Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2554
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
23 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 
องค์ที่ ๘(๒) : เจตนา

บนถนนเลียบชายทะเลของเกาะสมุยรถเก๋งสีบรอนซ์ทองแล่นผ่านชายหาดที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนแม้เวลาจะล่วงเลยมาจนสายแล้วก็ตามแต่ผู้คนก็ไม่ได้บางตาลงเลยราวกับไม่ยี่หระต่อแสงแดดที่แผดจ้า รถเก๋งสีบรอนซ์เงินคันหนึ่งวิ่งผ่านจุดเดียวกันนี้ไปอย่างเชื่องช้าโดยพยายามทิ้งระยะห่างจากรถคันแรกไว้พอประมาณ ฟิล์มกรองแสงสีดำที่ตัดกับสีของตัวรถแถบจะเป็นสีเดียวกันกับผิวของคนขับ เจ้าหน้าที่แมคซึ่งนั่งอยู่หลังพวงมาลัยเพ่งสายตาจับจ้องอยู่ที่ท้ายรถของเป้าหมายและสนทนากับเพื่อนร่วมงานผิวเผือกที่นั่งคู่กันกับเขาว่า
“นายคิดเหมือนฉันหรือเปล่า อยากให้เสร็จภารกิจเร็วๆจัง เราจะได้กลับมาเที่ยวเหมือนคนพวกนี้มั่ง”
“อืม….ที่นี่สวยดี ทำงานมาตั้งหลายเดือนแล้ว เสร็จงานนี้คงต้องลาพักร้อนกันยาวหน่อย”
“นายสองคนอย่าพึ่งพูดเรื่องวันหยุดได้ไหม เดี๋ยวคลาดกับเป้าหมายฉันเอาเรื่องพวกนายแน่”
ผู้กองเซอบีรุสวางหูโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านดาวเทียมลงก่อนจะเอ่ยคำ
“ผู้กองไม่ต้องห่วงครับ ถ้าลองเจ้าแมคมันได้จับพวงมาลัยเองต่อให้นักแข่งรถเอฟวันก็สลัดมันไม่มีวันหลุดแน่นอน”
ขณะที่เจมส์พูดรถคันหน้าที่ขับโดยหมอคมสันเร่งความเร็วแซงรถเก๋งสีแดงคันหนึ่งขึ้นไปแล้ว เมื่อพ้นจากถนนที่ตัดขนานไปกับตัวหาดก็กลายเป็นถนนที่ไต่ขึ้นสู่ภูเขาลูกย่อมๆลูกหนึ่ง ด้านซ้ายที่เคยมองเห็นท้องทะเลในระดับสายตาเหมือนถูกกดให้จมดิ่งลงเรื่อยๆจากการยกระดับขึ้นของพื้นผิวถนน รถวิ่งอยู่บนทางที่สูงชันตรงกลางระหว่างผนังหินและหน้าผาที่ติดกับทะเลเบื้องล่าง รถเป้าหมายเริ่มเร่งความเร็วขึ้นเล็กน้อยทิ้งระยะห่างมากขึ้นไปอีกจนเจ้าหน้าที่แมคต้องเอ่ยถามหัวหน้าทีมว่า
“ผู้กองครับ แซงตามขึ้นไปเลยไหม”
“ปล่อยให้เป้าหมายทิ้งระยะห่างออกไปอีกพอพ้นโค้งหน้าคอยแซงเจ้าคันสีแดงขึ้นไป”
แมคมองเห็นรถเป้าหมายลับโค้งข้างหน้าไปแล้วจึงเร่งความเร็วขึ้นจี้ท้ายรถคันหน้าเพื่อเตรียมที่จะแซงขวาแต่แล้วรถคันดังกล่าวกับเร่งความเร็วขึ้นอีกจนทิ้งระยะห่างไว้เท่าเดิม พอแมคเร่งความเร็วเพื่อแซงมันอีกครั้งรถคันนั้นก็เร่งตามและเบี่ยงออกขวากันไม่ให้เขาแซงทุกครั้งจนแมครู้สึกผิดสังเกต เขาพูดกับผู้กองเซอบีรุสทั้งที่ตายังจับจ้องอยู่ที่ท้ายรถคันสีแดงว่า
“ถ้าจะไม่ได้การครับผู้กอง คันหน้ามันเจตนาไม่ให้เราแซง”
“แมคนายแน่ใจหรือ” ผู้กองเซอบีรุสถามพร้อมกับชะโงกหน้ามามอง
“แน่ใจครับมันส่ายไปมาอย่างกับงูบังทางทั้ง 2 ข้างเอาไว้”
“ใช่ครับผู้กองแมคพยายามจะแซงมันหลายครั้งแล้วแต่มันปาดหน้าไปปาดหน้ามาไม่ยอมให้เราแซงครับ”
รถสีบรอนซ์ทองของหมอหนุ่มเริ่มทิ้งห่างจากพวกเขาออกไปเรื่อยๆพอลับโค้งหน้าไปไม่นานรถคันสีแดงจู่ๆก็ชะลอความเร็วลงเพื่อให้รถของเจ้าหน้าที่ทั้งสามแซงขวาขึ้นไป แต่เพียงไม่นานกับเร่งความเร็วขึ้นมาประชิดติดด้านหลังจนแมครู้สึกไม่สบายใจ เจ้าหน้าที่ผิวหมึกจ้องกระจกมองหลังสลับไปกับการมองทางจนผู้กองเซอบีรุสรู้สึกเอะใจ
“แมค ทำไมนายไม่เร่งหนีมันไปเลยละ”
“ผมเร่งแล้วครับผู้กอง แต่…”
แมคหยุดพูดอย่างกะทันหันพร้อมกับหมุนพวงมาลัยเต็มแรงเพื่อเบี่ยงขวาให้รถวิ่งออกไปกินเลนรถสวนอย่างกะทันหันแต่แล้วรถคันนั้นก็ขับเบี่ยงกินเลนตามเขามาเช่นกัน จากภาพในกระจกมองหลังที่แมคเห็นเมื่อเสี้ยววินาทีก่อนหน้านี้ ที่นั่งตอนหน้าคู่กับคนขับมีวัตถุสีดำดูคุ้นตาถูกยื่นออกมาและหันมันส่องลำกล้องมาทางนี้ ขณะที่แมคเหยียบคันเร่งจนสุดก็ตะโกนเตือนทุกคนพร้อมกับก้มหัวตัวเองลงจนต่ำ
“ผู้กองหลบเร็ว...มันเอาปืนออกมาส่องเราแล้วครับ”
ผู้กองเซอบีรุสหันขวับกลับไปมองผ่านกระจกหลังทันทีก็เป็นจังหวะเดียวกับที่แมคหักพวงมาลัยไปทางซ้าย เพื่อเบี่ยงรถกลับเข้ามาวิ่งในเลนเดิมอย่างรวดเร็ว ผู้กองเซอบีรุสได้ยินเสียงหัวกระสุนวิ่งมาแฉลบกับตัวถังด้านข้างของรถได้อย่างชัดเจน เขาเบี่ยงตัวลงนอนราบไปกับเบาะโดยอัตโนมัติ ส่วนเจมส์ก็ก้มหัวลงทันทีเช่นกันและกำลังเปิดกระจกไฟฟ้าทางด้านที่เขานั่งอยู่ลง เขาหมุนตัวกลับหลังได้ก็หยิบเจ้าใบ้ดำออกมายื่นออกไปนอกรถพร้อมกับเอ่ยคำสั่งกับเพื่อน
“นายขับไปเรื่อยๆเดี๋ยวฉันจะยิงกับมันเอง”
รถเก๋งสองคันวิ่งด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่ายกลับไปกลับมาระหว่างเลนส์ทั้งสองข้างในขณะที่มีเสียงคมกระสุนกระทบกับตัวถังรถดังตลอดเวลา ผู้กองเซอบีรุสหยิบปืนติดที่เก็บเสียงของตนขึ้นมาบ้างและเอ่ยกับลูกทีมทั้งสองว่า
“เจมส์ยิงคุ้มกันส่วนแมคพอเข้าโค้งหน้าหักขวาข้ามเลนส์ไปเลยนะ เดี๋ยวฉันจะจัดการกับพวกมันเอง”
“ครับผม”
ทั้งสองคนรับคำในขณะที่รถเก๋งสีบรอนซ์เงินของพวกเขาแล่นเข้าโค้งที่ยื่นออกไปทางหน้าผาอย่างรวดเร็วแมคหักขวาทันทีที่อยู่รถไต่อยู่บนสันโค้ง รถคันสีแดงก็วิ่งตามหลังมาติดๆ เจ้าหน้าที่เจมส์เล็งยิงไปที่คนขับติดๆกัน 3 นัดจนทำให้มันจำต้องหักหลบไปทางซ้ายล้อบดกับพื้นถนนเกิดเสียงแหลมแสบแก้วหู ผู้กองเซอบีรุสฉวยโอกาสยื่นแขนออกไปทางกระจกหลังและยิงเจาะยางข้างซ้ายหน้าของรถคันนั้นจนหมดแมคกะซีนทำให้มันเสียหลักพุ่งชนที่กั้นทางและทะลุหลุดออกไปยังหน้าผาเบื้องล่างอย่างรุนแรง ไม่กี่วินาทีต่อมาเจ้าหน้าที่ทั้ง3คนจึงได้ยินเสียงระเบิดกัมปนาทมาจากเบื้องล่าง ผู้กองเซอบีรุสถอนหายใจเหมือนเมื่อตอนเช้าอีกครั้งก่อนจะพูดว่า
“เจมส์นายเห็นหน้าคนที่ยื่นมือออกมายิงเราไหม”
“เห็นครับผู้กอง เจ้าไซคลอปส์กลายเป็นยักษ์ตาเดียวสมชื่อมันเลย”
“ทำไมหรือเจมส์” แมคถามขึ้นมั่งหลังจากเร่งความเร็วรถมาจนเห็นหลังของเป้าหมายริบๆ
“สงสัยเมื่อเช้าตอนที่ฉันยิงสู้กับมันนัดสุดท้ายคงไปทำให้ตามันบอดไปข้างหนึ่ง ฉันเห็นมันคาดที่ปิดตาสีดำมาด้วย”
ผู้กองเซอบีรุสสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาอีกครั้งเอ่ยสรุปขอสันนิฐานของตนด้วยเสียงเข้มให้ลูกทีมฟังว่า“นี่แสดงว่าเจ้าพวกมือโปรจอมอุ้มต้องไม่ได้ทำงานกันตามลำพัง อาจจะมีแก๊งอาชญากรหนุนหลังพวกมันอยู่ด้วย”
“อ๊ะใช่แล้วครับผู้กอง ผมลืมแจ้งไปว่าเมื่อเช้าตอนที่ผมไปโรงพยาบาลดูศพของเจ้าลุจจิมีญาติของมันมาขอรับศพกลับไปแล้ว ผมยังแปลกใจอยู่เลยว่าพวกมันมีญาติอยู่ที่นี่ได้อย่างไร สงสัยจะเป็นพวกแก๊งมาเฟียที่มันมีเอี่ยวด้วยมารับกลับไปครับ”
“ผู้กอง อย่างนี้ก็แย่สิครับ แสดงว่าพวกเราสามคนกำลังสู้อยู่กับแก๊งอาชญากรพร้อมกันทีเดียวไม่น้อยกว่าห้าแก๊งเลยหรือครับ แจ้งหน่วยเหนือให้ส่งกำลังหนุนมาเพิ่มดีไหม”
แมคพูดขึ้นบ้างด้วยท่าทีเป็นกังวลจนหน้าเปลี่ยนจากสีน้ำหมึกเป็นหมึกซีด
“ยังไม่ต้องพวกที่เหลือคงไม่กล้าเคลื่อนไหวอะไรในตอนนี้ ที่ออกมาปะทะกับเราตรงๆก็มีแต่แก๊งรัสเซียเท่านั้นเพราะมันเป็นผลมาจากเรื่องของเจ้าลุจจิถูกเก็บ ส่วนแก๊งอื่นมันคงกำลังคอยเวลาตะครุบตัวเป้าหมายหลักเหมือนเรา ถ้าจะต้องปะทะกันอีกครั้งก็ต้องเป็นที่กรุงเทพฯมากกว่า เดี๋ยวฉันจะโทรศัพท์ไปแจ้งหัวหน้าใหญ่เสียหน่อยเผื่อว่าจะขอกำลังสนับสนุนให้ไปเตรียมตัวรออยู่ที่กรุงเทพฯด้วยเลย”
ผู้กองเซอบีรุสวิเคราะห์สถานการณ์ด้วยน้ำเสียงที่เครียดขึงเขาหยิบหูโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมขึ้นมาอีกครั้งและออกคำสั่งกับแมคก่อนที่จะกดเบอร์
“แมคนายระวังอย่าเข้าใกล้เป้าหมายมากนักนะ เดี๋ยวจะผิดสังเกต ส่วนเจมส์นายคอยสังเกตรถที่ตามหลังเรามาด้วย”
“ครับผู้กอง”
เจมส์รับคำและจ้องไปยังกระจกมองข้างอยู่เป็นระยะรถทั้งสองคันแล่นพ้นจากถนนชิดขอบหน้าผาออกมาสู่ทางที่ตัดผ่านชุมชนแห่งหนึ่งและแล่นตรงไปยังสนามแข่งรถโกคลาสอย่างเชื่องช้าเพราะการจราจรบนถนนสายนี้เริ่มคับคั่งไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา หมอหนุ่มขับรถเข้าประตูสนามแข่งไปจอดเทียบอยู่บนลานจอดรถ เขาเปิดประตูก้าวลงมาจากรถเป็นคนแรก เตรียมของซักพักจึงเดินนำสามสาวเข้าไปยังโต๊ะพนักงานบริการประจำสนาม ทุกอิริยาบถของพวกเขาอยู่ในสายตาของเจ้าหน้าที่ทั้งสามคนอย่างละเอียด
ทิ้งระยะเวลาห่างกันไม่นานเจ้าหน้าที่ผิวหมึกก็ลงมาจากรถเพียงลำพังและเดินตามคณะของเป้าหมายเข้าไปยังสนามด้านใน ส่วนเจ้าหน้าที่เจมส์กับผู้กองเซอบีรุสยังคงซุ่มดูเหตุการณ์อยู่ในรถเพื่อสังเกตนักท่องเที่ยวที่แวดล้อมอยู่ในบริเวณดังกล่าวเพราะต้องการจะจับพิรุธบรรดาแก๊งอาชญากรที่ปลอมปนมาในคราบนักท่องเที่ยวโดยมีรูปภาพของเหล่ามือโปรจอมอุ้มที่แมคอัดไว้ให้เป็นตัวเทียบเคียง ทั้งสองคนต่างผลัดกันใช้กล้องส่องทางไกลสำรวจไปยังใบหน้าของนักท่องเที่ยวทีละคนอย่างพินิจพิจารณาและพบว่าเป็นไปอย่างที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า กลุ่มนักท่องเที่ยวเชื้อสายอิตาลี รัสเซีย จีนและญี่ปุ่นที่รวมตัวกันอยู่เป็นกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 4-5 คน ทุกกลุ่มต่างจับจ้องไปยังเป้าหมายชนิดไม่วางตาแต่ระมัดระวังตัวอย่างดีและดูเหมือนว่าทุกกลุ่มจะรู้ดีว่าไม่ได้มีแต่พวกของตนเท่านั้นที่จ้องเหยื่ออยู่ โดยต่างฝ่ายต่างคอยเฝ้าระวังกลุ่มอื่นไปด้วยราวกับว่าสนามแข่งรถโกคลาสในขณะนี้กลายสภาพเป็นฟาร์มเลี้ยงไก่ที่เหยื่ออย่างคณะของมะลิเป็นเหมือนลูกไก่ที่ไม่ระแคะระคายเลยว่ามีฝูงหมาป่าหิวโซคอยโอกาสตะครุบตนเป็นอาหารอันโอชะอยู่รอบตัว




Create Date : 23 มิถุนายน 2554
Last Update : 23 มิถุนายน 2554 12:22:03 น. 1 comments
Counter : 261 Pageviews.

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ

ไปเยี่ยมบล็อกของน้ำชาได้ค่ะ ThaiLand Travel l สถานที่ท่องเที่ยว


โดย: nonguide วันที่: 23 มิถุนายน 2554 เวลา:12:46:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wayoodeb
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




 
      
Friends' blogs
[Add wayoodeb's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.