Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2557
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
7 พฤศจิกายน 2557
 
All Blogs
 

Nainital ณ กาลครั้งหนึ่ง (2)




บันทึกการเดินทางในอินเดีย ครั้งที่ 2 : ตุลาคม 2014

(ได้ทำการเรียบเรียงเนื้อหาใหม่อีกครั้งในปี 2017)






เส้นทางและสัดส่วนพื้นที่โดยคร่าวของไนนิตาล 
เทียบดูจากแผนที่ http://www.mapsofindia.com/maps/uttaranchal/nainital.jpg 
แถวบริเวณท่าจอดรถตรงส่วนนั้นจะเรียกว่า Tallital
ถัดมาจะเป็นย่านตลาดร้านค้าทั่วไปก็คือ Mall road
จวบไปจนถึงแถวๆ ลานด้านหน้าจามามัสยิด ถัดไปจากตรงนั้น
จะเป็นที่ตั้งของชุมชนท้องถิ่น แถวนั้นจะเรียกว่า Mallital

การเดินเที่ยวชมไนนิตาล ดูไม่ซับซ้อนอะไรมากนัก
เพราะเป็นเส้นทางเลียบทะเลสาบเพียงแค่ซีกด้านเดียวเท่านั้น  
หากเป็นอีกด้านหนึ่งก็จะเป็นที่ตั้งของศาลเทพเจ้าฮินดูขนาดเล็ก 
ที่เรียงรายไปตามแนวทางเดินเลียบเขาอันเงียบสงบ




นอกจากที่นี่จะมีมัสยิดและวัดฮินดูแล้ว
ก็ยังมีที่ตั้งของคริสตจักรอยู่หลากหลายคณะด้วยนะ

อาทิเช่น

โบสถ์คาธอลิก "เซนต์ฟรานซิส" ที่อยู่บริเวณ Tallital ใกล้ ๆ กับสวนสัตว์
โบสถ์เมธอดิสท์ ที่ซึ่งเป็นที่ตั้งคริสตจักรแห่งแรก(ของคณะนี้)ในอินเดีย 
โบสถ์แองกลิกันที่ชื่อว่า "St. John's in the wilderness"
นอกจากนี้ก็มีวัดของพุทธแบบทิเบตอีกด้วย ซึ่งตำแหน่งที่ตั้ง
อาจมองเห็นจากธงมนตราซึ่งแขวนให้พอสังเกตได้จากบนเขา



Central Methodist Church - สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1858



จามามัสยิด และบริเวณลานกิจกรรมด้านหน้า (Nainital Stadium)



ฝั่งตรงข้ามมัสยิด ตรงบริเวณริมน้ำ จะเป็นที่ตั้งของวัดฮินดูที่ชื่อว่า Naina Devi



ถัดจากวัด Naina Devi ไป จะเป็นพื้นที่ทางเดินติดเขา ที่ไม่มีรถวิ่งผ่านและมีที่ตั้งของศาลต่าง ๆ 




หลังจากผิดหวังกับแหล่งที่พักย่านแรกที่แพงกระฉูดถึง 1,000 รูปี/คืน ไปแล้ว 
(ซึ่งลดได้เต็มที่ 800) ฉันจึงมุ่งเป้าไปยัง Youth Hostel โดยทันที 
มันตั้งอยู่ในเขตชุมชนท้องถิ่น
ที่ไม่ใช่ย่านการค้าและหลุดไกลจาก Mallital
ไปมาก  
เส้นทางเดินนั้นจะต้องผ่านศาลสูงแห่งรัฐอุตตราขัณฑ์ โรงเรียน 
และเป็นทางเดียวกันกับที่จะผ่านไป โบสถ์เซนต์จอห์นฯ  

ปากทางเข้าที่พักจะมีลุงยามคอยนั่งดูแลคนที่ เข้า-ออก อยู่
และมีเหล่าลิงหางยาว
คุมถิ่นอยู่หลายตัวทั้งบนต้นไม้และแนวกำแพง 
ถึงหน้าตาที่พักครั้งนี้จะไม่ได้ดูดีนัก และอยู่ลึกมาก ๆ 
แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ฉันต้องเปลี่ยนใจเดินกลับ
มันแค่ 120 รูปี / คืน เท่านั้น ...
ช่างเป็นราคาที่น่าตกใจกว่า 1,000 รูปี นั่นซะอีก !!!!

ถึงจะไกล เดินทางลำบาก และแอบเปลี่ยวไปหน่อย
ฉันก็ไม่มีปัญหานะ เพราะไม่คิดจะออกไปเดินตอนมืด ๆ ค่ำ ๆอยู่แล้ว
อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ดูแล มีเวลาเปิด- ปิด สถานที่
และที่สำคัญฉันได้ห้องพักชั้นล่างที่อยู่ตรงข้ามกับแผนกต้อนรับ
ที่มีพื้นที่กว้างมาก ๆ เมื่อเทียบกับขนาดเตียงเดี่ยวที่วางติดริมข้างฝานั่น
ผู้ดูแลบอกว่า หากได้นอนรวมที่ดอร์มเขาก็คิดราคาเดียวกันนั่นแหละ

ขณะที่กรอกข้อมูลบางอย่างที่สมุดลงทะเบียนเข้าพัก 
ก็พบว่า ห้องของฉันเพิ่งก็จะมีคนมาเข้าพักก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน
และมากไปกว่านั้น พวกเขาต่างอยู่นานมาก สองสัปดาห์ สี่สัปดาห์ 
เอาจริง ๆ นะ ถ้าตัดความกังวลเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวก
ความห่างไกลจากย่าน Mall Road หรือห้องน้ำที่ต้องใช้รวมไปได้
ที่นี่ช่างเหมาะกับการปักหลักพักยาว ๆ ได้โดยไม่สะเทือนงบประมาณเลย




ที่ตั้งของ High Court of Uttrakhand หากเป็นช่วงสายกว่านี้ก็จะเห็นคนที่ทำงานในศาลฯ
สวมชุดครุย ออกมาเดินไปเดินมา ที่บริเวณด้านนอกด้วย เส้นทางระหว่างเขตชุมชนนี้กับ
ย่าน Mallital ค่อนข้างไกลและเป็นเนิน แล้วไหนจะเสี่ยงต่อรถที่ขับกันบนถนนอีก ดังนั้นด้านใน
ของศาลสูงฯ จึงถูกใช้เป็นทางลัด
สำหรับชาวบ้านละแวกนี้ เราก็เลยได้มีโอกาสเห็นบรรยากาศ
ข้างในนั้นด้วย แต่เขาไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพนะคะ เพราะเนื่องจากเป็นสถานที่ราชการ



ที่ตั้งของโรงเรียน ทางผ่านก่อนถึงที่พัก



St. John's Church หรือ St. John's in the Wilderness เป็นคริสตจักรแองกลิกัน
สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1847 - ชื่อของโบสถ์นี้ถูกตั้งโดย "บิชอพแห่งโกลกาตา"
ซึ่งช่วงนั้นที่ตั้งบริเวณพื้นที่แถวนี้ยังถูกปกคลุมไปด้วยป่าทึบ



แล้วก็มาถึงที่หมาย Youth Hostel - ถึงไม่ Youth ก็พักได้นะ :)
ราคา นักเรียน 80 รูปี / ผู้ใหญ่ 120 รูปี 
ส่วนที่เป็นบ้านพักรับรอง 500 รูปี/คืน

(การกลับมาเขียนใหม่รอบนี้เราไม่ลงรูปห้องพักนะคะ 
เพราะตอนที่ถ่ายภาพไว้ลืมมองไปว่า
วางของได้เกะกะมาก เอาเป็นว่า มันมีแค่ห้องโล่ง ๆ กับเตียงติดมุม และมีพรมที่ปูพื้นเอาไว้ -
ในสภาพที่ไม่ดีนัก) 


....


หลังจากหมดห่วงกับเรื่องที่พักแล้ว ก็ออกมาเตร็ดเตร่หาทางไป
ขึ้นกระเช้าเพื่อเที่ยวชม
พื้นที่ด้านบนกันดีกว่า  เห็นว่าวิวของหิมาลัย
จะออกมาเผยโฉมจากตรงนั้นด้วย
การขึ้นไปยังจุดชมวิวของเมืองนี้นั้น ทำได้ไม่ยาก
จะมีป้ายบอกทางไป Ropeway ติดบอกไว้ที่บริเวณตอนบนของ Mall Road
ตั้งเยื้องกับ Nainital Stadium เมื่อเจอแล้วก็เลี้ยวไปซื้อตั๋วได้เลย 
ราคา 150 รูปี 
โดยจะมีลำดับคิวเรียกบอกไว้ หลังจากนั้นก็ให้ไปนั่งรอที่อาคารจนกว่าหมายเลข
ของเราจะปรากฏที่ป้ายไฟ

การนั่งกระเช้าขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบนนั้นจะจำกัดจำนวนผู้โดยสาร
อยู่ที่ 8 คน ต่อหนึ่งเที่ยวเท่านั้น 






วันนี้มีหมอกค่อนข้างมาก ทำให้มองไม่เห็นวิวของหิมาลัยได้เลย นึกซะว่าขึ้นมาดูทะเลหมอกละกัน
ตอนนั้นเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวด้วย จึงยังมีฝนลงอยู่บางช่วง ^^"

พอเห็นทะเลสาบมุมนึัก็นึกถึงคำกล่าวที่ว่า รูปทรงของมันมีลักษณะคล้ายกับ 'ดวงตา' 
ฉันก็พยายามมองให้เป็นภาพที่ว่าอยู่เช่นกัน  แม้จะไม่ค่อยจะเป็นไปตามนั้นนัก



พื้นที่ด้านบนเขา นอกเหนือไปจากจุดชมวิว ก็ยังจะมีร้านอาหารเล็ก ๆ กิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ 
ให้เลือกมากมาย ดูเหมาะกับการพาครอบครัวมาพักผ่อน เพราะมีเครื่องเล่นของเด็กเยอะพอควร
และยังมีที่พักที่ตั้งบริเวณนี้ด้วยนะคะ ซึ่งการเดินทางขึ้นมาบนนี้หากไม่ใช้ Ropeway ก็เหมา
รถรับจ้างขึ้นมาได้ 











พอหลังจากได้ขึ้นมาเห็นพื้นที่ในมุมสูงของไนนิตาลแล้ว เราก็ยิ่งชอบที่นี่มาก
เพราะเต็มไปด้วยป่าไม้สีเขียวล้อมรอบเต็มไปหมด แม้จะมีที่อยู่อาศัยบนเขา
บ้างก็ตาม แต่มันก็อยู่ในลักษณะแทรกตัวไปกับป่ามากกว่าไปรุกล้ำแผ้วถาง 

โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนจะยิ่งสวยมาก เพราะแสงไฟจากบ้านเรือนตรงนั้น
จะส่องลอดผ่านความมืด เผยให้เห็นการซ่อนตัวของอาคารต่าง ๆ ที่หลบแอบ
อยู่ในตอนกลางวัน และ
เมื่อได้มองด้วยตาเปล่าจากข้างลำน้ำในคืนเดือนมืดแล้ว
มันก็คงจะดูคล้ายกับว่ามีใครสักคนจงใจนำ
ไฟประดับดวงเล็กดวงน้อยขึ้นไปติด
อยู่ตามภูเขาให้
ส่งแสงแข่งกับดาวที่อยู่บนท้องฟ้าเลย  

แต่บางครั้งฉันก็คิดว่า การมีที่พักอันไกลโพ้นแบบนั้นมันทำให้ตัวเองเสียโอกาส
มานั่งชมวิวข้างทะเลสาบตอนกลางคืนเป็นอย่างมากเลยนะเนี่ย !






มีเรื่องหนึ่งที่ยังติดค้างในความคิดอยู่ไม่หาย นั่นคือตำนานของทะเลสาบแห่งนี้
จากที่ได้ฟังมา สถานที่แห่งนี้คือจุดที่ชิ้นส่วนดวงตาของ 'นางสตี' ตกหล่นลงมา

อืม...แล้วนางเป็นใครกันหนอ ???
นั่นคือคำถามแรกที่นึกขึ้น

เรื่องของเทววิทยาในศาสนาฮินดู อาจยากเกินกว่าที่เราจะไปเข้าใจได้
ไหนจะมีศัพท์เรียกเฉพาะอีก การเปิดตำราอ่านจากที่แล้วมาทำให้ฉันสับสน

ดังนั้นซีรีย์อินเดีย Devon ke Dev...Mahadev
จึงกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกที่เราใช้ดูเรื่องราวของนางสตี 
ผู้เป็นชายาคนแรกของพระศิวะ และนำมาใช้ประกอบการเขียนที่มาของ
ทะเลสาบที่ชื่อว่าเป็น 'ดวงตาของเทวี' มาใน ณ ที่นี้เลยละกัน :)





มาเกริ่นนำสั้น ๆ ก่อนเข้าบรรยากาศสู่ท้องเรื่องกันสักนิด

ณ บริเวณทิศเหนือของทะเลสาบตรงข้ามกับมัสยิด 
จะมีวัดฮินดูที่ชื่อว่า Naina Devi ซึ่งผูกเชื่อมโยงกับตำนานของ นางสตี
ผู้เป็นชายาคนแรกของพระศิวะ ผู้ชื่อว่าได้แสดงความจงรักภักดีต่อสวามี
โดยการพลีร่างของตนให้ถูกเผาในกองเพลิง



....


นางสตี เป็นหนึ่งในบุตรสาวของ พระทักษะ ผู้เย่อหยิ่ง
เนื่องจากตนเองนั้นกำเนิดมาจากพระพรหมโดยตรง
และนับถือ พระวิษณุ (นารายณ์) เป็นเทพเจ้าสูงสุดเท่านั้น

ในขณะที่ พระศิวะ ผู้มีศักดิ์เป็นบุตรเขย 
ถึงจะชื่อว่าเป็นหนึ่งในสามมหาเทพ และมีฤทธิ์มากก็ตาม  
แต่กลับดูไร้สง่าราศี สวมใส่เครื่องนุ่งห่ม
ที่ดูไม่ดี และไม่มั่งคั่งเท่ากับเทพองค์อื่น ๆ 
หนำซ้ำยังทำตัวเหมือนกับหัวหน้าเหล่าภูติผี อีกต่างหาก

พระทักษะ จึงแสดงท่าทีว่า 'ไม่ชอบ' อย่างออกนอกหน้า



เรื่องที่ดูเหมือนจะจัดหนักล้ำเส้นเกินไปหน่อย
ก็ตรงที่วันหนึ่งพระทักษะ
ได้จัดพิธีบวงสรวงฯ ครั้งยิ่งใหญ่ 
และได้อัญเชิญเทพยดาทั้งหลายมาร่วมงานอย่างคับคั่ง

เว้นแต่พระศิวะ

นางสตี จึงได้แอบถามไถ่ถึงเหตุผล 
ว่าทำไมต้องแสดงท่าทีแบบนี้ต่อมหาเทพด้วย ?

พระทักษะจึงได้ทีพูดจา เชิงดูถูก 
และกล่าวล่วงเกินพระศิวะต่าง ๆ นา ๆ  
ให้นางสตีฟัง ด้วยเหตุนี้นางก็ถึงกับทนไม่ได้
และไม่กล้ากลับไปพอหน้าสวามีได้อีก





จึงอธิษฐานให้ไฟเผามอดร่างของตนเสีย 
(บางตำนานก็บอกว่ากระโดดเข้าในกองเพลิง)
เพื่อประกาศปกป้องเกียรติของพระศิวะ

หลังจากที่พระศิวะทราบเรื่องนี้เข้าก็ถึงกับโกรธ
และส่งอสูรเข้าไปทำลายพิธีบวงสรวงฯ ของพระทักษะผู้เป็นพ่อตา
จนเหล่าเทพทั้งหลายหนีกระเจิงไปด้วยความกลัว
สุดท้ายพระทักษะ ก็ถูกลงโทษด้วยการตัดศีรษะ 
แต่ภรรยาของเขา ได้ร้องขอให้พระศิวะคืนชีวิตสามีของตน
'หัวแพะ' จึงถูกนำมาสวมแทนศีรษะเดิมเพื่อสั่งสอนให้สำนึกถึงความโอหัง
และนับจากนั้นมา พระทักษะจึงมีร่างเป็นคนและมีศีรษะเป็นแพะ


....




ร่างของนางสตี ได้ถูกมอดไหม้ในกองเพลิงและหมดทางช่วยเหลือแล้ว
พระศิวะ เสียใจเป็นอย่างมากที่ทำอะไรไม่ได้ จึงได้แต่อุ้มร่างของนางสตีไว้
และเหาะไปยังที่ไกลแสนไกล...

ด้วยความเศร้าทำให้พระศิวะไม่เป็นอันทำอะไร
นอกจากร่ำไห้และกอดร่างที่ถูกเผาของชายาตนเองไว้อยู่อย่างนั้น
พระวิษณุ เห็นว่าขืนปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ดีแน่ จักรวาลคงจะปั่นป่วน
เลยขว้างจักรมาทำลายร่างของนางสตี จนชิ้นส่วนกระจัดกระจายไปยังที่ต่าง ๆ
โดยชิ้นส่วนของดวงตาได้พลัดตกหล่นมายังพื้นที่วัดแห่งนี้นั่นเอง 



เรื่องราวของสายน้ำก็มักจะมีตำนานที่คู่ไปกับความเชื่อของชาวอินเดียเสมอ
และหลายพื้นที่ก็กลับมีปัญหาเรื่องการรักษาสภาพแวดล้อมเอาไว้ไม่ได้
อย่างเช่นภาพของ แม่น้ำคงคา, แม่น้ำยมุนา ที่เมื่อเลยจากต้นสายไปไกลแล้ว
ในบางจุดบางบริเวณกลับพบเห็นสิ่งที่ขัดตามากทีเดียวกับของเสียทั้งหลาย
ที่ถูกปล่อยปละละเลยจากการควบคุมดูแลมานานแสนนาน
แล้วทะเลสาบ ซึ่งเป็นพื้นที่ปิดเช่นนี้จะมีปัญหาบ้างหรือปล่าวนะ ?
โชคยังดีที่จุดขายของไนนิตาลคือความสะอาดของลำน้ำ
แม้ว่ามันจะไม่ได้ใช้เป็นสถานที่ลอยสิ่งบูชาทั้งหลายลงไป
อย่างลำน้ำศักดิ์สิทธิ์
เช่นที่อื่น ๆ ตามอย่างที่กล่าวไว้ก็ตาม 







ตรงฝั่งทางเดินถัดที่อยู่ถัดไปจากวัดไนนาเทวี บริเวณเดียวกับที่มีศาลเจ้ารั้วสีแดง 
ตั้งเรียงรายเป็นแนวยาว  ก็จะยังมีสิ่งก่อสร้างเล็ก ๆ แห่งหนึ่งล้อมด้วยรั้วสีขาว
ข้างริมน้ำ ณ จุดตรงนั้นกลับไม่ใช่ศาลแต่กลับที่ตั้งของสถานี
โครงการอนุรักษ์
สภาพแวดล้อมที่ทำการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ใต้น้ำโดยวิธีการเติมอากาศ
ลงไป

ซึ่งเนื้อหาสาระจากข้อมูลที่วาดอธิบายไว้ตรงป้าย และเครื่องมือบางส่วนที่ติดตั้ง
ให้เห็นจาก
ด้านข้างสถานี  ฉันคงทำความเข้าใจในรายละเอียดได้ไม่ดีเท่าไหร่
ถึงเรื่องการวางระบบและกลไกการทำงานของมัน 
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็ยังพอให้มองเห็นเค้าลางที่ดีในอนาคตข้างหน้าได้ว่า
ดวงตาแห่งเทวีสีเขียวสดใสดวงนี้จะยังคงอยู่ดีไปอีกนาน





 

Create Date : 07 พฤศจิกายน 2557
26 comments
Last Update : 6 กรกฎาคม 2560 20:14:24 น.
Counter : 82 Pageviews.

 

สวัสดีค่ะ คุณฟ้า ^^
ตามเที่ยวอินเดียค่ะ
ฉายไปหลายตอนแล้วเหรอคะ T___T
ไม่ได้มาสองสามวันค่ะ

เดี๋ยวจะไปตามอ่านกำลังสนุก
โฮสเทลเห็นทางเข้าแล้วแบบว่าทึ่ง
คุณฟ้าไปคนเดียวได้ไง เก่งมาก
เป็นนุ่นกลัวแย่ค่ะ

อยากเห็นวิวหิมาลัยจัง
ไปคราวนี้ไปจุดที่ไม่ได้ไปงวดก่อนเหรอคะ
อินเดียที่สวยๆเยอะเหมือนกันนะคะ
มีเวลามากๆน่าไปเที่ยวจังค่ะ

ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าสนุกๆ ภาพสวยๆค่า

 

โดย: lovereason 7 พฤศจิกายน 2557 21:44:50 น.  

 

ตามมาเที่ยวด้วยจ้ะ พลาดตอนที่แล้วเดี๋ยวตามไปเก็บค่ะ
เห็นห้องพักของน้องแล้ว พี่บอกตรง ๆ ว่าไม่กล้านอนคนเดียวค่ะ
ขอชมเลยว่าเก่งมาก เดินก็เก่ง ^__^

 

โดย: เนินน้ำ 7 พฤศจิกายน 2557 22:46:21 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับน้องฟ้า


เที่ยวแบบเจาะลึกและลุยมากๆเลยครับน้องฟ้า
เราถึงได้อ่านเรื่องราวการเดินทางในอินเดียที่ไม่เหมือนใครเลย

โหวต Travel blog ให้เลยนะครับ


 

โดย: กะว่าก๋า 8 พฤศจิกายน 2557 6:25:01 น.  

 

ขอบคุณเช่นกันนะครับสำหรับคะแนนโหวต

พี่ก๋าชอบอินเดียครับ
แต่เพิ่งไปเพียงแค่ครั้งเดียว
ถ้ามีโอกาสเหมาะสม พี่ก๋าต้องไปอีกกแน่นอน
เป็นเมืองที่มีเสน่ห์จริงๆครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 8 พฤศจิกายน 2557 13:09:35 น.  

 

สวัสดีวันหยุดค่ะ
วันนี้มาส่งกำลังใจให้คนเก่งค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กาบริเอล Travel Blog ดู Blog

 

โดย: เนินน้ำ 8 พฤศจิกายน 2557 14:13:25 น.  

 

น้องฟ้าหาข้อมูลไว้เยอะๆนะ
อีกหน่อยพี่ก๋าขอตามไปเที่ยวด้วย
ให้น้องฟ้าเป็นไกด์เลย

อยากไปๆๆๆ

 

โดย: กะว่าก๋า 8 พฤศจิกายน 2557 15:05:22 น.  

 

มาอ่านตอนบ่าย นอกสถานที่ครั้งหนึ่งแล้วครับ

มันเม้นท์ไม่สดวก.. ตอนกลางคืนเลยมาเยี่ยมอีกครั้ง
ที่พัก ถ้าเป็นกลางคืนทางเดินน่ากลัวเหมือนกัน

แหะ ๆ ชาวบ้านตัวใหญ่ ผิวดำอีกต่างหาก หญิงก็เถอะ
เป็นชายก็น่ากลัวเหมือนกันแหละ 555

พูดถึง วิว สวยน่าไปจริงด้วย

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 8 พฤศจิกายน 2557 19:21:01 น.  

 

มาอ่านครับ

 

โดย: ravio 8 พฤศจิกายน 2557 22:23:37 น.  

 

กาบริเอล Travel Blog ดู Blog

ชอบอ่านการเล่าของน้องฟ้าค่ะ
ขอวางกำลังใจไว้ก่อนกำลังจะออกไปธุระค่ะ
พรุ่งนี้มาอ่านต่อนะคะ

 

โดย: AppleWi 8 พฤศจิกายน 2557 23:07:13 น.  

 

น้องฟ้าที่น่ารัก และน่าหยิก หนูไปเที่ยวคนเดียวโดยไม่มีใครไปเป็นเพื่อน น่าสนุก แต่ก็นั่นแหละแม่บุญอยากให้ปลอดภัยด้วย เพราะไม่เคยไว้ใจมนุษย์ผู้ชายที่ไหนเลย แม่บุญอยากแบกสังขาลไปเที่ยสวแบบหนู เอารูปให้มิเชลดู แกถามคำเดียวว่า...ไหวเหรอยาย ? นั่นสิ

ก่อนหน้านี้ปี ๒๐๐๙ ไปลุยอินเดีย ว่าจะไม่ไปอีกเพราะมันลำบาก แต่ตอนนี้คิดถึงมาก มิเชลบอกว่า ไปได้แต่คงไม่สมบุกสมบันเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากอายุมากขึ้น เรี่ยวแรงมันลดลงจ้า

วันที่ ๑๗ พย.นี้ แม่บุญจะหนี้เที่ยวไปทางใต้ของอิตาลี เที่ยวเกาะชิชิลี คงได้มีเื่องราวมาเล่าสู่กันฟังมั่ง เพราะตั้งแต่ย้ายบ้าน ยังไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย

แล้วจะตามมาอ่านอีกนะคะ

 

โดย: Maeboon 9 พฤศจิกายน 2557 1:19:48 น.  

 

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กาบริเอล Travel Blog

ลืใจ้า เลยกลับมาใหม่

 

โดย: Maeboon 9 พฤศจิกายน 2557 1:20:30 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับน้องฟ้า



 

โดย: กะว่าก๋า 9 พฤศจิกายน 2557 6:38:42 น.  

 

สวัสดีค่ะ คุณฟ้า
ตามมาเที่ยวต่อค่ะ เล่าเรื่องได้สนุกมากค่ะ น่าติดตาม
ราคา Youth Hostel กระชากใจมาก 555
ค้มค่ากับการเดินจริงๆ ค่ะ
บรรยากาศเมืองนี้สวยดีนะคะ น่าไปมากๆ

ปล. เรื่องจองตั๋ว ตอนนี้ยังกลัวๆ พี่หางแดงอยู่เลยค่ะ
มีโปร 0 บาทมาแบบจองข้ามปีข้ามชาติ ตอนนี้ยังคิดอยู่ว่าจะกดดีมั้ย

 

โดย: Nepster 9 พฤศจิกายน 2557 21:10:23 น.  

 

วันนี้ตามมาอ่านต่อจากเมื่อคืนค่ะ
ชอบจังเล่าได้ระเอียดเห็นภาพตาม
เลยค่ะ เก่งมาก ๆ เลยค่ะน้องฟ้า

 

โดย: AppleWi 9 พฤศจิกายน 2557 23:11:21 น.  

 

โหวตจ้าา

ขอบคุณที่เล่าตำนานสนุกๆ นะ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 10 พฤศจิกายน 2557 11:29:35 น.  

 

โหวตให้กับผู้กล้า ค่ะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 10 พฤศจิกายน 2557 16:25:48 น.  

 

กาบริเอล Travel Blog

ไม่ได้แวะมานานเลยค่า

 

โดย: mariabamboo 10 พฤศจิกายน 2557 17:19:43 น.  

 

เขียนบล็อกท่องเที่ยวได้ดีมากเลยนะครับ รูปก็สวย ขอบคุณครับที่ไปอ่านบล็อก

 

โดย: ปลายแป้นพิมพ์ 10 พฤศจิกายน 2557 21:53:09 น.  

 

สวัสดีครับ

โอ้โห สุดยอดเลย ไปอินตะละเดีย คนเดียว

ขนาด อ.เต๊ะ ผู้ชายอก3ศอก เอวก้3ศอก ยังไม่กล้าไปเลยนะครับ 555

อ่านดุแล้ว แขกนี่เจ้าเล่ห์ ไม่แพ้ชาติใดในโลกเลยนะครับนี่

แล้วก็น้องฟ้านี่ เป็นคนขยันเดินมากเลยจริงๆ ไหนจะสัมภาระแบกขึ้นเขาอีก เก่งจริงๆเลยครับ

อ.เต๊ะ ลำพังแค่แบกพุงตัวเองขึ้นเขา 10ก้าว นี่ก็ลิ้นห้อยแล้ว 555


แล้วก้อาหารอินเดียนี่ หน้าตาไม่น่ากินเอาซะเลยนะครับ
ดูเละเทะ ยังไงไม่รู้ ได้ข่าวว่าต้องใช้มือกอบมือโกยใส่ปากด้วย ชิมิ ครับ555

ถ้าอ.เต๊ะ ไป คงต้องพกน้ำพริกตาแดงไปคลุกข้าวกิน น่าจะอร่อยกว่า แหงๆ

ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวนี่ ยอมรับว่าสวย แต่ความน่ากลัวของผู้คนก้ไม่เป็นรองเหมือนกัน

เอาเป็นว่า ถ้า อ.เต๊ะ จะไปอินเดียเมื่อไร จะขอจ้างน้องฟ้า
ให้เป็นบอดี้การ์ดให้ดีกว่า น้องฟ้าดูเข้มแข็ง บึกบึน เหี้ยมหาญดีจ๊ะ อิอิ

เพราะว่า เค้าไปคนเดียวไม่ได้หรอกตะเอง เค้ากลัวจริงๆ นะๆๆๆๆ 555

 

โดย: multiple 11 พฤศจิกายน 2557 16:09:58 น.  

 

ชอบมากเลย เที่ยวลุยๆแบบนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ที่เห็นและเป็นมา Art Blog ดู Blog
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
ALDI Food Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog
กาบริเอล Travel Blog ดู Blog

 

โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) 11 พฤศจิกายน 2557 17:09:23 น.  

 

thx u crab

 

โดย: Kavanich96 12 พฤศจิกายน 2557 4:25:14 น.  

 

ไม่เสียทีจริงๆ ครับ สมเป็น Youth Hostel จริงๆ ราคา 120 จากที่พักทั่วไป 800 นี่ลดลงมาขนาดนี้ ถึงตัวห้องจะธรรมดามากก็ตาม ก็สมราคานะ

มีสวนสนุกด้านบนด้วย มีเครื่องเล่นแบบหวาดเสียวอีกต่างหาก

นับว่าใจกล้ามากนะครับที่มาคนเดียว

เดี๋ยวไปต่อตอน 3

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 13 พฤศจิกายน 2557 23:56:59 น.  

 

มาติดตามการเดินทางของน้องวาชิต่อนะค้าบ แฟนขับๆๆๆ

 

โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา 16 พฤศจิกายน 2557 12:01:08 น.  

 

กรี้ดดดดดดดดดด
ที่พัก 120 รูปี มันน่ากรี้ดดดจริงค่า
อยู่เป็นปียังได้เลยนะคะเนี่ย อิอิ

การเดินทางช่วงรอยต่อ ฤดุ บางทีอากาศมันก็ไม่เป็นใจนะคะ
รอบนี้เลยอดเห็นหิมลัย ไม่เป็นไรค่ะ รอบหน้ามาซ่อมๆๆ

 

โดย: AdrenalineRush 19 พฤศจิกายน 2557 13:02:04 น.  

 

อินเดียดูมีสีสัน น่าไปจังค่ะ
120 รูปีนี่ ได้ใจจริงๆ

 

โดย: honeynut 1 มกราคม 2558 21:55:39 น.  

 

ค่อยๆ ตามคุณฟ้าเที่ยวนะ


 

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ 7 มกราคม 2558 16:46:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


กาบริเอล
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 53 คน [?]




บันทึกของคน(หัด)เดินทาง
ที่(พยายาม)ทำตัวเป็น Nomad
และครอบครองฝูงแมวอยู่หลายตัว


เริ่มต้นลงบันทึก อย่างเป็นทางการ

ณ วันที่ 16 ม.ค. 2014





(C) ขอสงวนลิขสิทธิ์ ภาพถ่าย 
ห้ามนำไปใช้ ดัดแปลง แก้ไข 
โดยไม่แจ้งที่มา ก่อนได้รับอนุญาต


Friends' blogs
[Add กาบริเอล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.