Free Image Hosting

Group Blog
 
 
มิถุนายน 2551
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
23 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 

นักล่าลูกปัด (ปรับแก้จากเรื่องของมีค่า)







“ข้าไปไม่นานหรอก” หาบอกซามีเมียของเขาที่กำลังอุ้มลูกสาววัยสี่ขวบไว้ในอ้อมอก ดวงตาของลูกสาวตัดพ้อจ้องมาที่เขา หารีบหลบสายตาคู่นั้น
“เอ็งพาลูกเข้านอนได้แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอกน่า “ สายตามุ่งมั่นแฝงนัยปลอบโยนของเขาส่งไปที่เมียและลูก
“ป๊ะโกหกนุ้ย ไหนเมื่อเช้าบอกว่าจะซื้อเรือมาฝาก “ ลูกสาวบุ้ยปากทำหน้างอน
“ถ้านุ้ยไม่ดื้อแล้วรีบเข้านอน ป๊ะจะซื้อเรือและขนมอร่อยมาฝาก รีบไปนอนได้แล้ว “ เขาปลอบโยนลูกสาวเมื่อได้ผิดสัญญาที่บอกไว้ พร้อมกับข้อแรกเปลี่ยนใหม่
“จริงๆนะ ห้ามโกหกอีกนะ” ลูกสาวเกาะแขนหาเขย่าไปมา “เอาเรือสวยๆนะป๊ะ เหมือนเรือของป๊ะไง”
เขานิ่งเงียบ พลางถอนหายใจ “อืมจะซื้อลำใหม่กว่าของปะเลยละ ” เขาหอมแก้มลูกสาวพลางยื่นลูกให้กับเมีย หยิบห่อใบจากและยาเส้น ขึ้นมามวน สายตามองตามหลังเมียและลูกที่หายเข้าไปในบ้าน แสงแดงวาบแดงวาบหายตามมาด้วยควันลอยอ้อยอิ่ง พร้อมเสียงถอนหายใจเบาๆหลายครั้ง
เขานึกย้อนกลับไปถึงคำเตือนจากดีน เพื่อนเกลอของเขา
“เอ็งขายเรือ ก็เหมือนขายชีวิตเลยนะโว๊ย ไอ้หา” เพื่อนเตือนเขา เมื่อรู้ว่าเขาตัดสินใจบอกขายเรือ`
“ ข้าไม่ไหวแล้ววะ ทำงานเล เอ็งก็เห็นอยู่ เป็นหนี้เป็นสิน ค่าน้ำมัน ค่าอวน ไหนค่าไซ ได้ปู ปลามาก็ต้องไปขายที่แพปลาโน่น หักดอกกลบหนี้ก็หมด หาเงินมาให้ไอ้พวกเจ้าของแพจนหมด และก็ต้องบากหน้าขอยืมมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ” เขาตอบเพื่อนไปด้วยแววตาเหนื่อยหน่ายเต็มทน
“งานมันหนัก ข้าทำงานเลมาเกือบ ยี่สิบปี ไม่เห็นมันจะดีขึ้นตรงไหนเลยวะ จนก็ยังจนอยู่วันยังค่ำ เอ็งก็เห็นอยู่ว่า ปูปลา ช่วงนี้มีซะที่ไหน มีให้จับแต่ตัวเล็กตัวน้อย นายหัวแพปลาไม่ยอมรับซื้อ ถึงซื้อก็กดราคาเหมือนให้เปล่า ถ้าอยากได้ตัวใหญ่ก็ต้องไปโน่นฝั่งพม่า ไปเสี่ยงกับลูกปืนทหารพม่าโน่น แถมน้ำมันตอนนี้ก็แพงฉิบ ข้าไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า ” เขายังหาเหตุผลต่างๆนานามาคัดง้างความคิดของเพื่อน และตอกย้ำการตัดสินใจของตัวเอง
“ถึงไม่ได้เป็นเงินก็ยังได้เป็น ปู ปลาสำหรับทำกับข้าว ให้ลูกเมียมึงได้กินอยู่นา” ดีนหาเหตุผลของตัวเองมาคัดง้างเช่นกัน
“ ข้าว่าจะไปเขาหลักวะ ไอ้แอนมันไปทำงานก่อสร้างที่นั่น มันว่าเจ้าของรีสอร์ทเริ่มฟื้นฟู ต่อเติม โครงการเก่า หลังจากที่พังพาบไปกับคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อสี่ปีที่ผ่านมา ตอนนี้เขาหลักเริ่มคึกคักฝรั่งมันเริ่มทยอยกลับมาเที่ยวอีกครั้ง บังกะโล รีสอร์ท โรงแรมไม่พอ โครงการก่อสร้างโผล่พรึบไปหมด นายหัวของมันต้องการคนงานก่อสร้างเพิ่ม แรงงานที่มาจากประเทศพม่าไม่พอ ยิ่งมีข่าวที่พม่าตายในรถห้องเย็น กว่าห้าสิบสี่ศพ แล้วไหนพวกแขกกะลาหรือพวกโรฮิงยาที่มันล่องเรือมาจากชายแดนพม่าที่ติดกับบังกลาเทศอีก ตำรวจมันเลยยิ่งเข้มงวดใหญ่ มันสั่งกวาดจับแรงงานพม่าตามแคมป์ก่อสร้างต่างๆวุ่นไปหมด พวกนั้นเลยหลบเข้าป่าสวนยางบนเขา อีกพวกก็หนีลงเกาะกันจนหมด นายหัวมันเลยต้องการคนงานก่อสร้างด่วน ไม่งั้นไม่เสร็จตามสัญญาโดนปรับอาน มันชวนข้าและก็พวกไอ้เราะห์ไปด้วย เอ็งสนใจไปกับข้าไหมวะดีน”
“อดอย่างไรข้าก็ไม่ไปหรอกวะ ข้าไม่คุ้นกับงานพวกนั้น ข้าออกเลกับป๊ะของข้ามาตั้งแต่เด็กๆ ข้าไม่รู้จะไปทำงานอาชีพอะไร เคยไปเป็นยามที่โรงแรมอยู่ได้ สามวันข้าก็หนีกลับแล้ว พวกนั้นใช้เราเยี่ยงทาส ข้าว่าทำงานเลมันมีอิสระมากกว่าเยอะ” ดีนตอบปฏิเสธคำชักชวนของหา แววตาเป็นห่วงเพื่อน

...
เมื่อขายเรือและเครื่องมือทำประมงได้เงินมาก้อนหนึ่ง เขาจัดการแบ่งเงินเป็นส่วนๆ ใช้หนี้แก่แป๊ะเอี่ยนทั้งดอกเบี้ยและเงินต้น ส่วนที่เหลือพอเป็นค่ารถ ค่าอาหารสำหรับประทังชีวิตของคนในครอบครัวได้สักระยะหนึ่ง ก่อนที่จะได้รับค้าจ้างจากงานใหม่
เขาและครอบครัวได้จากหมู่บ้านชาวเลไปสู่งานกรรมกรก่อสร้าง ที่เขาเคยคิดว่าเป็นงานที่มั่นคง ได้เห็นตัวเงินแน่นอนเมื่อครบกำหนดรับเงิน ซึ่งต่างจากงานเล ที่ไม่มีอะไรแน่นอนสักวัน
ไม่ทันหมดฝน ความทะเยอทะยานความหวังภาพฝันได้ทะลายลงสิ้น เขาเล่าให้ดีนฟังด้วยใบหน้าข่มขืน ในวงน้ำชา “กูอยู่ไม่ได้วะ นายหัวใช้งานเหมือนวัว เหมือนควาย ทำงานตากแดดทั้งวัน ได้ค่าจ้างทุกวันก็จริงแต่ค่าใช้จ่ายมันแพง มันหนักยิ่งกว่างานทะเลหลายเท่าตัวนัก เริ่มงานตั้งแต่แปดโมงเช้า ห้าโมงหรือหกโมง กว่าจะได้เลิกงาน กลับถึงที่พักก็นอนหลับเป็นตาย ยิ่งค่ำลงไม่รู้วงเหล้ามาจากไหนกัน ภาษาลาวบ้าง พม่าบ้าง ใต้บ้าง คุยกันไม่รู้เรื่องยิ่งดึกยิ่งดัง สักพักก็ตีกันจะเป็นจะตาย ข้าไม่อยากให้อีซามีและลูกข้ามันอยู่ที่นั่น สงสารพวกมันเลยพากันกลับบ้านดีกว่า คิดว่ามาหางานรับจ้างเล็กๆน้อยแถวบ้านทำน่าจะดีกว่าอยู่อย่างนั้น “
“กลับมาทำงานเลเหมือนเดิมดีกว่า ข้าว่าเอ็งจะถนัดกว่านะ ข้าเห็นแป๊ะเอี่ยนมันบอกขายเรือของเอ็งอยู่นะ แต่ราคามันแพงกว่าตั้งเท่าตัว ถึงว่าจะมีใครซื้อของมัน มันเล่นขายเอากำไรซะขนาดนั้น “ ดีนบอกแก่เขาด้วยความเห็นใจ
“ถ้าเอ็งยังไม่มีเงินซื้อ ก็ไปออกเรือกับข้าก่อน ได้เท่าไหร่ก็แบ่งกัน “
“คนทำงานเล มันก็พวกที่รู้จะทำอะไร ออกทะเลไปวันๆไม่มีทิศมีทาง ไม่มีเป้าหมายข้างหน้า ไม่มีความหวังอะไรเลย” คำพูดที่เขาเคยพูดกับดีนมันก้องอยู่ในหัว ทำเอาเขานิ่งเงียบไปพักหนึ่งและไม่กล้าสบตาดีน ได้แต่ปัดคำชักชวนของเพื่อน
“ข้าว่าจะรับจ้างถางสวน กรีดยางก่อน พอให้มันตั้งตัวได้บ้าง ถ้าข้าอยากออกเลข้าจะมาหาเอ็งละกัน”
“ เออไม่เป็นไร หรือไม่ก็ลองไปคุยกับไอ้แป๊ะดูซิ ข้าว่ามันคงขายให้เอ็ง ลองต่อรองกับมันจะผ่อนส่งมันก็ได้นี่ แต่อย่างน้อยก็ต้องมีเงินมัดจำมันบ้าง ไอ้นี่มันงกมึงก็เห็นอยู่ แล้วค่อยทำใช้มัน อีกอย่างจะได้เอาอวน เอาไซ เอาน้ำมันจากมันด้วย เอ็งยิ่งไม่มีทุนด้วยช่วงนี้” เขาได้แต่พยักหน้ากึกๆ ขึ้นลง

...
“ ป๊ะขอยืมก่อนนะ เดี๋ยวป๊ะจะหามาคืน ”
พลางเอื้อมมือถอดสร้อยลูกปัดออกจากคอลูกสาว คำพูดของเฒ่านกเข้ามาในหัว “ลูกปัดมันอยู่กับพวกเอ็งได้ไม่นานหรอก ได้มาชื่นชมไม่กี่วันก็ต้องขาย มันเหมือนคำสาปจากเจ้าของลูกปัด พวกขุดพวกหาก็เป็นเพียงพวกทาสที่คอยขุด คอยหาเอาไปให้ เจ้าของที่แท้จริง”
เขานึกถึงวันที่เขาสวมสร้อยลูกปัดให้กับลูกสาวเพื่อรับขวัญในวันที่ลูกสาวเกิด เขาเก็บรักษาลูกปัดนี้อยู่นาน แม้จะลำบากยากเข็ญเพียงไรเขาก็ไม่ยอมขาย เขาเชื่อในเรื่องที่มันเป็นเครื่องรางป้องกันภัยให้แก่ลูกสาว มื่อสั่นเทากำสร้อยลูกปัดแน่น
“ข้าจะไปหาพี่วัฒน์สักหน่อย และอาจจะเลยไปหาแป๊ะเอี่ยนด้วย”เขาบอกกับซามีซึ่งกำลังป้อนข้าวลูกอยู่ข้างๆ
“ พ่อซื้อเรือมาฝากนุ้ยด้วยนะ”
“อืม จะแวะดูให้ที่ตลาดนัด” เขาพูดพลางพยักหน้ารับคำลูกสาว
แววยิ้มสะท้อนอยู่ในวาวตาลูกสาว

เขายิ่งกำสร้อยลูกปัดแน่น เหงื่อชุ่มมือ เมื่อมาถึงหน้าร้านของพี่วัฒน์ เขาลังเลอยู่พักใหญ่ ละล้าละลังเดินผ่านหน้าร้านไปมาอยู่หลายรอบ ในที่สุดก็ตัดสินใจเดินเข้าไปในร้าน
“ หวัดดีพี่”
“ อ้าวเขามาซิ หายหน้าหายตาไปไหนมาซะนาน”
“ ไปทำงานที่เขาหลักโน่นพี่”
“ได้เงินกลับมาเยอะซิเอ็ง”
“ไม่หรอกพี่”
“มีของใหม่ๆ แปลกๆมาให้ข้าดูบ้างไหม?”
“ไม่มีเลยพี่ ดูเส้นนี้ซิ เก็บไว้นานแล้ว”
“เออ ทำไม?เม็ดมันเล็กจังวะ มีแต่ลูกปัดสีเม็ดเล็กๆ เม็ดงามๆลายแปลกๆไม่มีเลยนะ”
“ให้เท่าไหร่?พี่
วัฒน์ จับไล่เรียงดูลูกปัดอย่างพิจารณาอีกครั้ง “เส้นนี้ข้าให้ พันห้าวะ”
“เพิ่มอีกนิดได้ไหม?พี่”หาต่อรอง “ ทำไม?ราคาเท่าเมื่อก่อนเลยละ ราคามันขึ้นแล้วนะพี่” เขาถามเพื่อขอความเห็นใจ
“เส้นเล็กๆปล่อยยากวะ เอ็งดูซิไม่มีเม็ดหัวเลย นี่ข้าตีราคาให้สูงแล้วนะ เอ็งจะปล่อยหรือเปล่าละ?” วัฒน์ยังเสียงแข็งและยืนยันราคาเดิม
เขานิ่งไปพัก “ผมขอสองพันละกัน ผมเดือดร้อนจริงๆ” แววตาและสีหน้าขอความเห็นใจ
“เออก็ได้ ข้าเห็นว่าเป็นพี่เป็นน้องกัน ข้าให้เอ็งสองพันก็ได้ แล้วช่วงนี้เอ็งไม่ได้ไปขุดกับเขาหรือไง?”
“เปล่าเลยพี่ ผมเลิกไปตั้งแต่ คราวที่โดนดินถล่มมาทับเกือบเอาชีวิตไม่รอด ตั้งแต่ครั้งนั้นก็เข็ดแทบแย่แล้วพี่”
“นักเลง ว่าลูกปัดภูเขาทอง เม็ดงามๆ ลายแปลกๆเยอะวะ”
“พี่นึกว่าเอ็ง ไปขุดกับเขาด้วย ถ้าเอ็งไปได้อะไรแปลกๆก็เอามาขายให้พี่ละกัน ราคาดีกว่าเดิม แต่ต้องเม็ดใหญ่นะโว๊ย ช่วงนี้ของขาดตลาดวะ พวกกรมศิลป์มันมาเช่าบ้าน อยู่แถวๆ ตลาดกำพวนตั้งหลายคน มันออกตรวจพื้นที่บ่อยรู้ข่าวตรงไหนแอบขุด มันเข้าไปปักป้ายประกาศห้ามขุดเลย ไม่ว่าที่ใครมันไม่สน ยังไม่พอยังพาตำรวจเข้าไปจับนักเลงขุดลูกปัดได้หลายคนเชียว”
“ผมก็เคยโดนจ่าดำจับ มันไม่ได้ไปกับพวกกรมศิลป์นะพี่ มันเข้าไปกับลูกน้องมัน จับได้ก็ยึดลูกปัดไป มันให้เลือกระหว่างติดคุกกับให้ลูกปัดแก่มันดีๆ ซวยจริงๆเลยวันนั้นเหนื่อยแทบตายมันมาชุบมือเปิบ ไม่รู้มันเอามาขายให้พี่หรือเปล่า เขาว่าขายเสร็จมันก็เข้าร้านเหล้าเลย” หาส่ายหน้า
“อย่างที่ข้าบอกไง หนังสือพิมพ์กระพือข่าวไหนพวกปั่นราคาลูกปัด ไหนพวกไปซื้อลูกปัดฝั่งเขมร ฝั่งพม่า มีไปถึงอินเดียโน่น แล้วเอามาหลอกว่าเป็นลูกปัดแถวภูเขาทอง ข้าไมซื้อหรอกถ้าไม่เชื่อใจกันเหมือนเอ็ง อีกอย่างทางกรมศิลป์มันตรวจเข้ม ขนาดนักเลงขโมยขุดตอนกลางคืน มันยังตามไปจับแล้วก็ยิงกันสนั่นภูเขาทองมาแล้ว ของที่นั่นมันสวย ลวดลายแปลกๆ เยอะ ยิ่งจำพวกน้ำค้างแววใสน้ำงามเชียว และที่ราคาแพงกว่าเพื่อนจำพวกเหรียญโรมัน สุริยเทพที่หายาก เหรียญสำริด รูปหอยสังข์ รูปหน้าคน ถ้าเอ็งหามาได้รับรองรวย ข้าหาที่ปล่อยให้เอ็งได้”
“ผมจะมีปัญญาไปหามาจากไหน ไอ้พวกขุดเก่งๆ มีอีกหลายคน แล้วผมก็วางมือมานานแล้ว”
“ถ้าเอ็งกับไปขุดอีกไง ข้าบอกเอ็งไว้ ราคามันไม่เหมือนก่อน เอ็งคอยดูเถอะราคามันจะสูงกว่านี้หลายเท่าตัว ยิ่งตอนนี้หมอบุญเสริมที่มาจากกระบี่ แกอยากได้ของจากภูเขาทอง เห็นว่าแกจะเอาไปไว้ในพิพิธภัณฑ์ที่แกเพิ่งสร้าง สั่งนักเลงไว้ใครมีรับซื้อหมด พวกนักเลงเราก็แสบเอาลูกปัดปลอมไปต้มขายให้แกหลายครั้งหลายหน พวกนี้ไปเอามาจากฝั่งเกาะสอง น้ำเนื้อความเก่าสีเหมือนแถวนี้ไม่มีผิด ตาไม่ถึงโดนต้มเปื่อย มันซื้อมาหลักพัน เอามาขายหลักหมื่น เดี๋ยวนี้หมอแกเลยไม่มั่นใจ ไม่ซื้อมั่วเหมือนเดิมแกติดต่อมาที่ข้า เพราะเชื่อใจกัน” วัฒน์ทำสีหน้าภาคภูมิใจหลังจากที่เล่าเรื่องราว สถานการณ์ลูกปัดและเครดิตที่ดีของเขาให้หาฟัง
“พี่ไม่กลัวไอ้พวกนั้น ต้มบ้างหรือไง”
“อะไรกัน ไม่มีใครต้มพี่หรอก แต่ละคนเชื่อใจกันได้ คนค้าขายเก่าแก่ อีกอย่างข้าก็เชื่อมั่นสายตาของข้า มีอีกที่หายากพวกอิฐไส้ดำนะ มีเท่าไหร่เอาหมด ช่วงนี้หายาก แปลงขุดของข้าที่อยู่ในสวนยางก็ไม่เจอเลย นักเลงต้องการมาก เห็นว่ามีคุณด้านมหาอุด ยิงแทงไม่เข้า มันมีข่าวลือว่า เด็กไม่สบายแม่มันพาไปหาหมอ หมอฉีดยาแต่เข็มแทงไม่เข้า พอถอดลูกปัดออกเข็มจึงแทงเข้า ก็ข่าวลือนะ พวกนักการเมืองท้องถิ่นเที่ยวหาซื้อ ราคาก็เลยสูงเหมือนกัน”
เขาฟังวัฒน์เล่าอย่างตั้งใจ ภาพในหัวพาลพาไปถึงภูเขาทองสลับกับภาพเรือลำเก่า หากำเงินไว้แน่น
“อย่าลืมนะ ถ้าเอ็งได้ของดีก็มาปล่อยให้ข้า รับรองราคาดีไม่มีกด”
หาพยักหน้ารับและออกจากร้านไป


...
ขณะรถมอเตอร์ไซด์เคลื่อนไป หาใจลอยคิดเรื่องนู้นเรื่องนี้จนวุ่นวาย จากที่จะแวะไปหาแป๊ะเอี่ยนและคุยเรื่องเรือ แต่เงินที่ได้มาน้อยนิด เขาพยายามคิดหาหนทางออกกับเรื่องนี้ แต่ก็มืดแปดด้าน หรือจะกลับไปขุดลูกปัดอีกสักครั้ง เขาคิดในใจ แต่ภาพเหตุการณ์วันที่โดนดินถล่มลงมาทับขณะที่กำลังขุดลูกปัด ทำให้เขาหวั่นและใจตก
วันนั้นเขาโชคดีอย่างมาก ขุดเท่าไหร่ก็เจอแต่เม็ดสวยๆ แต่ละเม็ดขนาดเท่าหัวนิ้วโป้ง ลวดลายล้วนแปลกแตกต่างจากที่เขาเคยเจอ ยิ่งขุดยิ่งเจอกำลังวังชาไม่รู้มาจากไหน จวนค่ำเข้ามาทุกที เขาเร่งมือขุด โพรงดินที่ขุดยิ่งลึกและเปาะบางต่อการถล่ม เขาคิดในใจรอบนี้เป็นรอบสุดท้ายและจะกลับบ้าน เขากวาดดินใส่เต็มผ้าลี่สอดแขนเข้ากับปมที่มัดติดไขว้กันทั้งสี่ด้าน ขณะที่กำลังแบกดินออกจากโพรงจนจะพ้นปากหลุม ดินก็ถล่มลงมาทับ เขาพยามตะกุยออกจากหลุมแต่ท่อนล่างถูกกดทับ เหลือเพียงมือที่ใช้บังและปัดป่ายก้อนดิน เขาร้องขอความช่วยเหลือ คนอื่นๆได้ยินต่างพากันวิ่งหน้าตื่นช่วยกันโกยดินบริเวณด้านบนเพื่อให้เขาสามารถหายใจได้สะดวก จากนั้นก็เร่งโกยดินคนละไม้ละมือ จนดึงเขาออกมาได้ เขานอนพังพาบหายใจช้าหน้าซีดเซียว คนอื่นต่างมุงดูและช่วยพัดกระพือลม คนในกลุ่มพูดลอยขึ้นมา “ นี่แหละเขาเรียกว่า อาถรรพ์ลูกปัดละ ยิ่งขุดยิ่งเจอ ยิ่งลึกยิ่งเจอ ขุดเพลินจนไม่อยากกลับ ดีนะไอ้หามัน ถูกทับตอนกำลังจะขึ้น จากหลุม ถ้าดินทับตอนมันอยู่ใต้หลุมป่านนี้เป็นผีเฝ้าหลุมไปแล้ว”
ก่อนจะถึงบ้านเขาแวะไปหาเพื่อนคู่หูที่เคย ออกขุดหาลูกปัดด้วยกันมาหลายปี แต่ไม่มีใครรับปากไปกับเขาสักคน
“ข้าไปคนเดียวก็ได้วะ พวกเอ็งกลัวอะไรกันนักหนา ข้าไม่มีทางให้พวกนายหน้าโง่ จับข้าได้หรอก” หาบอกแก่ดีนและบ่าวซึ่งไม่กล้าไปเพราะกลัวถูกจับ อีกอย่างการขุดลูกปัดตอนกลางคืนแม้ไม่เสี่ยงเท่าตอนกลางวัน แต่ก็มีอันตรายด้านอื่น เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใครและมีบ่อยๆที่ยิงกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับพวกนักขุด หรือไม่ก็เจ้าของที่ดินกับนักขุด เพียงแค่เห็นแสงไฟลูกปืนก็จะมุ่งตรงไปที่จุดนั้น แถมทำเลที่จะไปขุดมันเป็นที่ของบริษัททำบ่อกุ้ง มียามเฝ้าแน่นหนา ทำให้ทั้งดีนและบ่าวไม่กล้าเสี่ยง เขาแยกออกจากเพื่อนทั้งสอง
เขาตัดสินใจแล้วอย่างไรก็ต้องไป เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่บ้านแต่กับเป็นป่าบนภูเขาทอง “ไม่ต้องกลัวนายเพราะนายไม่ยุ่ง ที่ตรงนั้นเห็นว่ามีการฟ้องร้องระหว่างเจ้าหน้าที่กับนายทุน และนายทุนได้ที่ไปครอบครอง ให้ระวังยามที่เฝ้าไว้ให้ดี พวกนี้มันยิงไม่เลี้ยงว่าเป็นหมาหรือคน” ข้อมูลที่ได้มาจากวัฒน์ทำให้เขามั่นใจ อีกอย่าง ผืนป่าแถวนี้ เขาชำนาญดี ขนาดตอนกลางคืนเขาสามารถเดินไปมาได้ไม่มีหลง เขาหยุดรถซ่อนหูตาคนในดงไม้ และออกเดินสำรวจเส้นทางหนีทีไล่

ริมคลองบางกล้วย
ห้วยจรดเขา
ผู้ใดรู้เอา
กินไม่รู้จักหมด

เขาได้ความรู้มาจากคนเฒ่าคนแก่ “คำกลอนก็เหมือนลายแทงสมบัตินั่นแหละมันไม่บอกกันตรงๆ ต้องตีความ ใครตีความถูกก็รวยไป” ความจำของเขาแม่นยำแม้ได้ฟังเพียงเที่ยวเดียวมันจะฝังใจเขาไปตลอดนี้เป็นพรสวรรค์เด่นของเขา ขณะท่องคำกลอนไปมา สายตาก็สำรวจ ภูมิประเทศ จากนั้นเขาจะทดลองขุดหลุมลึกประมาณศอก ล้วงมือลงไปหยิบก้อนดิน มาบี้จนละเอียดหาเศษกระเบื้อง เศษลูกปัดนั่งคิดวิเคราะห์พิจารณา ถ้าไม่เจอสิ่งบ่งว่ามีลูกปัดเขาก็จะย้ายที่ เขาเชื่อว่าที่จะพบลูกปัดต้องใกล้แหล่งน้ำ ชุมชนโบราณมักอยู่ใกล้ๆแหล่งน้ำ น้ำจำเป็นต่อการผลิตลูกปัด บางครั้งเขาก็ใช้ลางสังหรณ์ เชื่อความฝัน แม้ใครๆจะว่าเขาเชื่องมงาย แต่มันเป็นเทคนิควิธีการหาลูกปัดของเขาที่ไม่เหมือนใคร และแหล่งที่เขาขุดพบก็มักจะเป็นลูกปัดล้ำค่าราคาแพง

ภูเขามี ทอง
คลองสามหิน
หินสามกองเก่า
เรียบเขาเรียบคลอง

เขาทบทวน คำกลอนที่เคยได้ยินมา ท่องไปสายตาสอดส่องสำรวจจนพอใจ เขาหักกิ่งไม้ ทำหมายสำคัญไว้สำหรับคืนนี้ และกลับบ้านด้วยใจกระหยิ่ม เขาคิดในใจถ้าโชคดี พรุ่งนี้คงจะมีเงินไปเอาเรือมาจากแป๊ะเอี่ยน แต่อารมณ์สุขหวังต้องหยุด ชะงัก อยู่ดีๆ คำพูดของโต๊ะนกแว่วเข้ามาในหัว
“เอ็งขโมยของเขากินอย่างนี้ ทำมาหากินอะไรก็ไม่ขึ้นหรอกวะ มันมีแต่จะถ่อยหลังนะ ” โต๊ะนกเจ้าของสวนยางที่เคยเอาปืนจ่อหัวเขา ครั้งที่เขาแอบขโมยขุดลูกปัดในสวนยางของแก
“ข้าไม่ทำไรหรอก แต่คราวหน้าอย่าเข้ามาขุดอีก ลูกปัดข้าไม่หวงหรอก แต่ต้นยางข้ามันล้มตายห่าหมด เอ็งจะบ้าไปกับไอ้พวกนั้นทำไมวะ แต่ก่อนข้าเจอเยอะกว่านี้อีก เม็ดใหญ่เท่าหัวแม่ตีนทั้งนั้น ข้าเอามาทำลูกกระสุนหนังสติกยิงนกเล่นถมถืด แต่ตอนนี้มันยิ่งบ้ากันไปใหญ่เอาหิน เอาแก้วมาแขวนคอ คิดว่าเป็นของขลังป้องกันตัวกันไปได้ กูเห็นไอ้พวกที่ตายโหงตายห่าใส่พวกลูกปัดเม็ดใหญ่ๆทั้งนั้น เชื่อข้าเถอะไปหาอะไรทำที่มันดีกว่านี้ดีกว่า”


...
“เอ็งไปกับใครละ” หาออกจากภวังค์ เมื่อได้ยินเสียงของซามีร้องถาม
“ข้าไปคนเดียว ไอ้ดีนมันจะออกไปตกปลาที่เลโน้น ส่วนไอ้บ่าวมันไม่กล้าไป มันกลัวโดนยามจับ มันบอกว่าเจ้าของบ่อกุ้งจัดเวรยาม ตลอดทั้งวันทั้งคืน แต่เอ็งไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอก ตอนกลางคืนไม่อันตรายเท่ากลางวัน ยามมันก็กลัวปืนกลัวตายเหมือนกันแหละ” เขาบอกแก่ซามีด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“แล้วแกไม่กลัวหรือไง” ซามีถามด้วยสีหน้ากังวล
“จะกลัวอะไรละ ไม่ต้องห่วงข้า ข้าไม่ไปใกล้พวกมันหรอก เมื่อตอนกลางวัน ข้าไปดูทางหนีทีไล่ไว้หมดแล้วเอ็งไม่ต้องห่วง เอไปนอนเถอะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า ” เขาบอกกับภรรยาเขาอย่างอ่อนโยน ซามีมองหน้าเขาสายตายังไม่หมดกังวล
หาถอนหายใจ จับย่ามที่ใส่น้ำ ใบกระท่อม และเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ขึ้นสะพาย และหยิบอุปกรณ์สำหรับขุดติดมือ “ข้าไปก่อนนะเกือบสามทุ่มแล้ว กว่าจะถึงก็เที่ยงคืนพอดี ยามมันคงหลับสบายไปแล้ว เอ็งดูแลลูกดีๆละกัน”
“อืม แกก็ดูแลตัวเองด้วยเหมือนกัน ” ซามีพยักหน้ารับคำ
เขาจอดรถมอเตอร์ไซด์คู่ใจไว้ที่เดิม และเดินตัดป่าสวนยางที่เจ้าของปล่อยร้าง เครือหนามทำให้เขาเจ็บแปลบและหยุดชะงักเป็น ช่วงช่วง เขาต้องใช้เวลานานกว่าปกติเพราะต้องเดินอ้อมเนินเขาเตี้ยๆเพื่อหลบเส้นทางที่ต้องผ่านบ้านพักคนงาน ในที่สุดเขาก็มาถึงหมุดหมายที่สำรวจไว้ เมื่อตอนกลางวัน
เขานั่งพักเหนื่อย พลางหยิบใบกระท่อมออกมาสาม ใบรูดก้านออกแล้วม้วนๆเป็นก้อน ใส่ปาก เคี้ยวไปเรื่อยๆ จนละเอียด แล้วดื่มกระทิงแดงตามเข้าไปอีกหนึ่งขวด มันคือสูตรของยาชูกำลังที่เขากินเสมอเมื่อต้องทำงานหนัก เขาหยิบไฟสำหรับตัดยางลัดเข้าที่หน้าผากปรับความสว่างให้แสงจ้าน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้ยามมองเห็นจากระยะไกล จากนั้นเริ่มใช่เหล็กแหลมขุดลงไปในดิน สำรวจตามสูตรและวิธีของเขา ด้วยความชำนาญ เมื่อขุดลึกได้ประมาณศอกกว่าๆ เขาก็เจอเศษกระเบื้องดินเผา ใจเขาโลดเต้น
“ตรงนี้ละวะมีของดีแน่ๆ “ เขาเปรยออกมากับตัวเอง แล้วแสงวาวดังเพชรสะท้อนมาจากหลุมที่ขุด เขาค่อยๆบี้ดินก้อนนั้น ตาลุกวาวเมื่อเจอลูกปัดเม็ดแรก เม็ดน้ำค้างเท่าหัวนิ้วโป้ง ความวาวของมันปลุกกำลังกายและทำให้เลือดฉีดแรงขึ้น เขายิ้มและเร่งมือขุดอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เม็ดแล้วเม็ดเล่าที่เขาเจอ โพรงดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ เขาคิดในใจขอเม็ดใหญ่ๆ อีกสักสองสามเม็ด แล้วจะกลับ แลภาพครั้งก่อนก็ผุดขึ้นมาในห้วงคิดของเขา ขนลุกเกรียว โพรงดินก็ถล่มคลื่นลงมา เขาพยายามตะกายตัวเพื่อหนีออกจากโพรงดิน แต่ดินกลบยึดเขาไว้ แน่น แขนขาขยับไม่ได้ ในพริบตาดินโถมทับเขาจนมิด
“เจ้าป่า เจ้าเขา เจ้าที่ เจ้าทาง ขอชีวิตผมเถอะ ผมยังไม่อยากตายลูกเต้าผมยังเล็ก ใครจะดูแล ใครจะหาเลี้ยงเขาละ ต่อไปข้าจะไม่ขุดหาลูกปัดอีกแล้ว ขอโอกาสข้าอีกสักครั้งเถิด” อากาศเบาบาง ลมหายใจติดขัด ร่างกระตุกชั่ววูบ เสียงจั๊กจั่นและเหล่าแมลงกลางคืนเงียบสนิท น้ำค้างจับที่ห่อย่ามชุ่มชื้น ขวดสีชามีน้ำค้างเกาะเย็นเยียบ ร้องเท้าวางระเกะระกะ กองดินชื่นชุ่ม ผิวฝุ่นดินจับตัวแน่น


...
“ไอ้หามันตายแล้วละ พวกเอ็งรู้ข่าวมันหรือยัง” บ่าวกระหืดกระหอบเข้ามาในร้านน้ำชาหน้าปากทางเข้าหมู่บ้าน ทุกคนในร้านต่างหันมามองที่เขา “ มันโดนดินถล่มทับตายคาหลุมลูกปัด ที่ภูเขาทองโน้น ข้าเพิ่งพาอีซามี ไปดูศพมันที่โรงพยาบาลมา”
“เมื่อไหร่วะ ” คนในร้านถามแทรกเข้ามา
“เมื่อคืนนี้เอง เมื่อวานมันมาชวนข้ากับไอ้ดีน แต่พวกข้าไม่กล้าไป มันก็เลยไปคนเดียว มันเคยกลัวอะไรที่ไหนละ มันแอบขึ้นไปฟากเขาข้างบริษัททำบ่อกุ้งนั่นแหละ
“ เขาว่ามันเจอดีวะ มันไปขุดตรงใกล้ๆ ศาลพ่อตาสามกองที่อยู่บนเขานั่น ไม่เห็นมีใครกล้าไปขุดแถวนั้นสักคน มันคงเจอลูกปัดดีๆเม็ดใหญ่ๆเยอะนะ ถึงได้ขุดไม่หยุด เอ็งก็รู้อยู่ ใครลืมตัวไปก็ถูกกินเหมือนคนโบราณเขาว่าไง ไอ้หามันก็คงถูกกินเหมือนนักเลงลูกปัดเคราะห์รายอื่นๆนั่นแหละ ”
“เวรกรรมแท้ๆ ข้าสงสารลูกเมียมันวะ” ผู้เฒ่าในวงพูดพลางถอนหายใจ
“แล้วใครไปเจอศพมันละ” คนอื่นแทรกถามขึ้นมา
“เขาว่ายามที่เฝ้าบริษัทบ่อกุ้งนั่นแหละ มันเดินยามในตอนเช้า เห็นย่าม ขวดน้ำ ใบกระท่อม รองเท้า วางแกะกะ แต่ไม่เห็นคน ยามมันค่อยๆคุ้ยดิน ถึงกับผงะ เจอมือสีซีดๆของไอ้หาโผล่ออกมา ถึงกับร้องเสียงหลง
“เอ็งระวังเป็นแบบ ไอ้หาบ้างนะ เห็นไปด้วยกันบ่อย” ผู้เฒ่าเตือนบ่าว
“ผมไม่ขุดนานแล้ว กลัวลูกเมียไม่มีใครเลี้ยง ถึงพวกพ่อค้าลูกปัดจะให้ราคาสูงเท่าไหร่ ผมก็ไม่เอาหรอก สู่ทำงานเลไม่ได้ ได้ไม่มากไม่รวยแต่ก็มีปูมีปลาให้ลูกให้เมียได้กิน”
“ อีซามีมันบอกกับข้าว่า ไอ้ห่ามันไม่เชื่อ มันเคยฝันหลังจากที่รอดตายครั้งก่อน มันฝันเห็นหญิงแก่ห่มขาวมาบอกมันว่า ที่มันรอดชีวิตมาได้เพราะเขาช่วยมันไว้ แต่ถ้ามันยังกล้าขุดลูกปัดอีก เขาจะเอาของมีค่าของมันบ้าง ตั้งแต่นั้นไอ้หาก็เลิกขุดลูกปัด แต่วันนี้มันไปร้านไอ้วัฒน์ ไม่รู้ไปคุยอะไรกัน มันถึงกับมาขุดอีก”
ซามีนั่งอุ้มลูกสะอื้นไห้ ข้างศพของหา “เอาเรือ ป๊ะเอาเรือ” ลูกสาวพยายามดิ้นจากอ้อมกอดแม่ เพื่อจะโน้มตัวไปจับร่างของหาซึ่งนอนนิ่งไร้วิญญาณ รถมูลนิธิโครงเครงไปตามทางโค้ง และหลุมดินที่ขรุขระ
“เอาชน เต็มที่เลยกินไม่อั้น จะเรียกน้องๆมานั่งกี่คนก็ได้ ถือว่าทำบุญให้ไอ้หามัน”
“ไอ้วัฒน์มันให้จ่าเท่าไหร่ ”
“ก็บอกไม่อั้นไง ถึงเช้าก็ยังได้ ไอ้นี่มันแสบ คราวที่แล้วข้าเข้าไปจับพวกมันและ ยึดลูกปัดมา ไอ้หาไม่พูดอะไรสักคำ ไม่ต่อรองแถมให้มาโดยดี ข้ายังสงสัยว่ามันทำไมให้ลูกปัดมาง่ายจัง เพิ่งมารู้จากไอ้วัฒน์วันนี้เองแหละว่ามันอมลูกปัดเม็ดงามราคาแพงๆไว้ในปาก”
“แล้วคราวนี้ละจ่า มันอมไว้หรือเปล่า จ่าได้งัดดูในปากมันหรือเปล่า เผื่อมันจะอมไว้อีก”
เสียงหัวเราะลั่นดังสนั่นวงเหล้า...

________________________________________
เรื่องโดย : ชำฯ




 

Create Date : 23 มิถุนายน 2551
4 comments
Last Update : 23 มีนาคม 2552 19:51:49 น.
Counter : 478 Pageviews.

 

คำแนะนำจาก คุณปั้นคำ
วันนี้เข้า บล็อก ท่านชำไม่ได้ เลยขออนุญาตโพสต์ที่นี่เลยละกัน



Conflict ที่ขับเคลื่อนพฤติกรรมของตัวละครหลักน่าจะเป็น- ความจำเป็นในการกลับไปขุดลูกปัดอีกครั้ง กับ ความกลัวภัยจากการขุดลูกปัด / กลัวว่าจะไม่ได้กลับมาเห็นหน้าลูกเมียอันเป็นสิ่งที่เขาให้ค่ามากที่สุดในชีวิต
ประเด็นหลักน่าจะว่าด้วยเงื่อนไขในการสืบต่อชีวิตที่บีบคั้นปัจเจกอย่างบังหาให้ต้องทำในสิ่งที่เจ้าตัวเองก็กลัวและรู้ดีว่าเสี่ยง
การกลับไปขุดหาลูกปัดในท้ายที่สุดของบังหาจึงสะท้อนว่า ในมิติของการทำมาหากินของคนระดับล่าง ปัจเจกบุคคลตัวเล็กๆ คนหนึ่งมีทางเลือกไม่มากนัก และบ่อยครั้งคนเหล่านี้จำต้องเลือกทางที่ไม่อยากเลือก แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกเดียว
กล่าวเฉพาะในเรื่องนี้ ท้ายที่สุดถึงบังหาจะยอมเสี่ยงกลับไปขุดหาลูกปัดอีกครั้ง เขาก็ยังไม่ได้สิ่งที่ตัวเองพยายามไขว่คว้าอยู่ดี ลูกปัดอันเป็นผลพลอยได้จากการตายของเขายังตกเป็นของผู้อื่น ลูกเมียอันเป็นที่รักไม่ได้อะไรเลย (บากบั่นเพื่อครอบครัวอันเป็นที่รัก ครอบครัวกลับไปไม่ได้อะไรเลยนอกจากกำพร้าพ่อและผัว)
ความย้อนแย้งออกแนวขันขื่นที่ผมเห็นว่าน่าสนใจมากก็คือ คือประเด็นที่ว่า เขาขายเรืออันเป็นเครื่องมือสำคัญของคนทำประมงไปทำงานก่อสร้างเพี่ยงเพื่อจะกลับมาขุดหาลูกปัดอีกครั้งเพื่อจะได้เงินซื้อเรือกลับมาอีกรอบ
แน่นอน ในความคิดฝันของบังหา เรื่อลำเก่ากับลำใหม่ต่างกันอยู่ กล่าวคือ ลำแรกเป็นภาพแทนของการประกอบอาชีพที่ต้องเป็นหนี้นายหัว ขณะลำใหม่เป็นความหวังใหม่ที่จะยังชีพแบบปลอดหนี้ (หลังจากได้บทเรียนจากประสบการณ์)
แน่ละ ความหวังนี้แม้ดูสมเหตุสมผลและสมถะเหลือเกินแต่มันกลับเป็นไปได้ยากยิ่งสำหรับคนอีกจำนวนไม่น้อยในสังคมไทย (ตรงนี้แตะประเด็นปัญหาสำคัญของเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยในสังคมไทยเลยที่เดียว)
วงจรชีวิตของบังหาจึงไม่ต่างจากคนระดับรากหญ้าอีกเลือนล้านที่วนอยู่กับปัญหาปากท้องไม่ได้ผุดได้เกิด สะท้อนว่านโยบายรัฐไม่เคยแก้ปัญหาและไม่เคยให้ทางออกแก่คนระดับล่างได้จริง

ข้อเสนอของผม
-ลำดับเรื่องใหม่ กระโจนเข้าหาจุดขัดแย้งหลักข้างต้น แล้วค่อนๆ ดันพฤติกรรมของบังหาไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความกลัว ความไม่แน่ใจ (โดยฉายภาพผ่าน สายสัมพันธ์ในครอบครัว ข่าวลือที่ตอกย้ำความหวาดหวั่น ฯลฯ)
-ผมไม่เห็นด้วยกับการเปิดเรื่อง ควรจะเปิดตอนบังหาออกไปสำรวจพื้นที่ที่จะกลับมากขุดหาลูกปัดอีกครั้ง แล้วค่อยๆ แทรก background ของตัวละคร ( ประสบการณ์เกือบตายมาครั้งหนึ่ง ฯลฯ) และข้อมูลเกี่ยวกับสถาการณ์ต่างๆ (สภาพตลาดลูกปัด ความเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ และ ฯลฯ)
-แต่ละท่อนสำคัญอาจนำ คำกลอนโบราณที่เป็นเหมือนรายแทง เข้ามาแทรก หรือนำเข้าแต่ละตอน ผมว่าจะเสริมเสน่ห์ และเร้าให้น่าค้นหา
-คุณจบเรื่องได้ดี แต่การที่ให้ตัวละครที่มาซิวลูกปัดพูดว่า
“แล้วเอ็งขายลูกปัดได้เงินมา เยอะไหมวะ”
“ไม่เท่าไหร่วะ ถ้าซื้อเรือก็คงจะได้เรือ ลำเก่าๆ สักลำ”
ดูจงใจให้รับกับความต้องการของบังหาเกินไป ที่จริงอาจไม่ต้องเป๊ะๆ ก็ยังได้อารมณ์เสียดเย้ย อยู่กระมัง เพราะการที่ท้ายที่สุด บังหาไม่ได้อะไรเลยจากการบากบั่นจนต้องจบชีวิตลงก็แรงพออยู่แล้ว
-ส่วนที่รุ่มร่ามตัดออก ทั้งข้อมูล และภาษาฟุ่มเฟือย พบมากกว่าเรื่อง –ค้างเติ่ง
-แต่อยากให้คงรายละเอียดในการขุดหาลูกปัดไว้ เพราะว่าไป เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องเฉพาะอยู่ ข้อมูลส่วนนี้นอกจากช่วยเสริมบรรยากาศในฉากให้ออกหลอนๆ แล้วยังช่วยให้ข้อมูลแก่ผู้อ่านที่อาจไม่คุ้นกับเรื่องการขุดหาลูกปัด

-มีคำถามนิดหน่อย พวกที่มาซิว ลูกปัดไปตอนจบนั้น ถ้าผมเข้าใจถูกคงเป็นคนงานบริษัททำบ่อกุ้ง ผมเลยคิดต่อไปว่า ถ้าให้เป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือ เจ้าหน้าที่กรมศิลป์เสียเอง จะยิ่งย้ำนัยให้ย้อนแย้งอย่างขันขื่นให้กับเนื้อเรื่องได้เยอะ เพราะข่าวทำนองนี้ก็เคยได้ยินมา ประมาณว่าเจ้าหน้าที่เป็นเสียเอง (ในเชิงบทบาทหน้าที่แล้วคนกลุ่มนี้ก็คือตัวแทนของรัฐที่ไม่ตอบสนองความต้องการของคนตัวเล็กๆ อย่างบังหานั่นเอง)

ก้าวไปโลดท่าน
รักนะ
ยิ้ม

 

โดย: ชำ อนัตตา (ชำ-อนัตตา ) 24 มิถุนายน 2551 21:01:22 น.  

 

อืม...

จริงๆ เรื่องข้อมูลของการขุดหาลูกปัด น่าสนใจอยู่มาก

เพราะโดยส่วนตัวไม่ค่อยมีเบื้องหลังกับอาชีพนี้

และเรื่องนี้อารมณ์ก็คงจะอยู่แถวๆ เหมืองแร่ สถานที่โบราณ(เมือง) ภาคใต้ ชายเล

ซึ่งห่างไกลจากผู้อ่านเช่นข้าพเจ้า

เพราะฉะนั้นจุดนี้จึงสามารถทำให้ข้าพเจ้าอยากจะติดตามต่อไปถึงเรื่องราวของบังหา

การลำดับเรื่องราว ยังคล้ายๆ กับเรื่อง "หนี" แต่เรื่องนี้มีมิติในการเล่าเรื่องของช่วงเวลา คือ จุดปลายสุดสุดท้ายในชีวิตของบังหา และก่อนที่บังหาจะถึงปลายสุดท้ายของชีวิต

ซึ่งถือว่าเป็นพัฒนาการอีกขั้นหนึ่งในเรื่องชั้นเชิงของการเล่าเรื่อง รูปแบบ เทคนิค (ซึ่งจากการศึกษายังมีอีกมากมายหลายวิธี)

เขียนต่อไป อย่าหยุด

และที่สำคัญ เรื่องนี้มีความยิ่งใหญ่ตรงที่ สะท้อนปัญหาสังคม ชนบท คนชั้นล่าง เศรษฐกิจ (เหมือนจริง) ไว้ด้วย

ถ้าหากว่าเพิ่มเติมข้อมูลและทำให้เรื่องแรงกว่านี้

จะสมารถไปได้ไกล

 

โดย: ธีร์ ภูมิเจริญ IP: 61.19.236.172 9 มกราคม 2552 11:04:50 น.  

 

เออ...

คุณชำ

ข้าพเจ้าอยากอ่านบทกวี

แต่หาไม่เจอ ต้องไปในทิศทางใด

กรุณาบอกกล่าว

 

โดย: ธีร์ ภูมิเจริญ IP: 61.19.236.172 9 มกราคม 2552 11:06:09 น.  

 

ลืมอีกประเด็นหนึ่ง

ชื่อเรื่องว่า ของมีค่า

กำลังคิดว่า แท้ที่จริงแล้ว ของมีค่าสำหรับชีวิตคนๆ หนึ่ง คืออะไร

อยากจะให้ตั้งคำถามกับเรื่องราวไว้ด้วย

น่าจะมีเสน่ห์นะ

 

โดย: ธีร์ ภูมิเจริญ IP: 61.19.236.172 9 มกราคม 2552 11:08:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ชำ-อนัตตา
Location :
พังงา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




รูปวาด รูปถ่าย ไม่สงวนลิขสิทธิ์
ถ้ามันเป็นประโยชน์ต่อท่าน
เอามันไปใช้ได้ตามสบาย


MusicPlaylistRingtones
Music Playlist at MixPod.com

Friends' blogs
[Add ชำ-อนัตตา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.