|
|
|
จันทร์เจ้าขา /เพ็ญศรี-ชรินทร์
เพลง จันทร์เจ้าขา เพ็ญศรี/ชรินทร์ งานเพลง พรานบูรณ์
ภาพ ครูพรานบูรณ์ center> ภาพ ครูพรานบูรณ์
เพลงนี้บันทึกลงแผ่นเสียงขี้ผึ้งครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2477 ผู้ขับร้อง คือ ประทุม ประทีปเสน(นางเอก)และมณี แพ่งสุภา(พระเอก) ต่อมาบันทึกเป็นครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2492 โดยประทุม ประทีปเสน(อ่านว่า ประ-ที-ปะ-เสน) และสมชาย ตัณฑ์กำเนิด ต่อมาชรินทร์ นันทนาคร และ เพ็ญศรี พุ่มชูศรี บันทึกไว้เป็นครั้งที่ 3 ในปี พ.ศ. 2502
ภาพ คุณประทุม ประทีปเสน
เพลงจันทร์เจ้าขา จากละครเพลงเรื่องนี้ มาลัย ชูพินิจ นักหนังสือผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของเมืองไทยในยุคนั้น เขียนชมเชยไว้ว่า ได้รับความนิยมแพร่ไปกว้างไกล แม้กระทั่งในชนบท ป่าเขาที่ห่างไกลเมืองหลวง ก็ยังมีคนนำไปร้องกันอยู่อย่างน่าแปลกใจ
เพลงนี้เป็นเพลงประกอบในละครเพลง ดังนั้น พรานบูรพ์ จึงนำเอาชื่อตัวละคร ตัวเอก ทั้งพระ และนางเอก มาใส่ไว้ในเนื้อเพลงด้วยคือ
...ชื่นใจ จันทร์เจ้าขา ให้ เจียม บอกข้าอีกซ้ำ ซาบซ่านหวานฉ่ำคำน้องรักพี่
จันทร์เจ้าขา ให้ จิต บอกข้า อีกที หวานล้ำฉ่ำทวี คำพี่รักน้อง...
และเพราะเป็นเพลงประกอบละคร พรานบูรพ์ จึงขึ้นต้นด้วยคำว่า
เออ น่าอาย น่าขัน จริงนะ จันทร์เจ้าขา อันเป็นช่วงเวลาที่ พระเอก (จิต) กำลังพรอดรักอยู่กับนางเอก(เจียม) ท่ามกลางบรรยากาศที่มีพระจันทร์เป็นฉากที่เป็นใจ และเร้าอารมณ์อย่างยิ่ง แล้วเอาเพลงมาร้องแทน การเจรจาบอกความในใจ ซึ่งเป็นศิลปะทางการละคร ที่น่าศึกษาเป็นแบบอย่าง
นอกจากนี้ พรานบูรพ์ ยังใช้คำอุทาน แสดงความแปลกใจ ตกใจ มาเรียงร้อยไว้ในบทเพลงได้อย่างสอดคล้องลงตัว ทำให้เกิดความไพเราะมากขึ้น เช่น
เออ น่าอาย น่าขัน..
"อุ๊ย ไม่เอ๊า ไม่เอา ดูนั่น จันทร์เจ้าขาคอยมอง
"อุ๊ย อุ๊ย อย่ามองดิฉัน ซิคะ จันทร์เจ้าขา สามารถทำให้เห็นภาพ อากัปกิริยาของคู่พระ คู่นาง ได้เป็นอย่างดี และกลายเป็นวรรคทอง ของเพลงนี้ไปในที่สุด และยิ่งได้การร้องในแนวเอื้อนแบบละครร้อง เช่น
เรากระซี้กระซิก ระริกระรื่น ชื่น...ใจ ระริกระรื่นชื่น...ใจ ชื่น...ใจ
ยิ่งทำให้เพลง จันทร์เจ้าขานี้ เป็นเพลงที่ได้รับความนิยม มากกว่าเพลงใดในยุคสมัยนั้น

เนื้อเพลง จันทร์เจ้าขา เออ...น่าอายน่าขัน จั น ท ร์ เ จ้ า ข า หลบหน้าหน่อยซิเจ้าคะ เราจะกระซี้กระซิก ระริกระรื่น รื่น ชื่นใจ...ชื่นใจ
จั น ท ร์ เ จ้ า ข า ให้เจียมบอกข้าอีกซ้ำ ซาบซ่านหวานฉ่ำ คำ... "น้องรักพี่"
จั น ท ร์ เ จ้ า ข า ให้จิตต์บอกข้าอีกที หวานล้ำฉ่ำทวี คำ... "พี่รักน้อง"
เ อี ย ง ม า ซิ พี่จะกระซิบ เบาเบา อุ๊ย ไม่เอา ไม่เอา ดูนั่น จันทร์เจ้าคอยจ้อง
ข อ ง ส ง ว น ของน้องมิควรเสนอสนอง อุ๊ย วุ้ย อย่ามองดิฉันสิคะ จั น ท ร์ เ จ้ า ข า
โธ่ จันทร์เจ้าขา ไม่เวทนาข้า...หรือว่าไร หลบหน้าหน่อยซิเจ้าคะ เราจะกระซี้กระซิก ระริกระรื่น รื่น
ชื่นใจ...ชื่นใจ จริงนะ จันทร์เจ้าขา

บทกวีใต้แสงจันทร์
แสงจันทร์จะงามได้ด้วยเจ้า รู้แสง รู้เงายุคสมัย
รู้เมฆ รู้หมอกแห่งภายใน รู้ด้วยหัวใจว่าใดงาม"
|
|
|
โดย: หมีบางกอก (Bkkbear ) วันที่: 14 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:34:51 น. |
|
|
|
|
| โดย: ป้าหนูหริ่ง IP: 203.159.36.13 วันที่: 18 มิถุนายน 2551 เวลา:8:20:53 น. |
|
|
|
|
โดย: ขวัญค่ะ (toyor ) วันที่: 26 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:13:38 น. |
|
|
|
|
| โดย: วิจัย ไชยยงค์ IP: 125.27.247.19 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2551 เวลา:18:58:28 น. |
|
|
|
|
| โดย: วิจัย ไชยยงค์ IP: 125.27.246.135 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:48:46 น. |
|
|
|
|
|
|
|
ขอบคุณที่เอามาให้ฟังกันอีกครั้ง.. เพลงรุ่นนี้ไม่มีใครยุคนี้แต่งได้แบบนี้ได้อีกแล้ว...