ฉันฝัน.. กำลังเต้นรำ.. บนหลังคา..

ความฝันที่ใต้หมอน (ตอนที่ 24)


ตอนที่ 24


สองวันก่อนจะถึงวันเดินทาง ร่มไม้ได้รับโทรศัพท์จากสันต์

“พี่ไม้สบายดีมั้ยครับ” เสียงอ่อนๆ พูดมาตามสาย

“ก็เรื่อยๆ น่ะ แล้วเราล่ะ เป็นยังไงบ้าง”

“ผมก็สบายดีครับ ตอนนี้ก็ซ้อมสอบอยู่” สันต์ตอบแล้วถามต่อ “พี่ไม้วันศุกร์เครื่องออกกี่โมงนะครับ”

“บ่ายสี่โมงครึ่งน่ะ”

“ผมจะลงไปส่งพี่ไม้ที่สนามบินนะครับ ผมจะเอาของขวัญวันเกิดไปให้พี่ไม้ด้วย”

ร่มไม้นึกขำในใจ ตัวเขาเองยังลืมนึกไปเสียด้วยซ้ำว่าสัปดาห์หน้าก็ถึงวันเกิดปีที่ยี่สิบห้าของเขาแล้ว

“จำแม่นจังนะเรา พี่ยังลืมเลย ไม่ต้องลำบากลงมาหรอก แค่เราจำได้พี่ก็ดีใจแล้วล่ะ”

“ไม่ได้หรอกฮะพี่ไม้ ผมตั้งใจไว้แล้วว่าจะลงไป” สันต์กล่าวอย่างดื้อดึง “แล้วก็กะจะไปซื้อชุดบัลเล่ต์ที่กรุงเทพฯ ด้วยครับ ที่นี่มันขาดตลาด กว่าจะส่งล็อตใหม่มาก็อีกเป็นเดือน ผมคงไม่รอเพราะมันขาดหมดแล้ว”

“เหรอ.. เอ้า! ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจเราแล้วกันนะ ถ้าจะลงมาก็เดินทางดีๆ ล่ะ”

“ครับ แล้วเจอกันนะครับพี่ไม้”

“จ้ะ แล้วเจอกัน”


ร่มไม้กดวางโทรศัพท์ ต๊ะซึ่งกำลังจัดกระเป๋าเดินทางอยู่ก็เอ่ยปากถาม

“สันต์โทร.มาเหรอ”

“ฮื่อ...” ร่มไม้พยักหน้ารับ

“แฟนโทร.มาทั้งทีทำไมไม่สดชื่นเลยวะ” ต๊ะมองเพื่อนอย่างพิจารณา

“เปล่านี่”

“เปล่า..? อะไรเปล่าของแกวะ” ต๊ะขมวดคิ้ว “นี่ ฉันพูดจริงๆ นะเว้ย 2-3 วันมานี้เนี่ย แกดู... ไม่โอเคเลยว่ะไม้ แกมีเรื่องอะไรไม่สบายใจเปล่าวะ”

“เปล่านี่”

“แต่มันไม่เหมือนแกคนเดิมเลย เป็นอะไร ถามจริง”

“เปล่านี่”

“บ๊ะ! “ ไอ้นี่ ตอบคำอื่นเป็นมั้ย” เมื่อต๊ะเริ่มขึ้นเสียง ร่มไม้ก็เริ่มมีอารมณ์บ้าง

“ก็บอกว่าไม่มีก็ไม่มีสิวะ แกจะเอาอะไรกะฉัน”

“จะไปเอาอะไรล่ะ ไม่ได้จะเอาอะไร คนเขาเป็นห่วงน่ะ เข้าใจไหม ไอ้ไม้ ฉันเป็นห่วงแก”

คราวนี้ร่มไม้ถอนหายใจพรืด แล้วค่อยตอบอย่างพยายามควบคุมน้ำเสียง

“เออ ขอบใจ ไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ อย่าห่วงเลยน่ะ ฉันอาบน้ำละ”

ว่าแล้วก็ คว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำอาบน้ำไป ปล่อยให้ต๊ะมองตามอย่างเป็นห่วงแกมสงสัย พลางคิดหาทางแก้อาการเบื่อโลกของไอ้เพื่อนรักคนนี้


มันเป็นวันที่ทอแสงเหนื่อยที่สุดวันหนึ่ง เปล่า.. ไม่ใช่งานที่มหาวิทยาลัยหรอก ในสัปดาห์แรกของการเรียนแบบนี้ ยังไม่มีอะไรที่เรียกได้ว่าหนักหนา หากงานที่ออฟฟิศต่างหากที่ทำให้เธอไม่ได้หลับไม่ได้นอน นับจากที่ทั้งออฟฟิศกลับมาจากต่างจังหวัด งานทั้งหลายก็ถาโถมเข้าใส่ชนิดที่เรียกว่า ไม่ให้โอกาสตั้งตัวกันเลยทีเดียว

“ทอแสงยังไม่กลับบ้านอีกเหรอครับ” ต้นหันมาถามพร้อมบิดขี้เกียจ

“อีกแป๊บนึงค่ะพี่ต้น พรุ่งนี้มีงานต้องไปบรรยายแต่เช้า อยากเตรียมเอกสารให้เสร็จวันนี้เลย” เธอพูดกับต้น แต่สายตาจับจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์

“งานไหนเนี่ย ช่วงนี้งานเยอะจนพี่งงเลย”

“งานที่เฟย์จะให้พี่สุไปเป็นวิทยากรไงคะ แต่พี่สุติดประชุมที่แม่สอดกะทันหัน เฟย์เลยให้ทอแสงช่วยไปแทน เพราะเนื้อหามันต่อเนื่องกับรายงานที่ทอแสงเคยรวบรวมอยู่พอดีตั้งแต่คราวที่แล้ว”

“กะทันหันแบบนี้ หนักหน่อยนะเรา งั้นพี่ไม่กวนแล้วล่ะ มีอะไรให้พี่ช่วยก็เรียกแล้วกันนะครับ พี่จะลงไปนั่งอ่านหนังสือข้างล่าง แล้วเดี๋ยวไปส่งบ้าน”

“ขอบคุณค่ะพี่ต้น” เธอส่งยิ้มให้ต้นนิดหนึ่งแล้วหันกลับไปทำงานต่อ


ทอแสงง่วนอยู่กับคอมพิวเตอร์อีกไม่นานก็รามือ เธอปิดคอมพิวเตอร์แล้วหยิบแฟ้มเอกสารติดมือกลับบ้านไปด้วย เพื่อที่จะนำไปทบทวนอีกครั้งในคืนนี้

“อ้าว! เสร็จแล้วเหรอครับ” ต้นถามขึ้นเมื่อเห็นทอแสงเดินลงมาชั้นล่าง เขาปิดหนังสือที่อ่านค้างอยู่ แล้วลุกยืนขึ้น

“ไป เดี๋ยวพี่ไปส่งบ้าน ว่าแต่เราหิวรึเปล่า แวะทานข้าวกันก่อนไหครับ”

“ก็ดีค่ะพี่ต้น” ทอแสงรับคำสั้นๆ

ต้นแวะร้านประจำร้านหนึ่งบนเส้นทางกลับบ้าน

“ข้าวหมูกระเทียมพริกไทยไข่ดาวครับ ทอแสงทานอะไรครับ” ต้นถามขึ้นเมื่อทอแสงเงยหน้าขึ้นจากเมนู

“การ์เด้นสลัดค่ะ” พนักงานของร้านจดรายการอาหารเสร็จก็เดินจากไป ต้นขมวดคิ้วมองหน้าทอแสง

“จะกินแค่นี้เหรอ แล้วมันจะอิ่มเหรอครับ”

“อิ่มแหละค่ะ มันดึกแล้ว ไม่อยากทานเยอะน่ะพี่ต้น” คำตอบของทอแสงทำให้ต้นหัวเราะนิดหนึ่ง

“นี่ทอแสงจะลดความอ้วนรึเปล่าครับเนี่ย พี่ว่าเราไม่เห็นจะอ้วนเลย ดูเหมือนจะผอมลงด้วยซ้ำนะ พี่ว่า”

ใช่ ผอมลง แล้วก็ไม่อยากจะอ้วนขึ้นอีก คำพูดของน้องคนหนึ่งในคลาส ที่แม้จะพูดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ แต่มันก็ยังคงลอยอยู่ในหู


"ถ้าหนูเป็นพี่นะ หนูเลิกเต้นไปแล้วล่ะ ขี้เกียจลดความอ้วน”

“โห.. แรงนะเอมี่ ขนาดนั้นเชียวเหรอ” ร่มไม้พูดสวนขึ้นมาก่อนทอแสงเสียอีก

“ไม่ๆๆๆ หนูไม่ได้หมายความอย่างนั้น คือหนูจะบอกว่าพี่ทอแสงเก่งน่ะ แบบว่าใจสู้ดี” เธอเปลี่ยนคำพูดเสียใหม่ แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นสักเท่าไหร่นัก โชคดีที่คุณทีน่าเดินเข้ามาเรียกเธอไปทำอะไรสักอย่าง เธอจึงขอตัวไปอย่างรวดเร็ว ร่มไม้และต๊ะซึ่งนั่งอยู่กับทอแสงมองตามไปอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

“เก่งก็เก่งอยู่หรอกนะ แต่นิสัยไม่น่ารักเลย” ต๊ะพูดขึ้น

“ไอ้อย่างนั้นแกเรียกว่าเก่งเหรอ” ร่มไม้อดไม่ได้

“อ๊าววว... ให้พูดแบบไม่มีอคติก็ต้องยอมรับว่ายายนี่ดูดีที่สุดในคอร์ปเดอบัลเล่ต์คราวนี้นั่นแหละ”

“อันนั้นก็ไม่เถียง แต่คนจะเป็นนักเต้นที่ดีได้น่ะนะ แค่ดีกว่าคนอื่นหน่อยเดียวมันยังไม่พอหรอก ยังมีส่วนประกอบอีกเยอะ ยายนี่คงไม่ทันคิดหรอก เพราะวันๆ มัวแต่คิดว่าตัวเองสวยแล้วก็คอยแต่จะสะบัดใส่คนอื่น”

“โห.. พูดได้ตรงใจฉันเป๊ะเลยว่ะ” ทีนี้ต๊ะเห็นด้วยทันที

ตลอดเวลาทอแสงไม่พูดอะไร เพราะเอมี่พูดก็เป็นเรื่องจริง การจะเอา ’ร่างกาย’ ของนักเต้นกลับคืนมานั้น มันยากเย็นและเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน เธอยังจำได้ ว่าสัปดาห์แรกของการไปเข้าคลาสกับคุณนูเทรอฟนั้น เธอทรมานและเกลียดตัวเองขนาดไหน มันเหน็ดเหนื่อยเหลือเกินในการต่อสู้เพื่อที่จะบังคับส่วนต่างๆ ของร่างกายให้เคลื่อนไหวไปตามใจนึก น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทำให้การเต้นบัลเล่ต์เป็นเรื่องยากอย่างที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน จะขยับส่วนนั้นหรือจะเกร็งส่วนนี้ก็ดูจะลำบากไปเสียทั้งนั้น


“ก็... ก็ไม่เชิงน่ะพี่ต้น” เธอพูดช้าๆ เพราะกำลังคิดว่าเธอจะบอกอะไรกับต้นได้แค่ไหน

“คือช่วงปิดเทอมได้ไปเข้าคลาสบัลเล่ต์มาน่ะค่ะ คงทำให้ผอมลงนิดหนึ่ง แล้วมันก็เต้นได้ง่ายกว่าเดิมเยอะเลย” เธอหัวเราะนิดหนึ่ง แล้วพูดต่อ “พอเปิดเทอมปุ๊บ งานเริ่มมา กลับมานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ได้ไม่ถึงสัปดาห์ รู้สึกตัวบวมๆ ขึ้นมาอีกแล้ว”

ต้นเลิกคิ้วมองทอแสง มีรอยขำขันอยู่ในดวงตาหลังแว่นกลมคู่นั้น

“พี่เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าทอแสงก็กลัวอ้วนเหมือนกับพวกสาวๆ เขาด้วย”

ความละอายแล่นขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอเคยไม่ชอบให้คนอื่นคิดเช่นนี้กับเธออย่างไร จนถึงเดี๋ยวนี้เธอก็ยังไม่ชอบอยู่เช่นเดิม แม้เธอจะเคยเคร่งครัดกับการควบคุมน้ำหนักมากมายสักแค่ไหนก็ตาม แต่นั่นเป็นเพราะหน้าที่ของคนเป็นนักเต้นต่างหาก เธอจึงปฏิเสธ

“อุ๊ย! เปล่านะพี่ต้น แต่มัน...” แต่อะไรล่ะ ก็แต่คราวนี้เธอพูดแบบนั้นไม่ได้แล้วน่ะสิ

“ครับผม” มีเครื่องหมายคำถามปรากฏอยู่ในน้ำเสียงนั้นด้วย

พนักงานยกอาหารมาเสิร์ฟพอดี ต้นจึงหันไปบอกพนักงาน

“ทางนี้ครับ” ต้นบอกพนักงานเสิร์ฟ ทอแสงได้ทีจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง

“แล้วพรุ่งนี้พี่ต้นต้องทำอะไรบ้างเหรอคะ”

“พรุ่งนี้พี่มีนัดน่ะ ต้องพากลุ่มเยาวชนไปดูงานตอนเช้า บ่ายๆ ก็
ว่างแล้ว คิดว่าถ้าไม่มีอะไรก็คงจะเข้าออฟฟิศแหละจ้ะ”

ยังไม่ทันจะตอบอะไรต้น เสียงโทรศัพท์ของทอแสงก็ดังขึ้น

“เดี๋ยวนะคะพี่ต้น ใครไม่รู้โทร.มา สงสัยเรื่องงาน .. สวัสดีค่ะ ทอแสงพูดสายค่ะ”

แต่เสียงปลายสายนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน ต๊ะนั่นเอง

“อ้าว ว่าไง มีอะไรรึเปล่า” ทอแสงถามด้วยความประหลาดใจ

“ไม่มีอะไรมากมายหรอก แค่จะโทร.มาเตือนว่า พรุ่งนี้เย็นๆ พวกเราจะออกเดินทางไปสิงคโปร์กันแล้วนะ”

“จริงด้วยสิ เดินทางพรุ่งนี้เย็นแล้วเรหอ นี่ก็ซ้อมกันพร้อมแล้วสิเนอะ”

“ง่า... ก็พร้อมอยู่หรอก มีก็แต่ไอ้ไม้นี่แหละ ที่...” ต๊ะพยายามวกเข้าเรื่อง

“ที่อะไร ไม้เป็นอะไรเหรอต๊ะ หัวเข่าเหรอ” ทอแสงนึกถึงอาการบาดเจ็บของร่มไม้ทันที

“ไม่ใช่ๆๆ ไม้มันไม่ได้เป็นอะไรหรอก ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เพียงแต่เรากับพี่ภูมิรู้สึกว่าพักนี้มันดูซึมๆ ไป พอถามว่ามีปัญหาอะไรก็บอกแต่ว่าไม่มีๆ กลัวก็แต่ว่ามันใกล้แสดงแล้ว ไม่อยากให้มันมีเรื่องไม่สบายใจ มันเคยเล่าให้เธอฟังรึเปล่าว่ามันบาดเจ็บที่หัวเขาได้ยังไง”

“ก็เล่าแค่ว่าวันนั้นไม่สบายแต่ต้องเต้น มึนๆ หัวเลยเทคตัวกระโดดผิดจังหวะ หัวเข่าเลยเกิดพลิกขึ้นมา”

“ก็คล้ายๆ อย่างนั้นน่ะแหละ แต่จริงๆ แล้วน่ะ มันเกิดเรื่องในคืนก่อนวันแสดง” ต๊ะเริ่มต้นเล่า “คือไม้เขาดันไปเจอแฟนตัวเองเดินควงกับใครไม่รู้ คืนนั้นเลยมีเรื่องกัน ก็เลิกกันนั่นแหละ ไม้มันรักของมันจริงๆ คืนนั้นคงจะเสียใจมาก ตอนเช้าถึงเจอมันมานอนหมดสภาพอยู่ในห้องแต่งตัว กลิ่นเหล้านี่หึ่งเชียว”

“คืนก่อนแสดงเนี่ยนะ” ทอสงแสงถามเสียงดังเพราะความตกใจ เธอนึกภาพร่มไม้ในสภาพนั้นไม่ออกเอาเสียเลย ต้นเงยหน้าขึ้นมามอง แต่ดูเหมือนทอแสงจะลืมไปแล้วว่าต้นนั่งอยู่ตรงนี้ด้วย

“ก็นั่นล่ะ ไอ้พวกเราเพื่อนๆ น้องๆ ตกใจมาก เพราะมันไม่เคยเป็นอย่างนั้น ก็ช่วยๆ กันพยายามทำให้มันโอเคขึ้น ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันก็ขึ้นเวทีไปเต้นทั้งๆ ที่ยังไม่สร่างดี แล้วก็ท่าเทคนิคยากๆ ทั้งนั้นเลย แล้วมันก็พลาดจนได้ ดีนะที่ครูศลไม่รู้ว่ามันเมามาทั้งคืน ถ้ารู้น่ะตายเลย”

“ไม้ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้เราฟังเลย”

“ไม่แปลกหรอก มันคงอายถ้าจะให้ใครรู้ แล้วเนี่ย เราเห็นไม้มันดูเซ็งๆ ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ กลัวประวัติศาสตร์มันจะซ้ำรอย ที่เราโทร.มาเนี่ยก็กะจะถามทอแสงอยู่นี่แหละว่าพอจะรู้ไหมว่าไม้มีปัญหาอะไรรึเปล่า เพราะเราก็เห็นมันสนิทกับทอแสงที่สุดในคลาสแล้วล่ะ”

“เราไม่รู้เลย วันอาทิตย์ก่อนที่เราเจอไม้ครั้งสุดท้าย เขาก็ดูโอเคนี่นา... “

“นั่นน่ะสิ งั้นก็ไม่เป็นไร เราถามแค่นี้แหละ วางก่อนนะ ไปจัดกระเป๋าต่อละ”

“อื้ม.. จ้ะๆๆ สวัสดี”

เมื่อเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ เธอก็พบสายตาของต้นที่จ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว

“เพื่อนที่โรงเรียนเต้นโทร.มาเหรอครับ”

“ใช่ค่ะ เขาจะไปแสดงที่สิงคโปร์กัน เดินทางพรุ่งนี้แล้ว”

ต้นแค่พยักหน้าแล้วเปลี่ยนเรื่องไปถามทอแสงถึงรายละเอียดของการบรรยายพรุ่งนี้ และตลอดอาหารมื้อนั้น ก็ไม่มีใครพูดอะไรถึงการเต้นอีก จนกระทั่งรถจอดที่หน้าบ้านทอแสง

“ว่าแต่พรุ่งนี้เราอยากจะไปส่งเพื่อนๆ ที่สนามบินรึเปล่า”

“ก็อยากอยู่น่ะพี่ต้น แต่ว่าสนามบินไกลจัง สงสัยจะได้แค่โทร.ไป”

ต้นชั่งใจอยู่ครู่แล้วเอ่ยปากอาสา

“บ่ายพี่ว่างนะครับ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”


(โปรดติดตามตอนต่อไป)




 

Create Date : 05 มกราคม 2553
2 comments
Last Update : 8 มกราคม 2553 23:48:48 น.
Counter : 139 Pageviews.

 

^^

อิอิอิ

 

โดย: TanaPon_M. 5 มกราคม 2553 0:55:32 น.  

 

whenever you felt that your heart is going to breakdown
feel it with the love of God ask for his and then you will
find out what is the truth love in Your life as he does for me!

 

โดย: da IP: 203.144.144.165 9 กุมภาพันธ์ 2553 7:38:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


วิปุลา
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เต้นมา 19 ปี
เล่นดนตรีมา 18 ปี
(ขอ) เขียนหนังสือมา 10 ปี


สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด


ความฝันที่ใต้หมอน

เพราะกาลเวลาย้อนกลับไม่ได้ ความฝันจึงยังคงเป็นได้เพียงความฝัน และบางครั้งเงื่อนไขในชีวิตก็ทำให้เราต้องทิ้งร้างความฝันนั้นไว้ และซ่อนมันเอาไว้ในที่ที่มองไม่เห็น จนกระทั่งวันหนึ่งก็เรียนรู้ที่จะลืมความฝันที่ซุกไว้ใต้หมอนนั้นไปได้ในที่สุด

แต่กระนั้น สิ่งที่ถูกลืมเลือน ใช่จะเป็นสิ่งที่เลือนหาย ความฝันนั้นจึงยังคงรอให้ถึงวันที่เราจะไปค้นมันเจออีกครั้ง
Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
5 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add วิปุลา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.