ฉันฝัน.. กำลังเต้นรำ.. บนหลังคา..
ความฝันที่ใต้หมอน (ตอนที่ 22)

ตอนที่ 22

ใกล้จะถึงเวลาเริ่มคลาสแล้ว คุณนูเทรอฟก็เดินเข้ามาและทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเองเช่นเคย วันนี้คนเยอะกว่าเมื่อวานนี้มากทีเดียว เมื่อทอแสงโผล่เข้าไปในสตูดิโอ บาร์ก็แน่นแทบจะไม่มีที่ยืนแล้ว

“วันนี้มีซ้อมอีกฉากหนึ่งด้วย พวกเด็กๆ อีกคลาสเลยต้องมา บาร์น่าจะไม่พอ” ร่มไม้เดินเข้ามาบอก “ไปยืนที่บาร์ลอยกันมั้ยล่ะ”

เธอพยักหน้าแทนคำตอบ แล้วตรงไปช่วยหยิบบาร์ลอยมาตั้งไว้กลางห้อง ทำให้มีที่ยืนเพิ่มขึ้นอีกราว 4-5 คนได้

ทอแสงก้าวเข้ามายืนทางด้านหนึ่งของบาร์และเริ่มต้นการอบอุ่นร่างกาย สภาพของเธอวันนี้เรียกได้ว่า ‘ยักแย่ยักยัน’ ปวดเมื่อยมันไปทั้งตัว ทั้งหน้าท้อง แผ่นหลังและตลอดทั้งท่อนขา คงเพราะหยุดไปนานมันจึงเกิดอาการที่น้ำใสชอบเรียกว่า ‘กล้ามเนื้อมันตกกะใจ’

ร่มไม้ก้าวไปยืนอยู่อีกด้าน ทั้งคู่วางมือซ้ายบนบาร์ในท่าเริ่มต้น ภาพในกระจกตรงหน้าสะท้อนแผ่นหลังของร่มไม้ ชุดบัลเล่ต์แบบผู้ชายเผยให้เห็นกล้ามเนื้อเรียวยาวแบบนักบัลเล่ต์ตลอดแผ่นหลัง คางเชิดน้อยๆ ดุจหยิ่งทะนง

ร่มไม้คือเจ้าชายผู้งามสง่าสำหรับเธอ
...ในโลกใบนี้


ทอแสงใบหน้าสลดลงนิดหนึ่ง เมื่อคิดได้ว่าเจ้าชายในฝันของเธอมีเจ้าของไปแล้ว เธอคนนั้นเป็นใครกันนะ ก็คงจะเป็นเพียงโลกใบนี้เท่านั้นสินะ ที่เธอมีความชอบธรรมที่จะฝันถึงเขาได้ ที่นี่ที่ไม่มีต้น ที่นี่ที่ร่มไม้เป็นเจ้าชายของเธอ เป็นชายหนุ่มผู้สง่างาม สัมผัสอันอบอุ่นของ ‘การแสดง’ ทีเพิ่งผ่านมาทำให้เธอฝันหวานโดยไม่รู้ตัว

ทอแสงยิ้มให้กับเงาสะท้อนในกระจกนั้น ลึกๆ ในใจยังแอบหวัง
จะขออีกสักครั้งได้ไหม.. ให้เธอได้เป็นเจ้าหญิงของเขา แม้จะเพียงแค่บนเวที ใต้แสงไฟเวทีสาดส่องเหล่านั้นก็ตาม ...อีกสักครั้ง

แต่.. มันจะมีวันนั้นอีกไหม ในเมื่อตอนนี้ ร่มไม้ก้าวไปไกลเกินกว่าที่เธอจะคิดเอื้อมไปเต้นคู่เคียงกันเหมือนอย่างเช่นแต่ก่อนแล้ว

..หรือจะต้องปล่อยให้มันเป็นไป..
เธอจะยอมหรือ


ทอแสงกัดริมฝีปากจนแทบจะห้อเลือดโดยไม่รู้ตัว ท่อนขาเริ่มสั่นระริกด้วยความปวดล้าที่สะสมมาแต่เมื่อวาน สายตาจับจ้องอยู่ที่เงาสะท้อนในกระจกของคนที่ยืนอยู่อีกด้าน ในใจยังประหวัดไปถึงสัมผัสอบอุ่นบนเวทีในวันนั้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในความทรงจำ ถึงตอนนี้ต้นเลือนหายไป ปริญญาเอกเลือนหายไป รัฐศาสตร์และการเมืองระหว่างประเทศก็ไม่มีอีกต่อไป มีเพียงร่างกายของเธอ ที่เคลื่อนไหวไปตามเสียงเพลง ในจังหวะเดียวกับเจ้าของแผ่นหลังกว้างในกระจกนั่นเอง


ในที่สุด คลาสที่กินเวลาสองชั่วโมงเศษๆ ก็เสร็จสิ้นลง คุณนูเทรอฟก็เดินเข้ามาบอกกับทอแสงเป็นภาษาอังกฤษพร้อมรอยยิ้ม

“Good try – คุณมีความพยายามดีมาก มิสทอแสง”

พูดเสร็จก็เดินหายลับไปทางห้องพัก นักเต้นคนอื่นๆ ก็มีโอกาสได้หายใจหายคอ ซับเหงื่อ และเติมน้ำตาลใส่กระแสเลือดกันชั่วครู่ด้วย ตัวเธอเองก็ตรงไปยังตู้น้ำเพื่อรองน้ำดื่มอย่างกระหาย ใจจริงอยากจะสาดน้ำลงคอสักสามแก้ว แต่ยังมีสติคอยเตือนตัวเองว่าการทำเช่นนั้น มีแต่จะทำให้ต้องเสียดท้องทรมานไปเสียเปล่าๆ

Good try เหรอ... ประโยคนี้เอมอรชอบพูดอยู่บ่อยๆ เหมือนกันตอนเธอเป็นเด็กๆ เป็นนัยว่าให้กำลังใจแก่นักเรียนที่แม้จะยังทำได้ไม่ดีนัก แต่ก็ยังดีที่พยายาม ทอแสงแค่นยิ้มให้ตัวเอง ก็ยังดีน่าที่เธออยู่ได้จนกระทั่งจบคลาส ไม่สิ้นท่าอย่างทุเรศเช่นที่ได้เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ แม้ว่าจะโผเผหมดสภาพก็ตามที

เพียงไม่นาน นักเต้นทั้งหมดก็เดินกลับเข้าไปในสตูดิโอ พวกผู้เหญิงเปลี่ยนรองเท้ามาใส่รองเท้าพอยท์แล้วลุกขึ้นวอร์มข้อเท้า เสียงรองเท้าหัวแข็งกระทบพื้นห้องดังก๊อกๆ แก๊กๆ เป็นที่คุ้นหูทอแสงยิ่งนัก ปลาจับคู่กับภูมิซ้อมจังหวะท่าเต้นคู่ ดูแล้วท่าทางจะเต้นคู่ไปด้วยกันได้ดีทีเดียว เรื่องของปลากับภูมินี่ก็แปลก ตอนที่ซ้อมแสดงด้วยกันตอนนั้นไม่เห็นจะมีวี่แววใดๆ มารู้กันอีกทีเมื่อปลาเรียนจบแล้วภูมิอุตส่าห์เดินทางกลับมาจากอังกฤษเพื่อมาแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่นั่นแหละ ทั้งคู่ถึงยอมประกาศว่ากำลังคบหาดูใจกันอยู่ จนกระทั่งหมั้นกันไปเรียบร้อยเมื่อไม่นานมานี้เอง

เธอนั่งคิดอะไรไปเพลินจนกระทั่งประตูห้องเปิดออก

“พี่ทอแสง รีบไปไหนเปล่า คุณนูเทรอฟขอแรงหน่อย”

เธอสั่นศีรษะแทนคำตอบ แล้วเดินตามนักเต้นหนุ่มแต่ตัวคนนั้นเข้าไปในห้องสตูดิโอ แต่คุณนูเทรอฟกำลังง่วนกับการสแกนหาช่วงเพลงบนแผ่นซีดี ต๊ะซึ่งยืนอยู่ใกล้ประตูทางเข้าจึงเป็นคนบอกทอแสง

“คุณนูเทรอฟอยากให้ช่วยมาซ้อมแทนคนที่ขาดให้หน่อยน่ะ”

“อ้อ งั้นเราไปเปลี่ยนชุดก่อนดีกว่า”

เพียงไม่ถึงห้านาที เธอก็เดินกลับเข้ามาในชุดบัลเล่ต์อีกครั้ง คุณนูเทรอฟเอ่ยปากขึ้นว่า

“มิสทอแสง ผมขอโทษที่ต้องรบกวนคุณ เผอิญวันนี้มิสปริมลาซ้อม แล้วผมต้องขึ้นซีนใหม่วันนี้ด้วย”

“ด้วยความยินดีค่ะ ปริมต้องยืนตรงไหนคะ” ทอแสงถามขึ้นอย่างเข้าใจเหตุการณ์ได้ดี

คุณนูเทรอฟชี้ไปยังตำแหน่งหนึ่งในแถวของหมู่คอร์ปเดอบัลเล่ต์ซึ่งว่างอยู่

“คุณจะยืนตรงกับมิสเอมี่พอดี เราจะวิ่งเป็นวงกลม พอถึงท่อนเพลงแล้วผมจะบอกให้หยุด แล้วจะได้จัดที่ว่าใครต้องกลับมายืนตรงไหน”

คุณนูเทรอฟกำลังซ้อมฉากการแสดงซึ่งสับสนวุ่นวายพอสมควรทีเดียว และนี่แหละ ทำให้เขาต้องพึ่งพาทอแสงมายืนในตำแหน่งที่ขาดหายไป เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนที่จะเกิดขึ้นแก่เขาซึ่งเป็นผู้ออกแบบท่าเต้นและควบคุมการซ้อม และทอแสงก็ชอบเสียด้วยสิ ก็นานแค่ไหนแล้ว ที่บรรยากาศเช่นนี้ขาดหายไปจากชีวิตเธอ การได้อยู่ท่ามกลางหมู่นักเต้น และร่วมร่ายรำไปพร้อมกัน ใครที่ไม่เคยมีประสบการณ์เช่นนี้ย่อมไม่เข้าใจ แต่เธอเข้าใจมันดี และรู้สึกราวกับได้กลับบ้าน


“น่าเสียดายทอแสงว่ะไม้ พี่ว่าเขาไม่น่าหยุดเต้นเลย” เป็นประโยคที่ภูมิกล่าวแก่ร่มไม้ พวกเขาไม่ได้อยู่ในฉากนี้ เพราะแน่ล่ะ ภูมิกับปลาคือพระเอกและนางเอกของเรื่อง ส่วนร่มไม้นั้น รับบทเป็นตัวแสดงนำตัวหนึ่งซึ่งอยู่ในฐานะโซโลลิสต์

“นั่นสิพี่ เขาไปเรียนต่อปริญญาเอกนั่นทำไมก็ไม่รู้ น่าจะเต้นเสียก่อน”

“ใช่ เพราะเขาเหมือนกับเกิดมาเต้นจริงๆ เลย นี่ขนาดไม่ฟิตนะ ถ้าฟิตแล้วจะสวยแค่ไหน ก็เรารู้สึกไหมล่ะ ว่าเพียงเขามาเข้าคลาสสองวันเท่านั้น คุณนูเทรอฟก็ชักจะชอบเขาแล้วสิ ก็ไม่แน่ เรื่องหน้าอาจจะเป็นของเธอกับทอแสงอีกครั้งก็ได้นะ”

“ฮื่อ....” ร่มไม้สั่นศีรษะ “ไม่มีทางหรอกพี่ เขาเคยเล่าให้ฟังว่าเขาทั้งเรียนหนักทั้งงานหนักอย่างกับอะไรดี แล้วนี่พอเขาเปิดเทอมก็คงจะไม่มีเวลามาเต้นแล้วล่ะ แล้วก็อีกอย่างนะ คุณทีน่าไม่มีทางยอมหรอก นู่นแน่ะ ยายเอมี่ยังอยู่ทั้งคนนะพี่” ร่มไม้พูดถึงนักเรียนคนโปรดของคุณทีน่าซึ่งอายุเพียง 17 ปี ยังมีอนาคตอีกยาวไกลนัก

“เหอะ! เอมี่ก็เอมี่เถอะ ถ้าทอแสงฟิตขึ้นมา แล้วคุณทีน่าเปิดตามองจริงๆ ยังไงๆ ทอแสงก็ชนะขาด”

“แหม พี่ภูมิพูดเป็นการ์ตูนไปได้ เอมี่เต้นมาตลอด ส่วนทอแสงน่ะหยุดไปนานนะพี่ โปรดักชั่นหน้าก็อีกแค่ 2-3 เดือนเอง”

ภูมิมองหน้าร่มไม้อยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

“เสียแรงที่แกเป็นถึง คู่เต้นคนแรก ของเขานะเนี่ย” ภูมิเน้นเสียง “แกนี่แทบจะไม่รู้จักนางเอกบ้านสวนสตูดิโอคนนี้เอาเสียเลย เอ้า! หันไปดูเสียให้เต็มตา เผื่อแกจะตาสว่างบ้างว่าพี่เสียดายอะไร”

ภูมิจับหัวไหล่ร่มไม้หันกลับไปยังกลางห้อง ชายหญิงราว 20 ชีวิตกำลังเต้นกันอยู่กลางห้อง ทอแสงก็อยู่กลุ่มคอร์ปเดอบัลเล่ต์นี้ด้วย แต่มีบางอย่างที่ทำให้เธอดูแตกต่างจากนักเต้นคนอื่นๆ ที่เคลื่อนไหวไปพร้อมกันกับเธอด้วยท่วงท่าเดียวกัน

แล้วก็ทอแสงแบบนี้มิใช่หรือที่เขาเคยรู้จักและเห็นจนเจนตาและเจนใจ ไม่ใช่คนที่ถือหนังสือเรียนเอกสารหนาเตอะเดินไปเดินมาแบบที่เขาเห็นตอนที่ไปกินส้มตำกับศลและเอมอร เสียงเพลงจบลง นักเต้นทั้งกลุ่มที่เพิ่งซ้อมเสร็จเดินกลับเข้ามานั่ง เมื่อคุณนูเทรอฟหันมาพยักหน้าเรียกภูมิและปลาออกไปซ้อม ภูมิหันมากล่าวกับร่มไม้ก่อนจะลุกไป

“นั่นแหละ คือสิ่งที่ครูศลและครูเอมเห็นตั้งแต่เมื่อคราวนั้น คอยดูสิ ทอแสงซ่อนสิ่งที่ตัวเองมีไว้ได้ไม่ตลอดหรอก สักวันมันจะทะลักล้นตัวเขาเองออกมา และมันจะทอแสงให้ใครๆ เห็น ... เหมือนชื่อเขานั่นแหละ”


ภูมิเดินออกไปซ้อมกับปลาแล้ว แต่คำพูดที่เขากล่าวทิ้งท้ายไว้ยังทิ้งตะกอนความคิดให้อึงอลอยู่ภายใน สายตาเขาเหลือบไปเห็นทอแสงกำลังเดินออกไปจากห้องสตูดิโอแล้วพลันเกิดความรู้สึกแปลกที่เขาหาคำจำกัดความไม่ได้

...มันคือความรู้สึกบางอย่างที่มีส่วนประกอบมากกว่าเพียงแค่ความเสียดาย...

(โปรดติดตามตอนต่อไป)


Create Date : 25 ธันวาคม 2552
Last Update : 5 กรกฎาคม 2553 12:15:56 น. 1 comments
Counter : 146 Pageviews.

 
getting more exciting! :)


โดย: KS IP: 58.64.81.214 วันที่: 25 ธันวาคม 2552 เวลา:3:33:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

วิปุลา
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เต้นมา 19 ปี
เล่นดนตรีมา 18 ปี
(ขอ) เขียนหนังสือมา 10 ปี


สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด


ความฝันที่ใต้หมอน

เพราะกาลเวลาย้อนกลับไม่ได้ ความฝันจึงยังคงเป็นได้เพียงความฝัน และบางครั้งเงื่อนไขในชีวิตก็ทำให้เราต้องทิ้งร้างความฝันนั้นไว้ และซ่อนมันเอาไว้ในที่ที่มองไม่เห็น จนกระทั่งวันหนึ่งก็เรียนรู้ที่จะลืมความฝันที่ซุกไว้ใต้หมอนนั้นไปได้ในที่สุด

แต่กระนั้น สิ่งที่ถูกลืมเลือน ใช่จะเป็นสิ่งที่เลือนหาย ความฝันนั้นจึงยังคงรอให้ถึงวันที่เราจะไปค้นมันเจออีกครั้ง
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
25 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add วิปุลา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.