Neverending Story จินตนาการไม่รู้จบ................
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
7 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้.. คุณอยากแก้ไขอะไรในชีวิต










ถ้าคนเราย้อนเวลากลับไปในอดีตได้
เราอยากเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตของเราบ้างมั้ยนะ..
คงจะมีคนที่คิดแบบนี้เหมือนกันละมั้งว่า..


อยากทำตัวให้ดีกว่านี้ แก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆที่เคยทำมา
อยากเลือกเรียนสายอื่นที่ไม่ใช่ที่เรียนจบมาวันนี้
อยากทำงานในสิ่งที่ใฝ่ฝันไว้ แต่ไม่ได้ทำ
อยากเลือกแต่งงานกับอีกคนที่ไม่ใช่คนที่อยู่ด้วย
หรืออยาก...อะไรอีกบ้างในความรู้สึกของคนเรา..









สมมุติว่าเรามีเครื่องย้อนเวลากลับไป
เป็นยาน หรือรูหนอนที่เป็นประตูมิติเวลาหรือ Time machine
คงต้องกลับไปย้อนดูเรื่องของทฤษฎีแสง
เพราะแสงและเวลาเป็นเรื่องที่สัมพันธ์กัน
แสงเดินทางด้วยความเร็ว 186,000 ไมล์ / วินาที
ยานย้อนอดีตก็ต้องเดินทางเร็วกว่านั้นถึงจะย้อนกลับไปได้









กฎในทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์

E= mc2

E คือพลังงาน m คือ สสาร ส่วน c คือความเร็วแสงยกกำลัง2

หมายความว่า ถ้าทำให้สสารมีความเร็วเป็นสองเท่าของแสง
สสารนั้นจะปล่อยพลังงานออกมามหาศาล
อย่างที่เห็นระเบิดลงที่ฮิโรชิมา นางาซากิ น่ะละ
คือผลของทฤษฎีสัมพัทธภาพที่เอาไปใช้ในทางที่ผิด









และถ้าเราจะย้อนเวลากลับไปสู่อดีตได้
ยานนั้นก็ต้องเดินทางย้อนกลับไปด้วยความเร็วแบบนั้นเช่นกัน
จึงจะพ้นมิติของแสงและเวลาไปได้
และถ้าความเร็วขนาดนั้น สสารอะไรก็คงอยู่ไม่ได้
คงจะแตกสลายเป็นพลังงานไปหมด
(นี่ว่ากันถึงทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์นะ)
ดังนั้น การนั่ง time machine ย้อนเวลากลับไป
จึงเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ยังคงเป็นความพยายามของมนุษย์ต่อไป









ในการปฏิบัติทางพุทธศาสนา การย้อนอดีตเป็นไปได้ไม่ยาก
คนที่สามารถทำให้เกิดญาณที่เรียกว่า ปุพเพนิวาสานุสติญาณ
จะสามารถระลึกชาติของตนย้อนกลับไปได้ไกลมากเท่าไรก็ได้
เพราะจิตเป็นพลังงาน ไม่ใช่สสาร
จึงสามารถย้อนเวลากลับไปได้ โดยไม่ต้องอาศัย time machine
แต่ต้องใช้รูหนอนผ่านมิติเวลาคือฌานและญาณนั่นเอง
และสามารถทำให้เกิดญาณมองเห็นภพชาติของคนอื่นได้ด้วย
เรียกว่า จุตูปปาตญาณ ญาณที่รู้กำเนิดของคนและสัตว์ทั้งหลาย









แต่ญาณที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะย้อนอดีต มองอนาคต
หรือมองเห็นอะไรต่อมิอะไรทั้งปวง
ก็ไม่อาจช่วยให้เราสามารถพ้นจากมิติของโลกเวลาไปได้
เพราะจะต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดเช่นนี้อยู่ต่อไปอีกนานแสนนาน
จนกว่าญาณสุดท้ายคือ อาสวักขยญาณจะบังเกิดขึ้น
คือญาณที่จะตัดกิเลสให้เป็นสมุทเฉทปหาน หรือหมดสิ้นไปนั่นเอง
การเวียนว่ายตายเกิดนับภพนับชาติไม่ถ้วนก็เป็นอันสิ้นสุดลง
ภพชาติทั้งหลายก็ปิดฉากสำหรับคนๆนั้น เรียกว่า นิพพาน
และทั้งหมดนี้เป็นเป้าหมายสูงสุด
ของการปฏิบัติตนในพระพุทธศาสนา...









แล้วถ้าสมมุติว่า...
มนุษย์ย้อนทฤษฎี หรือย้อนเวลากลับไปในอดีตได้ล่ะ...
อะไรจะเกิดขึ้น......
ถ้าพ่อกับแม่เราไม่แต่งงานกัน วันนี้ เราจะไปอยู่ที่ไหน..
หรือถ้าเราได้เลือกเรียนวิชาที่เราชอบ
ได้ทำงานอย่างที่เราหวังไว้จริง ที่ไม่ใช่อย่างที่เป็นไปทุกวันนี้
..บางสิ่งบางอย่างก็อาจจะเปลี่ยนไปหมด


หมายถึงว่า..ถ้าเหตุเปลี่ยน ผลก็เปลี่ยนไปด้วย
วันนี้ชีวิตอาจไม่เป็นอย่างนี้ก็ได้
แต่ก็ไม่มีอะไรเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า จะดีกว่านี้หรือเปล่า
อาจจะแย่กว่านี้ อาจจะทุกข์กว่านี้ก็ได้ เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน
เมื่อเหตุเปลี่ยนไป สิ่งต่างๆที่มากระทบก็จะไม่เหมือนเดิม
ปัจจัยหรือผลที่ได้รับก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน
และคนย่อมคาดหวังว่า ถ้าย้อนกลับไปเปลี่ยนอะไรๆได้
ชีวิตอาจจะดีกว่าเก่า ซึ่งก็เป็นไปได้ทั้งบวกและลบนั่นละ









แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้
เราจะเข้าใจถึงการมีอยู่ ของโลกนี้และโลกหน้า
และเข้าใจถึงวัฎฎสงสารอันยาวนานที่เราผ่านมาแล้วต่างหาก
วงจรของการเกิดและดับเช่นนี้ได้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าเรื่อยมา
ตราบใดที่เราไม่สามารถตัดวงจรของเหตุปัจจัยเหล่านี้ได้


วงจรนี้เอง คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้แจ้ง
มีชื่อเรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท หรือ อิทัปปัจจยตา
คือกระบวนการเกิดขึ้นแห่งธรรมต่างๆ
ที่อิงอาศัยเหตุปัจจัยสืบทอดกัน ทำให้การเกิดมีขึ้น
มีสองทางด้วยกัน คือสายแห่งการเกิดทุกข์ (สมุทยวาร)
และสายแห่งการดับทุกข์ (นิโรธวาร) ที่เป็นหนทางตรงกันข้าม
เข้าใจได้ไม่ยาก...แต่ก็ไม่ง่าย...









การเกิดขึ้นของธรรมเหล่านี้ต่อเนื่องกันไปไม่รู้จบ
ตราบใดที่วงจรของวัฎฎะไม่ถูกตัดให้ขาด
การเวียนว่ายตายเกิด การมีภพชาติก็ยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ
การย้อนเวลากลับไป แล้วทำให้เราเห็นวงจรนี้ต่างหาก
ที่จะเป็นประโยชน์กับเราอย่างแท้จริงในการแสวงหาทางพ้นทุกข์
ไม่ต้องเวียนเกิดเวียนตายนับภพนับชาติไม่ถ้วนอย่างที่เป็นมา
หาใช่การย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงสิ่งใดๆในอดีตไม่
เพราะนอกจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น
จะเป็นการเปลี่ยนเหตุปัจจัย ที่ทำให้ผลในปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว
เราก็ยังไม่พ้นวงจรแห่งวัฎฎสงสารเหล่านี้อยู่ดี
ซึ่งไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์กับชีวิตได้อย่างแท้จริง









พระท่านจึงสอนให้ละวางสิ่งที่มากระทบกับอายตนะ 6
อันได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
และมองเห็นสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงสักแต่ว่า..มากระทบเท่านั้น
ไม่ปรุงแต่งสิ่งเหล่านั้นด้วยการไม่ยินดียินร้ายกับมัน
และเมื่อสามารถละวางได้จริง วงจรปฏิจจสมุปบาทก็จะถูกตัดขาด
ไม่เป็นเหตุปัจจัยให้เกิดสิ่งอื่นต่อไปจนครบวงจร
หนทางแห่งการดับทุกข์อันถาวรในทางตรงกันข้ามกับการเกิดก็มีขึ้น
จบการเวียนว่ายตายเกิดซะที
ไม่ต้องกลับมาย้อนเวลาแก้ไขสิ่งใดอีกต่อไป


ประโยชน์แห่งการย้อนเวลากลับไปได้...
จึงไม่ใช่เพื่อแก้ไขการกระทำที่ผิดพลาด
แต่เพื่อแก้ไขชีวิต..ไม่ให้ผิดพลาดต้องกลับมาเกิดอีกต่างหาก


ได้เวลาที่จะย้อนอดีตกลับไปด้วยกันหรือยังคะ ?..










ก็ถ้าย้อนเวลากลับไปได้
อยากจะเปลี่ยนอะไรบ้างไหมหนอ
อะไรบ้างที่ใจยังไม่พอ
และจะขอกลับไปแก้ไขมัน


จะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดนั้นได้บ้าง
และทุกอย่างก็คงจะเปลี่ยนผัน
เมื่อเปลี่ยนเหตุใดได้ในฉับพลัน
ปัจจัยนั้นคงเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม


แต่การวนเวียนว่ายในวัฎฎะ
หาใช่จะหยุดยั้งตั้งแต่เริ่ม
ยังคงก้าวตามจิตคิดแต่งเติม
และนับวันยิ่งจะเพิ่มเพราะต้องการ


ยิ่งปรุงแต่งยิ่งต่อก่อชีวิต
ให้ลิขิตเกิดตายในสังสาร
นับชั่วกัปชั่วกัลป์อันยาวนาน
ที่ทุกคนก้าวผ่านตลอดมา


วงจรแห่งปฏิจจสมุปบาท
จะตัดขาดอย่างไรได้เล่าหนา
พระท่านสอนให้คิดพิจารณา
แล้วปล่อยวางสิ่งที่มากระทบใจ


เมื่อกระทบก็ให้เห็นเป็นเช่นนั้น
สักแต่ว่ารู้ทันนั้นทำได้
ไม่ถือเอาไม่ยินดีไม่ยินร้าย
ไม่ปรุงแต่งต่อไปตามต้องการ


เมื่อสิ้นเหตุ..ก็สิ้นผลแห่งจุติ
เมื่อดำริตัดวัฎฎสงสาร
ก็เป็นอันหมดเชื้อกิเลสมาร
จึงก้าวสู่พระนิพพานอันแท้จริง...












Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2555 14:37:02 น. 2 comments
Counter : 2349 Pageviews.

 



.. สุดยอดเลยคร๊าาา ...




โดย: LittleDaimon วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:19:26:29 น.  

 
เหรอจ๊าๆๆๆๆๆ อิอิ บ่นไปตามประสาไก่เอยอ่ะจ้ะ...


โดย: vistapa วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:20:48:21 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

vistapa
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]











ปีใหม่นี้ไม่มีของขวัญมาให้
มีก็แต่หัวใจดวงนี้
มามอบให้แด่เพื่อน..ที่แสนดี
ด้วยรักและหวังดีอย่างจริงใจ


ให้ร่ำรวยสวยฉลาดสมปรารถนา
ให้ชีวิตมีคุณค่าดังฝันใฝ่
ให้พ้นทุกข์พ้นโศกไร้โรคภัย
ตั้งแต่นี้ตลอดไปทุกท่านเทอญ...




Friends' blogs
[Add vistapa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.