ้าคิ้วดกนึกเฉลียวใจและกำลังจะเอ่ยทักให้มันดับไฟฉายก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ลูกศรอีกดอกพุ่งสวนลำแสงของไฟฉายเข้ามาปักคาอยู่ที่แขนขวาของมันอย่างมั่นเหมาะ
     เจ้าคิ้วดกตะเบ็งเสียงร้องเตือนให้ลูกน้องที่เหลือรีบดับไฟลงอย่างตื่นตระหนก ส่วนตนเองทิ้งไฟฉายในมือพร้อมกับชักดาบซามูไรออกมาจากฝักและวิ่งสวนทางเข้าหาตำแหน่งที่ลูกศรพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว เมื่อมันวิ่งไปถึงจุดที่คิดว่าเห็นเงาร่างของผู้ที่แผลงศรก็ฟันจนต้นธูปฤษีขาดกลางเป็นแนวยาว แต่สิ่งที่ถูกฟันนั้นกับไม่ใช่ตัวคน เงาลึกลับนั้นได้อันตรธานหายไปก่อนแล้วอย่างน่าเจ็บใจ
     เจ้าคิ้วดกร้องสั่งให้ลูกน้องของมันกลับเข้ามารวมกลุ่มกันโดยให้แต่ละคนหันหลังพิงซึ่งกันและกันและดับไฟ มันออกคำสั่งให้ทุกคนใช้ดาบซามูไรประจำตัวฟันใส่ต้นธูปฤษีด้านหน้าให้ขาดกินบริเวณออกไปเรื่อยๆ กลายเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสที่โล่งจนสามารถมองเห็นอะไรต่อมิอะไรได้สะดวก ซึ่งจะทำให้มันสามารถค้นหาเหยื่อได้ง่ายกว่าเก่า พวกมันทั้งสี่เริ่มฟันต้นธูปฤษีสร้างพื้นที่โล่งขยายรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสออกไปอย่างต่อเนื่องภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องแสงกระจ่างนวล
     จอร์จนั่งกุมมือของมะลิแอบดูพวกมันอยู่ไม่ห่างจากคมดาบของเจ้าพยัคฆ์ขาวมากนัก เขามองเห็นทุกอากัปกิริยาของพวกมันได้อย่างชัดเจน ตอนแรกที่เขาคิดจะพามะลิหนีออกมาทางนี้ เขาไม่อาจรู้เลยว่าพวกเขากำลังหนีเข้ามาจนมุมอยู่ในพื้นที่ปิดตาย เนื่องจากอีกด้านของทุ่งธูปฤษีที่ตนพามะลิวิ่งไปจนสุดทางเป็นกำแพงคอนกรีตที่สูงไม่ต่ำกว่าสามเมตร เขาไม่อาจนำมะลิปีนข้ามไปได้ จอร์จจึงจำใจต้องหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับพวกมันอีกครั้ง เขาจูงมือมะลิย้อนกลับมาทางเก่าโดยที่วิ่งเฉียงออกจากเส้นทางเดิมเล็กน้อยจวบจนมาถึงระยะที่มองเห็นพวกมันได้จากแสงของไฟฉายซึ่งสาดจ้ามาดักอยู่ข้างหน้า เขาจึงตัดสินใจหลอกล่อพวกมันทั้งหมดไปทางหนึ่งโดยจะให้มะลิวกกลับเข้าไปในบ้านอีกทาง เขาสั่งให้เธอหนีไปซ่อนตัวรอเขาอยู่ในรถและเมื่อเขาเบี่ยงเบนความสนใจของพวกมันได้สำเร็จจะวิ่งกลับออกไปสมทบกับเธอทันทีตามแผนการที่นัดแนะเอาไว้
     จอร์จส่งสัญญาณบอกมะลิให้ออกวิ่งกลับไปที่ประตูรั้วและรอจนแน่ใจว่าเธอไปพ้นจากแนวของลูกศรแล้ว เขาจึงแยกทางออกมาด้านตรงกันข้ามมุ่งหน้าเข้าหาเจ้าคิ้วดกจนคิดว่าได้ระยะที่เหมาะสม เขาหยิบลูกธนูที่อยู่ในกระบอกขึ้นพาดคันศรง้างสายเล็งไปยังเป้าหมายคือแขนขวาของมันก่อนจะปล่อยลูกธนูออกไปอย่างมั่นใจ
     ลูกศรของเขาพุ่งแหวกอากาศเข้าหามันเร็วจนตามองแทบไม่ทันแต่วินาทีที่หัวลูกศรกำลังจะปักเข้าที่หมาย เจ้าพยัคฆ์ขาวเบี่ยงตัวหลบไปได้ทันเวลาอย่างเฉียดฉิว ลูกศรวิ่งเลยหายลับไปในความมืดจนไปกระทบเข้ากับริมกำแพงอีกด้านได้ยินเสียงชัดเจน ห่างกันเพียงไม่กี่วินาทีเจ้าคิ้วดกก็พุ่งเข้ามาฟันเขา ณ ตำแหน่งที่เคยยืนอยู่แต่จอร์จ พุ่งตัวแฉลบออกทางด้านข้างเปลี่ยนตำแหน่งยืนไปได้ก่อนด้วยความว่องไว ชายหนุ่มสามารถเคลื่อนที่ในความมืดได้ดีราวกับเป็นเวลากลางวัน เป็นข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งที่ทำให้เขาหลบรอดคมดาบของเจ้าคิ้วดกไปได้ทุกครั้ง ความผิดหวังสร้างความรู้สึกเดือดดาลใจให้กับมันมากยิ่งขึ้น มันขบกรามแน่นสบถด่าออกมาอย่างหัวเสีย มันเกิดความรู้สึกสังหรณ์ใจกำลังจะอ้าปากตะโกนเตือนลูกน้องที่เหลือแต่ดูเหมือนว่าจะสายไปเสียแล้วเพราะลูกน้องของมันที่อยู่ทางด้านซ้ายและขวาตะเบ็งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดแข่งกันทีละคนก่อนจะล้มตัวลงไปนอนดิ้นเอามือกุมลูกศรที่ปักคาอยู่บนแขนของตนเอง เจ้าคิ้วดกรู้ทันทีว่าลูกน้องมันเสร็จไปแล้วอีกสองคนเหลือเพียงคนสุดท้ายที่อยู่ทางด้านตรงกันข้ามกับตัวมันเท่านั้น
     เจ้าคนสุดท้ายถูกภัยเงียบข่มจนสติแตกเอ็ดตะโรขึ้นมาด้วยความขวัญเสีย หน้าทอดสีจนซีดขาวมือสั่นหันหลังวิ่งกลับมาหาเจ้าคิ้วดกเพราะรู้สึกกริ่งเกรงต่อความมืดรอบตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ เจ้าคิ้วดกส่งสัญญาณให้มันหุบปากและเริ่มสาวรอยไปตามทางที่จอร์จทิ้งเอาไว้อย่างร้อนใจ
     จอร์จเคลื่อนที่เป็นเส้นโค้งวกกลับเป็นวงเหมือนงูกินหางจนมาหยุดยืนมองไปยังเจ้าคิ้วดกจากตำแหน่งเดิมที่ลูกน้องคนสุดท้ายของมันเคยยืนอยู่ จุดนั้นเขาสามารถมองเข้าไปยังลานโล่งอันเกิดจากการฟันด้วยดาบซามูไรของพวกมันได้อย่างถนัดชัดเจน ชายหนุ่มเห็นเจ้าสองคนนั่นกำลังอาละวาดไล่ฟันต้นหญ้าสาวรอยตีโค้งกลับมา เขาคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องไปจึงหมุนตัวกลับพุ่งลิ่วไปทางประตูรั้วหลังบ้านของหมอพิเภกทันที จอร์จสามารถออกจากประตูบานนั้นกลับเข้าไปในบริเวณบ้านได้โดยอาศัยเวลาเพียงไม่นาน เขาตัดสินใจปิดประตูและล็อกกุญแจเพื่อถ่วงเวลาพวกมันก่อนที่จะพุ่งหายเข้าไปในบ้านเพื่อเอาของที่หมอพิเภกสั่ง เมื่อชายหนุ่มได้กระเป๋าใส่โน้ตบุ๊กของหมอพิเภกแล้วก็วิ่งลงมาชั้นล่างหวังที่จะไปสมทบกับมะลิให้เร็วที่สุดแต่เขาจำต้องหยุดอยู่ที่ด้านหลังประตูทางออกเพราะมองผ่านรอยแง้มออกไปเห็นมะลิถูกลูกสมุนของเจ้าพยัคฆ์ขาวใช้ดาบซามูไรคุมตัวเดินกลับเข้ามาในบริเวณบ้านเสียก่อน
     หัวใจของชายหนุ่มกระตุกอย่างรุนแรงด้วยความรู้สึกหวาดกลัว อารมณ์ตึงเครียดที่ผ่อนคลายแล้วเขม็งเกลียวมากยิ่งขึ้นไปกว่าเก่าหลายเท่าตัว เขารู้ตัวแล้วว่าตนคาดการณ์ผิดถนัดที่คิดว่าลูกสมุนของมันลงมาจากรถตู้ไปจนหมด แสงไฟจากหลอดนีออนด้านนอกทำให้จอร์จมองเห็นสีหน้าที่แสดงออกถึงความกลัวของมะลิได้อย่างชัดเจน เขารู้สึกปวดใจที่เป็นสาเหตุให้เธอต้องตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้ได้แต่เฝ้าโทษตัวเองว่าเหตุการณ์พลิกผันเกิดขึ้นมาจากความเผอเรอของตัวเอง จอร์จตั้งใจที่จะพุ่งออกไปช่วยมะลิทันทีที่มันพาเธอเดินเข้ามาใกล้มากกว่านี้ซึ่งขณะนั้นเขากำลังนั่งคุกเข่าเฝ้ามองสถานการณ์ลอดช่องว่างของประตูออกไปด้วยหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก เขาตื่นตัวและเปิดประสาทสัมผัสให้พร้อมอยู่ตลอดเวลาเหมือนเสือดำหนุ่มซุ่มดักตะครุบเหยื่ออยู่ในเงามืดอันเงียบกริบ
     ก่อนที่คนขับรถของแก็งพยัคฆ์ขาวจะคุมตัวมะลิเดินเข้ามาจนได้ระยะที่เหมาะสม เสียงโคลมที่ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทางประตูรั้วหลังบ้านก็ทำให้มันเปลี่ยนใจจนหยุดชะงักไปเสียก่อน เจ้าทาเคชิใช้ดาบซามูไรประจำตัวฟันประตูไม้ที่จอร์จปิดเอาไว้จนขาดออกจากเป็นสองท่อน มันถีบจนประตูกระเด็นหวือลอยไปปะทะเข้ากับตัวบ้านเกิดเสียงให้ได้ยิน ลูกสมุนของมันตะเบ็งเสียงถามเป็นภาษาญี่ปุ่นอย่างร้อนรนโดยรายงานสมทบไปด้วยว่าตนสามารถคุมตัวมะลิไว้ได้แล้ว เจ้าคิ้วดกหัวเราะร่าด้วยความสะใจก่อนที่จะชี้นิ้วให้ลูกสมุนคนสุดท้ายที่ตามมันออกมากลับเข้าไปค้นหาเขาข้างในบ้าน ส่วนมันเดินย้อนกลับมาหาคนขับรถของมันที่ประตูหน้า
     เมื่อจอร์จเห็นเจ้าทาเคชิเดินกลับออกมาคนเดียวจึงสำนึกถึงภัยที่อาจจะจู่โจมเข้าถึงตัวของเขาได้ทุกวินาที เขาหันกลับไปเห็นลูกสมุนของมันกระโจนเข้ามาฟันเขาได้เสียก่อนจึงกลิ้งหลบออกไปทางด้านข้างได้ทันเวลา เจ้านั่นไม่ยอมละความพยายามถลาเข้ามาฟันเขาซ้ำอีกครั้งทันทีทั้งๆที่จอร์จยังคงนั่งคุกเข่า คราวนี้ชายหนุ่มรู้ตัวดีว่าคงจะใช้วิธีกลิ้งหลบไม่ทันจึงยกคันธนูที่ทำจากอลูมิเนียมเนื้อพิเศษขึ้นรับคมดาบเอาไว้ เสียงโลหะสองชนิดกระทบกันดังก้องจนเกิดประกายไฟ เจ้านั่นหมายฟันเขาซ้ำเป็นดาบสามจึงง้างดาบขึ้นสุดแขนแต่มันช้าไปเสียแล้วเพราะจอร์จลุกพรวดใช้ศีรษะชนเข้าใส่ใบหน้าของมันจนผงะหงายได้เสียก่อน ชายหนุ่มใช้จังหวะที่มันยังไม่ทันตั้งตัวชกหมัดขวาเข้าใส่ลิ้นปี่เจ้านั้นเต็มกำลัง ส่งผลให้มันจุกเสียดจนอ้าปากค้างหายใจขัดดาบหลุดมือและคู้ตัวคุกเข่าลงสิ้นฤทธิ์ไปโดยปริยาย
     ขณะที่เกิดเสียงปะทะกันข้างในบ้านเจ้าคิ้วดกตะโกนถามสถานการณ์จากลูกสมุนของมันอย่างร้อนใจแต่ไม่มีเสียงใดตอบรับกลับมาเลย มันจึงสั่งให้เจ้าคนขับรถคุมตัวมะลิก้าวถอยหลังออกไปให้ห่างจากประตูช้าๆ วินาทีต่อมาประตูบ้านก็เปิดออกโดยชายหนุ่มที่พวกมันมองเห็นเป็นแค่เหยื่อที่หมายจะล่าได้ตามอำเภอใจ แต่บัดนี้มันประจักษ์ชัดเต็มสองตาแล้วว่าธาตุแท้ของเขาเป็นชายชาติพยัคฆ์ที่มีฝีมือและศักดิ์ศรีไม่ด้อยไปกว่ามัน จอร์จคุมตัวลูกสมุนของมันเดินออกมาช้าๆ วินาทีนั้นเสือสองตัวจึงได้ประสานสายตากันเป็นครั้งแรก ต่างจับจ้องมองซึ่งกันและกัน เจ้าพยัคฆ์ขาวคิ้วดกเอ่ยคำเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงคันไซว่า
     “ข้ายอมรับจริงๆว่าเจ้าแน่มาก ตัวคนเดียวสามารถจัดการกับพรรคพวกของข้าทั้งหมดได้อย่างน่าดูชม...” มันขบกรามแน่นระบายอารมณ์โกรธก่อนที่จะชี้ปลายดาบมาที่หน้าของจอร์จและพูดว่า “...แต่เจ้าไม่มีทางรอดไปจากเงื้อมมือข้าหรอก”
     จอร์จไม่สนใจท่าทีที่ขึงโกรธของมันเพราะเขาพะวงอยู่กับความปลอดภัยของมะลิมากกว่า เขากดคมดาบเรียกเลือดจากคอลูกน้องของมันก่อนจะพูดกลับไปด้วยภาษาเดียวกันแต่สำเนียงไม่เพี้ยน
     “ถ้าไม่อยากให้คนของแกตาย ส่งเธอคืนมาให้ฉันซะดีๆ”
     มะลิที่ยืนหน้าซีดขาวด้วยความหวาดกลัวขยับตัวจะผละเข้าหาจอร์จแต่ถูกเจ้าคนขับรถรั้งเอาไว้เสียก่อน ทั้งๆที่เธอขวัญเสียจนแทบจะเป็นลมล้มทั้งยืนแต่ก็เป็นห่วงจอร์จมากจึงทนฝืนความรู้สึกพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามข่มความกลัวจนสั่นพล่า
     “คุณไม่ต้องเป็นห่วงฉัน ฉันผิดเองที่ไม่ระวังตัว คุณหนีไปคนเดียวเถอะเดี๋ยวคงมีคนมาช่วยฉันเอง”
     จากคำพูดของมะลิชายหนุ่มเข้าใจความนัยที่เธอพยายามบอกเขาว่าอีกไม่นานทีมของผู้กองเซอบีรุสคงจะมาถึงที่นี่แต่ในภาวการณ์คับขันเช่นนี้มันสามารถพิสูจน์อะไรได้หลายอย่าง เขาตะหนักรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าความห่วงใยที่เขามีให้กับมะลิเธอก็มีให้เขาไม่แตกต่างกัน ความกลัวที่แฝงอยู่ในเงาใจเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้ได้มลายหายไปจนหมดสิ้นมันกลับกลายเป็นความรู้สึกอิ่มใจฉายชัดออกมาเป็นรอยยิ้มที่มุมปาก ชายหนุ่มเอ่ยคำด้วยน้ำเสียงเข้มขึงจริงจัง
     “มะลิผมขอเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ไม่ว่าจะเป็นที่นี่หรือที่ไหน ผมจะไม่ยอมให้คุณเป็นอะไรไปเด็ดขาด”
     “ฮ่ะๆๆ....” เจ้าพยัคฆ์ขาวฟังบทสนทนาโต้ตอบกันของทั้งสองคนไม่ทันจบก็ตะเบ็งเสียงหัวเราะแทรกขึ้นมาพร้อมกับพูดว่า
     พวกเจ้าสองคนดูท่าจะรักกันมากนะไม่ต้องกลัวว่าจะต้องแยกจากกันเพราะข้าต้องการตัวพวกเจ้าทั้งคู่”
     “นายไม่สนใจชีวิตของเจ้านี่เลยหรือ เรามาแลกเปลี่ยนคนกันเลยดีกว่าไหม”
     วินาทีแรกเจ้าพยัคฆ์ขาวอยากจะหัวเราะและพูดออกมาว่า “มันไม่เคยแคร์ความเป็นตายของลูกน้องมันเลย” แต่มันกลับพูดในสิ่งที่ตรงกันข้ามออกไป
     “ตกลงเรามาแลกเปลี่ยนคนกันก็ได้ ปล่อยพร้อมกันตกลงไหม”
     จอร์จพยักหน้าเจ้าทาเคชิส่งสัญญาณให้คนขับรถนำตัวมะลิเดินเข้าหาเขา เมื่อได้ระยะที่ห่างพอประมาณจึงสั่งให้ลูกสมุนของมันปล่อยตัวเธอ ช่วงเวลาที่ตัวประกันทั้งสองฝ่ายเดินสวนกัน ลูกน้องของมันก็หันกลับมาคว้าแขนของมะลิเอาไว้แต่อากัปกิริยานั้นไม่อาจรอดพ้นไปจากสายตาของชายหนุ่มที่เฝ้าระวังอยู่ก่อนแล้ว เขาถลันเข้าไปฟันดาบซามูไรหงายคมเข้าใส่แขนของเจ้านั่นอย่างรวดเร็ว มันก็รู้แกวหดมือกลับไปได้เสียก่อนที่จะต้องเสียแขนไปตลอดชีวิต จังหวะเดียวกันนั้นมันก็ถูกเท้าของใครคนหนึ่งถีบจนหน้าหงายกระเด็นมาชนจอร์จล้มลงไปด้วยกัน ดาบซามูไรกระเด็นหลุดจากมือไปคนละทิศละทางและมะลิก็ถูกเจ้าคนขับรถกระชากตัวกลับไปได้อีกครั้งอย่างรวดเร็ว คนถูกถีบผุดลุกขึ้นยืนได้ก็กระโจนเข้าใส่ดาบที่ตกอยู่ เมื่อมันตั้งหลักได้ก็พุ่งพรวดเข้าแทงดาบใส่จอร์จที่กำลังลุกขึ้นยืนทันที เสี้ยวของเสี้ยววินาทีที่คมดาบจวนเจียนจะถึงใบหน้าของชายหนุ่มมันก็ถูกปัดให้เบนออกและและร่างของคนถือก็ถูกเหวี่ยงปลิวไปกระแทกพื้นสลบแน่นิ่งไปในพริบตา
     จอร์จสามารถแก้ไขวิกฤติการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างดีเยี่ยมโดยอาศัยสมาธิที่เข้มข้นจากการฝึกที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะสำแดงฝีมือของชายหนุ่มว่าเก่งฉกาจและมีกำลังสติเข้มแข็งมากเพียงใด แทนที่จะทำให้ทาเคชิรู้สึกขามเกรง ตรงกันข้ามกลับจุดไฟนักสู้ของมันให้ลุกพรึบขึ้นมาในจิตใจ เจ้าคิ้วดกจ้องเขม็งไปที่จอร์จด้วยสายตาที่วาวโรจน์ดุจพยัคฆ์จ้องประสานสายตากับคู่อริสายพันธ์เดียวกัน มันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความดีใจก่อนที่จะพูดกับเขาว่า
     “ฮ่ะๆๆๆ...เจ้าใช้ท่าทุ่มได้ดีแต่ถึงอย่างไรเจ้าก็ไม่มีทางลอดพ้นเงื้อมมือของข้าไปได้ ถ้าคิดว่าเก่งจริง อยากจะช่วยเธอแล้วละก็ต้องล้มข้าให้ได้เสียก่อน เชิญเข้ามาได้เลย...ไอ้ไก่อ่อน”
     เจ้าพยัคฆ์ขาวพูดพร้อมกับใช้ตบะแห่งยอดนักดาบเพ่งสายตาที่แหลมคมราวกับต้องการจะแทงให้ทะลุหัวใจของชายหนุ่ม มันเปลี่ยนจากการถือดาบด้วยมือข้างเดียวมาตั้งท่ากำดาบด้วยสองมืออย่างมั่นคง ยืดตัวตรง ชี้ปลายดาบเข้าใส่ด้วยท่าทางสงบนิ่งราวกับภูผาหิน จอร์จสังเกตเห็นการปรับเปลี่ยนวิธีการหายใจของมันอย่างกะทันหัน มันควบคุมลมหายใจให้ละเอียดและมีระยะการสูดหายใจเข้าออกที่นานยิ่งขึ้น ชั่วแวบหนึ่งของอนุสติจอร์จเขาจินตนาเลยเถิดคิดไปว่าตนกำลังยืนอยู่หน้ารูปสลักหินของพญาเสือขาวที่ยืนตระหง่านเงื้อมปลดปล่อยกระแสจิตสังหารเข้าใส่เหยื่ออย่างน่าเกรงขาม
     ชายหนุ่มฟุ้งซ่านคิดไปว่าตนคงยากที่จะผ่านพ้นปราการสูงเสียดฟ้านี้ไปได้ง่ายง่าย เกิดเป็นความกริ่งเกรงขึ้นในจิตใจ แต่จิตใต้สำนึกของเขาฉุดดึงสติให้กลับคืนมาอีกครั้งด้วยการคิดถึงมะลิที่กำลังตกอยู่ในอันตราย เขาพยายามต่อต้านอำนาจคุกคามที่กำลังควบคุมจิตใจของเขาสุดความสามารถ ความรู้สึกต้องการปกป้องมะลิช่วยจุดไฟในใจให้ลุกโพล่งขึ้นมาขับไล่เงาแห่งความกลัวออกไป จอร์จตั้งท่ายื่นมือซ้ายที่ถือคันธนูไปข้างหน้าพร้อมกับใช้มือขวาอ้อมไปหยิบลูกศรดอกหนึ่งออกมาจากกระบอกข้างหลังช้าๆโดยสายตายังคงจ้องประสานอยู่กับเจ้าคิ้วดกชนิดที่ต้องการจะบอกให้มันรู้ว่าเสือสองตัวไม่อาจอยู่ถ้ำเดียวกันได้
     อากัปกิริยาของจอร์จทำให้เจ้าคิ้วดกสำคัญผิดคิดไปว่าเขาต้องการใช้ธนูยิงใส่มัน มันจึงกระโจนเข้าฟันใส่เขาทันทีโดยไม่ปล่อยให้เขามีเวลาง้างคันศร คมดาบที่ฟันลงมาหมายผ่ากลางศีรษะถูกรับไว้ด้วยคันธนูโลหะได้อย่างมั่นเหมาะ เจ้าคิ้วดกชักดาบกลับอย่างรวดเร็วก็เป็นจังหวะเดียวกับที่จอร์จสามารถหยิบลูกศรออกมาจากกระบอกได้ในที่สุด เจ้านั่นเปลี่ยนเป้าไปฟันใส่แขนซ้ายและขวาสลับกัน แต่ก็ถูกปัดไว้ได้อีกด้วยคันธนูทั้งสองครั้ง เจ้าพยัคฆ์ขาวแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างคนสาแก่ใจและกระหน่ำฟันซ้ายขวาบนล่างสลับกันไปมาโดยเปลี่ยนเป้าหมายทุกครั้งนับสิบดาบ จอร์จอาศัยคันธนูช่วยปัดป้องและหลบหลีกคมดาบของมันไปได้ทุกจังหวะ เสียงโลหะสองชนิดกระทบกันดังถี่กระชั้น สะเก็ดไฟส่องประกายขึ้นเป็นระยะๆท่ามกลางแสงไฟนีออนที่สว่างนวล
     สถานการณ์ของจอร์จตกอยู่ในช่วงเวลาที่เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด มะลิไม่กล้ามองการต่อสู้ของเขาตรงตรงเพราะกลัวว่าตนจะได้เห็นชายหนุ่มได้รับอันตรายจนเลือดตกยางออกจึงได้แต่สวดภาวนาอยู่ในใจด้วยความเป็นห่วง
     จังหวะที่จอร์จก้าวเท้าถลำไปข้างหน้าเพราะทานน้ำหนักดาบที่ฟันกดลงมาไม่ไหวเจ้าพยัคฆ์ขาวก็ดึงดาบของมันกลับและจ้วงแทงเข้าที่ท้องน้อยอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเขาจะเบี่ยงตัวหลบไปได้อย่างเฉียดฉิวแต่คมดาบที่คว่ำอยู่กลับหงายขึ้นและฟันงัดเป็นมุมทแยงย้อนขึ้นมาอีกครั้ง จอร์จกระโดดถอยหลังหนีไปได้ในเสี่ยววินาทีสุดท้ายแต่เจ้าพยัคฆ์ขาวก็ไม่ยอมรามือเงื้อดาบขึ้นสุดแขนและฟันใส่เขาซ้ำโดยไม่ยอมให้ตั้งตัว พริบตาที่คมดาบห่างจากศีรษะของจอร์จแค่คืบ จอร์จใช้ลูกศรที่ถืออยู่ในมือขวาเสือกแทงเข้าใส่ลำคอของมันทันที วินาทีแห่งความเป็นความตายก่อนที่หัวลูกศรกับคมดาบจะถึงเป้าหมายเจ้าคิ้วดกใช้ใบดาบปัดให้หัวลูกศรเบนออกไปได้เสียก่อน มันกระโดดถอยหลังและเงื้อดาบขึ้นสุดแขนกระโจนกลับมาฟันใส่ศีรษะของชายหนุ่มด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟาด น้ำหนักดาบที่ปะทะเข้ากับคันธนูแทนที่จะหนักหน่วงตามกำลังที่ถาโถมลงมากลับเบาไปกึ่งหนึ่งจนจอร์จรู้สึกผิดสังเกต ในพริบตานั้นทันทีที่เท้าทั้งสองข้างของมันถึงพื้นมันก็ดึงดาบกลับและเหวี่ยงเป็นรูปครึ่งวงกลมฟันงัดจากล่างขึ้นบนเข้าใส่กลางลำตัวจอร์จสุดแรงเกิด คมดาบจวนเจียนจะผ่าแยกร่างของชายหนุ่มออกเป็นสองซีกแต่ถูกคันธนูและลูกศรที่ไขว้กันเป็นรูปกากบาทรับไว้ได้อย่างฉุกละหุก ถึงกระนั้นเขาก็ไม่อาจสยบแรงของมันได้สองแขนของจอร์จถูกปัดจนกางออกจากกัน เผยให้เห็นแผลงอกไร้เครื่องป้องกันเต็มสองตา เจ้าทาเคชิวาดดาบเป็นรูปโค้งพระจันทร์เต็มวงวกคมกลับมาที่จุดนั้นอีกครั้งเป็นคำรบสองหมายฟันเขาซ้ำเพื่อปิดเกมส์
     ก่อนที่คมเคียวแห่งมรณะภัยจะตีวงย้อนกลับมาจอร์จเขายกเท้าถีบยอดอกของมันสุดกำลัง แรงถีบราวกับพลังยักษ์สารทำเอาเจ้าพยัคฆ์ขาวกระเด็นกระดอนม้วนตัวตีลังกากลิ้งกลับหลังไปหลายตลบ เมื่อมันประคองตัวลุกขึ้นยืนยังไม่ทันจะได้ตั้งท่าก็พอดีกับที่เห็นพลยักษ์จอร์จยิงธนูเข้าใส่มัน วินาทีเป็นตายมันจึงทำได้แค่เพียงยกใบดาบขึ้นป้องกันอย่างจวนตัว ลูกศรกระทบใบดาบจนแฉลบออกไปอีกทาง จังหวะที่เจ้าพยัคฆ์ขาวลดดาบลงก็เป็นเวลาเดียวกับที่พลยักษ์จอร์จพุ่งเข้ามาชกสองแขนใส่ด้ามดาบด้วยท่า“หนุมานถวายแหวน” ดาบปลิวหลุดไปจากมือในพริบตา วินาทีต่อมาจอร์จใช้สองมือโอบรอบคอของมันและดึงลงมาตีเข่าใส่ท้องน้อย เขาเหวี่ยงตัวมันไปทางขวาและแทงเข่าซ้ำอีกครั้ง เมื่อเขาปล่อยมือเขาก็กระโดดตัวลอยตีศอกใส่กลางกระหม่อมของมันซ้ำด้วยท่า“ฤษีบดยา” ศีรษะของเจ้าคิ้วดกเหมือนถูกทุบด้วยค้อนปอนด์อันใหญ่ยักษ์เลือดสีแดงสดไหลอาบลงทั่วใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
     เจ้าพยัคฆ์ขาวตาลอยล้มคว่ำหน้าลงแทบเท้าของจอร์จราวกับต้องการจะป่าวร้องให้โลกรู้ว่ามันยอมศิโรราบให้เขาโดยปราศจากความกังขาใดใด
     เสียงปืนไรเฟิลจากปากกระบอกปืน พี.เอส.จี.หนึ่ง ดังก้องมาจากนอกรั้วบ้าน จอร์จมองเห็นร่างของคนขับรถที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างตัวมะลิสะดุ้งเฮือกและล่วงพร่อยลงไปนอนเคียงข้างหัวหน้าของมันไปอีกคนหนึ่ง
     การเล็งยิงจากหลังคารถตู้ของพวกมันเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่เจมส์ผู้ชำนาญการลอบสังหาร เขาไปนั่งอยู่บนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้และเงาร่างของบุคคลอีกสองคนที่เดินเข้ามาในตัวบ้านย่อมจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าหน้าที่แมคและผู้กองเซอบีรุส ถึงแม้ว่ามะลิจะตกใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ก็ดีใจจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่เมื่อรู้ว่าสถานการณ์ได้คลี่คลายไปในหนทางที่ดีแล้ว เธอหันไปมองผู้ที่เดินเข้ามาเพียงแค่แวบเดียวก่อนที่จะถลันเข้าหาชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วงสุดหัวใจ เธอครางออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอาทรใช้หลังมือปาดน้ำตาที่รินหลั่งออกมาจากทางหางตาพร้อมกับพูดว่า
     “คุณจอร์จเป็นอย่างไรบ้างคะได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า ฉันเห็นมันฟันท้องคุณจนเลือดไหลนึกว่าคุณจะตายแล้วเสียอีก”
     “แค่แผลถลอกนิดหน่อยผมไม่เป็นไรครับ คุณมะลิปลอดภัยดีหรือเปล่า ผมเป็นห่วงคุณแทบแย่”
     ยังไม่ทันที่เสียงจะหลุดลอดออกมาจากปากของหญิงสาวผู้กองเซอบีรุสรีบท้วงขึ้นมา
      “พวกเราไปคุยกันต่อในรถเถอะ ออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดผมไม่รู้ว่ายังมีพวกมันหลงเหลืออยู่อีกหรือเปล่า”
     ใจจริงจอร์จอยากจะบอกว่าพวกมันน่าจะหมดพิษสงไปแล้วแต่กลัวว่าความผิดพลาดจะกลายเป็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยจึงพยักหน้าตอบรับและวิ่งกลับเข้าไปหยิบกระเป๋าโน้ตบุ๊กของหมอพิเภกออกมา เมื่อเห็นว่าทุกคนเดินไปที่รถกันจนหมดแล้วจึงจ้ำอ้าวตามพวกเขาทั้งหมดออกไปจากบ้านทันที ทิ้งพวกแก็งพยัคฆ์ขาวที่นอนหมอบราบคาบแก้วเอาไว้โดยไม่เหลียวหลังกลับไปอีกเลย รถตู้ของทีมผู้กองเซอบีรุสวิ่งออกจากจุดที่จอดอยู่เมื่อครู่และลับหายไปจากสายตารวดเร็วปานลมพายุ



Create Date : 07 กันยายน 2554
Last Update : 8 กันยายน 2554 12:15:39 น. 0 comments
Counter : 302 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wayoodeb
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




 
      
Friends' blogs
[Add wayoodeb's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.