Understanding Society
Group Blog
 
<<
มกราคม 2554
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
7 มกราคม 2554
 
All Blogs
 

Karei naru ichizoku : ตะวันจึ่งลับฟ้าแล้วลาล่วง





เคยคิดจะรีวิวซีรีย์เรื่องนี้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวเป็นเนื้อเป็นหนังมาแล้วหลายหน แต่ก็ไม่ได้แค่ผิว ๆ ทุกที อีกประการหนึ่ง Blog เดิมคงจะได้ลาล่วงไปตามกาลในเดือนมีนาศกนี้ จริง ๆ ดำริมาหลายที่ว่าจะย้ายเอาเนื้อหาละครที่เคยรีวิวมาลงบล็อกใหม่นี้ แต่คิดอีกที ... ก็เอาเถิดรีวิวใหม่สะใจกว่า (รึเปล่า) แต่บางหัวข้ออาจจะต้องย้ายมาเพราะเป็นเนื้อหาที่เก็บมาจากกระทู้เก่าที่ไม่มีในคลัง ซึ่งเรื่องนี้ขอเอาไว้ทีหลัง



มาเข้าเรื่องกันก่อนดีกว่า จริง ๆ อีกไม่กี่วันก็จะครบสี่ปีที่ซีรีย์เรื่องนี้ออกฉายแล้ว ซีรีย์ที่รู้สึกว่าในสายละครชีวิตคงหาเรื่องไหนมาสู้ได้ยาก ไม่ว่าจะส่วนของบท การแสดง การกำกับ โปรดัคชั่น ที่มีหลุดน้อยมาก ไม่สังเกตก็แทบจะมองไม่เห็นเอาเลย หากไม่เอ่ยกันถึงเรื่องรสนิยมว่ากรณีที่ว่าไม่ชอบเรื่องเครียดเรื่องเศร้า ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องนี้จะหาที่ติได้ตรงไหน เป็น Master Piece ทางการกำกับของ คุณ ฟคุซาวะ คัตสึโอะ และ เป็น Master Piece ของสามดารา คิตาโอจิ คินยะซัง ในบทมันเปียว ไดสีเกะ สึสึกิ เคียวกะซัง ในบท นายหญิงไอโกะ และ คิมุระ ทาคุยะซัง ในบท มันเปียว เทปเป ที่มักจะสอยรางวัลทางการแสดงแทบทุกรางวัลที่เข้าชิง



ซีรีย์เรื่องนี้เมื่อครั้งทำ PR ได้มีคำโปรยเอาไว้ว่า "ละครที่เป็นยิ่งกว่าละคร" แล้วก็จริงอย่างที่ว่า ละครเรื่องนี้เหมือนถอดออกมาจากเรื่องจริง จะว่าไปควรจะบอกว่าเสมือนเป็นเนื่้อเดียวกันกับเรื่องจริงมากกว่า อาจจะเป็นเพราะว่าเค้าโครงของเรื่องราวนั้นมาจากสองบริษัทยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่น sumitomo mitsui banking corporation หรือ ก่อนหน้านั้นคือ mitsui bank ที่ตามท้องเรื่องคือ ธนาคารโกเบของตระกูลมันเปียว และ sanyo steel co.Ltd, ซึ่งในเนื้อเรื่องคือ ฮันชินโทคุชูเซย์โกะ ในความดูแลของ มันเปียว เทปเป



อาณาจักรแห่งพระอาทิตย์



ในเมืองโกเบแถบคันไซ คฤหาสถ์ตระกูลมันเปียวตั้งเด่นเป็นสง่า "หลังเป็นเขา หน้าเป็นน้ำ" ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยทุกประการ ขุนเขาปึกแผนมั่นคงทรัพย์สินไหลรินเหมือนธาราที่ไม่ขาดสาย แต่บ่อน้ำด้านหน้าที่ว่าถูกหลักฮวงจุ้ยนั้นหาได้ทำให้ความร้อนคลาย เรื่องราวหลายสิ่งอย่างเกิดปะทุขึ้น ณ บ่อน้ำรูปทรงแปลกตาของบ้านมันเปียวนี่เอง คฤหาสถ์มันเปียวเปรียบได้ประหนึ่งอาณาจักร อาณาจักรเล็ก ๆ ในแดนอาทิตย์อุทัย ธุรกิจในมือของตระกูลล้วนแล้วแต่เป็นเสาหลักของชาติ และ บ้านเมืองที่เพิ่งพ้นพิบัติจากไฟสงครามมาใหม่ ๆ ประเทศจะฟื้นตัวได้ก็ด้วยรากฐานการเงินการธนาคารที่มั่นคงแข็งแรง และ ธนาคารโกเบก็เป็นหนึ่งในเสาหลักที่ว่า แม้จะเป็นเพียงธนาคารขนาดเล็ก แต่หากถามถึงอิทธิพลในแถบคันไซบอกได้ว่ามีพอตัว มันเปียว ไดสึเกะ ชายผู้เป็นประมุขของบ้านมันเปียว ควบอีกหนึ่งตำแหน่ง คือ ประธานธนาคารโกเบ ที่เปรียบเสมือนตะวันที่ส่องแสงแรงกล้า เป็นหลักอันมั่นคงให้กับพนักงานนับร้อยชีวิต



"เมื่อมันเปียว ไดสึเกะ มาถึงสาขาใหญ่ธนาคารนั้น ระว่างที่เดินทางไปห้องทำงาน ก็อดเหลือบดูความวุ่นวายยุ่งเหยิงผ่านทางกระจกหน้าต่างชั้นบนไม่ได้ อีกเพียงไม่กี่นาทีธนาคารจะเปิดทำการ พนักงานนับสิบนับร้อยชีวิตยุ่งกับการเตรียมตัว แผนกต่าง ๆ กำลังเตรียมงานอย่างขมักเขม้น บ้างก็โทรศัพท์สั่งงาน บ้างก็นับเงินตราเตรียมเปิดเค้าเตอร์ ครั้นพวกเขามองเห็นนายใหญ่ที่ช่องหน้าต่างบานเล็ก ๆ เสียงจ้อกแจ้กวุ่นวายค่อยหยุดลง จนเป็นความเงียบงัน พนักงานแต่ละคนพากันมองไปทีเบื้องบน จุดหมายคือหน้าต่างบ้านเล็กจ้อยที่นายใหญ่มองผ่านลงมา และ พวกเขาก็โค้งคำนับทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงกัน เสียงจากการโค้งคำนับทำลายความเงียบงันก่อนหน้านั้นลงไป ภาพที่เห็นนั้นสร้างความภาคภูมิใจให้ไดสึเกะที่เอ่ยปากกับผู้ช่วยว่า เราจะต้องดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี " 



เพียงแค่นี้ก็รับรู้ได้แล้วว่า มันเปียว ไดสึเกะ คงเปรียบได้กับดวงตะวัน ดังผู้นำที่จะต้องพาเอานาวาบรรจุลูกเรือไว้อย่างเพียบแปร้ให้ล่องผ่านกระแสเชี่ยวกรากของเศรษฐกิจไปได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเจ้าตัวเองก็เชื่อ และ คิดจะทำเช่นนั้น อย่างไรก็ตามในอาณาจักรแห่งพระอาทิตย์นี้ กลายเป็นว่าอาทิตย์หาได้มีเพียงดวงเดียว ยังมีตะวันอีกดวงที่เปล่งแสงแรงกล้าไม่แพ้ มันเปียว ไดสึเกะ นั่นก็คือ ลูกชายคนโตอย่าง มันเปียว เทปเป ที่บริหารบริษัท ฮันชินโทคุชูเซย์โกะ อันเป็นกิจการที่เกี่ยวกับเหล็กกล้าซึ่งเป็นเสาหลักของประเทศเช่นกันดังคำกล่าวที่ว่า "เหล็กคือประเทศ" ฮันชินโทคุชูเซย์โกะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ได้คุณภาพออกมาได้ดีกว่าคู่แข่งในตลาด และ ดูเหมือนว่าจะไปได้ดีในระดับนานาชาติอีกด้วย ตะวันดวงนี้แม้จะยังอ่อนอายุกว่าตะวันดวงแรกมากนัก แต่ก็ส่องแสงนำทางผู้ใต้บังคับบัญชาได้ดีไม่แพ้กัน เทปเปอาจจะไม่มีภาพลักษณ์เช่น "จักพรรดิ์" ดังมันเปียว ไดสึเกะ แต่ก็ถือเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่ผูกใจคนรอบตัวได้ด้วยพระคุณมากกว่าพระเดช






จุดดับในดวงอาทิตย์



ในภาพรวมแล้วการที่สองพ่อลูกที่กุมบังเหียนธุรกิจสำคัญในการสร้างประเทศเป็นสิ่งที่ดีงาม ไม่แปลก ไม่น่าจะผิดคาด การแผ่ขยายธุรกิจให้แผ่ไพศาล และ หลากหลายในวงกว้างนั้น นอกจากจะเป็นเรื่องดีของประเทศชาติแล้วก็เป็นเรื่องดีสำหรับกลุ่มธุรกิจที่เรียกว่า saibatsu เช่นเดียวกับตระกูลมันเปียวนี้ด้วย ทว่าเหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น ทุกครอบครัวมีโครงกระดูกในตู้ ไม่ว่าจะซุกลึกแค่ไหนแต่กระดูกที่ว่าก็ทิ่มแทงใจคนที่ได้ล่วงรู้อยู่ดี และ โครงกระดูกในตู้ของคฤหาสถ์มันเปียวนี้เอง ได้สร้างตัวละครโยงใยความสัมพันธ์ซับซ้อนหลากหลายขึ้นมา และ ในอีกทางก็ทำลายตัวละครรวมทั้งความสัมพันธ์บางอย่างจนไม่เหลือรอยอีกเช่นกัน



ความสัมพันธ์ในคฤหาสถ์หลังใหญ่นั่นแสนแปลกประหลาด และ ลักลั่น ท่ามกลางทัศนียภาพสวยงามสมบูรณ์แบบ หรูหรา โอ่อ่า พร้อมอวดโฉมให้ใครต่อใครประจักษ์แก่สายตา ภายในกลับซ่อนหลากหลายอารมณ์ของชีวิตมนุษย์เอาไว้ บางครั้งก็ร้อนรุมราวกับเพลิงเผาผลาญอยู่ภายใน บางครั้งก็ยะเยือกเย็นชาเหมือนขั้วโลก ตระกูลเกรียงไกรที่ส่องแสงแรงกล้าแท้จริงแล้วก็มีจุดดับที่เร้นไว้ภายใต้แสงสว่างของดวงตะวัน



ณ งานวันปีใหม่ที่เป็นธรรมเนียมของตระกูลมันเปียว เราได้เห็นความสัมพันธ์แปลกประหลาดที่ว่าแล้วก็ให้คิดสงสัย "จุดดับในดวงอาทิตย์" เกิดขึ้นได้เช่นไร มันเปียว ไดสึเกะ ดูจะไม่ลงรอยกับ เทปเป ลูกชายคนโตมากนัก แม้ว่าเขาจะประสบความสำเร็จทั้งด้านการศึกษาและ การประกอบธุรกิจ อีกทั้งดูเหมือนจะตำหนิและแข่งขันอยู่ในที จากนั้นเราก็ได้เห็นอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของผู้มีศักดิ์เป็นนายหญิงในตระกูลมันเปียวอีกหลายคน เริ่มที่ตำแหน่งนายหญิงของบ้านที่ดูเหมือนจะคลุมเครือเหลือเกินระหว่าง ยาสึโกะ และ ไอโกะ คนหนึ่งเป็นคุณผู้หญิง อีกคนหนึ่งเป็นนายหญิง แล้วยังเรื่องเตียงสามเตียงในห้องนอนนั่นอีกเล่า ใบหน้าเศร้าสร้อยอมทุกข์ของยาสึโกะในชุดกิโมโนตามแบบฉบับหญิงผู้ดีญี่ปุ่นแท้กับตำแหน่งคุณผู้หญิง และ ใบหน้าหยิ่งผยองภาคภูมิแต่ก็เจือด้วยริ้วรอยขื่นขมประชดประชันของ ทาคาสึ ไอโกะ นายหญิงของบ้านมันเปียวในอีฟนิ่งเดรสหรูหราสง่างามแบบตะวันตก คือความกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่ต้องทนระงับซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่กำลังจะปะทุในอีกไม่ช้า



ถัดไปคือหญิงสาวท่าทางอมทุกข์ไม่ผิดกับมารดาของเธอ อิชิโกะ ที่ได้แต่งงานออกไปเพื่อขยายฐานทางธุรกิจกับข้าราชการกระทรวงการคลังอนาคตไกลอย่างคุณมิมะที่ไม่คำนึงถึงสื่งใดมากไปกว่าความก้าวหน้าของตนเอง เธอรู้ดีกว่าตนเองเป็นเพียงบันไดขั้นหนึ่งของกลุ่มธุรกิจมันเปียว และ สามี ไม่ต่างกับเบี้ยตัวหนึ่งในกระดาน แต่ด้วยความที่เป็นผู้หญิงยุคเก่าเต็มรูปแบบจึงต้องหวานอมขมกลืนไม่ผิดกับมารดา ถึงตอนนี้ริ้วรอยความแตกร้าวปรากฎขึ้นอย่างเงียบ ๆ ในโต๊ะอาหารค่ำ ประดับด้วยหน้าตาเฉยเมยของกินเปย์ลูกชายคนรองของไดสึเกะ ซึ่งตอบยากว่าเป็นการทอดอาลัย อาการเฉยชา หรือว่าทั้งสองอย่าง จากการรับประทานอาหารค่ำร่วมกันในครั้งนี้ไม่มีใครนึกว่าจุดดับจะแผ่ขยายอาณาเขตได้กว้างขวางมีอานุภาพรุนแรงสั่นสะเทือนคฤหาสถ์มันเปียวให้พลิกคว่ำะมำหงายในกาลต่อมา






สุริยคราส



จุดดับแห่งดวงอาทิตย์แผ่นไพศาลจนคล้ายคราสบังตะวันจนมิด ยามที่ความหวั่นระแวงได้จุดติดขึ้นมาอีกครั้ง ณ บ่อน้ำด้านหน้าคฤหาสถ์มันเปียว ความสัมพันธ์คลุมเครือในชาติกำเนิดของเทปเปก็ก่อตัวสร้างคลื่นใต้น้ำ เมื่อความเหมือนคล้ายของเทปเป และ มันเปียว เคย์สึเกะ ปรากฎชัดขึ้นทุกที กลายเป็นหนามยอกใจไดสึเกะอยู่เรื่อยมา ลูกชายคนโตผู้ประสบความสำเร็จทั้งด้านการเรียน และ หน้าที่การงาน มีความเป็นผู้นำและสายตาที่กว้างไกล เลือดเนื้อเชื้อไขที่ควรจะภาคภูมิได้อย่างสนิทใจ  หากข้อสงสัยใหญ่หลวงมีอยู่ว่าเอาเข้าจริงแล้ว เทปเปนั้นเป็นลูกชาย หรือ น้องชายต่างแม่ ของไดสึเกะ กันแน่ 



สายตาหวาดระแวงระคนเจ็บปวดปั่นป่วนใจของไดสึเกะยามที่ "เจ้าโชกุน" โผล่มาตามเสียงปรบมือของเทปเปคงบ่งบอกเรื่องราวได้ดี อยากจะภาคภูมิใจ อยากจะชื่นชมให้เต็มที่ แต่ก็ยากจะยอมรับในข้อกังขาร้ายแรงเกี่ยวพันกับชาติกำเนิด ความรู้สึกอารมณ์สองด้านปะทะกันอย่างรุนแรงจนยากจะจัดการ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ส่วนเทปเปเองพยายามมาถึงขั้นนี้ก็หวังเพียงการยอมรับจากพ่อ การยอมรับที่พยายามมาเท่าใดก็ไม่เคยได้ และ ความรู้สึกที่ว่านั้นก็ยิ่งรุนแรงขึ้นทุกที คฤหาสถ์มันเปียว ณ ตอนนี้จึงเปรียบเหมือนตะวันที่คราสบังมิดไปแล้วครึ่งดวง



ในขณะเดียวกันจะเรียกว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดก็คงไม่ผิดนักที่ความผันผวนทางเศรษฐกิจซัดสาดเข้ามาประจวบเหมาะกับพายุอารมณ์ใต้ชายคาตระกูลที่ตั้งเค้า การห้ำหั่นจึงบังเกิดขึ้นโดยที่ทุกคนต่างไม่ได้ตั้งตัว คราสที่ก่อนหน้านั้นขยายเงามาแล้วครึ่งหนึ่งจึงบังตระกูลมันเปียวจนมิดทั้งที่เป็นวันท้องฟ้าเมืองโกเบกระจ่างใสในฤดูใบไม้ผลิ



ตะวันวิถี



คลื่นลมทางเศรษฐกิจส่งผลให้ทั้งไดสึเกะ และ เทปเปต้องเอาตัวรอด ไดสึเกะต้องพาธนาคารขนาดเล็กฝ่าด่านมรสุมนี้ไปให้ได้ในฐานะผู้นำ การปรับโครงสร้างการเงินการธนาคาร ณ เวลานั้น เป็นแนวคิดที่จะควบรวมกิจการธนาคารเพื่อเข้าสู้กับกลุ่มทุนต่างชาติที่จะเข้ามา ไดสึเกะพยายามทำทุกทางเพื่อรักษาธุรกิจของตระกูล เพื่อรักษาขวัญกำลังใจของพนักงาน เจตนานั้นดี แต่ วิถีนั้นดีหรือไม่ เป็นอีกเรื่องที่ต้องพิจารณา ได้กล่าวไปแล้วว่าไดสึเกะทำทุกอย่างทุกวิถีทางเพื่อรักษาธุกรกิจนี้ไว้ และ ไดสึเกะไม่เคยอ้อมค้อม ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ ก็เอาด้วยคาถา ข่มขู่ ล็อบบี้ ใต้โต๊ะ หักหลัง เข้าหานักการเมือง แม้กระทั่งสังเวยด้วยชีวิตลูกน้องตัวเอง หรือ แม้กระทั่งครอบครัวก็ยังทำได้ ตะวันดวงนี้แม้ส่องแสงสว่างแต่ก็เผาผลาญผู้อื่นให้ย่อยยับไปด้วยในอีกทางหนึ่ง



ส่วนเทปเปนั้นก็มีอีกวิถีหนึ่งของตัวเองนอกจากจะใฝ่ใจรักษาธุรกิจดั้งเดิมของตนแล้ว ปณิธานแรงกล้าอีกอย่างหนึ่งของผู้ชายคนนี้ คือ การช่วยเหลือสร้างประเทศชาติให้ก้าวรุดไปข้างหน้า ไม่เพียงแต่รักษาของเดิมให้คงอยู่เท่านั้น ในฐานะผู้นำ และ ในฐานะประชาชนของประเทศ เทปเปสร้างสรรค์สิ่งใหม่หวังใจที่นำพาฮันชินโทคุชูเซย์โกะ และ ญี่ปุ่น เข้าสู่ตลาดโลก  แต่ในขณะเดียวกันเทปเปก็ไม่เคยแบ่งบันภาระใหญ่หลวงนี้ให้ใครล่วงรู้ อาจะเป็นเพราะความเคยชินที่ได้ถูกหล่อหลอมมาเมื่อครั้งเยาว์วัย ที่ต้องอยู่ด้วยตนเองรับผิดชอบตนเองตลอดมา รวบเอาความรับผิดชอบทุกอย่างไว้ในมือ วิถึแห่งดวงตะวันในแบบของเทปเปจึงเป็นการเผาผลาญตนเองเพื่อส่องแสงนำทางให้แก่คนอื่น



ตะวันขึ้น ตะวันรอน ตะวันลา



ในระหว่างที่เกมส์ธุรกิจกำลังตึงเครียด ในเวลาที่ความไว้ใจที่ลูกคนหนึ่งมีต่อพ่อได้ล่มสลายลงไปด้วยเหตุจากการหักหลังอย่างเจ็บแสบที่สุด อารมณ์มืดดำในจิตใจของมนุษย์ใต้ชายคาบ้านมันเปียวจึงเปิดเผยตัวโดยไม่อาจซ่อนเร้นได้อีกต่อไป ความลับที่ทิ่มแทงใจคนในบ้านมันเปียวมานานจึงปะทุขึ้นมา ล้วงเอาด้านมืดของแต่ละคนมาตีแผ่ ความรุ่งโรจน์ของตระกูลที่มีอยู่เป็นเปลือกนอกเหมือนตะวันสาดแสงแรงกล้า ตอนนี้เป็นดั่งไฟดั่งลาวาที่คายพิษให้สั่นสะเทือนเลือนลั่น



ประมุขของตระกูลมันเปียวเจ็บช้ำกับรอยอดีตที่คลุมเครือ อยากจะรักอยากจะชื่นชมในความเก่งกาจน่าภาคภูมิใจของลูกชายแต่ก็รับไม่ได้กับความคิดที่ว่าคนหนุ่มอนาคตไกลเช่นนี้อาจะเป็นน้องชายตนเองมากกว่าลูก อะไรจะสาหัสมากไปกว่านี้ จะตัดก็ตัดไม่ขาดจะรักหรือก็รักไม่ได้ นานเข้าความบิดเบี้ยวภายในใจก็ยิ่งทับทวี เป็นเรื่องส่วนตัวที่ปนเปกับคำว่า "ธุรกิจ" 



ธุรกิจเหล็กกล้าที่กำลังรุ่งเรือง และ อาจะพาประเทศให้ก้าวไกล แต่มันกลับอยู่ในมือของคนที่ทั้งรักทั้งชัง อยากจะทำลาย แต่ก็อยากจะรักษา ปนเปกันตลอดเวลา แต่สุดท้ายแล้วตัวตนของไดสึเกะก็เป็นฝ่ายมีชัย ทำลายฮันชินโทคุชูเซย์โกะย่อยยับลงไปกับตา เคยคิดเหมือนกันว่าถ้าไดสึเกะรักเทปเปเช่นพ่อรักลูก รักได้อย่างเต็มที่จะทำกับเทปเปเช่นนี้หรือไม่ 



คิดอยู่นานทีเดียวแต่ก็คาดว่าคำตอบในใจไดสึเกะคงเหมือนเดิม ถึงแม้ไม่มีแรงผลักดันจากอดีตเหมือนครั้งนี้ แต่ด้วยน้ำเนื้อในใจ และ "วิถี" ของไดสึเกะ ผลลัพธ์บก็คงไม่แคล้วเป็นเช่นเดิม เพราะ ไดสึเกะเหมือนผู้นำหัวเก่าทั่วไป ที่ไม่คิดอะไรมากไปกว่า "เราต้องอยู่" คนอื่นไปถึงไหน ประเทศชาติเป็นอย่างไร ไม่สนไม่รู้ เพียงแต่ว่าอาจจะเสียใจของลูกเล็กน้อย และ บอกให้เสียสละเพื่อความอยู่ดีมีสุขของตระกูล



เหตุการณ์นี้เองโยงใยให้ชีวิตของคนหลายคนมาถึงขีดสุด ในยามที่แสงตะวันรอน ๆ ความมืดแห่งชีวิตกำลังคืบตลานเข้ามา แต่ละคนจึงคายเอาความกดดัน ความอำมหิต ดวามดำมืด คายเอาทุกอารมณ์ของมนุษย์ออกมาจนหมด ความบิดเบี้ยวภายในคฤหาสถ์มันเปียวจึงอวดโฉมให้เห็นอย่างเต็มรูปแบบ



หลังจากฮันชินโทคุชูเซย์โกะต้องตกไปเป็นของผู้อื่น เราได้เห็นว่าภายใต้สีหน้าเย็นชาไม่รู้ร้อนหนาวของกินเปย์ คือ ความสิ้นหวัง และ กำลังรอให้ใครซ้กคนช่วยให้หลุดพ้น กว่าจะรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นจะต้องเสาะหาดิ้นรนด้วยตัวเองก็เกือบจะสายไป  กาลต่อมาเราได้เห็นความเจ็บปวดรวดร้าวของผู้หญิงสองคนข้างกายประมุขตระกูล สายตาที่เก็บกดเหมือนถูกบีบอยู่ตลอดเวลาของยาสึโกะเริ่มปลดปลง



ส่วนไอโกะที่ถอดหน้ากากความหยิ่งผยองซึ่งเผยให้เห็นว่าเธอเองก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ต้องการมีรักที่แท้จริง มีครอบครัวที่อบอุ่น ตลอดมาที่เคยถือทระนงตัวแก่งแย่งแข่งขัน และ ดูเหมือนว่าเป็นฝ่ายมีชัย เมื่อเผชิญหน้ากับความจริงก็ต้องตกใจว่า เอาเข้าจริงแล้ว เธอเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่ในฐานะอะไรในบ้านมันเปียว



และท้ายที่สุดเมื่อความจริงเปิดเผยตะวันดวงนึงจึงขอลาลับไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ หลายคนอาจมองดูว่าเทปเปขี้ขลาด แต่จะว่ากันจริง ๆ ก็เข้าใจได้ว่าเหตุใดถึงต้องทำเช่นนั้น ฟางเส้นสุดท้ายมักทำให้ลาหลังหัก ความหวังที่อยากให้บิดายิ้มให้ซ้กครั้งล่มสลายไปอย่างไม่เหลือรอย การงาน และ ลูกน้องอีกนับร้อย กิจการที่ทุ่มเทลอยหายไปกับสายลม ความทุกข์ทนบิดเบี้ยวทั้งหลายในบ้านมันเปียว แม้ไม่พูดออกมาตรง ๆ ก็รู้สึกได้ว่าตัวเองต้องรับผิดชอบอยู่หลายส่วน จะแก้ไขความผิดพลาดนี้จึงต้องแก้ไขที่ต้นเหตุ ถ้าไม่มีเราอยู่บนโลกใบนี้ ,,,, อะไรมันจะดีกว่านี้ไหมนะ



ความฝัน ความหวังนั้น หลุดลอยไปแล้วเหมือนอาทิตย์ที่ลับฟ้า ชีวิตถัดไปจากนี้จะเหลือก็คงแต่ความมืดมนเท่านั้น ยามที่เทปเปมองฟ้าแล้วตัดสินใจปลิดชีวิต ดวงตะวันสาดแสงเหนือท้องฟ้ากระจ่างในฤดูหนาว หิมะพร่างพราว พายุลมแรง เหมือนคลื่นลมผันผวนในชีวิตที่ผ่านมาของเทปเป เมื่อเมฆหมอกอันเป็นผลจากแรงลมเข้าบังพระอาทิตย์ให้ดับแสง วูบนั้นเทปเปก็คงคิดเช่นเดียวกันว่าหากตะวันดวงนี้ลับจากฟ้าไป ปัญหาทุกประการก็คงพลอยได้รับการแก้ไข



วัฏจักร



ชีวิตคนก็เปรียบดังเช่นหนึ่งวารวัน มีเช้า สาย บ่าย ค่ำ แล้วก็หวนกลับมาใหม่ การจากไปของเทปเปเปิดตาของใครหลายคนให้กว้างไกล ปมทุกอย่างคลี่คลายดั่งฟ้าหลังฝนที่กระจ่างใส แต่วัฏจักรชีวิตมนุษย์ก็ไม่ได้ประกอบด้วยศีลธรรมลงเอยได้ดีไปตลอดกาล กงเกวียนกรรมเกวียนย่อมย้อนรอยเสมอ ในเวลาไม่นานหลังจากเทปเปได้จากไป



ธนาคารโกเบเข้าควบรวมกิจการเป็นที่สำเร็จ ไดสึเกะ และ เหล่าผู้บริหารต่างชื่นมื่นในงานเลี้ยง คนอื่น ๆ ในครอบครัวต่างมีวิถีทางของตัวเองกล้าฉีกตัวให้หลุดพ้นจากกรอบเดิม ๆ ที่เป็นอยู่ ณ งานเลี้ยงนั้นเองที่วัฏจักรได้ย้อนรอบ ไม่มีใครได้อะไรไปทุกอย่าง และ ไม่มีใครเสียอะไรไปทุกอย่าง ในงานเฉลิมฉลองรื่นเริง ไม่มีมนุษย์คนไหนสำเหนียกถึงเงามืดที่คืบคลาน มุมหนึ่งของงานเลี้ยง รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสั่งการกับมิมะลับ ๆ ให้ดูแลการควบรวมกิจการธนาคารอีกครั้ง แต่เป้าหมายก็คือ กลืนธนาคารโกเบเสียให้เรียบร้อย



มิมะก้าวเข้ามาในงานเลี้ยงด้วยหน้าตาเคร่งเครียด แลเห็นพ่อตา มันเปียว ไดสึเกะ กวักมือเรียกไหว ๆ วูบนึงที่สายตาของมิมะเปลี่ยนไปคล้ายจะเห็นใจระคนเวทนา แต่แล้วมิมะก็ปรับสีหน้าเก็บอาการไว้ได้ดังเดิม ส่งสัญญาณให้พ่อตารู้ว่าไม่ว่างคุย ซึ่งถ้าไหวตัวซักนิด ไดสีเกะก็คจะทราบว่าการไม่ว่างมาร่วมวงในครั้งนี้ต้องไม่ธรรมดา ตรงนี้สื่อให้เห็นชัด ๆ เลยว่า มนุษย์หนอช่างไม่ระแวงระวังความไม่แน่ไม่นอนในชีวิตบ้างเลย



ในขณะเดียวกันถึงจะพ่ายแพ้แก่พายุอารมณ์ ปณิทานแรงกล้าของเทปเปก็ได้รับการสืบสานต่อไปในรูปของสิ่งที่จับต้องได้และมันคงยืนยาว เตาถลุงเหล็กที่เป็นความฝันของเทปเปตลอดมาได้ยืนตะหง่านเป็นรูปเป็นร่าง เป็นแกนหลักของประเทศมาถึงกาลปัจจุบัน 




 

Create Date : 07 มกราคม 2554
3 comments
Last Update : 7 มกราคม 2554 18:45:35 น.
Counter : 1250 Pageviews.

 

ดู karei narai ไม่ยักจะนึกถึงดวงตะวันเลยละท่าน
หนักไปทางนึกถึงหิมะโปรยปกคลุม กับวิญญาณปู่ตามหล่อน

มันทำให้นึกถึงละครตามแบบทีวีบีของพวกฮ่องกง
ในสายศึกเลือดล้างตระกูล
ที่มีทั้งศึกวงในและศึกวงนอก
ขนานควบคู่กันไปแบบไม่เห็นทางคลี่คลาย
บทประพันธ์คลาสสิกของ ยามาซากิ โตโยโกะ
ที่เคยถูกสร้างมาเป็นภาพยนตร์ในปี ๑๙๗๔
วิธีการเล่าเรือ่ง แทบไปคนละทางกับฉบับซีรีย์เลยนะขอรับ
สมัยโน้นมันเล่าเป็นละครเวทีเอามากๆเลย
การกระทำของตัวละครคอ่นข้างชัดเจน
แ่ต่ในฉบับซีรีย์ ของผกก. คัตสึโอะ ที่เล่นซีรีย์ทุนต่ำไม่เป็น
แต่เรือ่งนี้ ป๋ายะ ก็โดนอิทธิพลของปู่คินยะ กับเจ๊เคียวโกะ
เสียจน ภาวนาว่าอย่าได้เข้าฉากบ่อยๆ เพราะหนูเสียว

 

โดย: Mr.Chanpanakrit 8 มกราคม 2554 20:14:16 น.  

 

แนะนำเว็บดูหนังซีรีย์เกาหลีฟรี

 

โดย: koreaserie (loveyoupantip ) 6 สิงหาคม 2554 6:28:27 น.  

 

อาจจะวิจารณ์แบบไม่ค่อยสาระเท่าไหร่นะคะ

"เรื่องนี้ ทาคุยะคุง หล่อมว๊ากกก"

 

โดย: nobuta wo produce 11 มกราคม 2555 18:37:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


วรินทร์รตา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




Light&Truth
Friends' blogs
[Add วรินทร์รตา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.