Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2554
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
4 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 
องค์ที่ ๖(๑) : ภวังค์

องค์ที่๖: ภวังค์
เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้นภายในห้องพักของโรงแรม เจ.ดี.เป็นจังหวะเดียวกับที่มะลิเพิ่งออกจากห้องน้ำหลังจากการชำระล้างร่างกายเสร็จ นาฬิกาเรือนใหญ่กลางห้องบอกเวลา 23.00 น. เธอเดินดิ่งไปรับสายโทรศัพท์ทั้งๆที่เส้นผมยังเปียกชุ่ม
“สวัสดีค่ะ มะลิกำลังพูดสายอยู่ค่ะ”
“สวัสดีจ้า นี่แบงก์เองนะ มีอะไรจะถามหน่อย”
“อะไรหรือจ้ะแม่จอมขี้ลืม” มะลิกระเซ้าเพื่อนสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“เราหาชุดว่ายน้ำที่ซื้อมาไม่เจอตกอยู่ที่นั้นหรือเปล่าจ๊ะ”
“ชุดสีส้ม ๆ ใช่ไหม อยู่ที่นี่แหละเห็นถือแต่ขนมกลับไปนึกว่าไม่เอาแล้ว”
“แหม....ถ้าไม่เอาก็ได้แก้ผ้าเล่นน้ำทะเลละสิจ๊ะคนสวย ของเก่ายิ่งใส่ไม่ค่อยได้อยู่ ดีเลยฝากไว้กับมะลิละกัน พรุ่งนี้ตอนไปรับเราค่อยเอาคืนนะ”
“จ๊ะแม่ยอดขมองอิ่มจะรับขนมจีบซาลาเปาเพิ่มไหมคะ”
“ฮิฮิ ได้ก็ดีสิ...” แบงก์หัวเราะคิกก่อนจะพูดต่อ “ราตรีสวัสดิ์จ๊ะแม่เทพธิดาพรุ่งนี้ค่อยเจอกันนะ”
“ราตรีสวัสดิ์จ้ะ...”
มะลิวางหูโทรศัพท์ลงก่อนที่จะเดินไปหยิบถุงชุดว่ายน้ำบนโต๊ะรับแขกมายัดใส่กระเป๋าเดินทางที่เปิดอ้าอยู่บนเตียงนอน เธอปิดมันและยกลงไปวางไว้ข้างเตียงก่อนจะหันกลับมาเปลี่ยนชุดนอน ทันทีที่หัวถึงหมอนมะลิก็หวนกลับไปคิดถึงเรื่องที่คุยกันเมื่อเช้านี้อีกครั้ง คำพูดของเพื่อนสาวทั้งสองคนเธอเองไม่รู้ว่ามันจะเป็นความจริงมากแค่ไหนแต่ก็สร้างความกังขาในสาเหตุเครื่องบินตกให้กับเธอจนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวมาตลอดทั้งวัน ทั้งคู่พูดกับเธอในขณะที่นั่งคุยกันอยู่ในห้องพักว่า “มะลิจ๊ะ อย่าเสียใจไปเลยนะ ดร.ทอมสันท่านไปสู่สุขคติแล้ว” มลพูดขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงปลอบโยนในขณะที่เธอเองยังมีท่าทีไม่คลายจากอาการเศร้าเสียใจ
“มลรู้สาเหตุที่เครื่องตกหรือยัง บอกมะลิทีสิ” หญิงสาวเสียงสั่นเครือจนเพื่อนทั้งสองคนอดวิตกไม่ได้
“ยังจ๊ะ แบงก์รู้แค่ว่ามีผู้ต้องสงสัยที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อยู่คนหนึ่งนะ”
“ใครหรือแบงก์บอกเราทีสิ อยากรู้จริงๆว่าคุณลุงไปทำอะไรให้เขาถึงต้องมาเอาชีวิตกันด้วย”
“เขาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริงหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย แบงก์เธออย่าเล่าเลยนะเดี๋ยวมะลิจะไม่สบายใจเปล่าๆ”
“ฉันไม่ได้เดาสุ่มไปเองนะก็คนที่หายตัวไปเมื่อเช้าอย่างไรล่ะมะลิ พวกตำรวจของประเทศสหรัฐอเมริกาที่เธอเห็นในห้องท่านผู้อำนวยการถือหนังสือมาขอรับตัวเขากลับไปสอบสวนด้วยนะ จำไม่ได้หรือ”
“ทำไมหรือจ๊ะเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยหรือ” มะลิแปลกใจจนต้องถามด้วยน้ำเสียงจริงจังเพราะพึ่งจะรู้จากปากเพื่อนว่าชายคนที่หายตัวไปเมื่อเช้าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง
“เจ้าหน้าที่พวกนั้นคิดว่าเขาเป็นผู้จี้เครื่องบินลำที่ดร.ทอมสันกำลังจะใช้บินเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาจ๊ะ”
แบงก์พูดจนมะลิรู้สึกขนลุกซู่แต่ยังกังขาไม่หายจึงถามเพื่อนกลับทันทีด้วยสีหน้าตกใจ
“เขาไปขึ้นเครื่องของคุณลุงทอมสันได้อย่างไรกันหรือว่าจี้ตัวคุณลุงให้พาขึ้นไป”
“เปล่าหรอกมะลิเธออย่าไปเชื่อยัยนี่เลย จริงๆแล้วฉันได้ยินมาว่า ดร.ทอมสันนำเครื่องเก็บรักษาตัวอย่างทางชีวภาพอันหนึ่งขึ้นเครื่องไปด้วยมันมีขนาดใหญ่พอที่จะบรรจุคนลงไปได้สบายๆเลยนะและชายคนนั้นก็อยู่ในเครื่องที่ว่านั่นขณะที่เครื่องบินกำลังเดินทาง”
“หา...อย่างนี้ก็ผิดกฎหมายนะสิ แล้วคุณลุงเอาเขาไปด้วยทำไมละ”
“นั่นแหล่ะที่แบงก์ก็ไม่รู้”
“มลว่ามะลิอย่าเสียเวลาคิดถึงเรื่องนี้อีกเลยนะ เรื่องมันจบไปแล้วลืมๆมันไปเถอะ”
มะลินอนทบทวนความคิดอยู่เงียบๆบนเตียงนอน ใจจริงอยากที่จะลืมเรื่องราวเหล่านี้ไปตามทีเพื่อนบอก แต่ก็ไม่สามารถทำได้เสียที ความสงสัยทำให้เกิดคำถามผุดขึ้นมาในหัวสมองของเธอมากมายโดยที่ทุกคำถามกับไม่มีคำตอบที่เธอพอใจเลย จนเธอต้องสรุปกับตัวเองว่าหลังจากกลับกรุงเทพฯแล้วเธอจะต้องเล่าเรื่องนี้ให้บิดาฟัง ก้นบึ้งของหัวใจมะลิยังร่ำร้องอีกด้วยว่าเธออาจต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อตามหาชายคนนั้น เธอตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวละเอ่ยกับตัวเองเบาๆว่า
“จะเป็นไปได้ไหมนะที่เราจะตามหาชายคนนั้นให้เจอ เราอยากรู้จริงๆว่าทำไมเขาถึงได้ไปอยู่ในเครื่องที่คุณลุงเอาไปด้วย เขาเกี่ยวข้องกับเรื่องเครื่องบินตกกันแน่นะ”








เดือนเสี้ยวลอยคว้างเป็นประธานอยู่กลางทะเลดาวเหนือยอดแหลมของเมรุเผาศพมันส่องแสงสีนวลเย็นตาอาบพื้นหินหน้าลานที่ปกคลุมไปด้วยความมืด ยามเฝ้าวัดนานๆครั้งจึงลุกขึ้นมาหอนรับบรรยากาศวิเวกวังเวงภายในกำแพง หลอดไฟดวงเล็กส่องแสงสว่างเป็นจุดอยู่ตามหน้ากุฏิ กุฏิของหลวงพ่อรุ่งมีเพียงแสงไฟจากหลอดตะเกียบเท่านั้นที่ยังคงตื่นอยู่สามชีวิตภายในนั้นขณะนี้กำลังหลับสนิท
จอร์จนอนอยู่ที่มุมตรงกันข้ามกับเจ้าทโมนแกละภายในห้องพักชั้นล่าง เขาหลับอย่างเป็นสุขมาแล้วครึ่งคืนด้วยความอ่อนเพลียแต่ในห้วงแห่งนิทรารมณ์เขากำลังฝันว่าตัวเองลอยคออยู่เหนือผิวน้ำที่ใสราวกับกระจก ท้องน้ำที่ไร้จุดสิ้นสุดกระเพื่อมขึ้นลงช้าๆและสะท้อนภาพของผืนฟ้าสีหม่นเบื้องบนให้เห็น ฉับพลันก็เกิดการเปลี่ยนแปลง มันเริ่มเคลื่อนที่จากขวาไปซ้ายและเร็วขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นกระแสน้ำวนที่รุนแรง ตัวของเขาไหลไปตามกระแสคลื่นของทะเลคลั่งอย่างไม่สามารถขัดขืน ความกลัวทำให้เขาตั้งหน้าตั้งตาจ้วงแขนว่ายทวนกระแสธารที่อุ่นและกำลังร้อนขึ้นเป็นลำดับแต่มันกลับกลายเป็นการดิ้นรนที่เปล่าประโยชน์ ความเชี่ยวกรากของกระแสน้ำทำให้อุณหภูมิความร้อนเพิ่มสูงขึ้นไปอีกจนผิวหนังทั่วตัวสัมผัสได้ ราวกับว่าเขากำลังแหวกว่ายอยู่ในทะเลลาวาก็ไม่ปาน กระแสน้ำไหลเวียนจนกลายเป็นวังน้ำวนและดูดกลืนตัวเขาลงสู่กึ่งกลางของหินหลอมเหลวอันใหญ่สีแดงหยุ่นใต้ผิวน้ำ มันดูราวกับเป็นก้อนเนื้อขนาดยักษ์ที่กำลังเต้นเป็นจังหวะแล้วเขาก็ตระหนักรู้ได้ว่ามันคือหัวใจของเขาที่กำลังเดือดปะทุไปด้วยไฟพยาบาทที่แผดเผาอยู่ข้างในอก
ทันทีที่เขาตระหนักถึงความเจ็บแปลบที่สะท้านขึ้นมาจากกำปั้น เขาก็เบนความสนใจไปจับอยู่ที่หลังมือของตนโดยอัตโนมัติและภาพเหตุการณ์ครั้งเก่าก็ปรากฏขึ้น จอร์จเห็นเงาร่างของเขาซ้อนทับลงไปยังร่างของชายคนหนึ่งจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน เขารู้ตัวว่าตนกำลังจ้องภาพในจอโทรทัศน์พร้อมกับตะโกนก่นด่าใครบางคนอยู่ด้วยน้ำเสียงที่โกรธเกรี้ยวสุดชีวิตจิตใจและระบายความเกลียดด้วยการตั้งหน้าตั้งตาชกกระจกตู้โชว์เครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์อย่างเอาเป็นเอาตาย
“ตึง”... “ไอ้ เหงี่ยน วัน กว็อก”...“ตึง”...“แกทรยศข้า...แกฆ่าคนที่ข้ารัก”... “ตึง”... “ข้าจะฆ่าแกให้ได้คอยดู”...“ตึง”
กลิ่นเหล้าคละคลุ้งอบอวลอยู่ในบรรยากาศรอบตัวปะปนกับกลิ่นขยะจากซอกตึกของสลัมใหญ่ที่เหม็นจนน่าขยะแขยง มันเสียดแทงฆานประสาทราวกับเหล็กที่แหลมคม แสงไฟนีออนจากเสาไฟฟ้าข้างถนนกะพริบติดๆดับๆ ภายในหน้าจอโทรทัศน์เป็นภาพข่าวของคณะทหารนำโดยท่านผู้นำโฮจิมินท์กำลังเดินตรวจแถวกองทหารอยู่ในค่ายพักพล หนึ่งในคณะนายทหารที่เดินติดตามอยู่ข้างหลังท่านผู้นำต่อให้ร่างกายของมันแหลกเหลวไปต่อหน้าต่อตาของเขา ณ เวลานี้เขาก็จำมันได้ คนๆนั้นครั้งหนึ่งมันเคยเป็นดั่งพี่น้องที่คลานตามกันมา ตั้งแต่พ่อของเหงี่ยน วัน กว็อกเก็บเขามาเลี้ยงเขาคิดเสมอว่าพ่อแม่บุญธรรมและมันคือครอบครัวใหม่ของเขาถึงแม้ว่าจะเคยถูกแม่เลี้ยงคนไทยและวัน กว็อก ตั้งหน้าตั้งตาจับผิดและแอบรังแกเขาลับหลังพ่อเสมอแต่จอร์จก็ไม่เคยถือสาหาความอะไร จนกระทั่งมันกับเขาเติบโตเป็นหนุ่มและได้เข้าสังกัดอยู่ในกองทหารผสมของเวียดกงด้วยกัน เขากับมันอาจไม่เคยมีความผูกพันกันเหมือนคนร่วมสายโลหิตแต่ก็เคยผ่านวินาทีชีวิตมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วน
จอร์จหวนกลับไปคิดถึงภารกิจสุดท้ายที่ทำให้เขากับมันหมางใจกันอีกครั้ง รูปลักษณ์ภายนอกที่เป็นดังตราบาปของเขาและการพูดภาษาไทยได้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนั้น หน้าที่จารชนแทรกซึมเข้าสู่ค่ายทหารของประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อหาข่าวโดยที่มีมันเป็นผู้ประสานงาน เขาพึ่งจะรู้เดียวนี้เองว่าสายเลือดผสมระหว่างสองประเทศของเขาเป็นเหตุให้เหล่าแกนนำครางแคลงใจจนทำให้มันได้รับมอบหน้าที่ลับมาตามดูพฤติกรรมของเขาด้วย วินาทีนี้ ณ ซอกเล็กๆในสลัมแห่งมหานครนิวยอร์ก เขาตระหนักรู้แล้วว่าวันเวลาแห่งโศกนาฏกรรมในค่ายทหารเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เขาน่าจะสังเกตเห็นแววตาของมันที่ลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความริษยาได้ทันก่อนที่เรื่องราวเหล่านั้นจะเกิดขึ้น มันนั่นเองที่เป็นคนหยิบยื่นบ่วงบาศแห่งพญามัจจุราชให้กับหญิงสาวคนที่เขารักและทุกชีวิตในวันนั้น จอร์จขบกรามแน่นจนเค้นเสียงพูดออกมาแทบจะไม่เป็นประโยค
“แน่ละสิ มันคงเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่ทำให้แกสามารถไต่เต้าขึ้นไปเป็นคนสนิทของแกนนำได้ไม่ยากเลยใช่ไหม”
จอร์จพูดกับตัวเองด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดพร้อมกับใช้กำปั้นที่ชุ่มไปด้วยเลือดต่อยใส่กระจกตู้โชว์หน้าร้านขายทีวีไม่ยอมหยุดจนกระทั่งเจ้าของร้านร่างท้วมเปิดประตูออกมาโดยกำเจ้ามัจจุราชเหล็กสีดำติดมือออกมาด้วย ปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติเอ็มหนึ่งเก้าหนึ่งหนึ่ง(M1911) บรรจุกระสุนจุดสี่ห้า (.45mm) ถูกเจ้าของร้านยกขึ้นจ่อที่ตำแหน่งศีรษะของจอร์จก่อนที่จะสบถเสียงดังด้วยท่าทางโกรธสุดขีดเช่นกัน
“ไอ้ขี้เมา... เอากำปั้นสกปรกของแกออกไปจากกระจกข้าเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นแกกลายเป็นศพหมาข้างถนนแน่”
อดีตจารชนแห่งกองกำลังเวียดกงผู้กลายเป็นขี้เมาหยำเปตั้งแต่เดินทางมาจากดินแดนอันไกลโพ้นก้าวเท้าเข้าหาร่างเจ้าของร้านด้วยท่าทีที่ปราศจากความพรั่นพรึง เขาส่งรังสีอำมหิตหมายชีวิตผ่านดวงตาที่แดงกล่ำจับจ้องไปยังต้นเสียงราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“เปรี้ยง...”
เสียงระเบิดจากปากกระบอกปืนดังขึ้นมาในขณะที่อีกเพียงครึ่งก้าวจอร์จก็จะเดินถึงตัวเจ้าของร้านแต่เป้ากระสุนกับอันตรธานไปปรากฏตัวอยู่ข้างๆของคนยิงเพียงชั่วกะพริบตา จอร์จปลดปืนจากมือของเขามาได้อย่างง่ายดายและยิงใส่ร่างนั้นสองนัดซ้อนร่างอันใหญ่และหนาไปด้วยชั้นของไขมันก็ล้มฟุบคว่ำหน้าจมกองเลือดของตนเองตายคาที่ทันที
หลังจากค่ำคืนที่ปลุกให้พญามัจจุราชตื่นจากการหลับใหล จอร์จเห็นภาพของตนเองใช้มัจจุราชสีดำในมือก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าแก็งมาเฟียอย่างรวดเร็วราวกับภาพยนตร์ที่ถูกเร่งความเร็ว จากเจ้าพ่อมาเฟียชั้นปลายแถวใช้ซากศพของผู้บริสุทธิ์อีกนับไม่ถ้วนถมเป็นบันไดก้าวขึ้นไปเป็นพ่อค้าอาวุธสงครามรายใหญ่ แต่ละก้าวที่เขาเหยียบขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลกมืดล้วนย่ำเท้าอยู่บนซากศพของคนอีกจำนวนนับไม่หวัดไม่ไหว เขาใช้ทั้งเงินและอำนาจแห่งโลกมืดผลักดันตนเองจนมีอิทธิพลต่อนักการเมืองในระดับประเทศและเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้รัฐบาลส่งทหารไปทำสงครามต่อเนื่องกับประเทศเวียดนามนานนับสิบปี
ทุกอย่างที่เขาทำตั้งแต่ฆ่าเจ้าของร้านขายโทรทัศน์เพียงเพื่อให้ได้แก้แค้นพันเอกเหงี่ยน วัน กว็อก เท่านั้น มันถูกดำเนินการจับกุมตัวมาอย่างลับๆในปีสุดท้ายของมหาสงครามที่ยาวนานและจอร์จก็เห็นสองมือที่เปื้อนเลือดของตนกำลังบีบคอคนที่เคยเป็นดั่งพี่น้องอย่างเอาเป็นเอาตาย หน้าของชายแก่อายุราว40กว่าๆขาวซีดและสิ้นใจตายคามือของเขาในคฤหาสน์หลังหนึ่งที่แสนโอ่อ่า
ทั้งๆที่จอร์จสามารถแก้แค้นมันได้สมใจแล้วก็ตามแต่ทำไมไฟพยาบาทที่แผดเผาอยู่ในจิตใจของเขากลับไม่อ่อนกำลังลงเลย หัวใจของเขาเหมือนมีแต่ความว่างเปล่าและรู้สึกถึงการสูญเสียอะไรบางอย่างไปตลอดกาล เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ทำสำเร็จรุล่วงลงแล้วแต่ทำไมเขากับไม่มีความสุขใจเลยแม้แต่เสี้ยวหนึ่งของวินาที หรือว่าทุกวินาทีที่เขาใช้ไปกับการแก้แค้นมันได้กัดกินจิตใจเขาไปด้วยพร้อมๆกัน ไฟพยาบาทคงทำให้เขากลายเป็นดั่งซากศพที่ไร้หัวใจไปเสียแล้ว
จอร์จถามตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่เขาต้องการแสวงหาต่อไปหลังจากวันนี้ เงินทอง อำนาจ วาสนาหรือแม้แต่การพิพากษาความเป็นความตายของประเทศใดประเทศหนึ่ง เขาแน่ใจว่าตัวเองมีทุกอย่างพรั่งพร้อมและมีมากจนคิดว่าใช้อย่างไรก็ไม่มีวันหมด แต่ทำไมมันยังไม่ทำให้เขารู้สึกถึงความสุขเลย และความสุขจากอะไรกันแน่ที่จะอยู่กับเขาไปตลอดกาล จอร์จถามตนเองวกไปวนมาจนเริ่มฟุ้งซ่าน หัวสมองหมุนคว้างและเกิดความรู้สึกวิงเวียน ภาพเหตุการณ์ต่างๆเริ่มไหลย้อนกลับราวกับภาพยนตร์ที่ถูกหมุนให้เดินเรื่องจากหลังไปหน้าอีกครั้ง ในภวังค์สุดท้ายของเขาปรากฏแสงแวบหนึ่งของอะไรบางอย่างสะท้อนมาเข้าตาและเขาก็นึกออกทันทีว่ามันคืออะไรในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนที่สติจะดับวูบลง มันคือแสงจากจี้ที่ห้อยคอของเขามาเนิ่นนานนั่นเอง จี้ที่เป็นเสมือนดั่งตัวแทนของเธอ



Create Date : 04 มิถุนายน 2554
Last Update : 10 มิถุนายน 2554 13:21:18 น. 0 comments
Counter : 270 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wayoodeb
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




 
      
Friends' blogs
[Add wayoodeb's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.