Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2554
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
24 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 
องค์ที่ ๑๓(๑) : ที่นี่เดี่ยวนี้

องค์ที่ ๑๓ : ที่นี่เดี่ยวนี้
     เสียงเคาะประตูช่วยดึงสติของคุณหมอพิเภกให้กลับมาจากห้วงแห่งความคิดคำนึง ท่านกำลังนั่งอ่านสมุดบันทึกอยู่บนเตียงคนไข้ หม่อนลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้องให้แขกด้วยอาการใจลอยแต่ภาพของหญิงสาวแสนสวยที่ยืนอยู่หน้าห้องทำเอาเธอตะลึงงันจนตาค้าง หม่อนจำได้ทันทีว่าเธอคือผู้หญิงที่จอร์จเคยช่วยเอาไว้เมื่อครั้งเหตุการณ์ที่เกาะสมุย นักศึกษาสาวยืนจ้องมะลิอยู่อย่างนั้นจนจอร์จต้องเอ่ยคำเรียกสติ
     “น้องหม่อนให้พี่เข้าไปได้หรือยังครับ”
     นักศึกษาสาวเมื่อเธอตั้งสติได้ก็รู้สึกอายจนหน้าแดงพนมมือขึ้นไหว้ทักท้ายพร้อมกับเอ่ยคำด้วยน้ำเสียงขวยเขิน“สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ”
     มะลิเดินตามจอร์จเข้ามาในห้องตรงไปยังเตียงของหมอพิเภกด้วยใบหน้าที่เจือไปด้วยความอาทรเพราะการไปมาหาสู่กันตลอด 10 ปีทำให้ท่านเปรียบเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งของเธอเช่นกัน เมื่อมาเห็นท่านอยู่ในสภาพเช่นนี้เลยอดที่จะสงสารไม่ได้ หมอพิเภกสังเกตเห็นสีหน้าที่หม่นหมองของมะลิทราบดีว่าเธอเป็นห่วงเป็นใยตนไม่น้อย เขารับไหว้พร้อมกับเอ่ยคำทักทายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
     “สวัสดีจ๊ะหนูมะลินั่งลงก่อนสิ ลุงไม่ได้เป็นอะไรมาก ไม่ต้องเป็นห่วงจนหน้าเครียดขนาดนั้นก็ได้”
     มะลิเริ่มซักถามอาการและสนทนากับหมอพิเภกด้วยความห่วงใย เธอถามถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อคืนและเล่าเรื่องที่ตนกับจอร์จตกเป็นเป้าหมายของแก๊งอาชญากรให้ท่านฟังด้วย ชายหนุ่มเดินไปวางพวงกุญแจรถที่ตู้สัมภาระตรงหัวเตียงก่อนจะกลับมานั่งยังโซฟาข้างนักศึกษาหม่อน สายตาของชายหนุ่มจับนิ่งอยู่ที่วงหน้าของมะลิอยู่ตลอดเวลาถึงข้างนอกจะดูเหมือนไม่มีความหมายอะไรเป็นพิเศษแต่ข้างในกับกรุ่นไอลึกซึ้งจนนักศึกษาหม่อนสังเกตเห็น เธอมองพวกเขาทั้งคู่สลับกันไปมาเห็นหญิงสาวพยายามซ่อนอาการหน้าแดงและหลบสายตาจอร์จไปด้วยในขณะที่สนทนาจึงรู้ทันทีว่าระหว่างคนทั้งสองนี้มีความรู้สึกต่อกันเช่นไร หม่อนแอบอมยิ้มและพูดกับตัวเองในใจว่า “นึกว่าพี่จอร์จจะเป็นพระอิฐพระปูนไม่รู้จักรักชอบใครแล้วเสียอีก มองพี่มะลิตาเยิ้มเชียวอย่างนี้ต้องแซวเสียหน่อยแล้ว” นักศึกษาสาวเห็นจอร์จเป็นดั่งพี่ชายคนหนึ่งของตนจึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้เอามือสะกิดแขนพร้อมกับเอ่ยคำเป็นเสียงกระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน
     “พี่มะลิสวยมากเลยนะพี่จอร์จ งามอย่างกับนางสีดาในเรื่องรามเกียรติ์เลย ใครได้เป็นแฟนต้องภูมิใจน่าดู แต่หม่อนว่าพี่จอร์จไม่ต้องจ้องพี่เขาขนาดนั้นก็ได้ ไม่มียักษ์ที่ไหนมาลักตัวไปได้หรอกน่า”
     จอร์จสะดุ้งรู้ว่าตนถูกน้องหม่อนอ่านความรู้สึกออกอย่างทะลุปรุโปร่ง ยอมรับกับใจตัวเองว่าตนเกิดความรู้สึกพิเศษเช่นที่ถูกแซวนั้นจริงๆจึงแสร้งทำเป็นเก็บอาการด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยพูดกลบเกลื่อนทั้งที่ผิวหน้าตึงอย่างกับหนังหน้ากลองและใบหูร้อนฉ่า
     “เปล่านะ...พี่ไม่ได้จ้องเขาขนาดนั้น เรานี่แก่นแก้วใหญ่แล้วติดนิสัยเจ้าแกละมาหรือไง”
     “ฮิๆๆ... ไม่ได้จ้องแต่เพ่งสมาธิไปที่ใบหน้าของพี่เขาใช่ไหมคะ”
     ดีที่จอร์จไม่ใช่คนผิวขาวไม่งั้นคงถูกหม่อนสังเกตเห็นใบหน้าที่ออกอาการจนแดงซ่านไม่ผิดกับใบหู นิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออกได้แต่ตีสีหน้าเข้มขึง หมอพิเภกหันหน้ามาทางเขาพร้อมกับเอ่ยถามชายหนุ่มขึ้นมาว่า
     “พ่อหนุ่มจริงหรือที่หนูมะลิเล่าให้ลุงฟังเรื่องเราสองคนตกเป็นเป้าหมายของพวกแก็งอาชญากรนะ”
     “จริงครับคุณลุงหมอดีที่มีเจ้าหน้าที่พิเศษของประเทศสหรัฐอเมริกายื่นมือเข้ามาช่วย ไม่งั้นผมคงพาคุณมะลิหนีออกมาจากโรงพยาบาลจัสมินฯนั้นไม่ได้แน่ๆ”
     “เครือข่ายของโรงพยาบาลจัสมินนี่มีอะไรลับลมคมนัยมากกว่าที่ลุงรู้จักเสียแล้ว ยังดีนะที่ทั้งสองคนปลอดภัยไม่งั้นลุงคงเสียใจแย่เลย”
     หมอพิเภกรู้สึกห่วงใยในความปลอดภัยของมะลิมากจึงเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงแสดงความเอื้ออาทร
     “หนูมะลิมากับพ่อจอร์จด้วยรถของลุงใช่ไหม”
     “ใช่ค่ะคุณลุงหมอ”
     “อย่างนี้ตอนกลับต้องนั่งรถแท็กซี่กลับบ้านคนเดียวละสิ”
     “คิดอย่างนั้นอยู่เหมือนกันค่ะ”
     “บ้านของหนูอยู่ที่ไหนไกลมากหรือเปล่า”
     “อยู่หมู่บ้านจัดสรรแถวพุทธมณฑลสายสองค่ะ”
     “อืมใกล้ๆแค่นี้เอง พ่อจอร์จเอารถลุงไปส่งหนูมะลิให้ทีได้ไหม หนทางไม่ไกลกันนักทางก็ไม่ซับซ้อนมากเราน่าจะไปและกลับได้ไม่ยากนะถือซะว่าลุงวานหน่อยก็แล้วกัน”
     “ผมคิดว่าจะขออนุญาตคุณลุงอยู่เหมือนกันเพราะถ้าคุณมะลิต้องกลับบ้านคนเดียวผมคงไม่ค่อยสบายใจนัก”
     มะลิฟังจอร์จหลุดปากพูดความในใจออกมาเกิดความรู้สึกเขินอายจนแก้มแดงระเรื่อ เธอไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมทุกครั้งที่สบตากับเขาสติสะตังต้องไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจนเกิดอาการตกประหม่าเช่นนี้ เธอรู้สึกอายใจตนเองจนต้องแกล้งปั้นหน้าเรียบคอยหลบสายตาชายหนุ่มที่จ้องประสานกลับมาด้วยอยู่ตลอดเวลา อากัปกิริยาของมะลิที่คอยปกปิดความนัยไว้อย่างมิดชิดถึงแม้ว่าจอร์จและหมอพิเภกจะไม่ทันได้สังเกตแต่ในสายตาของลูกผู้หญิงด้วยกันเช่นหม่อน เธอสามารถอ่านใจสองคนนี้ออกได้อย่างกับเป็นใจของตนเองและแน่ใจว่าทั้งคู่มีความรู้สึกที่ตรงกันเพราะคนหนึ่งหน้าแดงส่วนอีกคนหูแดงเห็นกันชัดๆ จินตนาการของหม่อนจึงเลยเถิดไปวาดภาพพวกเขาทั้งคู่เป็นราวกับพระรามกับนางสีดาในเรื่องรามเกียร์โดยไม่รู้ตัวเมื่อสลัดภาพความคิดเพ้อฝันของตนออกไปได้จึงพูดกับตัวเองในใจว่า “อย่างนี้ต้องทำหน้าที่นางอัปสรอุ้มสมเสียหน่อยแล้วเรา” นักศึกษาสาวคิดหาหนทางช่วยจอร์จอยู่ในใจเงียบๆโดยไม่พูดว่ากะไร ส่วนหมอพิเภกเมื่อเห็นว่าเวลาใกล้ค่ำเข้ามาเต็มที่แล้วจึงพูดตัดบทว่า
     “พ่อจอร์จลุงฝากดูแลน้องเขาด้วยนะรีบไปกันเถอะนี่ก็ใกล้จะมืดเต็มทีแล้ว...” หมดพิเภกเหมือนนึกอะไรออกขึ้นมากะทันหันจึงสั่งความจอร์จต่อไปว่า “...ช่วยแวะไปเอาโน้ตบุ๊กที่วางอยู่บนตู้เอกสารในบ้านมาให้ลุงด้วยนะ พอดีลุงจะเอามาตรวจดูชื่อและนามสกุลของคนไข้ที่เคยมารักษาตัวกับลุงหน่อย คุ้นๆตาว่าเคยเห็นนามสกุลของคนไข้บางคนที่คุณพ่อของลุงพูดถึงในสมุดบันทึกเล่มนี้ เอานี่กุญแจบ้านอยู่ในพวงกุญแจรถนั่นแหละ”
     หมอพิเภกพูดพร้อมกับส่งพวงกุญแจรถให้จอร์จอีกครั้ง ชายหนุ่มพยักหน้ารับคำขณะที่มะลิลาหมอพิเภกก่อนจะลุกจากเก้าอี้เดินตามจอร์จตรงไปที่ประตู ชายหนุ่มเปิดประตูห้องออกจนสุดและผายมือเชิญเธอให้เดินนำตนออกไปก่อน ขณะที่เขากำลังจะปิดประตูห้องจู่ๆมือของหม่อนก็ยื่นออกมาขวางเอาไว้เสียก่อน นักศึกษาสาวโผล่หน้าออกมากระซิบกับจอร์จเบาๆให้ได้ยินกันเพียงสองคนว่า
     “พี่จอร์จค่ะอยู่กันสองต่อสองในรถอย่าลืมชวนพี่สาวคุยด้วยล่ะ หม่อนว่าพี่มะลิน่าจะมีความรู้สึกเหมือนกับพี่จอร์จนะ หม่อนเห็นพี่เขาหน้าแดงพอกับหูพี่เลยเวลาถูกพี่มอง จำไว้ถ้าอยากมัดใจสาวต้องเชื่อคำพังเพยโบราณที่ว่าดักลอกต้องหมั่นกู้ เจ้าชู้ต้องหมั่นเกี้ยวนะรู้ไหมค่ะ ฮิฮิ...”
     จอร์จฟังหม่อนพูดเกิดอาการเลือดคั่งที่ใบหูขึ้นมาอีกจึงรีบผละมาโดยไม่ได้พูดอะไรต่อปล่อยให้หม่อนยืนอมยิ้มอยู่คนเดียวหน้าประตูห้อง มะลิหันมาเห็นทั้งสองคนซุบซิบกระเซ้าเย้าแหย่กันพอดีเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อได้สติจึงถามใจตัวเองเบาๆขณะที่เดินเคียงคู่ไปกลับจอร์จว่า “เอ...ทำไมเราต้องไม่พอใจด้วยนะ เรานี่ท่าจะเพี้ยนใหญ่แล้ว”
     จอร์จนำมะลิไปขึ้นรถเก๋งของหมอพิเภกที่อาคารจอดรถของโรงพยาบาล ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันด้วยความปลอดโปร่งใจเพราะคิดว่าได้ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งมหันตภัยมาได้แล้วอย่างปลอดภัย ในเงามืดของตึกที่แสงตะวันสาดสีแดงเพลิงมาไม่ถึงมีเงาร่างของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งแต่งตัวภูมิฐานใส่เสื้อสูทกางเกงผ้าสีขาวทั้งชุดแฝงกายอยู่สายตาที่เรียวเล็กแต่คมกริบภายใต้แว่นกันแดดสีดำสนิทของพวกมันจับจ้องมายังบุคคลทั้งสองอย่างชนิดที่ไม่ยอมให้คลาดสายตา คิ้วดกหนาเกือบประสานกันเป็นเส้นเดียวมีปลายหางเชิดขึ้นเป็นลักษณะเฉพาะตัวที่บอกได้ชัดว่ามันคือใคร
     เจ้าทาเคชิหน้าหยกมือโปรจอมอุ้มอันดับสองแห่งแก๊งพยัคฆ์ขาวแดนอาทิตย์อุทัยยืนจับด้ามดาบซามูไรปักลงดินจ้องมองไปที่ชายหนุ่มเขม็ง มันส่งสัญญาณให้ลูกน้องนับสิบคนขึ้นรถตู้ที่จอดเทียบอยู่ด้วยอาการสงบ ความสุขุมคัมภีรภาพที่แสดงออกบอกชัดว่ามันไม่ใช่บุคคลธรรมดา การวางแผนหลอกล่อของผู้กองเซอบีรุสกับจอร์จไม่อาจรอดพ้นสายตาที่แหลมคมของมันไปได้ มันหวนกับไปคิดถึงเสี้ยววินาทีที่ตนสังเกตเห็นแววตาที่สุกวาวจากมุมมืดใต้สะพานในจังหวะที่รถตู้เกือบจะพ้นโค้งอยู่รอมร่อ ผลจากการฝึกวิชาดาบทำให้สมาธิของมันแก่กล้าพอที่จะจับสังเกตใบหน้าในเงามืดนั้นได้ในพริบตา มันจำจอร์จได้ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนที่ตัวรถกำลังจะทะยานติดตามรถตู้สองคันหน้าไปสู่ถนนคู่ขนาน เจ้าคิ้วดกตัดสินใจให้ลูกน้องของมันหยุดรถที่วิ่งเลยทางออกมาแล้วหลายสิบเมตรและปล่อยให้ลูกน้องของมันครึ่งหนึ่งลงจากรถพร้อมกับสั่งให้เดินวกกลับเข้าไปยังจุดที่ผ่านมาโดยที่ตัวของมันเองพร้อมลูกน้องที่เหลือนำรถวิ่งรอดใต้สะพานข้างหน้าเพื่อวกกลับไปเข้าโค้งอีกครั้งเพราะหวังว่าจะสามารถตีโอบเข้าจับกุมตัวจอร์จไว้ได้พร้อมๆกันจากทางเข้าทั้ง2ด้าน ยังไม่ทันที่รถตู้ของมันจะพ้นจากทางออกใต้สะพานข้ามคลอง รถเก๋งของหมอพิเภกก็วิ่งแซงหายเข้าไปใต้สะพานได้ก่อนมันอย่างรีบเร่ง
     เจ้าทาเคชิหัวหน้าแก็งพยัคฆ์ขาวมาถึงจุดนัดหมายใต้สะพานเวลาเดียวกันกับที่ลูกสมุนของมันกรูกันเข้ามา แต่รถเก๋งคันที่ตัดหน้ามันได้อันตรธานหายไปพร้อมกับชายหนุ่มแล้วมันจึงตะหนักรู้ถึงแผนการทั้งหมดได้อย่างกระจ่าง เมื่อรับลูกสมุนของมันกลับขึ้นรถมาได้จนหมดจึงสั่งการให้คนขับรถเร่งตะบึงตามหารถเก๋งคันนั้นที่กำลังวิ่งอยู่บนถนนกาญจนาภิเษกอย่างร้อนใจ อาจจะเป็นโชคช่วยที่ทำให้รถเก๋งคันดังกล่าวเจอกับสภาพการจราจรที่ติดขัดตรงทางเลี้ยวเข้าสู่ถนนพระรามสองพวกมันจึงตามมาทันและสามารถสะกดลอยตามรถเก๋งคันนั้นมาได้จนถึงที่โรงพยาบาลแห่งนี้ การที่มันไม่ด่วนผลีผลามเข้าตะครุบตัวคนทั้งคู่ทันทีก็เนื่องมาจากโรงพยาบาลมีคนพลุกพล่านเกินไป มันไม่ต้องการเสียโอกาสพิเศษนี้จึงได้แต่เพียงส่งคนขึ้นไปตามดูและแอบซุ่มอยู่ใกล้ๆรถเก๋งคันนี้เท่านั้น
     รถตู้ของแก็งพยัคฆ์ขาวขับติดตามรถของหมอพิเภกไปห่างๆโดยที่คนทั้งคู่ที่อยู่ภายในรถไม่นึกสังหรณ์ใจถึงภัยที่กำลังประกบติดพวกเขาเลยเพราะภายในรถขณะนี้กำลังตกอยู่ภายใต้กระแสอารมณ์ที่ปั่นป่วนมันอบอวลราวกับกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้นานาพันธุ์ที่แกว่งไกวอยู่ไปมา จิตใจของจอร์จในขณะนี้กำลังลอยหลุดออกจากร่างไปว่ายวนเวียนอยู่ข้างๆตัวของมะลิ เขารู้สึกว่าตนเองแทบจะลืมทุกอย่างในโลกนี้ได้เลยขอแค่เพียงให้มีเวลาอยู่เคียงข้างเธอเช่นนี้ตราบนานเท่านาน
     จอร์จพยายามชวนมะลิสนทนาถึงเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นสอดแทรกด้วยคำถามเรียบเคียงถึงผู้ชายคนที่ไปชมการแสดงโขนด้วยกันกับเธอ เขาอยากรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครรู้จักกันมากแค่ไหนและใช่คู่รักหรือคนพิเศษของมะลิหรือไม่ มะลิอ้ำอึ้งกระวนกระวายใจและพอจับเค้าความหมายที่แฝงอยู่ในคำถามเหล่านั้นได้ไม่ยาก เธอตอบคำเขาพร้อมกับการปฏิเสธความรู้สึกในใจที่ผุดขึ้นมาเป่าหูตนอยู่ตลอดเวลาว่า เขามีใจให้เธอและกำลังพยายามแสดงออกถึงความรู้สึกนั้นผ่านออกมาทางคำถามเหล่านี้ ชั่วขณะที่ความคิดของมะลิเริ่มเอนเอียงไปทางเห็นด้วยกับเสียงในจิตใจ สมองของหญิงสาวจึงหวนกับไปนึกถึงภาพบาดตาที่หน้าห้องของหมอพิเภกเพื่อหาเหตุผลมาหักล้างความคิดเข้าข้างตัวเอง เป็นผลให้เกิดความรู้สึกขุ่นในอารมณ์ฟุ้งขึ้นมาเสียดื้อๆจนเธอทนไม่ได้ก็หลุดปากถามออกไปด้วยน้ำเสียงแฝงอาการเง้างอน
     “น้องผู้หญิงคนนั้นเป็นญาติของคุณลุงหมอหรือคะ มะลิไม่เคยเห็นหน้าเธอมาก่อนเลย” มะลิหน้าแดงขึ้นมาอย่างกะทันหันก่อนจะถามต่อไปว่า“หรือว่าเธอเป็นคนพิเศษของคุณจอร์จคะเห็นพวกคุณคุยกันกะหนุงกะหนิงเชียว”
     พอถามจบมะลิจึงได้สติรู้สึกขวยอายจนนึกตำหนิตนเองที่กล้าถามคำถามนั้นออกไปราวกับคนไม่รู้จักหักห้ามอารมณ์ แต่เสียงหัวเราะของจอร์จกับทำให้เธอต้องแปลกใจจนต้องหันกลับไปสบตากับเขาอีกครั้ง
     “ฮ่ะๆๆ...คุณมะลิเข้าใจผิดแล้วครับ น้องหม่อนเป็นเพื่อนที่เคยไปฝึกสมาธิด้วยกันที่สวนโมกข์ ก็เหมือนกับผู้ชายคนนั้นที่ไปดูโขนกับคุณมะลินั้นแหล่ะเป็นแค่พี่น้องที่สนิทกัน ผมเห็นเธอเป็นเหมือนน้องสาวคนหนึ่งของผมเท่านั้น”
     มะลินั่งนิ่งงันก้มหน้าแดงเพื่อหลบสายตาเขา ขณะนั้นชายหนุ่มขับรถไปจอดเทียบยังโครงเหล็กกันทางหน้าป้อมยามทางเข้าของหมู่บ้าน เขาหยุดรถรอยามรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้านตรวจตารถเพียงไม่นานก็ขับผ่านที่นั้นไปได้อย่างง่ายดาย จอร์จนำรถวิ่งเข้าสู่วงเวียนกลางหมู่บ้านและเลี้ยวไปทางบ้านของหมอพิเภกได้อย่างแม่นยำเมื่อรถจอดชิดติดกับประตูรั้วหน้าบ้านชายหนุ่มจึงลงจากรถวิ่งอ้อมไปเปิดประตูให้มะลิด้วยท่าทีที่สุภาพ ก่อนจะเดินนำเธอไปที่ประตูรั้วเหล็กและใช้กุญแจในพวงเปิดเข้าไปในตัวบ้าน ขณะนั้นร่างของคอมมันโดชุดดำที่นอนอยู่ตามจุดต่างเมื่อคืนได้อันตรธานไปจนหมดแล้ว เขาชี้ล่องลอยที่เกิดจากการต่อสู้กันให้เธอดูพร้อมกับตอบคำซักถามของมะลิที่มีท่าทีสนใจไม่ใช่น้อย ที่จริงมะลิแสร้งทำเป็นซักถามเรื่องราวเพื่อกลบเกลื่อนจิตใจที่ยังกังขาต่อเรื่องที่จอร์จคุยซุบซิบกันกับหม่อนลับหลังเธอ ขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินขึ้นบันไดไปยังห้องทำงานของหมอพิเภก หญิงสาวถามโพล่งขึ้นมาด้วยความรู้สึกสุดที่จะทนความอึดอัดใจไว้ได้ว่า
     “คุณจอร์จคะ ฉันขอเสียมารยาทถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ คุณกับน้องหม่อนซุบซิบอะไรกันที่หน้าห้องคุณลุงหมอคะ เธอพูดถึงฉันด้วยใช่ไหม”
     จอร์จหยุดมือที่กำลังเปิดประตูห้องทำงานของหมอพิเภกทันทีที่ได้ยินคำถาม เขาไม่รู้จะบอกความจริงอย่างไรดีจึงได้แต่อ้ำอึ้งไม่ตอบคำออกไป เขาผลุบหายเข้าไปในห้องโดยที่ทิ้งให้มะลิขบคิดถึงคำตอบเอาเอง เขาเปิดไฟในห้องจนสว่างจ้าก่อนจะเดินไปที่โต๊ะทำงานของหมอพิเภกริมกำแพงเมื่อไม่พบเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาจึงเดินกลับไปที่กลางห้องเพื่อมองหาไปให้ทั่วอีกครั้ง มะลิเดินตามหลังเขาไปติดๆเพื่อรอฟังคำตอบเมื่อเธอไม่ได้รับความกระจ่างเสียทีจึงเปิดฉากถามเขาด้วยน้ำเสียงที่แสดงอารมณ์เง้างอนอีกครั้ง
     “หรือว่าน้องเขาไม่พอใจที่คุณเป็นคนไปรับฉันมาเยี่ยมคุณลุงหมอคะ”
     จอร์จเข้าใจความนัยที่แฝงอยู่ในคำถามของมะลิได้ทันทีแสดงว่าเธอยังคงไม่เชื่อเรื่องที่น้องหม่อนกับเขาไม่ได้เป็นคู่รักกันแน่นอน เมื่อคิดดูแล้วก็รู้ว่าท่าทางที่สนิทสนมกันมากเป็นพิเศษคงยากที่จะอธิบายความจริงออกไปด้วยคำตอบเพียงประโยคเดียว ชายหนุ่มตัดสินใจได้เดี่ยวนั้นที่จะเปิดเผยความในใจของตนออกไปพร้อมกับการอธิบายเรื่องราวทั้งหมดเพราะคิดว่ามันน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด เขาหันกลับมาจ้องประสานตากับหญิงสาวอย่างตรงไปตรงมาเพื่อถ่ายทอดความจริงใจและพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลเจือด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ
     “น้องหม่อนเขาไม่ได้หึงผมอย่างที่คุณมะลิเข้าใจผิดหรอกครับเพราะถ้าเขาจะเกิดความรู้สึกเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อผมต้องเป็นคนรักของน้องเขาใช่ไหมครับ แต่นั่นมันเป็นไปไม่ได้แน่นอน น้องหม่อนเขามีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่ก่อนแล้ว ทั้งคู่เรียนอยู่ด้วยกันที่มหาวิทยาลัยครับ แฟนของน้องเขาชื่อว่าหนุ่ม ส่วนตัวผมเอง...”
     จอร์จหยุดพูดไปชั่ววินาทีหนึ่งเพราะเกิดความไม่แน่ใจถึงผลที่จะตามมาหลังจากนี้แต่ส่วนที่ลึกที่สุดข้างในหัวใจของเขากลับผลักดันให้เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจังยิ่งขึ้น
     “...ส่วนตัวผมเองไม่เคยคิดที่จะรักใครหรือถ้าคิดก็พึ่งจะเกิดความรู้สึกนั้นที่นี่เดี๋ยวนี้ครับ”
     จอร์จพูดจบเกิดอาการเลือดคั่งที่ใบหูขึ้นมาอย่างฉับพลันเขากลัวว่าตนอาจถูกมะลิปฏิเสธความรู้สึกนั้นต่อหน้าต่อตาจึงหันหลังเดินหนีไปที่โน้ตบุ๊กซึ่งวางอยู่บนตู้เอกสารโดยปล่อยให้มะลิยืนตะลึงในคำพูดบอกความนัยที่ลึกลับซับซ้อนอยู่ที่ตรงกลางห้องคนเดียว
     ภายในโสตประสาทของมะลิยามนี้เสียงของชายหนุ่มกำลังก้องสะท้อนกลับไปกลับมาเพราะมันชัดเจนว่า ชายหนุ่มรวมเธอให้มีส่วนร่วมอยู่ในความรู้สึกนั้นของเขาด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะขณะนี้ ที่นี่และเดี๋ยวนี้ มีเพียงเขาและเธออยู่ด้วยกันเพียงแค่สองต่อสองเท่านั้น ความคลางแคลงใจมลายหายไปจนหมดสิ้นก่อเกิดเป็นความรู้สึกชนิดใหม่ที่เธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนชั่วชีวิต มันกำลังสร้างสนามพลังของแม่เหล็กไฟฟ้าแรงสูงขึ้นมาในหัวใจของเธออย่างรุนแรงราวกับว่าโลกทั้งใบค่อยค่อยหมุนช้าลงช้าลงและหยุดหมุนในที่สุด เกิดเป็นห้วงวินาทีที่เวลาขยายตัวออกเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานไร้จุดสิ้นสุด ความรู้สึกเช่นนี้นี่เองที่เธอเคยถวิลหามันมานานแสนนานและครั้งหนึ่งเคยคิดว่าอาจจะไม่ได้เจอะเจอกับมันตลอดชั่วชีวิต ความสุขที่เต็มเปี่ยมจนล้นออกมาจากข้างในหัวใจกำลังทำให้หัวใจของเธอพองโตและต้นไม่เป็นส่ำ สะกดให้มะลิตัวแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ใบหน้าแดงระเรื่อยิ่งไปกว่าเก่าหลายเท่าตัว หญิงสาวยืนก้มหน้าอยู่กับที่อีกหลายอึดใจ
     จอร์จเองก็เช่นกันนับจากวินาทีที่เขาพูดคำนั้นออกไป ความกล้าทั้งหมดที่เขาเคยมีเหมือนมันหลบหายไปจากหัวใจของเขาจนหมดสิ้น ชายหนุ่มกลายเป็นคนขาดกลัวว่ามะลิจะรังเกียจเขาจนไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองปฏิกิริยาของเธอ เขาจึงได้แต่เดินก้าวไปข้างหน้าราวกับคนที่กำลังผ่าเข้าไปในหนทางที่แสนมืดมนและคับแคบจนหยุดยืนอยู่หน้าตู้เอกสารมุมห้องซึ่งติดกับหน้าต่างกระจกที่สามารถมองออกไปเห็นประตูรั้วหน้าบ้านได้
พลันภาพของรถตู้ที่คุ้นตาก็เคลื่อนเข้ามาจอดเทียบอยู่ริมกำแพงติดกับท้ายรถเก๋งของหมอพิเภกเงียบๆ มีชายสวมชุดสูทสีขาวกรูกันออกมาจากรถ ในมือของพวกมันถือดาบซามูไรเอาไว้ทุกคน คนสุดท้ายเงยหน้าขึ้นมามองทางหน้าต่างบานนี้ มันมีท่าทางที่สุขุมผิดจากคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด คิ้วของมันดกหนาวงหน้าหล่อเหลาแต่แฝงไว้ด้วยรังสีอำมหิต มันส่งสัญญาณให้ลูกน้องเข้ามาในบ้านนี้ทางประตูรั้วที่เขาเปิดแง้มเอาไว้ จอร์จสำนึกถึงภัยเช่นเดียวกับเหตุการณ์เมื่อคืนขึ้นมาได้ในวินาทีนั้น เขาหันหลังเดินกลับมาหามะลิที่ยืนตัวแข็งค้างอยู่ที่เดิมอย่างรีบเร่งแทบจะลืมความรู้สึกของเสี้ยวนาทีก่อนหน้านี้ไปเสียจนหมด จอร์จหยุดยืนอยู่หน้ามะลิเอื้อมมือไปจับมือของเธอขึ้นมากุมเอาไว้ก่อนจะเอ่ยคำด้วยน้ำเสียงที่จริงจังแต่นุ่มนวล
     “คุณมะลิไว้ใจผมไหมครับ...ตอนนี้เรากำลังตกอยู่ในอันตราย ถ้าคุณมั่นใจในตัวผม ผมขอเอาชีวิตของผมปกป้องคุณเอง ตามผมมาเถอะครับ”
     มะลิปรับความรู้สึกแทบไม่ทันจากอาการเขินอายถึงขีดสุดกลับกลายมาเป็นความประหวั่นใจในวินาทีต่อมา แต่ไออุ่นจากสัมผัสอันนุ่มละมุนที่มือสร้างกระแสแห่งความอุ่นใจและเข้มแข็งให้กับเธออย่างน่าประหลาด มะลิก้มหน้าเขินอายอีกครั้งก่อนที่จะตอบคำสั้นๆ
     “มะลิเชื่อใจคุณค่ะ”
     จอร์จจูงมือมะลิวิ่งลงมาชั้นล่างอย่างรวดเร็ว เขาพาเธอหายเข้าไปในห้องครัวคว้าคันธนูและกระบอกลูกศรที่วางทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนก่อนจะวิ่งออกจากบ้านไปทางประตูหลัง ชายหนุ่มรู้ตัวดีว่าตนคงไม่สามารถต่อกรกับชายฉกรรจ์กลุ่มนี้ได้สะดวกมือเพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือความปรอดภัยของมะลิ เขาจึงเหลือเพียงตัวเลือกเดียวคือหนี หนีไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด จอร์จพามะลิวิ่งมาหยุดยืนอยู่ที่ประตูบานเล็กริมกำแพงหลังบ้านเขาใช้พวงกุญแจรถไขแม่กุญแจออกอย่างร้อนรนและอึดใจต่อมาทั้งสองชีวิตก็ผลุบหายเข้าไปในทุ่งต้นธูปฤษีแข่งกับเวลาเป็นตายที่ไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด



Create Date : 24 สิงหาคม 2554
Last Update : 7 กันยายน 2554 11:36:10 น. 0 comments
Counter : 428 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wayoodeb
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




 
      
Friends' blogs
[Add wayoodeb's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.