วันเบาเบาของบู้บี้...."อยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน"

การเดินทางเพียงลำพัง...บางครั้ง...มันก็สอนให้เรา "คิด" ด้วยสติ

 

หลายครั้งหลายหนที่ไปไหนมาไหนคนเดียว ไปเที่ยวคนเดียว ถ่ายภาพคนเดียว เดินคนเดียว กินคนเดียว...

 

มันดีนะ คือ ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ แต่มนุษย์ลึกลึกแล้วเป็นสัตว์สังคม ก็คงไม่แปลกที่อยากมีคนให้ไปด้วย




 

...อยุธยา... 8 Mar 2013

 

 

              ทริปนี้เป็นทริปที่ไม่ได้วางแผนมาก่อนว่าจะไป วันหนึ่งตื่นมาตี 5 นั่งคิดนอนคิด วันนี้เราจะไปไหนดี???? สุดท้ายไปเริ่มต้นที่อนุสาวรีย์ชัยฯ เดินไปแบบงงๆๆ เจอรถตู้ไปไหนก่อนก็ไปนั่นแหละ ฮ่า ฮ่า และแล้วก็เดินมาเจอ "ยุดยา ครับ ยุดยา" "น้องไปยุดยามั๊ยครับ" คนขับรถถาม พร้อมเปิดประตูให้....อัยเราก็พยักหน้า หงึก หงึก ไปก็ไปวะ!!! แต่ฟ้าแม่งเน่า ฝนก็จะตก เท้าก็ก้าวขึ้นรถมาแล้ว  ระหว่างทางก็ได้แต่นั่งภาวนา (ในฝัน) ว่าขอให้ฟ้าเปิดเถอะ....ไปถึง โอ๊วแม่เจ้า....ที่นี่ที่ไหน.... อยุธยา ครั้งสุดท้ายคือตอนประถม แล้วจะเริ่มยังไงอ๊า???? คิดในใจกับตัวเอง ก่อนอื่นเราต้องมีข้อมูลสิ ตรงดิ่งไป ททท. ขอแผนที่ ข้อมูลและคำแนะนำการเดินทาง จนท. แนะนำให้เช่าจักรยาน แต่........ เดี๋ยวนะ จักรยาน! มันต้องขี่บนถนน....โอ๊วไม่ ไม่เด็ดขาด เข็ดตั้งแต่แว๊นมอไซค์ ตัดหน้าสิบล้อตอนกลับจันท์  เข็ดจริงๆ ไม่นะ....สุดท้าย เดินจ่ะ และการเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น....สิ่งแรกที่สำรวจคือ พิพิธภัณฑ์ เดินดูครบก็ไปวัดต่อ.....ระหว่างทางที่เดิน

 

ก็ใช้วิชาความรู้เรื่องการดูแผนที่สมัยเรียนเนตรนารี ซึ่งไม่มีเลย....ก็เอาน่า.....เดินๆไปเถอะ เดี๋ยวก็ถึง

 

 

 

        ก่อนข้ามถนนมองซ้าย มองขวา ไม่มีรถ แต่!!!!!!!! มีช้าง.....ถึงเราจะขนาดใกล้เคียงกัน แต่เค้าก็กลัวตัวนะ.....รีบๆๆเดินๆๆหนีออกห่าง และเริ่มต้นใหม่ที่คุ้มขุนแผน ซึ่งก็กำลังปรับปรุง เนื่องจากน้ำท่วมหนักครั้งก่อนก็ไม่ได้ขึ้นไป เดินเลยไปอีกนิดเจอวัด...เอ๋??? วิหารพระมงคลบพิตร...เข้าไปถ่ายภาพ ทำบุญ และเดินต่อไป  วัดที่สอง วัดพระศรีสรรเพชญ์ คราวก่อนโน้นไปสุพรรณ แต่คราวนี้ไปอยุธยา....ชื่อเดียวกันแต่ต่างกันมาก

 

ก็เดินวนๆอยู่สักพัก สังเกตุเห็น เค้ากำลังบูรณะกันอยู่ ซึ่งก็...เดินห่างๆดีกว่า ข้ามฝากมาเจอวัดพระราม  ยืนคุยกับแม่ที่ขายตั๋วอยู่พักใหญ่ ได้ความรู้ และรอยยิ้ม อยู่นาน ก็เดินเข้าไปสำรวจ ฮิฮิ ไม่มีคนเลยจ้า.....สักพัก เริ่มรู้สึก ท้องเริ่มหิว แดดเริ่มแรง หน้าเริ่มไหม้....ว๊ากกกกก เที่ยงแล้วยังไม่ได้กินข้าวเลยเปิดหนังสือที่ได้มาจาก ททท. หาร้านอร่อยๆ หน่อยสิ! คุณพระ! ถ้าเดินก็ขาลากแน่ๆ แว๊นพี่วินหรอ....ไม่อะ เรามาแบบประหยัด....เดินๆๆไปแบบงงๆๆ หวังว่าจะพบร้านอาหารสักร้าน เพราะเริ่มไม่ไหวละ

 

สุดท้าย เดินมาถึงบึงพระราม...เห็นร้านค้าเล็กๆๆอยู่ริบๆๆ สวรรค์!!!! ดวงตาเปล่งประกาย ร้านขายอาหาร  รีบเดินๆๆๆๆๆ ตรงดิ่งไป อร่อยรึเปล่าไม่รู้ รู้แต่หิว และเจ็บเท้ามาก สั่งๆอาหาร และเครื่องดื่ม นั่งรออยู่สักพัก ก็มาเสิร์ฟ "หมูกระเทียม ไข่ดาว + สไปรท์  ค่าเสียหาย 50 บาทจ่ะ อร่อยนะ ซึ๋งร้านเป็นร้านเล็กๆจริงๆ แต่ปริมาณของอาหารนั้นใหญ่มาก!! อันตัวเรา ก็กินไม่หมด แต่ก็เกรงใจ ป้าเค้า นั่งเล็มให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมกับถามข้อมูลการเดินทางอีกรอบเพื่อความแน่ใจ....แวะเข้าห้องน้ำ และเดินต่อไป!! สู่วัดมหาธาตุ....ระยะทางไม่ไกลมาก

 

      แต่ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนระอุ ทำให้หมดแรงเร็วมาก บวกกับรองเท้าที่ทรยศ กัดจนเท้าแหก เลือดไหลซิบๆเลย ก็ยังทนเดินต่อไป  มาถึงซื้อตั๋ว....คุณพระ! คนขายตั๋วสปี๊ก อิงลิชใส่ โอ๊ว โน๊ว...ด้วยความตกใจ ยิ้มกว้างๆและยื่นเหรียญสิบให้ หนูคนไทยค่ะ....หัวเราะกันทั้งคณะ T T" หน้าตรูเหมือนต่างด้าวหรือไง???? รับตั๋วและเดินเข้าไปแบบไม่แคร์สื่อ  ไปถึงมุ่งตรงไปที่เศียรพระที่มีต้นไม้ปกคลุม  ก็หามุมถ่ายอยู่สักพัก

 

คุณฝรั่งก็มาสะกิด พร้อมกับให้ถ่ายภาพให้ แต่! ไม่เท่านั้นสิ...พี่แกใส่มาชุดใหญ่ จับใจความได้ว่า "ถ่ายให้เห็นหน้าเค้ากับเศียรพระได้ไหม" อัยเราก็เข้าใจนะ แต่ก็ได้แค่พยักหน้า หงึกหงึก และพี่แกพูดต่อ ประมาณว่า "พูดภาษาอังกฤษได้ไหม อยากทราบข้อมูล" อัยเราก็เข้าใจนะ แต่ข้อมูล??? ฮะ ข้อมูลหรอ????  ชี้ไปที่ป้าย แล้วบอกว่า I can't speek english. sorry และทำหน้าเสียใจจริงๆ คุณพี่ท่านก็ยิ้ม คงนึกในใจ

 

ไหนว่ามันพูดไม่ได้ แล้วไมมันเข้าใจ อัยบร้า.....หลังจากนั้นก็ยืนถ่ายภาพอยู่สักพัก คุณพี่คนเดิม...... เดินเข้ามา เอาอีกแล้วตรู ดิกส์ก็ไม่มี ก็ได้แต่ยิ้มใส่ "อะไรไม่รู้ ตรูยิ้มไว้ก่อน" ทฤษฎีของน้องน้ำ ฮะฮ่าเหมือนเค้าอยากคุยนะ พยายาม ถามอีเมล์ และชวนคุยเรื่อยๆ คือก็เข้าใจ...แต่ตอบไม่ได้ เข้าใจบ่ ฮ่วย  สุดท้ายไกด์ที่เค้าจ้างมาถึง ก็แยกทางกัน มีหน้ามาชวนว่าไปฟังด้วยกันไหม อุบ๊ะ! ไม่ไหวม๊างพ่อคุ๊ณณณ

 

 

 

 

         หลังจากนั้นก็เดินถ่ายภาพไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่า ตะคริวกิน อ๊ากกกกส์ เลยรู้ตัวว่า พอเถอะไว้วันหลัง พร้อมแล้วมาใหม่ เป็นไรไปไม่มีใครช่วยนะเว้ย....เดินเป็น เหยิน เป๋ เหล่ ไปขึ้นรถตู้ คุณพระ! กิโลครึ่ง...อัยที่เดินๆมาเนี่ยมันก็เกือบ 5 กิโลละนะ ไม่รวมระหว่างที่อยู่ในโบราณสถาน โอ๊วววจ๊อด....แดดก็ร้อน ขาก็เจ็บ เดินไปๆๆ เจอพี่รถตู้ก็ถามทางต่อเพื่อความชัวร์ อีก 1 กิโล สู้เว้ยยย....พี่แกก็บอกว่า เฮ้ย! น้องเดินมาหรอ ก็ได้แต่ยิ้มแล้วบอกค่ะ พี่แกก็ทำหน้าอึ้งๆๆ และบอกว่า "สู้ต่อไปนะ"  รู้สึกเหมือนเรากำลังจะขึ้นไปสู่ยอดเอเวอร์เรส เราต้องพิชิตทางไปสู่คิวรถตู้ให้ได้ วะฮะฮ่า......

 

 

 

 

          แต่.....พอก้าวขาเดินต่อไปไม่ถึง 100m. แม่จ้าวววว!!!!!! ตะคริว มาอีกแล้ว ปวดสุดๆๆ น้ำตาแทบเล็ด นั่งพักสักพัก พี่วินขับรถผ่าน และชะลอรถ ถามว่า where you go อัยเราเงยหน้ามาแล้ว หือ?  พี่วินพูดต่อว่า one minute และเหมือนจะพยายามให้เราไปกับแก อัยเราก็ยิ้มและรีบพูดไปว่า "หนูเป็นคนไทยค่ะ"  จะไปคิวรถตู้ ถ้าไป คิดเท่าไหร่คะ (จำได้ จากรายการหนังพาไปเวลาไปไหนต้องถามราคาก่อน ฮะฮ่า)

 

พี่แกบอก 30 บาท....โอ๊ว ไม่ถึงกิโลเนี่ยนะ....ก็เลยบอก 20 ได้ไหม อีกนิดเดียวเอง เค้าก็โอเค เวลานั้นคิดแค่ว่า อยากกลับหอโว๊ยยยย...เหนื่อย ร้อน เจ็บเท้า เจ็บขา...ถึงคิวรถตู้ ก็ขึ้นรถ 10 นาทีรถก็ออก แล้วเราก็....เข้าสู่นิทราอีกครั้งหนึ่งด้วยความเพลีย ..... ตื่นมา ป้าด...รังสิตแล้วพี่น้อง ทำหน้าให้หายง่วง และเตรียมตัวเช็คของ พอถึงอนุสาวรีย์ก็ขึ้นรถตู้กลับหอ โดยสวัสดิภาพ...

 

 

 

 

 

อยุธยาครั้งนี้....ต้องถึก และ มีสติ ไม่งั้นเราจะคุยกับเค้าไม่รู้เรื่อง และอาจจะโดนค่าเข้าชมในราคาต่างชาติ ฮ่าาา.....




Create Date : 10 มีนาคม 2556
Last Update : 10 มีนาคม 2556 13:31:31 น.
Counter : 706 Pageviews.

1 comments
  
โดย: Kavanich96 วันที่: 11 มีนาคม 2556 เวลา:10:19:07 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Escherichia coli
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



มีนาคม 2556

 
 
 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
12
13
14
16
17
18
19
20
21
23
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog