สิงหาคม 2550

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
31
 
 
All Blog
ไม่น่าเชื่อ เราเป็นไซนัส!!!
บล็อกหนนี้ออกแนว Horror ก่อนอ่านควรคิดให้ดีก่อนค่ะ เป็นแบบ "น" คือ ไม่ต้องการคำแนะนำแต่อย่าอ่านมันเลย ไป "นอน" ดีกว่า

3 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่สุดยอดจะทานทนในปัญหาชีวิตและสุขภาพของเราจริงๆ โดยเฉพาะช่วงสัปดาห์สุดท้าย มันเริ่มมาจากการเป็นไข้ธรรมดาๆ ที่มีไอ ตัวร้อน ก็ได้ยามา แถมกินด้วยนะครบทุกมื้อ อุตส่าห์ทำตัวดีเพราะเจอมุขเด็ดพี่ต๋อมครูพยาบาลไปว่า "ยาที่จะกินหนนี้ พี่ต้องขออย่างนะ" ไอ้เราก็ "ขออะไรพี่" พี่ต๋อมก็หันมาทำหน้าเครียดมากแล้วก็พูดว่า "ขอให้มรึงกินนนน" โอ้ววว พี่จ๋าป้าเราแน่มาก นอกจากจะรู้นิสัยเราแล้ว ยังรู้วิธีบังคับอีก Y_Y เราก็เลยกิน กิน กิน แต่ว่า....มันไม่หาย มันเปลี่ยนเฟสเป็นหวัดแทน อะไรหว่า งงๆ จากไอกลายเป็นมีน้ำมูก แล้วก็เหลือไอเล็กน้อย โดนยาพี่ต๋อมผสมยาแม่หมอหมูเพื่อนรัก กินแล้วก็เหมือนจะดี แต่ก็วิงเวียน ซึ่งเรารู้สึกจริงๆ นะว่าเป็นเพราะกินยามากไป ทุกครั้งที่กินจะรู้สึกไม่สบายตัวเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย นี่คือสาเหตุที่เราไม่ชอบกินยา อาการทั่วไปหายยกเว้น รู้สึกถ่วงๆ จมูกข้างซ้าย ในใจลึกๆ (ลึกมาก) ก็คิดว่าหรือไซนัสจะถามหา เพราะรู้ว่าตัวเองเหมือนจะเป็นได้เพราะนานมากแล้วตั้งแต่อยู่ม.ปลาย (อุ๊ย ไม่นานเท่าไหร่) อยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่าเหม็น เหม็นอะไรไม่รู้ก็บอกคุณหญิงแม่ ตอนนั้นเพิ่งหายหวัด คุณหญิงแม่เลยใช้สมมติฐานของพยาบาลรุ่นที่ 1 ว่าหรือจะเป็นไซนัส (กลิ่นของหนองในโพรงจมูกฮ่ะ) รอดูอาการก็ไม่มีอะไรก็เลยปล่อยไป ไฉนใครจะคิดว่าอาการมันจะแสดงออกเกิน 10 ปีให้หลังอย่างนี้!!!

เราก็โทรหา Doctor Delivery ค่ะ อันนี้ คือ นิสัยเสียของคนที่มีครอบครัวเป็นหมอ พยาบาล คือ วินิจฉัยโรคเอง ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง เราโทรหาแม่หมอหมู บรรยายลักษณะอาการ เธอก็สั่งยา แต่...แต่...แต่ว่า...เราป่วยอ้ะ ไม่มีแรงขับรถไปซื้อยา แม่ก็ป่วยเพราะติดเรา พี่ก็ไปทำงานต่างจังหวัด กว่าจะได้ยามากินก็สองวันให้หลัง คุณเพื่อนเธอรู้เข้าก็ใส่ซะ Y_Y ทำไมมันไม่ส่งยาให้ด้วยให้รู้แล้วรู้รอด เราก็กินยาแต่ยังรู้สึกถ่วงที่จมูกซ้าย ผ่านไป 2-3 วันก็อัพเกรดเป็นปวด จากปวดนิดๆ เป็นปวดไม่นิด พอวันศุกร์ที่ผ่านมาเลยไปหาหมอ เอ็กซเรย์เจอว่าในโพรงจมูกทางซ้ายของเรามีแต่หนอง!!! หมอให้ยามาสำหรับ 1 อาทิตย์ถ้าไม่ดีขึ้นค่อยเจาะ ชะรอยมันจะกลัวหมอพอกลับบ้านก็ไม่ปวดอีก แต่มันเป็นภาพลวงตาเพราะพอวันรุ่งขึ้นก็ปวดมาก จนต้องประคบน้ำแข็งและหลับไปกับมัน (ตื่นมาเปียกหมด แหะๆ แต่ใช้ cool gel ไม่สะใจ) และในที่สุดวันนี้ ก็ปวดอีกขนาดพารา 1000 ม.ก. เอาไม่อยู่ Ponstan ก็เอาไม่อยู่ (ไว้กินแก้ปวดได้ค่ะแต่ต้องท้องไม่ว่าง ไม่ใช่เอาไว้แก้ปวด...นั่นอย่างเดียว) เลยคิดว่าไม่ทนแล้ว เดี๋ยวทำงานไม่ได้ก็เลยไปหาหมอ หมอบอกว่ายาที่ให้แรงแล้ว ถ้าปวดขนาดนี้ก็ต้องเจาะ เริ่มด้วยการเอาสำลีชุบยาชายัดเข้าจมูกซ้าย น้ำยาชาก็หยดเข้าปาก ขมปี๋ พลันสายตาหันไปเห็นเข็มที่เจาะ โอ้ แม่จ๋า ยาวเท่าฝ่ามือ ประกอบคำบรรยายของคุณหมอที่ว่า "หมอจะเจาะเข้าไปในจมูกนะคะ จะรู้สึกกึกๆ ติดกระดูกนิดหน่อย แล้วก็จะโอเค" มันโอเคตรงไหนหว่า ยาชาไม่ต้องใช้ล่ะงานนี้ อิชั้นชาเรียบร้อย ว่าแล้วริมฝีปากกับลิ้นที่โดนยาชาก็เริ่มชา นั่งรอ รอ รอ ก็รู้สึกว่าจมูกไม่ชาซะที เริ่มเดือดร้อนเพราะกลัวเข็มมันเจาะเข้าไปแล้วเจ็บ เลยโทรหาแม่หมออ้วน คุณเธอก็เริ่มที่ว่า ว่า ว่า ตามมาด้วยหัวเราะซ้ำเติม แล้วก็จบว่าไปๆ ขึ้นเขียงได้ เออนะเพื่อน สบายใจสุดๆ เลย โทรหามันเนี่ย แต่ก็รู้ว่ามันจะชาในจมูกไม่ใช่ข้างนอก พร้อมแล้วก็ขึ้นเขียง ไม่รู้สึกเลยเพราะชา แต่รู้สึกกึกๆ จริงๆ แล้วก็เริ่มดูดหนอง โอ๊ยยยยยย เจ็บมากแถวๆ ฟันกรามซี่ในสุดกับเพดานปากเพราะมันเป็นเส้นประสาทเดียวกัน ก็เอานะ อดทน จะเป็นแฟนพี่ติ๊กต้องอดทน ดูดไม่รู้กี่ครั้งเพราะหลับตา เสร็จแล้วก็เริ่มล้างด้วยน้ำเกลือเพื่อให้มั่นใจว่าโพรงจมูกปลอดโปร่ง โอ๊ยยยยยยย เมื่อกี๊ว่าเจ็บแล้ว งานนี้เจ็บกว่า น้ำมันขึ้นไปจี๊ดที่ช่องแถวๆ ใต้ตาเจ็บมากๆ งานนี้ทนไม่ไหว ร้องไห้เลย พร้อมทั้งร้องครวญครางประกอบการล้างเป็นระยะ คุณหญิงแม่ที่นั่งรอหน้าห้องต้องเข้ามาดู งานนี้เจ็บตัวหลายทีเพราะหมอบอกว่าจมูกบวมแล้วก็ดูดหนองลำบากเพราะอักเสบมากทำให้หมอแทงเข็มเรา 2 รอบ (อย่านึกนะว่าไม่รู้ ถึงจะปิดตาก็เถอะ) แล้วน้ำเกลือที่ฉีดเข้าไปก็ไม่ออกมา ไม่รู้ไปไหน หมอก็ฉีดใหญ่ เราก็เจ็บใหญ่ ในที่สุดมันก็ออกมาทั้งทางปากและจมูก ทั้งหนองและเลือด งานนี้เสียเลือดเยอะมาก หมองงมากเพราะปกติเค้าไม่เจ็บกันขนาดนี้ แต่หมอก็เห็นว่าเราอักเสบมาก แล้วเราก็บรรยายได้เลยว่ามันเป็นตรงไหน ระบมไปทั้งหน้า หมอก็ชวนคุยอยู่นั่นแหละ เจ็บหน้าด้วย แล้วก็กำลังจะสำลักน้ำเกลือกับเลือดตาย ใครจะตอบได้ฟะ ในที่สุดก็เสร็จ เราต้องนั่งรอเพื่อให้มั่นใจว่าเลือดหยุด ปรากฏว่าออกไปก็เจ็บ เจ็บจนตัวสั่นไปหมด หมอต้องรีบสั่งยาแก้ปวดอย่างแรงมาให้และให้นอนดูอาการ นึกว่าต้อง admit ซะแล้วเพราะเลือดไม่หยุดไหลง่ายๆ แม้แต่ตอนเขียนบล็อกก็ยังออกจมูกอยู่ เรานอนจนยาออกฤทธิ์ หมอดูว่าเลือดไหลน้อยลงก็ปล่อยกลับบ้าน

งานนี้พูดได้คำเดียว "เข็ดดดดดดดดดดด" ค่ะ ต่อไปนี้ ดิชั้นขอสัญญากับตัวเองว่า จะดูแลรักษาสุขภาพให้ดีกว่านี้ จะกินยาเนิ่นๆ หาหมอทุกครั้ง ไม่ลืมกินยา กินยาตลอดโดส จะพยายามไม่เป็นหวัดอีก จะกินวิตามินซีทุกวัน และดิชั้นขอน้อมรับในคำพูดของผู้แวดล้อมทั้งหลายว่า ดิชั้นร่างกายไม่ (ค่อย) แข็งแรง (ก็ได้) หลังจากปฏิเสธมาหลายปี การไม่มีโรค คือ ลาภอันประเสริฐ จริงๆ เจ็บตัวหนนี้ ให้บรรยายยังไงก็ไม่เหมือน ขออย่าได้ต้องเจอะต้องเจออีกเลย ว่าแล้วก็ไปนอนดีกว่า พรุ่งนี้จะกลับไปทำงานหลังจากทำแบบลุ่มๆ ดอนๆ มา 3 อาทิตย์ งานมันคงจะรออยู่น่ะนะ

ขอให้ผู้อ่านทุกคนย้อนดูตัวเอง รักษาสุขภาพมากๆ นะคะ



Create Date : 29 สิงหาคม 2550
Last Update : 29 สิงหาคม 2550 1:42:06 น.
Counter : 1483 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ViPaSa
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



รักครอบครัวเป็นชีวิตจิตใจ
ชอบดูหนังเป็นชีวิต
ชอบการ์ตูนเป็นจิตใจ
มีเพื่อนดีๆ มากมายช่วยสร้างชีวิต
มี Dark Chocolate ชิ้นนิดๆ สร้างความสุขให้จิตใจ
มีการท่องเที่ยวเพิ่มประสบการณ์ชีวิต
มีความรักที่ดีขึ้นทุกครั้งเพิ่มประสบการณ์จิตใจ มี...