ความรู้สึกของคนที่ยังอยู่

การจากไปของใครบางคนมันทำให้คนรอบข้างที่ยังมีลมหายใจอยู่รู้สึกใจสลายและทำใจให้ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้  ไม่ว่าการจากไปนั้นจะจากไปแบบทั้งที่มีผมหายใจอยู่อย่างเช่นคนรักกันเลิกรากันไปหรือคนทีรักจากไปอย่างไม่มีวันกลับมา มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย บางคนถึงกับร้องไห้คร่ำครวญถึงกับยอมทำทุกอย่างเพื่อให้คนที่รักกลับมาอยู่กับเราดังเดิม แต่บางคนก็ไม่มีน้ำตาซักหยดแต่ความรู้สึกลึกๆภายในเหมือนหัวใจแตกสลายราวกับว่า ทุกสิ่งทุกอย่างได้จบลงแล้วและไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป บางคนก็พยายามทำตัวให้เข้มแข็งต่อหน้าคนอื่นก็ทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นชีวิตฉันยังดำเนินไปได้อย่างปกติแต่พอลับตาคนก็ปลดปล่อยมีออกมาแทบไม่เป็นผู้เป็นคน เชื่อว่าทุกคนเคยผ่านจุดนั้นมาแล้วไม่มีใครที่จะหลีกหนีมันไปได้ต่อให้เราหนีมันไปสุดล่าฟ้าเขียว หรือแม้กระทั้งหนีไปนอกโลกก็ตาม

 

การเลิกกัน นี่คือการจากไปแบบที่ยังมีลมหายใจอยู่ การจากไปแบบนี้มันมีความรู้สึกว่าเหมือนตายทั้งเป็น มีร่าง(กาย)แต่ไร้วิญญาณ เมื่อไม่นานมานี้ตัวดิฉันเองก็ได้ผ่านเหตุการณ์นี้มาเช่นกันนั่นคือ การแยกทางกับคนรัก เมื่อตอนที่รักกันชีวิตรักของเราใครๆก็มองว่ามันสวยหรูเพรียบพร้อมไปทุกอย่าง เมื่ออยู่ด้วยกันก็รักกันดี เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน แต่เพราะความห่างไกลและไม่ได้ติดต่อกันต่างฝ่ายต่างต้องทำหน้าที่ของแต่ละฝ่าย และแล้ววันนึงเมื่อได้รู้ว่าคนที่รักกันคบกันมาเกือบห้าปีแอบไปมีความสัมพันธ์กับรักใหม่และมีลูกน้อยอีกคน แน่นอนว่าเมื่อรู้เข้าถึงกับรับไม่ได้และทำใจไม่ได้เลย ถึงกับร้องไห้โฮและถามว่าทำไม ทำไม และทำไม? เก็บความรู้สึกนี้ไว้มานานจนวันนึงมันเกิดระเบิดออกมา สุดท้ายเราต้องเลิกกัน เค้าไม่รู้หรอกว่าคนที่รักเค้ามากและต้องยอมทำในสิ่งที่ไม่อยากทำนั่นคือปล่อยให้เขาไปมีความสุข ถึงแม้ว่าในทางทฤษฎีจะบอกว่าปล่อยให้ถ้ารักเค้าจริงต้องปล่อยให้เขาได้อยู่กับคนที่เขารักเพื่อให้เขามีความสุข แต่เขาจะรู้หรือไม่ว่าคนที่เขาเดินจากไปจะเจ็บปวดขนาดไหน ดิฉันเลือกที่จะใช้เวลาเพื่อเยียวยาความรู้สึก เวลาผ่านไปแปดเดือน หันไปทุ่มเททุกอย่างให้กับการเรียนต่อปริญญาโทและทำงานที่ต้องแบกภาระมากมายใช้เวลาทุกนาทีเพื่อไม่ให้คิดถึงอดีตที่ผ่านมาทำงานจนเหนื่อยจนอ่อนล้าไม่มีเวลาว่างแม้แต่จะออกไปดูหนังสักเรื่อง ทำงานจันทร์ถึงศุกร์เกือบสิบหกชั่วโมงต่อวัน และยังเรียนเสาร์-อาทิตย์ตั้งแต่เช้า-เย็นกลับมาบ้านก็ทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า รีดผ้า ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ แต่พอมีใครถามว่าแฟนไม่มาหาบ้างเหรอ? หรือ เมื่อไหร่แฟนจะกลับมา? มันสะกิดใจทุกทีบางครั้งก็ต้องฝืนยิ้มแล้วบอกว่า ไม่ หรือว่า ไม่รู้ ทุกวันนี้ก็พยายามตัดการสื่อสารหรือการติดต่อ พยามไม่รับรู้สิ่งต่างๆนานาที่เกี่ยวกับอดีตคนรัก เวลาผ่านมาเกือบหนึ่งปี ก็ยังยอมรับว่ายังทำใจให้ได้ไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ ความรู้สึกลึกๆก็ยังคิดถึงเขาอยู่ แต่ด้วยความที่มีบุคลิกที่เข้มแข็ง แข็งแกร่ง เลยต้องเลือกที่จะเก็บทุกอย่างไว่เพียงคนเดียวไม่พูดออกไป คนที่รู้เรื่องราวทุกอย่างนี้เป็นคนแรกก็คือแม่ ดิฉัยโชคดีที่รังมีแม่ที่เข้าใจ คอยรับฟังและให้คำปรึกษาในทุกเรื่องราว คำหนึ่งที่แม่พูดและจำได้ขึ้นใจก็คือ “เมื่อไม่มีใครรักเรา เราก็ควรรักตัวเอง อย่าคิดว่าเราไม่เหลือใครแล้วอย่างน้อยก็ยังมีพ่อกับแม่และครอบครัวของเราที่คอยอ้าแขนรับตลอดเวลา ไม่ว่าจะดีใจหรือเสียใจมาก็ตาม ขอให้รู้ไว้ว่าพ่อกับแม่และทุกคนในครอบครัวรักลูกนะ” และนี่เองที่ทำให้ฉันหันหลังให้ความรักที่เจ็บปวดและใช้ความโสดทุ่มเทให้กับงานและหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ

 

Credit Picture by www.preawza .com

 

การเสียชีวิต  คือการจากไปอย่างไม่มีวันกลับมาของผู้ซึ่งเป็นที่รัก เชื่อว่าหลายคนคงเคยผ่านเหตุการณ์นี้มาแล้ว เช่นญาติเสีย เพื่อนเสีย หรือการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่อย่างบิดามารดาผู้ให้กำเนิด การจากไปเช่นนี้ 80% ของผู้ที่ไว้อาลัยจะจดจำเรื่องราวที่ดีๆ ความรู้สึกดีๆ และพอรวมกลุ่มพูดถึงผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วนั้นผู้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะพูดถึงเรื่องรวมดีๆในด้านบวกเสมอ น้อยคนนักที่จะพูดถึงในด้านที่ลบ(คนนั้นคงจะเกลียดเต้าจริง ถ้าไม่ปล้นบ้านเค้าก็คงเผาบ้านเค้าเป็นแน่) เมื่อสี่ปีก่อน คุณทวดของดิฉันได้เสียชีวิต ตอนที่ท่านอยู่ทุกคนก็เอาแต่พูดว่าคุณทวดนี่จะบ่นอะไรกันนักกันหนา บ่นอยู่นั่นแหละ แต่พอวันนึงแม่โทรมาบอกว่าคุณทวดเสียแล้วตัวฉันเองถึงกับร้องไห้โฮวันนั้นทั้งวันไม่เป็นทำอะไร จะไปเรียนก็ไม่ได้ไป นั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้นเป็นชั่วโมงๆ แล้วถึงได้ตั้งสติโทรจองตั๋วเครื่องบินเพื่อที่จะไปร่วมงานศพ ระหว่างงานศพทุกคนก็ต่างโศกเศร้าจนถึงวันฝังศพ (ตามศาสนาคริสต์)ทุกคนต่างร้องไห้ไม่หยุดไม่หย่อน ตัวฉันเองน้ำตาไหลไม่มีที่ท่าว่าจะหยุดจะเสร็จพิธีก็ไม่หยุด หลังจากวันนั้นมาเมื่อเราพูดถึงคุณทวดก็จะมีเสียงหัวเราะตามมาเสมอ มันกลายเป็นว่าเรื่องที่เราเคยโดนบ่น(อย่างสุดแสนจะน่าเบื่อ)เปลี่ยนไปเป็นเรื่องที่เรียกเสียงหัวเราได้เสมอเลย เรื่องที่คุณทวดเคยบ่นกลายเป็นเรื่องที่คุณทวดสั่งสอนเรา หวังดีกับเรา

 

Credit Picture by http://static.underpk.com

 

 

          อย่างไรก็ตามไม่ว่าผู้ซึ่งเป็นที่รักนั้นจะจากไปอย่างการเลิกรา หรือเสียชีวิตความรู้สึกของคนที่ยังมีลมหายใจอยู่ย่อมหดหู่เสมอ บางครั้งมันทำให้มีน้ำตาไหลออกมาเลยแต่เราก็ต้องยอมรับความจริงและอยู่กับมันให้ได้โดยเลือกว่าจะอยู่กับมันแบบไหน แบบที่ให้มันทำร้ายเราอยู่ตลอดเวลา หรือเลือกที่จะทิ้งมันไว้ข้างหลังและเริ่มต้มใหม่อีกครั้ง บางคนก็เลือกที่จะมีรักใหม่โดยเร็วเพื่อที่จะลืมรักครั้งเก่าแต่เชื่อเถอะว่าอย่างไรแล้ววันเวลาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นถ้าเราไม่ยึดติดกับมันจนเกินไป สำหรับคนที่สูญเสียคนที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับมาอย่างการเสียชีวิต แนะนำว่าให้คุณเลือกที่จะจดจำวันเวลาและสิ่งที่ดีๆระหว่างคุณกับเค้า แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น

 

 

>>อดีตไม่มีวันทำร้ายคุณ แต่อยู่ที่คุณเองว่าจะเอาอดีตมาทำร้ายตัวเองหรือไม่<<

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2556
1 comments
Last Update : 22 พฤษภาคม 2556 23:02:52 น.
Counter : 1217 Pageviews.

 

วันนี้มาเศร้าๆนะ

 

โดย: JenNy & Tristan @ The UK 12 มิถุนายน 2556 19:26:09 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


Tang Hartmann
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2556
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
22 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Tang Hartmann's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.