มกราคม 2556

 
 
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
 
 
เดินทางสู่จุดต่ำสุดของโลก ที่ Dead Sea , Israel
Dead Sea ดินแดนแห้งแล้งที่น่าตะลึง


วันนี้จุดมุ่งหมายของเราคือทะเลสาบเดดซี อันเลื่องลือเรื่องความงามแห่งผิวพรรณ

เค้าว่ากันว่าพระนางคลีโอพัตรา งามหงดยอย หน้าเด้งดึ๋ง เพราะโคลนจากเดดซี

ที่นี่เหมาะสำหรับคนที่ว่ายน้ำไม่เป็นเพราะ ทำยังไงก็ไม่มีวันจม.........

ม้งน้อยนางนี้รู้สึกตื่นเต้น มากมายเพราะเคได้ยินแต่คำล่ำลือ ตื่นตั้งแต่เช้ามื

เตรียมสัมภาระ และอาหารระหว่างการเดินทางและกิจกรรมตั้งแคมป์ในคืนนี้

จิ้นไปว่าคืนนี้ต้องไปนอนกลางทะเลทราย คงจะมีอูฐสักตัวหลงทางมาแน่เลยSmiley

เราเตรียมอาหารไปเยอะพอสมควร และไม่ลืมเตาสำหรับปิ้งๆ ย่างๆ

สำหรับ
บาร์บีคิวมื้อค่ำ ริมทะเลที่ไม่มีสัตว์น้ำสักตัว เราก็เลยต้องเตรียม

ข้าวของให้พร้อม เพราะเส้นทางที่เราจะไปมีซูปเปอร์มาร์เก็ตแค่ที่เดียว

ก่อนจะดิ่งพสุธาสู่จุดต่ำสุดของโลก คาดการว่าคงเหมือนการขับรถลงเขา

แต่อาจจะชันกว่า คาดว่าต้องเมารถแน่นอน เลยขนเอาเชอร์รี่ที่เก็บมาจากสวน

เมื่อวานก่อน ลูกพีช องุ่น กะ โชยุญี่ปุ่นกับแต่งกวา กันเมารถและจากที่พี่สาว

เล่ามาคร่าว ๆ สงสัยจะหาของกินยาก เอิ๊กๆๆSmiley

เราออกเดินทางประมาณ 10 โมงเช้า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วงโมง

ระหว่างทางเราแวะซุปเปอร์มาเก็ตที่สุดท้ายของเส้นทางก่อนลงดอยดำดิ่ง

อย่างเดียว ซื้ออาหารแห้งและอาหารแช่แข็งไปทำบาร์บีคิว ขนมปังและโยเกิร์

จากนั้นเราออกเดินทางสู่ความแห้งแล้งอันไกลโพ้น....แสงแดดเปรี้ยงๆ

กับสภาพอากาศด้านนอกคาดกว่าคงเกือบ ๆ 40 องศา Smiley คงได้ย่างสด

กันล่ะงานนี้ ....เส้นทางเข้าสู่ทะเลเดดซีคดเคี้ยวและสองข้างทางขนาบด้วย

ภูเขาดินทราย สภาพไร่ซึ่งต้นหญ้า สีน้ำตาลเห็นแล้วรู้สึกคอแห้งชะมัด

และจะเห็นป้ายบอกตลอดทางว่าเราลงมาแล้วกี่เมตรจากระดับน้ำทะเล

ถ้าจำไม่ผิดเราจะไปสิ้นสุดที่ระดับความลึก 400 เมตร จากระดับน้ำทะเล

และเริ่มร้อนขึ้น เรื่อย ๆ พอเริ่มใกล้ถึง เราจะมองเห็นทะเลไกลลิบๆ จากข้างทาง

มองเห็นว่ามีการแบ่งสัดส่วชัดเจนในการทำสัมปทานของบริษัทผลิต

เครื่องสำอางทั้งหลาย และการแบ่งเขตระหว่าง 2 ประเทศคือ

 อิสราเอลและจอร์แดน สิ่งที่เห็นแบ่งเขตกันอยู่เหมือนแปลงนาบ้านเรา

ห็นไกล ๆ สีขาว ๆ ตีกรอบเป็นสี่เหลี่ยม คาดว่าน่าจะเป็นเกลือมากกว่าดิน

เมื่อสิ้นสุดเส้นทางการดำดิ่งสู่พื้นโลกในจุดที่ต่ำที่สุดแล้ว ทางด้านซ้ายมือที่แรก

ที่เราจะเห็นคือ จุดที่ทำสัมปทาน ตามด้วยย่านโรงแรม 5 ดาว ติดทะเลสาบเดดซี

และที่หมายของเราคือ Ein Gedi Spa  สปาทะเลเดดซี ลักษณเหมือน

คลับเฮาสแยกตัวออกมาจากย่านโรงแรมประมาณ 3 กิโล เป็นเหมือนพื้นที่ส่วนตัว

สำหรับแช่ตัวตีลังกาในน้องกันอย่างเต็มที่ แต่จะเสียค่าเช่าล็อกเกอร์และค่าประกัน

ผ้าเช็ดตัว !? กันคนละ 24 เชคเน 
เอ่ แต่เราจะได้คืนหลังจากเอา

ผ้าเช็ดตัวมาคืนแล้ว แต่ก็จะโดนหักไป คนละ 3 เชคเคน เป็นค่าบริการ

ภายในจะมีสระว่ายน้ำธรรมดาอยู่ด้านนอก ส่วนด้านในจะมีจากุซซี่ขนาดใหญ่

ให้บริการแช่
ตัวสำหรับคนที่ไม่อยากไปทนร้อนแช่ในทะเลด้านนอก ส่วนมาก

จะมีแต่คนแก่ฝรั่งนักท่องเที่ยวที่เดินลำบาก นั่งแช่กันเพียบ เราสาว ๆ ก็ขออกไป

สัมผัสบรรยากาศด้านนอกของจริงกันดีกว่า เมื่อเปลี่ยนชุดเตรียมตัวเรียบร้อย

เราเดินออกไปเพื่อรอรถ หรือจะเดินไปก็ได้ แต่ระยะทางจากคลับเฮาส์ไปทะเล

ไกลมากกกกก แล้วร้อนตับแตก แดดเปรี้ยง ๆ กับอุนภูมิ 40 องศา

เราจึงขอเลือกใช้บริการรถดีกว่า.....ฟรีไม่เสียตังค์แถมไม่ต้องลำบากเดิน อิอิ

รถที่ว่าเหมือนเอารถไถดินมาต่อพว่งที่นั่ง ลักษณะเหมือนรถราง

มีหลายโบกี้ ยาวๆ ดูไปดูมาเหมือนตัวกิ้งกือ มีหลังคา และโอเพ้นแอร์

กินลมชมวิวตามระยะทางที่จะไปทะเลกันได้เต็มอิ่ม

แต่ฝรั่งที่ชอบแดดบางคนก็จะเดินไป ถือเป็นการออกกำลังกายและอาบแดด

ไปในตัว
...แต่สำหรับคนไทยอย่างเราบ้านเรามีแดดเยอะแยะทั้งปีมากพอแล้ว

ขอเลือกวิธีทุ่นแรงและระยะทางดีกว่า อิอิ...

พอไปถึงชายหาด จะเลียกว่าชายหาดดีมั้ย เพราะไม่เห็นทรายสักเม็ด ก็สิ่งที่เห็น

มีแต่เกลือสีขาวแห้งตกผลึกเต็มพื้นไปหมด แถมเดินเท้าเปล่านี่ร้องโอ๊ยยยย

เลยที่เดียวพื้นแข็งมาก บวกกับผลึกคม ๆ ของเกลือ ก็เจ็บอ่ะสิคะเนี่ย

มองลงไปในทะเล เห็นฝรั่งนอนลอยตุ๊บป่องกันเป็นแถว น้ำใสแจ๋ว

เสียคุณพี่เขยบอกว่า อย่าให้น้ำเขาตานะ แสบจนจำไปตลอดชีวิตเลยล่ะ

ยังไม่ทันไร ได้ยินเสียงเด็กฝรั่งร้องไห้เอ๊ะอะ บอกว่าน้ำทะเลเข้าตา

เอ่อ...มันชักเริ่มอันตรายซะแล้วนะเนี่ย...เมื่อลงไปในทะเลน้ำที่เห็นใสๆ

เห็นพื้นจิงๆแล้วข้นเหมือน ออยล์ที่เราไว้ทาผิว เพราะด้วยเกลือที่มีอยู่

มีความเข้มข้นมากกว่าหมื่นล้านตัน โอ้แม่เจ้า เพราะแบบนี้เองเราถึงไม่จม

จิงๆ เกลือในทะเลปกติจะมีอยู่น้อยมากทาเทียบกับที่ทะเลเดดซี แบบนีถึงทำให้

ไม่มีสัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตใดสามารถอยู่ได้ แถมรสชาดยังเค็มจนขมปี๋

เพราะน้ำที่สะสมอยู่ในที่แห่งนี้ไหลมาจากที่เดียวคือแม่น้ำจอร์แดน

และน้ำฝนที่ตกลงมาในแต่ละปี สะสมอยู่ในนี้และไม่สามรถระบายออกไปได้

เนื่องจากเป็นพื้นที่ปิดทุกด้าน และอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุดของโลก ทำให้เเร่ธาตุ

จากภูเขาดินแถบนั้นไหลลงมาสู่ทะเลเมื่อเวลาฝนตก และสะสมทับถมกันมา

เป็นเวลา พัน ๆ ปี ทำให้กลายเป็นสถานที่ ที่สะสมแร่ธาตุมากที่สุดในโลก

มีคุณสมบัติมากมายในการรักษาผิวพรรณและเค้าว่ากันว่าทำให้ผิวอ่อนกว่าวั

ด้วยเหตุนี้ พระนางคลีโอพัตราจึงชอบเสด็จมา พอกโคลนจากเดดซีบ่อยครั้ง

เมื่อสมัยพระเจ้าเฮโรด เป็นใหญ่ในดินแดนนี้ และยังว่ากันว่าเป็นเคล็ดลับ

ความสวยงามของพระนางนั่นเอง.......เลยทำให้เป็นที่โจษจันกันไปทั่วโลก

คนที่เป็นโรคผิวหนัง ถ้าได้มาแช่บ่อยๆ ก็จะหายได้ คนแก่เลยมักมาแช่กันที่นี่

ปัจจุบัน รัฐบาลเปิดให้บริษัทเอกชนเข้ามาทำสัมปทานเครื่องสำอาง

นำเอาเกลือ น้ำเกลือแร่ และโคลนไปผลิตเป็นเครื่องสำอาง

ส่งออกไปทั่วโลก โดยเฉพาะโคลนที่มีคุณสมบัติชั้นเริในการบำบัดผิว

เป็นโคลนที่ดีที่สุดในโลก ต้องมาจากที่นี่เท่านั้น....คราวนี้เราจึงกอบโกยไปเต็มที่

ทั้งพอก ทั้งแช่ ทั้งอาบ เอาให้คุ้มค่าแก่การเดินทางตั้งไกลเพื่อมาสัมผัสของจริง

แต่เอาเข้าจริงๆ มันร้อนเกินบรรยาย ลงไปแช่ได้ ไม่ถึง 20 นาที

ก็ไม่สามารถทนได้ค่ะเลยขอ กลับไปพอกตัวดีกว่า ทางคลับจะมีบริการที่พอกตัว

ให้ต่างหาก ไม่ต้องไปขุดโคลนมาพอก เค้าเตรียมให้เต็มกระบะและที่นั่ง

เลือกได้ตามสบาย เห็นฝรั่งบางคนโดดลงไปแช่ทั้งตัวแล้วขึ้นมา

โอ้ววว....ง่ายและเร็วดี เราก็เลยทำบ้างฮะฮ่าาาา ไม่ต้องเสียเวลาทา

เสร็จแล้วทิ้งไว้จนแห้ง แล้วล้างออก แต่ระหว่างรอให้แห้ง

รู้สึกคันยิบ ยิบ แสบนิดหน่อย ตรงผิวที่เป็นแผล เพราะเกลือจะเข้าไปรักษา

ผิวที่มีปัญหาได้ดี...พอล้างตัวเสร็จ
รู้สึกว่าผิวนุ่ม ๆ และเนียนดี จริงๆ

เหมือนคำโฆษณาของเค้าน่านแหละค่ะ ถึงว่าคนดังอย่างป้ามาดอนน่า

สวยเช้งเพราะชอบมาที่นี่ นี่เองงงงง

หลังจากตากแดด แช่น้ำกันจนคาดว่าถ้าเป็นไก่เราคงสุกได้ที่

จึงต้องไปหาอ็อกซิเจนให้กับร่างกายกันหน่อย

เราขับรถขึ้นไปยังหมู่บ้านแถว Ein Gedi ที่นี่เป็นสวนสวยงาม

เป็นหมู่บ้านคล้ายๆ หมู่บ้าน 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ ของบ้านเรา

ชาวบ้านจะมารวมกลุ่มกัน หารายได้จากการขายสินค้าที่ผลิตเอง

แล้วเอามาบริหารภายในหมู่บ้าน แต่มีรายได้นิดหน่อยจากส่วนนี้

แล้วพัฒนาหมูบ้านด้วยการสร้างที่พักให้บริการแก่นักท่องเที่ยว

และอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่พึ่งพารัฐบาลเลยสักนิด ด้วยความร่วมมือกัน

ของทุกคนในหมู่บ้านนั่นเอง.....สุดยอดจิงๆ ค่า



หลักจากเสร็จสิ้นภาระกิจ ชมความสวยงามกันเรียบร้อยแล้ว ท้องก็เริ่มเรียกร้อง

เราเลยต้องไปที่พัก ตามแผนที่วางไว้คือการไปตั้งแคมป์กันที่ MASADA

แต่เมื่อไปถึงปรากฏว่าพื้นที่เต็มเรียบร้อยแล้ว เราก็เลยต้องไปหาที่ทำบาร์บีคิว

กันก่อนจะค่ำ แถวริมหาดย่านโรงแรมกันก่อนที่จะหาที่พักใหม่อากาศก็ยังร้อ

อบอ้าวแถม ลมที่หอบมายังเอาไอร้อนมาด้วยอีกต่างหาก เราจึงต้องรีบจัดการ

กับกิจกรรมทำอาหารและหม่ำกันให้เรียบร้อยก่อนไปหาที่พัก

..........................................

โรงแรมที่พักริมทะเลมีเพียงย่านเดียวและราคาแพงมากมาย เพราะเป็นโรงแร

ระดับ
ดาวทั้งหมด คืนนึงก็อยู่ที่หลายหมื่นบาทที่เดียว แต่ก็ยังมีอีก

สถานที่นึงที่น่าสนใจ หากไม่ใส่ใจอะไรมากนัก ที่ MASADA จะมีโรงแรมเล็กๆ

สำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยนจากต่างประเทศ เวลาที่มาเข้าแคมป์ฤดูร้อนที่นี่

เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวขาจร แบบเรา ๆ ได้พักเช่นกันเพียง

คืนละ 500 เชคเกน ก็ประมาณ 4,000 บาท สามารถพักได้ 4 คน

และตอนเช้าเราสามารถไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดเขา MASADA ได้อีกด้วย

เบื้องหลังเข้า MASADA เป็นเมืองโบราณสมัยกษัติย์เฮโรด

 ลักษณะเป็นป้อมปราการโบราณอยู่บนเขา สามารถเดินเท้าขึ้นไปได้แต่ใช้เวลา

2 ชั่วโมง ถ้าไม่อยากเดินก็มีบริการกระเช้าลอยฟ้า ใช้เวลา 10 นาที เท่านั้นเอง

แต่พอเข้าที่พักทุกคนวางแผนว่า ตอนเช้าเราจะขึ้นไปที่ป้อมปราการกัน

จึงรีบนอนพักเอาแรงกันทันที ....คืนนี้ฝันดีที่ MASADA ค่าา





d1

[ระยะทางคดเคี้ยว ลงดิ่งสู่จุดต่ำสุดของโลกกับทางที่ค่อนข้างอันตรายสำหรับคนที่ไม่ชินทาง]



d2

[ระยะความต่ำที่จุด 200 เมตร จากระดับน้ำทะเล มาได้ครึ่งทางแล้ววว]



d3

[ทะเลทรายสีเทา กับหญ้าที่แห้งแล้ง]



d4



d5

[เห็นทะเลเดดซีอยู่ ลิบๆ เปนสัญญาณบอกให้รู้ว่าใกล้จะถึงแล้ววว]


d6

[ทางไปทะเลเดดซีจากคลับ สามารถเดินไปได้]


d7

[สถานีที่รอรถรางรั-ส่ง]


d8

[เมื่อมาถึงสถานี เราก็ต้องเดินลงไปอีกนิดหน่อย ]





d9


[ห้องน้ำกลางทะเล นึกถึงเวลาลมพัดแรง ๆ มันจะปลิวมั้ยน้ออ]




b1

[เกลือที่ตกผลึกเวลาลมพัดเอาไอเกลือขึ้นมา ก็จะเกาะกันเป็นก้อนแบบนี้]


b2

[หาดเกลือ ที่ไม่เห็นเม็ดทราย]


b3

[ขยายชัด ๆ เกลือที่เกาะบนพื้นดิน หนามากก ๆ แต่ดูขาวสะอาดทีเดียว]



m


[กระบะโคลน ที่ให้เราสามารถพอกได้ตามสบาย อย่างสนุกสนาน ไมจำกัด]


masada

[ทิวทรรศน์หลังหมูบ้านที่ Ein Gedi ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน]









Create Date : 04 มกราคม 2556
Last Update : 4 มกราคม 2556 16:49:13 น.
Counter : 938 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)
Wanryn
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



What ever will be, do what you want to do. and go where you want to go.
New Comments