Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2554
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
25 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 
องค์ที่ ๙(๒) : จำแลง

คณะโขนของอาจารย์สัญชัยเดินทางมาถึงที่วัดก่อนเวลาที่กำหนดไว้เล็กน้อย นักศึกษาชายและหญิงต่างมีหน้าที่รับผิดชอบของตนเองจึงร่วมไม้ร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มที่ ฝ่ายฉากเริ่มขึงฉากที่เตรียมมาเข้ากับเวทีไม้ขนาดใหญ่ที่ทางวัดสร้างรอไว้ให้ ฝ่ายแสงสีเสียงก็เริ่มติดตั้งลำโพงและไฟสปอร์ตไลท์กันอย่างรีบเร่ง พวกพัสดุบางคนที่เสร็จจากการตรวจนับและขนของลงจากรถก็กุลีกุจอไปช่วยเด็กวัดจัดเก้าอี้เหล็กไว้ให้บริการผู้มาชมการแสดง การเตรียมงานทุกอย่างแล้วเสร็จกันตั้งแต่เวลา 17.00 นาฬิกา
พวกที่หมดหน้าที่ของตนก่อนจึงเริ่มรับประทานอาหารเย็น อาบน้ำ และแต่งชุดการแสดงกันอย่างเร่งรีบแข่งกันเวลา ลานวัดที่เคยเงียบสงบค่อยๆคึกคักขึ้นมาเรื่อยๆด้วยผู้คนและชาวบ้านรอบวัดที่สนใจแวะเวียนกันเข้ามาเมียงมอง เด็กเล็กและเด็กโตมานั่งคอยป้วนเปี้ยนดูโน้นดูนี่กันตั้งแต่ท้องฟ้ายังไม่ทันมืด พอสิ้นแสงอาทิตย์สุดท้ายของวันเวลา 19.00 นาฬิกาซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนถึงกำหนดการแสดง 1 ชั่วโมง ผู้ชมทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่รู้ข่าวต่างทยอยกันมาจับจองที่นั่งจนเต็มทุกเก้าอี้และยังมาเพิ่มเรื่อยๆอย่างไม่ขาดสายจนทำให้รอบบริเวณลานวัดที่เคยว่างเปล่าคลาคล่ำไปด้วยผู้ชมจนล้นหลาม
หมอคมสันกับมะลิซึ่งอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขายาวทรงเก๋มาถึงที่วัดตั้งแต่เวลา 1 ทุ่มตรงจึงมีโอกาสได้เลือกที่นั่งติดกันตรงเก้าอี้แถวที่ 3 นับจากหน้าเวทีลงมาซึ่งจัดว่าเป็นระยะที่เหมาะแก่การชมการแสดงโขนกลางแปลงอย่างใกล้ชิดที่สุดเพราะเวทีที่ถูกยกพื้นจนสูงเมตรครึ่งจะไม่สูงจนบังทัศนียภาพบนพื้นเวทีทั้งหมด เนื่องจากแถวของเก้าอี้ที่เตรียมไว้ถูกจัดให้เว้นระยะห่างจากหน้าเวทีพอสมควรอยู่แล้ว
เมื่อถึงเวลาการแสดงตามที่กำหนดแสงไฟโดยรอบจึงถูกฝ่ายแสงสีเสียงดับจนมืดไปหมดเหลือเพียงแสงไฟสปอตไลท์จำนวนนับไม่ถ้วนที่ส่องให้ความสว่างกับเวทีเพียงจุดเดียว เสียงตบมือให้การต้อนรับพิธีกรคู่ชายหญิงดังกระหึมขึ้นมาทันทีเมื่อผู้ชมมองเห็นพวกเขา เมื่อจบจากการกล่าวคำทักทายและขอบคุณทางวัดที่ให้การอนุเคราะห์เรื่องสถานที่การแสดงจึงเปิดฉากด้วยการรำถวายพรหนึ่งชุดและต่อด้วยการรำเบิกโรงอีกหนึ่งชุด
ชาวต่างประเทศที่ได้สัมผัสกับการฟ้อนรำอันแสนงดงามเป็นครั้งแรกต่างชื่นชมและประทับใจจนตบมือกันเกรียวกราว เมื่อองค์ที่หนึ่งของโขนคณะอาจารย์สัญชัยเริ่มเปิดฉากก็ร่ายมนต์สะกดให้ผู้ชมนิ่งดูความงดงามตระการตาจนเงียบกริบกันไปทั้งลานวัดอย่างน่าอัศจรรย์ เหลือเพียงเสียงดนตรีปี่พาทย์ประกอบการแสดงเท่านั้นที่ยังคงดังกระหึ่มด้วยเครื่องขยายเสียงขนาดใหญ่อยู่เพียงเสียงเดียว
แสงไฟจากสปอร์ตไลท์หลากสีสันที่ส่องอยู่บนเวทีทำเอานักแสดงโขนจำแนกสีหน้าของผู้ชมไม่ออกเลยว่าเป็นเช่นไรแต่ทุกคนรู้สึกได้ว่าผู้ชมทั้งไทย จีน ฝรั่ง หรือแม้แต่ญี่ปุ่นต่างให้การตอบรับและชื่นชมพวกเขากันอย่างเต็มที่ สังเกตจากเสียงตบมือที่ดังขึ้นทุกครั้งหลังจบการแสดงทุกชุดทำให้นักแสดงสมัครเล่นที่มีส่วนรวมในการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของชาติในคณะนี้รู้สึกปราบปลื้มและอิ่มใจ พวกเขาจึงปล่อยฝีไม้ลายมือในการแสดงกันอย่างเต็มความสามารถ สร้างความสนุกเพลิดเพลินให้กับผู้ชมทุกคนจนลืมเลือนทุกอย่างไปจนหมดสิ้น
เมื่อสิ้นสุดการแสดงโขนองค์ที่1ก็สลับฉากด้วยการแสดงระบำลองแง็งต่อทันทีและแสดงสลับกันไปมาระหว่างการแสดงโขนองค์ที่ 2, 3 กับการร่ายรำชุดต่างๆตามที่เตรียมไว้ เจ้าหน้าที่แมคที่ยืนขนาบอยู่ด้านซ้ายของผู้กองเซอบีรุสผิวปากแสดงความพอใจจนออกนอกหน้าเมื่อมองเห็นนางรำของชุดรำนพรัตน์ที่แสนสวยเขาหันไปเรียกเจมส์ให้ดูสาวงามที่ตนชื่นชมอย่างลืมตัว ซึ่งต่างกับผู้กองเซอบีรุสที่ให้ความสนใจกับการแสดงโขนทุกองค์ที่ผ่านไปแล้วมากกว่าเพราะวิเคราะห์ดูแล้วรู้สึกว่าท่าทางการต่อสู้ของกองทัพยักษ์กับวานรนั้นคุ้นตา เขานึกออกในที่สุดว่าท่าทางการต่อสู้เหล่านั้นละม้ายคล้ายคลึงกับท่าแม่ไม้มวยไทยที่เขาชื่นชอบนั้นเอง การแสดงทั้งหมดจึงเรียกความสนใจและความระมัดระวังออกไปจากทีมของผู้กองเซอบีรุสเสียจนหมดสิ้น พวกเขาไม่เฉลียวใจเลยว่ามีสายตาที่แหลมคมและเรียวเล็กไม่ต่ำกว่าสิบคู่กำลังจ้องจับไปยังเป้าหมายของพวกเขาอย่างไม่กะพริบตา เหมือนฝูงอสรพิษที่กำลังซุ่มคอยจังหวะเข้าเล่นงานเหยื่อของมันอยู่ในเงามืด
เมื่อจบการรำในชุดสุดท้ายการแสดงโขนองค์ที่4ก็เริ่มขึ้น จอร์จที่อยู่ในชุดมหาดเล็กสีน้ำเงิน ใบหน้าถูกเขียนลวดลายกลายเป็นพลทหารยักษ์ดูน่ากลัวราวกับเป็นร่างอวตารของเผ่าพันธุ์อมนุษย์ในหนังจักรๆวงศ์ๆ เขายืนถือฉัตรอยู่ข้างหลังพญายักษ์ระหว่างบทเจรจาของท้าวทศกัณฑ์กับขุนกระบี่หนุมาน เขาเหลือบไปเห็นหญิงสาวแสนสวยคนหนึ่งที่กำลังนั่งชมการแสดงอยู่ด้วยความสนใจโดยบังเอิญ ทันทีที่เขาเห็นใบหน้าอันงามสะดุดตาของเธอจอร์จก็จดจำเธอได้ในวินาทีนั้น อารามดีใจจนเผลอสติทำให้เขาเกือบจะคลายมือที่ถือฉัตรเพราะเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาในทรวงอก ความรู้สึกประหลาดมันกรุ่นไกวและหมุนเป็นเกลียวราวกับกำลังก่อตัวเป็นวังน้ำวนขยายขนาดตัวเองเสียจนคับช่องอก หญิงสาวที่ชื่อมะลิคนนั้นเป็นดั่งสะดือทะเลที่ให้กำเนิดวังน้ำขึ้นมาในจิตใจของจอร์จ เขาปั่นป่วนจนครองสติแทบไม่อยู่ แสดงโขนไปตามบทอย่างคนใจลอยจวบจนถึงฉากสัปยุทธ์กันระหว่างพระรามกับพญายักษ์ทศกัณฑ์ อาจารย์สัญชัยผู้แสดงเป็นเจ้ากรุงลงกาต้องหันมาตบบ่าเรียกสติเขาเพราะถึงเวลาที่พลยักษ์ต้องลงจากเวทีแล้วถึงจะนอกบทแต่ก็กลมกลืนด้วยท่าโขนที่อาจารย์สัญชัยใช้โบกมือไล่โดยที่ผู้ชมไม่ได้เอ๊ะใจสงสัยเลย ชายหนุ่มลงจากเวทีมายืนเมียงมองไปยังกลุ่มผู้ชมที่ถูกตรึงด้วยการแสดงราวกับต้องมนต์สะกดอย่างไม่ยอมละสายตา บนเวทีดำเนินเรื่องราวมาจนถึงจุดจบของท้าวทศกัณฑ์ที่ถูกศรของพระรามปักที่อกและถูกหนุมานขยี้กล่องดวงใจไปด้วยพร้อมกัน อาจารย์โขนในคราบพญายักษ์ล้มตัวลงนอนตายกลางเวทีช้าๆเป็นอันสิ้นสุดชุดการแสดง เสียงตบมือเกรียวกราวดังมาจากเบื้องหน้าเวทีทันทีที่อาจารย์สัญชัยลุกขึ้นยืนหลังจากที่นอนอยู่ครู่ใหญ่
จอร์จก้าวขึ้นมาบนเวทีอีกครั้งพร้อมกับคนในคณะโขนที่ถูกเรียกตัวให้ขึ้นไปยืนเรียงแถวกันเพื่อกล่าวคำขอบคุณและรับเสียงตบมือแสดงความชื่นชมจากคนดู เขาเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่ตรงกลางระหว่างอาจารย์สัญชัยกับเจ้าแกละโดยที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ตัวของมะลิไม่วางตา
“กรี๊ด...”
เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน กลุ่มผู้ชมที่แต่งตัวเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไปประมาณ 10 คน เดินสวนกับผู้ชมที่ทยอยกันลุกออกไปจากเก้าอี้เข้าหาตัวมะลิจากทุกทิศทุกทาง ภาพหมอคมสันถูกพวกมันชกจนหน้าคว่ำทำเอาทุกคนที่ยืนเลียงแถวอยู่บนเวทีตกตะลึงต่อเหตุการณ์จนทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนนิ่งจ้องดูเหตูการณ์ราวกับกำลังชมหนังแอ๊กชั่นอย่างใกล้ชิด คนที่มีท่าทางบ่งบอกว่าเป็นหัวหน้าทีมของพวกมันตรงรี่เข้าคว้าข้อมือของมะลิฉุดกระชากเธอให้เดินตามมันไปทางด้านหน้าเวทีอย่างรุนแรง
“ช่วยด้วยค่ะ...ใครก็ได้ช่วยที”
เสียงร้องขอความช่วยเหลือของมะลิดังขึ้นมาจนคนที่ยืนอยู่ในบริเวณที่นั่งผู้ชมแตกฮือออกไปยืนโอบล้อมอยู่ห่างๆเหมือนนักท่องเที่ยวที่มาชมการแสดงโขนเหล่านั้นจะไม่เข้าใจในสิ่งที่มะลิร้องขอ ต่างคนต่างยืนดูกันนิ่งโดยไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเธอเลยแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบถึงจะอยู่นอกเหนือจากความคาดหมายของเหล่าอัศวินขี่ม้าขาวทั้ง 3 คนของทีมผู้กองเซอบีรุส พวกเขาก็ตั้งสติได้เร็วพอที่จะปรากฏตัวออกไปช่วยเธอได้ทัน การตะลุมบอนกันอย่างอลหม่านของคนทั้งสองฝ่ายจึงเปิดฉากขึ้น เจมส์และแมคงัดเอาศิลปะการต่อสู้ที่ได้รับการอบรมจากผู้กองเซอบีรุสออกมาใช้ได้อย่างน่าดูชม เป็นการปะทะกันชนิดดุเดือดเลือดพล่านราวกับเป็นของแถมของมหรสพที่ผู้ชมทุกคนไม่ยอมพลาด
ผู้กองเซอบีรุสเหวี่ยงพวกของมันคนหนึ่งที่ใช้มีดจ้วงแทงท้องของเขาใส่เก้าอี้นั่งจนล้มระเนระนาดไปเป็นทาง อีกคนพรวดเข้าล็อกคอจิ้งจอกเฒ่าจากทางด้านหลังแต่ก็ถูกศอกของเขากระทุ้งเข้าสีข้างในจังหวะประชิดตัว เขาบิดแขนที่ล็อกคอออกเต็มแรงและกดให้มันทรุดฮวบลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้นอย่างรวดเร็ว คนที่เหลือชักมีดของตนออกมาพุ่งเข้าหาเขาทันที เสี้ยววินาทีก่อนที่คมมีดจะถึงตัวผู้กองเซอบีรุสเขาหักแขนของคนที่ตนล็อกข้อมือเอาไว้และผลักมันให้ลงไปนอนดิ้นอยู่ที่พื้นอย่างคล่องแคล่วพร้อมกับเบี่ยงตัวหลบคมมีดที่พุ่งเข้าใส่ราวกับวินาทีชีวิตเป็นสิ่งที่เขาเผชิญมาจนชินชา เขาปลดมีดจากมือของเจ้านั่นได้ราวกับผู้ใหญ่แย่งของจากมือเด็กก่อนจะเสียบมันกลับคืนไปให้เจ้าของที่ไหล่ขวา เลือดสีแดงข้นไหลทะลักออกมาราวกับท่อประปาแตกสร้างความหวาดเสียวให้กับฝูงชนที่รายล้อมอยู่โดยรอบจนเกิดเสียงร้องวี้ดว้ายกระตู้ฮู้ฟังไม่ได้สับไปทั้งลานวัด
ชายคนที่ดูเหมือนว่าจะเป็นหัวหน้าทีมของพวกมันเห็นลูกน้องเสียทีผู้กองเซอบีรุสล้มลงไปนอนดิ้นทีละคน รู้สึกผิดคาดจนทำอะไรไม่ถูกยังดีที่ฝีมือของเจ้าหน้าที่เจมส์และแมคไม่จัดจ้านเท่าจิ้งจอกเฒ่าจึงยังพันตูอยู่กับลูกน้องของมันจนไม่สามารถมาช่วยทางนี้ได้แต่จิ้งจอกเฒ่าที่น่าเกรงขามกำลังเดินเข้าหามันช้าๆ เจ้าหัวหน้าทีมกลัวลนลานจนรีบชักมีดขึ้นมาด้วยมือขวาใช้แขนซ้ายล็อกคอของมะลิไว้จนแน่นและลากเธอให้ถอยหลังไปยังด้านหน้าเวทีอีกหลายก้าวอย่างไร้ความปราณี
ขณะนั้นบนเวทีเหลือเพียงจอร์จกับอาจารย์สัญชัยยืนอยู่ด้วยกันเพียงแค่สองคน ซึ่งทั้งคู่ต่างได้เห็นเหตุการณ์ทุกระยะอย่างต่อเนื่อง คนอื่นรวมทั้งเจ้าหนุมานแกละและนักศึกษาหม่อนตกใจกลัวและหนีลงจากเวทีไปตั้งแต่เห็นการนองเลือดเกิดขึ้นแล้ว
เจ้าหัวหน้าทีมก้าวถอยหลังอย่างระมัดระวังพร้อมกับหันปลายมีดชี้ไปยังเบื้องหน้าที่ผู้กองเซอบีรุสย่างเท้าตรงเข้ามาหามัน เมื่อเห็นเขามีสีหน้าเยือกเย็นและไม่สะทกสะท้านจึงเปลี่ยนแผนหยุดยืนอยู่กับที่กลางลานโล่งหน้าเวทีพร้อมกับหันคมมีดกลับเข้าหาคอหอยของมะลิ มันตะหวาดใส่ผู้กองเซอบีรุสด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงแปร่งๆว่า
“หยุด ถ้าแกไม่อยากให้เธอเป็นอะไรไป”
ผู้กองเซอบีรุสหยุดชะงักแต่ทำท่าจะเดินเข้าหามันอีกครั้งในอึดใจต่อมาเจ้านั้นจึงกดปลายมีดเข้าหาคอหอยของมะลิเพื่อเรียกเลือดให้ไหลซึมออกมาแทนคำขู่ คราวนี้ได้ผลจิ้งจอกเฒ่าที่ว่องไวและเก่งฉกาจจำต้องหยุดยืนสนิทนิ่งอยู่กับที่และจับจ้องกลับไปที่มันเหมือนกำลังคอยโอกาสโดยไม่กล้ากระดิกตัวทำอะไรอีกเลยในสถานการณ์คับขันเช่นนี้
เหตุการณ์ทุกอย่างอยู่ในสายตาของจอร์จตลอดเวลาชายหนุ่มกระวนกระวายใจเป็นห่วงเธอผู้นั้นอย่างน่าประหลาด เขาทำได้แต่เพียงยืนข่มอารมณ์โทสะที่พวยพุ่งออกมาจากจิตใต้สำนึกของตนอยู่เงียบๆ สีหน้าของเขาเคร่งขรึมและถมึงทึงขึ้นเรื่อยๆราวกับแปรสภาพจากคนไปเป็นยักษ์ เขากำลังยืนเพ่งสายตาที่แดงกร่ำจนวาวโรจน์ไปแผดเผาแผ่นหลังของเจ้าคนร้ายอยู่ด้านข้างอาจารย์สัญชัย เสียงของหนุมานแกละที่ยืนแอบดูอยู่ทางด้านหลังดังขึ้นมาให้คนทั้งสองได้ยินเบาๆว่า
“เอาเลยพี่จอร์จ ช่วยเขาหน่อย พี่สาวน่าสงสารออก”
จอร์จหันขวับกลับไปมองตามเสียงเจ้าทโมนแกละ เขาพยักหน้ารับรู้และหันมาสบตากับอาจารย์สัญชัยพร้อมกับส่งหัวโขนของตนไปให้ ทันทีที่อาจารย์โขนพยักหน้าก็ประจวบเหมาะกับที่เจ้าคนร้ายหันปลายมีดออกไปโบกไล่ผู้กองเซอบีรุสพอดี
จอร์จก้าวด้วยฝีเท้าที่เบาและเงียบกริบกระโจนพรวดลอยจากเวทีราวกับขุนยักษ์ที่เหาะลงมาจากฟ้าเข้าคว้าข้อมือบิดอย่างแรงจนมีดหลุด ชายหนุ่มกระชากแขนของมันกลับมาไขว้หลังอย่างรวดเร็วเจ้านั่นรู้สึกตัวอีกทีก็เจ็บจนร้องออกมาอย่างสุดเสียง คลายวงแขนที่ล็อกคอมะลิออกเองโดยอัตโนมัติ เธอจึงล้มลงไปนั่งฟุบสิ้นเรี่ยวแรงอยู่กับพื้น จอร์จกระชากแขนเจ้านั้นกลับไปข้างหน้าและเหวี่ยงร่างมันปลิวไปตกหน้าผู้กองเซอบีรุสที่ยืนอยู่ เมื่อมะลิได้สติเธอผุดลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางที่ซวนเซสายตาพร่าเลือนหมุนตัวกลับมาช้าๆเป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าหัวหน้าทีมลุกพรวดขึ้นมาตั้งหลักได้ มันหันขวับกลับมากระโจนเข้าหาเธออย่างสุดกำลัง จอร์จใช้ท่อนแขนที่กำยำช้อนร่างของมะลิขึ้นมาแนบอกหมุนตัวเบี่ยงร่างของเธอหลบและตวัดขาเตะด้วยท่าจระเข้ฟาดหางใส่ใบหน้าของมันในวินาทีสุดท้ายจนมันกระเด็นไปนอนหงายแผ่หลาหมดพิษสงอยู่ข้างหน้าของผู้กองเซอบีรุสอีกครั้ง
ในความมึนงงและสติที่รางเลือนของมะลิ เสี้ยววินาทีที่มีท่อนแขนเกี่ยวเอวของเธอนั้นมันได้ส่งผ่านความรู้สึกที่แสนคุ้นเคยออกมาด้วยอย่างน่าประหลาด ดั่งกระแสคลื่นของแม่เหล็กไฟฟ้าที่ต่างขั้วแต่ถูกคู่ส่งพลังดึงดูดเข้าหากันอย่างที่ไม่เคยได้รับความรู้สึกเช่นนี้จากใครมาก่อน สติที่แจ่มชัดขึ้นมาเพียงวูบหนึ่งสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่เติมเต็มความถวิลหาของเธอได้อย่างสมดุล ความรู้สึกพิเศษนั้นแม้จะก่อตัวเร็วปานสายฟ้าแลบแต่ก็หายไปรวดเร็วเช่นกันเพราะมะลิสลบลงบนอ้อมอกนั้นในวินาทีต่อมา
เสียงนกหวีดของเจ้าหน้าตำรวจดังขึ้นมาจากทางประตูหน้าวัด พลพรรคแดนมังกรหิ้วปีกเพื่อนที่นอนสิ้นลายอยู่กับพื้นโกยอ้าวออกไปทางประตูหลังกันอย่างรวดเร็ว พวกมันหายลับไปในความมืดจนไม่เหลือทิ้งไว้เลยแม้แต่คนเดียว พอชายหนุ่มได้ยินเสียงและรู้ว่าเป็นตำรวจเข้ามาห้ามทัพอารามตกใจและระแวงว่าตนจะถูกจับหรือถูกสอบซักประวัติทำให้เขาจำต้องวางร่างของมะลิลงกับพื้นอย่างไม่เต็มใจ เขาผลุบหายไปจากสถานที่เกิดเหตุโดยที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนใดทันได้เห็นตัว ตำรวจที่เข้ามาถึงหน้าเวทีการแสดงเดินดิ่งตรงเข้าไปหาผู้กองเซอบีรุสที่ยืนอยู่กลางลานเพื่อสอบถามถึงรายละเอียดของเหตุการณ์ทันทีที่มาถึง
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคลี่คลายสถานการณ์ทั้งหมดลงได้จึงเชิญตัวทุกคนในทีมของผู้กองเซอบีรุสหมอคมสันและมะลิให้ขึ้นรถไปให้ปากคำที่โรงพัก เมื่อรถตำรวจแล่นออกไปแล้ว คณะโขนของอาจารย์สัญชัยจึงได้เวลาช่วยกันเก็บกวาดสถานที่ตรวจนับสิ่งของและจัดการอุปกรณ์ต่างๆตามหน้าที่ของแต่ละคน เหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์จากคนในคณะโขนอย่างสนุกสนาน ทุกคนคุยกันไปทำงานกันไปซักพักจอร์จจึงได้ปรากฏตัวที่หลังเวที เขาตรงเข้าไปหาอาจารย์สัญชัยที่กำลังจับกลุ่มอยู่กับเจ้าหนุมานแกละและนักศึกษาหม่อนที่ช่วยท่านถอดเครื่องโขนอยู่ อาจารย์สัญชัยเอ่ยทักทันทีที่เห็นตัวเขาว่า
“พระเอกของเรามาแล้วเป็นอย่างไรบ้างละพ่อหนุ่ม เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า”
“ปรกติดีครับอาจารย์ ผมขอโทษครับที่ทำอะไรลงไปโดยพละการ”จอร์จพรมมือขึ้นพร้อมกับกล่าวคำด้วยสีหน้าเจื่อน
“จะต้องมาขอโทษขอโพยอะไรละพ่อหนุ่ม เราช่วยคนมันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว อาจารย์ไม่ว่าอะไรหรอก อยากจะชมเสียด้วยซ้ำ เก่งฉกาจอย่างกับพระเอกหนังเลยนะเรานี่”
“พี่จอร์จเท่มากเลยค่ะ เป็นฮีโร่ช่วยสาวสวยซะด้วย” นักศึกษาหม่อนเอ่ยชมขึ้นบ้างเพราะยังประทับใจในเหตุการณ์นั้นไม่หาย
“แน่นอนอยู่แล้วพี่ชายของหนุมานจะกระจอกได้ยังไงจริงไหมพี่จอร์จ”
เจ้าทโมนน้อยเป็นปลื้มแทนพี่ชายกำมะลอของตนจนออกนอกหน้าเพราะนึกอยู่แล้วว่าพี่จอร์จต้องไม่ธรรมดาถึงจะเคยเห็นฝีมือตอนจับโจรที่หน้าวัดมาก่อนแล้วแต่ก็ไม่นึกว่าเขาจะเก่งถึงเพียงนี้
“พ่อหนุ่มเขาเป็นพลยักษ์นะจะเป็นพี่ชายของหนุมานได้อย่างไร ต้องบอกว่าเก่งยังกับพญาอินทรชิตถึงจะถูก ฮ่ะๆๆๆๆ…”อาจารย์สัญชัยได้ทีพูดดักคอเจ้าทโมนน้อยด้วยความเอ็นดูสร้างเสียงหัวเราะให้ทุกคนที่ได้ยินจนบรรยากาศเริ่มครื้นเครงขึ้นมาอีกครั้งคงมีแต่เพียงชายหนุ่มคนเดียวเท่านั้นที่มีสีหน้าฉายความกังวลจนหน้าเคร่งเครียด เขาพยายามซ่อนอาการผิดสังเกตของตนจากสายตาของทุกคนก่อนจะเอ่ยถามอาจารย์สัญชัย
“อาจารย์ครับ เก็บของเสร็จแล้วจะออกเดินทางไปสวนโมกข์เลยหรือเปล่าครับ”
“ยังหรอกพ่อหนุ่มพรุ่งนี้หกโมงค่อยออกเดินทาง มาช่วยกันเก็บของให้เสร็จจะได้ไปอาบน้ำอาบท่าและขึ้นนอน”
ชายหนุ่มทั้งที่เป็นกังวลกลัวว่าตำรวจจะย้อนมาที่นี่อีกครั้งแต่ก็จนใจจะหลีกหลบไปเพียงลำพังจึงจำต้องคล้อยตามอาจารย์สัญชัย เขาก้มหน้าก้มตาช่วยทุกคนทำงานอย่างขะมักเขม้น เมื่อทุกอย่างถูกเก็บขึ้นรถเสร็จเรียบร้อย คณะโขนทุกคนจึงทยอยกันไปเข้าคิวอาบน้ำและแยกย้ายไปนอนยังที่นอนของตน ตั้งแต่เหตุการณ์ระทึกขวัญผ่านพ้นไปจอร์จกลายเป็นหนุ่มเนื้อหอมที่สาวๆในคณะโขนของอาจารย์สัญชัยให้ความสนใจเป็นกรณีพิเศษ พวกเจ้าหล่อนต่างส่งยิ้มให้เขาทุกครั้งที่เดินผ่านจนชายหนุ่มเองก็รู้สึกกระดากมีแต่นักศึกษาหม่อนคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงมีท่าทีที่เป็นปรกติเช่นเดิม เขาเองก็ไม่ได้มีความรู้สึกเป็นพิเศษกับสาวคนไหนเลย
ก่อนนอนจอร์จไม่ลืมสวดมนต์พร้อมกับเจ้าทโมนวัด ในห้วงแห่งความคิดของเขาขณะที่สาธยายมนต์อยู่นั้นมันกับไม่สงบเหมือนเช่นทุกครั้งเพราะจิตใจของเขาคอยแต่จะกระหวัดกลับไปคิดถึงสัมผัสอันนุ่มนวลจากหญิงสาวผู้มีใบหน้าเหมือนนางในความฝันคนนั้นอยู่ตลอดเวลาชื่อของเธอยังเหมือนกันจนเขาเกิดความรู้สึกกังขามากขึ้นทุกขณะจิต ชายหนุ่มนอนหลับตาแต่ใจกลับตื่นตัวเขาเฝ้าแต่คิดถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาในจิตใจขณะที่ผิวสัมผัสของทั้งคู่อยู่ในอ้อมแขนของกันและกัน ใบหน้าของหญิงสาวลอยวนเวียนไปมาอยู่ในห้วงแห่งความคิดคำนึงของเขาเนิ่นนาน จนในที่สุดความอ่อนเพลียก็เป็นฝ่ายเอาชนะความถวิลหาชายหนุ่มจึงผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัวราวกับถูกตัดกระแสไฟฟ้าที่หล่อเลี้ยงร่างกายลงอย่างฉับพลัน



Create Date : 25 มิถุนายน 2554
Last Update : 2 กรกฎาคม 2554 10:46:36 น. 0 comments
Counter : 346 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wayoodeb
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




 
      
Friends' blogs
[Add wayoodeb's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.