"ยินดีต้อนรับสู่ บล็อกของคนใฝ่รู้ สำหรับผู้ใส่ใจใฝ่รู้ค่ะ" บล็อกนี้ มี 50 หัวข้อเรื่องให้คุณอ่านทุกวัน .. ขอบคุณที่มาเยี่ยมบล็อกค่ะ .. ขอจงมีแต่ความสุขกายสบายใจตลอดไปนะคะ
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
16 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
สุดอาลัยวาณิช จรุงกิจอนันต์ นักเขียนในดวงใจ ผู้จากไป

อาทิตยวารสิริมานรมณีย์ค่ะ


เพิ่งทราบข่าว คุณวาณิช จรุงกิจอนันต์ เสียชีวิตด้วยโรคลูคีเมีย ที่ ร.พ พร้อมมิตร เวลา 6.00 น. ศพอยู่ วัดธาตุทองค่ะ

ขอร่วมไว้อาลัยกับครอบครัวคุณวาณิช ด้วยค่ะ






วาณิช จรุงกิจอนันต์ กวีซีไรต์ เป็นนักเขียน ได้รับรางวัลซีไรต์จากเรื่องซอยเดียวกัน พ.ศ. 2527


ประวัติ

เกิดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2491 เป็นคนจังหวัดสุพรรณบุรี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร มีผลงานมากมาย

เริ่มมีชื่อเสียงจากการเขียนบทความ ชื่อ "จดหมายถึงเพื่อน" ตีพิมพ์เป็นประจำในนิตยสารลลนาระหว่างเดินทางไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา

ผลงานที่มีชื่อเสียงอีกเรื่อง คือ นวนิยายเรื่อง แม่เบี้ย ตีพิมพ์ในนิตยสารลลนา เมื่อนำมารวมเล่มก็ได้รับความนิยม และถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์หลายครั้ง

ปัจจุบันเป็น กรรมการบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)


ผลงานรางวัลซีไรต์

ซอยเดียวกัน


ขอขอบคุณ วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


วาณิช นักเขียนในดวงใจอีกคนหนึ่ง เขาเป็นคนรุ่มรวยอารมณ์ขัน เขียนกลอนเก่งมาก และเขียนนิยายรักได้หวานจับใจ

วาณิช ได้ทำงานที่รัก ในสตรีสาร ที่คุณนิลวรรณ เป็น บก.
วาณิชเคารพรัก คุณนิลวรรณมาก ยกย่องว่า "เป็นกิมตึ๋งหนึ่งในสาม" ที่เขานับถือยกย่อง อีกสองท่าน น่าจะเป็นกฤษณา อโศกสิน กับ อ.สมศรี สุกุมลนันท์

เขาเป็นหนึ่งในก๊วน "คนวิทยาเขตมิ่งหลี" หน้าพระลาน สนิทกับสุวรรณี สุคนธามาก มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับวาณิช ที่ตอนนี้ระลึกมิได้

เขารักธรรมชาติมาก ชอบความเรียบง่าย แม้แต่การตั้งชื่อลูก ก็ไทยแท้ง่ายๆ คือ เพกา ทันตแพทย์สาว สงฟาง กับกงพัด ลูกชายทั้งสอง ก็คนข้างเคียงชื่อทอรุ้งนี่นา

"ภูกะดึงพึงกะดูกรู..รู้แล้ว" ที่เขาเขียนกลอน อ่านครั้งแรกนี่จำได้ติดใจเลยค่ะ

ตั้งแต่วาณิช "ลาจาก" มติชนไป ก็เลยห่างหาย ไม่ได้อ่านคอลัมน์ของเขาอีกเลย ไม่ทราบว่าเขาสุขสบายดีหรืออย่างไร

เคยอ่านพบชมรมทานเหล้าของเขาแถวถนนเทศบาลนฤมาน...ที่พวกพ้องน้องพี่ ชนแก้วกันอย่างสนุกสนาน ไม่มีอีกแล้ว...

ป่านฉะนี้ คงได้ไปวันทา สุวรรณี สุคนธา 'รงค์ วงษ์สวรรค์ คุณชายคึกฤทธิ์ คุยกันสนุกแล้วซีคะ

นอนหลับให้สบายค่ะ มาอย่างธรรมชาติ เป็นไปอย่างธรรมชาติ และกลับคืนสู่ธรรมชาติ

วาณิช จรุงกิจอนันต์ นักเขียนในดวงใจ...
คนดีจากไปแล้ว เราผู้ยังอยู่ สู้ต่อไปนะคะ


อาทิตยวารสิริวิโรจน์ มานช่วงโชนโชติดุจดั่งดวงวิเชียรฉายค่ะ


16 พค. 2553 12:02 น.


นายวาณิช จรุงกิจอนันต์ กวีซีไรท์จากเรื่องสั้นชุด "ซอยเดียวกัน" เสียชีวิตอย่างสงบเช้าวันนี้ที่โรงพยาบาลพร้อมมิตร เนื่องจากเป็นลูคีเมียเฉียบพลันมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2552 โดยญาติจะทำพิธีรดน้ำศพในเวลา 17.00 น.วันนี้ที่ ศาลา 5 วัดธาตุทอง จากนั้นจะตั้งสวดพระอภิธรรมในวันนี้และวันพรุ่งนี้ที่ศาลา 5 เช่นกัน ก่อนเคลื่อนย้ายศพไปตั้งสวดพระอภิธรรมต่อที่ศาลา 10

ขอขอบคุณ เนชั่นทันข่าวค่ะ


Create Date : 16 พฤษภาคม 2553
Last Update : 16 พฤษภาคม 2553 13:49:19 น. 17 comments
Counter : Pageviews.

 
นายวาณิช จรุงกิจอนันต์ เกิดเมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๑ ที่อำเภอบางปลาม้า จังหวัด สุพรรณบุรี สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนบางปลาม้า สุงสุมารผดุงวืทย์ ชั้นมัธยมศึกษาต้นปลายจากโรงเรียนช่างศิลป์ ปริญญาตรี สาขาวิชาภาพพิมพ์ จากคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์จากมหาลัยศิลปากร และปริญญาโท สาขาวิชาเดียวกัน จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เคยทำงานนิตยาสาร เขียนบทละครและบทภาพยนตร์ ปัจจุบันทำงานแผนกละคร บริษัทแกรมมี่ เอนเทอร์เทนเมนท์ จำกัด และเขียนคอลัมน์ประจำในหนังสือมติชนสุดสัปดาห์

วาณิช เริ่มงานประพันธ์ด้วยการแต่งกลอนขณะศึกษาอยู่ในโรงเรียนช่างศิลป์และมหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อไปศึกษาต่อต่างประเทศ เขียนสารคดีชุด จดหมายถึงเพื่อน ตีพิมพ์ในนิตยสารลลนา ซึ่งได้รับความนิยมมาก ครั้นสำเร็จการศึกษาก็หันมายืดอาชีพนักเขียน งานประพันธ์มีหลายประเภท บทกวี ได้แก่ บันทึกแห่งการเดินทาง (พ.ศ. ๒๕๒๒) สารคดี เช่น จดหมายถึงเพื่อน (พ.ศ. ๒๕๑๗) ไร้สารคดี ชุด เพื่อนผู้อยู่ในบ้าน (พ.ศ. ๒๕๒๒)ฯ สารคดีท่องเที่ยว เช่น เลาะยุโยปและรอยยิ้มแห่งเอเชีย (พ.ศ. ๒๕๒๕) ล่องยุโรปใต้ (พ.ศ. ๒๕๒๒) สวัสดีครับคุณผู้หญิง (พ.ศ. ๒๕๒๒) เรื่องสั้น ได้แก่ ซอยเดียวกัน (พ.ศ.๒๕๒๗) วรรณกรรมสำหรับเด็ก เช่น เด็กชายกมลเที่ยวบ้านทุ่ง (พ.ศ. ๒๕๒๑)เขี้ยวสิงโต (พ.ศ. ๒๕๒๒)ฯ นวนิยาย เช่น เคหาสน์ดาว (พ.ศ. ๒๕๒๖) แม่เบี้ย (พ.ศ. ๒๕๓๐)ฯ เรื่องสั้น ชุด ซอยเดียวกัน ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเชียน ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๒๗

ขอขอบคุณ ข้อมูล : ห้องสมุดกลางโรงเรียนลำปางกัลยาณี


โดย: sirivinit วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:13:29:46 น.  

 
ประวัติย่อ
วาณิช จรุงกิจอนันต์ เกิดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2491 ที่อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 5 คน บิดาทำงานโรงสีข้าว มารดาทำขนมขาย

การศึกษา

พ.ศ. 2507 จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนบางปลาม้า "สูงสุมารผดุงวิทย์" อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี

พ.ศ. 2510 จบหลักสูตรประโยคประถมการช่างจากโรงเรียนช่างศิลป์ กรมศิลปกร กรุงเทพฯ

พ.ศ. 2515 จบหลักสูตรปริญญาตรีจากคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และการพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปกร (ศิลปบัณฑิตสาขาภาพพิมพ์)

พ.ศ. 2520 จบหลักสูตรปริญญาโท จากคณะศิลปะมหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนีย เมืองลองบีช ประเทศสหรัฐอเมริกา (ศิลปมหาบัณฑิตสาขาวิชาภาพพิมพ์)

ประวัติงาน

พ.ศ. 2515 เมื่อเรียนจบปริญญาตรี ไปสมัครงานทำงานหนังสือที่ "สตรีสาร" อาจารย์นิลวรรณ ปิ่นทอง รับไว้ให้ช่วยงานตอนเย็นๆ กลางวันไปทำงานที่ฝ่ายศิลป์ที่หนังสือพิมพ์ "ประชาธิปไตย" รายวัน

พ.ศ. 2516 ทำงานฝ่ายศิลป์ หน่วยออกแบบธนาคารกสิกรไทย จนกระทั้งเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อต้นปี 2518

พ.ศ. 2521 กลับจากสหรัฐอเมริกา ไปทำงานนอกเวลาที่นิตยสาร "สรีสาร" เหมือนเดิมพร้อมกับทำงานที่บริษัทพรีเมียร์ พับลิบลิชชิ่ง ทำงานวารสารบ้านของการเคหะแห่งชาติและทำงานอื่นอีกหลายแห่ง รวมทั้งเป็นนักเขียนอิสระไปด้วยจนในที่สุดเข้าไปทำงานประจำแผนกละคร บริษัทแกรมมี่เอนเทอร์เทนเมนท์ จำกัด และเป็นนักเขียนประจำให้แก่บริษัท มติชน จำกัด

ในส่วนที่เกี่ยวกับงานประพันธ์ วาณิช จรุงกิจอนันต์ หัดแต่งกลอนตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมศึกษา มีผลงานกลอนตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร "แม่บ้านการเรียน" ปี 2507 และสนใจการเขียนกลอนเรื่อยมา เริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย เคยเป็นนักกลอนทีมศิลปากรชนะเลิศแข่งขันโต้กลอนสดระดับอุดมศึกษา ปี 2515 และมีเรื่องสั้น 3-5 เรื่อง ได้พิมพ์ในหนังสือวรรณศิลป์ หนังสือรับน้องของมหาวิทยาลัยศิลปกร และหนังสือรับน้องของโรงเรียนช่างศิลป์ ส่วนผลงานเรื่องสั้นเรื่องแรกที่ได้ลงพิมพ์ในนิตยสารทั่วไปชื่อ "ในคืนแห่งความเซ็ง" ในนิตยสาร "ลลนา" รายปักษ์ เมื่อ พ.ศ. 2515 และเริ่มเขียนคอลัมน์ประจำเกี่ยวกับเพลงลูกทุ่งหนังสือพิมพ์ "ประชาชาติรายวัน" เมื่อ พ.ศ. 2517 แต่ที่สร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางคือ งานเขียนชุด "จดหมายถึงเพื่อน" ซึ่งเขียนเล่าเรื่องระหว่างไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา โดยเสนอในรูปแบบจดหมายที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน แล้วส่งจากสหรัฐอเมริกามาลงในนิตยสาร "ลลนา" ตั้งแต่ปี 2518 รวมจดหมายทั้งหมดได้ 20 ฉบับ เมื่อกลับจากสหรัฐอเมริกาจึงยึดการประพันธ์เป็นอาชีพจริงจังขึ้น มีผลงานหลายรูปแบบทั่งเรื่องสั้น นวนิยาย ร้อยกลอง บทความ สารคดี บทละครโทรทัศน์ บทภาพยนตร์ และงานเขียนเบ็ดเตล็ดที่โดดเด่นในการใช้สำนวนกวนอารมณ์ขันอีกมากซึ่งนอกจากจะปรากฎอยู่ในนิตยสารและหนังสือพิมพ์หลายฉบับแล้ว ยังมีผลงานรวมพิมพ์เป็นเล่มเผยแพร่อยู่เสมอหลายเรื่องได้รับรางวัลจากองค์กรต่างๆ



นามปากกา

สุริยฉาย (ตอบปัญหาชีวิตใน "ลลนา" )และใช้นามจริงเป็นส่วนมาก

งานเขียนครั้งแรก

มีผลงานกลอนตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร "แม่บ้านการเรียน" ปี 2507



ผลงานรวมเล่ม

- เรื่อง "เด็กชายกมลเที่ยวบ้านทุ่ง" ได้รับรางวัลดีเด่นประเภทหนังสือสำหรับเด็กในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปี 2521

- เรื่อง "เมนูผู้กล้าหาญ" ได้รับรางวัลชมเชยประเภทหนังสือสำหรับเด็กในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปี 2523

- เรื่อง "ลูกเสือหาเหยื่อให้แม่" ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ การประกวดหนังสือการ์ตูนสำหรับเด็กของธนาคารกสิกรไทย จำกัด ปี 2524

- เรื่อง "เลาะยุโรป ได้รับรางวัลชมเชยประเภทสารคดีในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปี 2525

- เรื่อง "ซอยเดียวกัน" ได้รับรางวัลซีไรต์ หรือรางวัลวรรณากรรมสรางสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน ประเภทรวมเรื่องสั้น ปี 2527

- เรื่อง "แม่เบี้ย" ได้รับรางวัลชมเชย ประเภทนวนิยายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปี 2530

นอกจากนี้ยังมีบทกวีที่ได้รับการยกย่องจากกลุ่ม "วรรณกรรมพินิจ" หลายชิ้น เรื่อง "มิชิแกนเทสต์" ได้รับคัดเลือกแปลเป็นภาษาอังกฤษโดยเบน แอนเดอร์สัน และนวนิยายหลายเรื่อง เช่น แม่เบี้ย ตุ๊กตา และ เคหาสน์ดาว มีผู้นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง วณิช จรุงกิจอนันต์ สมรสกับ ทอรุ้ง จรุงกิจอนันต์ อาจารย์ประจำสถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีบุตรหญิงและชายรวม 3 คน คือ เพกา กงพัด และ สงฟาง โดย วาณิช จรุงกิจอนันต์ ยึดการประพันธ์เป็นอาชีพตลอดมา และมีผลงานเผยแพร่อยู่เสมอ



เกียรติยศที่ได้รับ

- เด็กชายกมลเที่ยวบ้านทุ่ง ได้รับรางวัลดีเด่นประเภทหนังสือสำหรับเด็กในงานสัปดาห์หนังสือ แห่งชาติ ปี 2521

- เขี้ยวสิงโต ได้รับรางวัลชมเชยประเภทหนังสือสำหรับเด็กในงานสัปดาห์หนังสือ แห่งชาติ ปี 2522

- แม่หนูผู้กล้าหาญ ได้รับรางวัลชมเชยประเภทหนังสือสำหรับเด็กในงานสัปดาห์หนังสือ แห่งชาติ ปี 2523

- ลูกเสือหาเหยื่อให้แม่ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ การประกวดหนังสือการ์ตูนสำหรับเด็กของธนาคารกสิกรไทย ประจำปี 2524

- เลาะยุโรป ได้รับรางวัลชมเชยประเภทสารคดี ในงานสัปดาห์หนังสือ แห่งชาติ ปี 2525

- ซอยเดียวกัน ได้รับรางวัลซีไรท์ ปี 2527

- แม่เบี้ย ได้รับรางวัลชมเชยประเภทนวนิยายในงานสัปดาห์หนังสือ แห่งชาติ ปี 2530

นอกจากนี้ก็มีเรื่องสั้นหลายเรื่องได้รับรางวัลจากกลุ่มวรรณกรรมพินิจ เรื่องสั้นมิชิแกนเทสต์ ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ แม่เบี้ย ตุ๊กตา และเคหาสน์ดาว มีผู้นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ และ ละครโทรทัศน์



ปัจจุบัน

เขียนเรื่องสนุกๆ ให้กับนิตยสาร ต่วย’ ตูน และเล่มอื่นๆ ตามโอกาส

ขอขอบคุณ http://www.praphansan.com


โดย: sirivinit วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:13:32:43 น.  

 
เปิดปมเงื่อนวาณิช จรุงกิจอนันต์ อดีต "คอลัมนิสต์" มติชนฟ้อง "มติชน"


เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม นายวาณิช จรุงกิจอนันต์ อดีตคอลัมนิสต์มติชนรายวัน มติชนรายสัปดาห์ และอดีต "เพื่อน" ผู้คุ้นเคยกับคนมติชน

ได้มอบหมายให้ทนายฟ้องอาญาสินไหมฐานหมิ่นประมาท ต่อ นายพิเชียร คุระทอง บรรณาธิการอำนวยการหนังสือพิมพ์มติชน เจ้าของคอลัมน์ทวนน้ำขวางโลก เป็นจำเลยที่ 1, นายสุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร บรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชน เป็นจำเลยที่ 2, และ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 3

ทั้งนี้ นายวาณิช ได้บรรยายฟ้องว่า

เมื่อระหว่างวันที่ 19 กันยายน 2548 ถึงวันที่ 20 กันยายน 2548 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งสามได้บังอาจสมคบร่วมกันกระทำผิดอาญาหมิ่นประมาทโจทก์ต่อประชาชนโดยการโฆษณาด้วยเอกสารหนังสือพิมพ์ ว่า

"โจทก์เป็นกรรมการอิสระและกรรมการฝ่ายตรวจสอบให้กับสองบริษัทของแกรมมี่ และในขณะเดียวกันมติชนเปิดพื้นที่ให้เวทีร่ายรำกาพย์กลอนอักษรศรีอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสด มติชนสุดสัปดาห์ และมติชนรายวัน เพราะว่าโจทก์เป็นมิตร โจทก์มาสังสรรค์กับเพื่อนพ้องในมติชนแทบจะทุกสัปดาห์ แต่เมื่อวันจันทร์สัปดาห์ที่แล้ว โจทก์กับไพบูลย์แกรมมี่ (นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม) ประกาศยึดกิจการของมติชนจากมือของคุณขรรค์ชัยที่โจทก์นับถือว่าเป็นพี่ และต่อหน้าคนมติชนที่โจทก์นับถือว่าเป็นเพื่อน

พฤติกรรมของโจทก์หาใช่มิตรแท้ ยิ่งในหมวดที่ว่าด้วยมิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ โจทก์สอบตกหมดทั้งหมวด ไม่ว่าจะเป็นการบอกความลับแก่เพื่อน การปิดความลับของเพื่อน รวมทั้งเมื่อเพื่อนมีภัยอันตรายไม่ทอดทิ้งกัน ถ้าโจทก์คิดว่าทางนี้ก็พี่ก็เพื่อน และทางโน้นก็เพื่อน โจทก์ควรไกล่เกลี่ยไม่ให้เพื่อนยึดกิจการของพี่ของเพื่อน แต่โจทก์กลับกระทำตรงกันข้าม สถานภาพของโจทก์ในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงมิตรเทียมเท่านั้น แต่พ่วงไว้ด้วย "กินบนเรือนขี้บนหลังคา" และ "ความเป็นไส้สึก-หนอนบ่อนไส้"

สำหรับข้อกล่าวหาใส่ความโจทก์ที่ว่า โจทก์ไม่บอกความลับแก่เพื่อนและการปิดความลับของเพื่อนนั้น โจทก์ในฐานะที่เป็นกรรมการอิสระและเป็นกรรมการฝ่ายตรวจสอบให้กับสองบริษัทของแกรมมี่ดังกล่าว โจทก์ย่อมจะต้องมีและรักษาไว้ซึ่งจรรยาบรรณและจริยธรรมในหน้าที่การงานที่รับผิดชอบที่จะไม่เอาความลับของบริษัทหนึ่งไปบอกกับอีกบริษัทหนึ่ง แต่จำเลยทั้งสามก็หาได้เข้าใจในจริยธรรมและจรรยาบรรณที่โจทก์จำต้องรักษาไว้ไม่

กรณีข้างต้นเห็นได้ว่า เมื่อฝ่าย นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ที่ได้ซื้อหุ้นของบริษัทจำเลยที่ 3 มาตามทางการซื้อขายตามปกติโดยสุจริตในทางการค้า จนเป็นผู้ถือหุ้นข้างมาก ที่จะมีสิทธิในการบริหารกิจการของบริษัทตามสิทธิของผู้ถือหุ้น แต่ก็หาได้ใช้สิทธินั้นเข้ายึดกิจการบริษัทจำเลยที่ 3 ตามที่จำเลยทั้งสามเข้าใจไม่ โจทก์ และ นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม มิได้ประกาศยึดกิจการของมติชนจากมือของ คุณขรรค์ชัย บุนปาน ตามที่ได้ลงพิมพ์ข้อความใส่ความโจทก์ในหนังสือพิมพ์ของจำเลยที่ 3 แต่ประการใดไม่

และข้อความที่ว่า พฤติกรรมของโจทก์หาใช่มิตรแท้ในนิยามของพุทธศาสนาแต่อย่างใด และข้อความที่ว่า ว่าด้วยมิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ โจทก์สอบตกหมดทั้งหมวดนั้น ทำให้ผู้ที่ไม่รู้ซึ้งถึงความจริงดูหมิ่นและเหยียดหยามโจทก์ เข้าใจโจทก์ไปในทางที่เสียหายว่า โจทก์เป็นบุคคลที่ไม่ใช่มิตรแท้ไม่น่าที่จะคบหาเป็นเพื่อน เป็นคนที่ไม่น่าคบหาสมาคมด้วย ไม่มีความจริงใจต่อพรรคพวกเพื่อนฝูง

สำหรับข้อความที่ลงพิมพ์ว่า โจทก์เป็นเพียงมิตรเทียมเท่านั้น แต่พ่วงไว้ด้วย "กินบนเรือนขี้บนหลังคา" นั้น ทำให้บุคคลหรือประชาชนที่ได้อ่านข้อความในหนังสือพิมพ์ของจำเลยที่ 3 เข้าใจผิด คิดว่าโจทก์เป็นคนไม่ดี เป็นมิตรเทียม เป็นคนไม่รู้จักบุญคุณคนและเป็นคนเนรคุณคน

ส่วนข้อความที่ว่า "โจทก์เป็นไส้ศึก-หนอนบ่อนไส้" นั้น ก็ทำให้บุคคลหรือประชาชนที่ไม่รู้ซึ้งถึงความจริงเข้าใจโจทก์ไปในทางที่เสียหายว่า โจทก์เป็นคนไม่รักษาความลับ ไม่มีจริยธรรมและจรรยาบรรณ นำความลับในหมู่พวกไปบอกแก่ปฏิปักษ์ คิดคดทรยศและหักหลังพรรคพวกเดียวกัน


ส่วนเรื่องการปกปิดความลับของเพื่อนที่จำเลยที่ 1 เขียนข่าวให้ร้ายป้ายสีแก่โจทก์ว่า เมื่อโจทก์รู้ว่าบริษัท จี เอ็ม เอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) โดย นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม จะเข้าซื้อหุ้นบริษัทจำเลยที่ 3 ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้น เป็นมิตรแท้ที่ร่วมสุขร่วมทุกข์กันมากับ นายขรรค์ชัย บุนปาน โจทก์ชอบที่จะบอกกล่าวในเรื่องดังกล่าวให้แก่ นายขรรค์ชัย บุนปาน ได้รับทราบและไกล่เกลี่ยกันนั้น

โจทก์ขอประทานกราบเรียนต่อศาลว่าจำเลยทั้งสามทราบดีอยู่แล้วว่าโจทก์เป็นกรรมการ บริษัท จี เอ็ม เอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) โจทก์ไม่สามารถที่จะนำเรื่องซื้อหุ้นบริษัทจำเลยที่ 3 ของ บริษัท จี เอ็ม เอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเรื่องความลับและข้อมูลภายในของบริษัทไปบอกแก่บุคคลใดได้

เพราะหากโจทก์นำข้อมูลภายในดังกล่าวไปบอกแก่บุคคลใดแล้ว นอกจากโจทก์จะต้องรับผิดในทางอาญาแล้ว ยังอาจถูกบุคคลอื่นฟ้องร้องให้รับผิดทางแพ่งในฐานเปิดเผยความลับข้อมูลภายในของบริษัทได้ด้วย

อีกทั้งการซื้อหุ้นบริษัทจำเลยที่ 3 ของ บริษัท จี เอ็ม เอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) ก็เป็นการซื้อโดยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็สามารถจะเข้าซื้อหุ้นได้

โจทก์ไม่ใช่คนประเภทที่สุภาษิตโบราณกล่าวไว้ว่า "กาคาบข่าว" ที่จะนำความลับไปไขในที่แจ้ง โจทก์เป็นผู้ยึดถือ ยึดมั่นและมีความรับผิดชอบทางจริยธรรมทั้งต่อเพื่อนๆ และพี่ๆ

หาใช่คนเลวทรามต่ำช้าเยี่ยงที่จำเลยที่ 1 เขียนข้อความหมิ่นประมาทโจทก์และบิดเบือนต่อความจริงไม่

การที่จำเลยทั้งสามหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์โดยการโฆษณาด้วยเอกสารหนังสือพิมพ์ของจำเลยที่ 3 ดังที่โจทก์ได้กราบเรียนต่อศาลข้างต้นนั้น ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงเกียรติคุณและทางทำมาหาได้ของโจทก์ ทำให้โจทก์ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังจากประชาชนทั่วไปที่ได้อ่านข้อความในหนังสือพิมพ์ของจำเลยที่ 3

ทั้งนี้โดยจำเลยทั้งสามไม่มีความชอบธรรมที่จะหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ตามที่ได้ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ของจำเลยที่ 3 ข้างต้นได้เลย สำหรับมูลกรณีที่จำเลยทั้งสามได้กระทำผิดอาญาต่อโจทก์ตามฟ้องนี้ สืบเนื่องมาจากกรณีดังที่โจทก์จะขอประทานกราบเรียนต่อศาลคือ

เนื่องจาก บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อซื้อขายหุ้นของจำเลยที่ 3 ในตลาดหลักทรัพย์ ดังนี้ เมื่อ บริษัท จี เอ็ม เอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท จี เอ็ม เอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) โดย นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ได้ซื้อหุ้นของบริษัทจำเลยที่ 3 ตามทางซื้อขายหุ้นตามปกติ จนมีจำนวนเป็นผู้ถือหุ้นข้างมาก นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม จึงได้ขอให้โจทก์ผู้เป็นกรรมการฯ บริษัท จี เอ็ม เอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท จี เอ็ม เอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ซึ่งรู้จักชอบพอกับ นายขรรค์ชัย บุนปาน และผู้บริหาร บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ให้ช่วยทำความเข้าใจกับ นายขรรค์ชัย บุนปาน และผู้บริหาร บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 3 ว่า ถึงแม้ฝ่าย นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม จะเป็นผู้ถือหุ้นข้างมากก็จะไม่เข้าไปบริหารกิจการของบริษัทจำเลยที่ 3 เพื่อเป็นการยืนยันเจตนาของ นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ดังกล่าว จึงได้ขอให้โจทก์ร่วมกันไปทำความเข้าใจกับ นายขรรค์ชัย บุนปาน

โจทก์หวังในเจตนาดีของ นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ที่มีต่อผู้บริหารบริษัทจำเลยที่ 3 และเพื่อประสานให้เกิดความเข้าใจของ นายขรรค์ชัย บุนปาน กับ นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม โจทก์จึงได้ทำหน้าที่ประสานความเข้าใจของทั้งสองฝ่ายข้างต้น แต่จำเลยทั้งสามกลับมองโจทก์ไปในแง่ร้าย ดังที่ได้เขียนข้อความหมิ่นประมาทโจทก์ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ของจำเลยที่ 3

จำเลยทั้งสามได้ดูหมิ่น หมิ่นประมาทโจทก์ โดยจงใจที่จะให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยไม่สุจริต ทั้งนี้ เนื่องจากปัญหาจากการซื้อขายหุ้นของบริษัทจำเลยที่ 3 กับ บริษัท จี เอ็ม เอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท จี เอ็ม เอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) นั้น ได้ยุติลงก่อนหน้าที่จำเลยทั้งสามจะได้ลงพิมพ์ข้อความในหนังสือพิมพ์ของจำเลยที่ 3 แล้ว โดยเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2548 นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม กับ นายขรรค์ชัย บุนปาน ได้ทำความเข้าใจตกลงกันในปัญหาต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดมีขึ้นแล้วได้ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนให้เป็นที่ทราบกันทั่วไปถึงความตกลงกันแล้ว แต่หลังจากนั้นต่อมาจำเลยทั้งสามจึงได้กระทำความผิดต่อโจทก์ดังกล่าวข้างต้น อันเป็นการกระทำโดยเจตนาที่จะให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์

รายละเอียดโจทก์จะขอนำสืบเสนอต่อศาลในชั้นพิจารณา

การกระทำของจำเลยทั้งสามดังกล่าวข้างต้น มิได้ทำให้เสียหายเพียงเฉพาะตัวโจทก์เท่านั้น แต่ได้เสียหายไปถึงภรรยาโจทก์ที่เป็นอาจารย์ในตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยของรัฐ และเสียหายไปถึงบุตรโจทก์อีก 3 คน ซึ่งบุตร 2 คน กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยด้วย

รวมทั้งเสียหายไปถึงคนในตระกูล "จรุงกิจอนันต์" ที่มีฐานะความรับผิดชอบและตำแหน่งหน้าที่การงานที่สำคัญทางสังคมต้องพลอยได้รับความเสียหายไปด้วย

โจทก์ขอประทานกราบเรียนต่อศาลว่า โจทก์ได้สร้างสมคุณงามความดีมาด้วยความยากลำบากเป็นเวลาค่อนชีวิต

โจทก์สำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาตรี จากคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สำเร็จชั้นปริญญาโท สาขาศิลปะ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

โจทก์ได้สร้างคุณค่าทางวรรณกรรมให้ปรากฏแก่สังคมจนได้รับรางวัลต่างๆ หลายรางวัลจากสถาบันที่มีชื่อเสียง บทประพันธ์และข้อเขียนของโจทก์ได้รับรางวัลดีเด่นประเภทหนังสือสำหรับเด็กของกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (รางวัลซีไรท์) ฯลฯ

นอกจากนี้ โจทก์ยังเป็นนักเขียนบทละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ บทประพันธ์ของโจทก์หลายเรื่องเป็นที่แพร่หลายได้รับความนิยมจากประชาชน เช่น บทภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่องสี่ยอดกุมาร, สิงหไกรภพ, ขวานฟ้าหน้าดำ, แม่เบี้ย, จักรยานสีแดง, วังน้ำวน ฯลฯ

การที่จำเลยทั้งสามได้สมคบร่วมกันจงใจไขข่าวทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชังจากบุคคลทั่วไป ทำให้ประชาชนทั่วไปและบุคคลที่รู้จักกับโจทก์ขาดความเชื่อถือ เข้าใจว่าโจทก์เป็นคนไม่ดี เป็นคนเนรคุณคน และเป็นคนคิดคดทรยศ หักหลังเพื่อนๆ พี่ๆ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก

โจทก์จึงขอคิดค่าสินไหมทดแทนความเสียหายจากจำเลยทั้งสามอันเกิดแก่ความเสียหายทางชื่อเสียง เกียรติคุณ และทางทำมาหาได้ หรือทางเจริญในหน้าที่การงานของโจทก์เป็นจำนวน 30,000,000 บาท (สามสิบล้านบาทถ้วน) พร้อมดอกเบี้ยของเงินต้นดังกล่าวในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป

นางทอรุ้ง จรุงกิจอนันต์ ภรรยานายวาณิช อธิบายเหตุที่ฟ้องร้องครั้งนี้ว่า

"ในบทความชื่อ มิตรแท้ มิตรเทียม ที่นายพิเชียรเขียนถึงวาณิช ถือเป็นการหมิ่นประมาทอย่างรุนแรง โดยที่มีเนื้อหาไม่ตรงกับข้อเท็จจริง"

"ความจริงในตอนแรกจะฟ้องนายพิเชียรเพียงคนเดียวในคดีอาญา แต่หลังจากทำจดหมายไปถึง นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการเครือมติชน เพื่อจะขอเข้าไปพูดคุยด้วย และให้ลงขอโทษในหนังสือพิมพ์เป็นจำนวน 3 ฉบับติดต่อกัน แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ และยังแสดงความไม่พอใจอีกด้วย จึงตัดสินใจทำการฟ้องร้องดังกล่าว"

อนึ่ง การฟ้องร้องครั้งนี้ มีมูลเหตุมาจากกรณีที่ บริษัท จี เอ็ม เอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) ของ นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จี เอ็ม เอ็ม มีเดีย เข้าซื้อหุ้นบริษัท มติชน เป็นจำนวนร้อยละ 32.23 เพื่อหวังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และเตรียมส่งคนเข้าบริหาร กระทั่งมีกระแสคัดค้านจากสังคม โดยเฉพาะคนในวงการสื่อ เนื่องจากนายไพบูลย์มีความใกล้ชิดกับรัฐบาล จนในที่สุด มีการเจรจาถอนการซื้อหุ้นเหลือร้อยละ 22.23 โดยนายวาณิชถือเป็นผู้ร่วมงานกับมติชนมาเกือบ 30 ปี ขณะเดียวกัน ก็เป็นที่ปรึกษาและกรรมการ บริษัท จี เอ็ม เอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) ด้วย จึงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่านายวาณิชรู้เห็นกับการเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้

นายพิเชียร คุระทอง จำเลยที่ 1 ยืนยันว่าได้พูดความจริง เขียนความจริง และจะต่อสู้คดีจนถึงที่สุด


ขอขอบคุณ มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 23-29 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 26 ฉบับที่ 1323


โดย: sirivinit วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:00:47 น.  

 
ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของคุณวาณิชด้วยนะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:25:16 น.  

 
เคยอ่านบทความสั้น ๆ ของเขาค่ะ



โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:16:23:19 น.  

 
ประวัติของท่าน .. น่าสนใจมากเลยค่ะ
ขอบคุณที่นำมาฝากกันนะคะ ^^


โดย: star_paradise วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:34:26 น.  

 
ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของท่านด้วยครับ...
แต่ผลงานของท่านจะยังคงอยู่ตลอดไปไม่ไปไหนครับ...


โดย: ตาติ๊ก...ครับ (สกุลเพชร ) วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:14:22 น.  

 
แวะมาอ่านประวัติของท่านค่ะ
มาอย่างธรรมชาติ เป็นไปอย่างธรรมชาติ และกลับคืนสู่ธรรมชาติ


วาณิช จรุงกิจอนันต์
ขอไว้อาลัยด้วยคนค่ะ


แอมอร




โดย: peeamp วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:37:48 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่วิขา ^^

เปิดเทอมแล้วค่ะ ..
งานเข้านิดหน่อยค่ะ
คิดถึงเสมอนะคะ เดี๋ยวแว๊บๆ มาอ่านอีก


โดย: star_paradise วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:19:27 น.  

 


เคยอ่านเรื่องที่ท่านเขียน
ชอบงานเขียนของท่านค่ะ
"ซอยเดียวกัน"






โดย: thi_noi วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:29:36 น.  

 
แวะมาส่งยิ้มค่ะ
คิดฮอดคิดถึงเช่นกันค่ะพี่วิ

^______^


โดย: thi_noi วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:06:51 น.  

 
พี่ก็ว่ามันออกจะโล้นๆอยู่นะคะ
ขอบคุณค่ะ เจอคุณครูภาษาอังกฤษมาตรวจการบ้านให้ซะแว้ววว อิ อิ
พี่ขี้เกียจน่ะ เขียนไปเรื่อย ไม่ได้ตรวจทานกันเลยค่ะ

นั่นสิยี่ห้อใหม่555


แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:59:23 น.  

 
ราตรีสวัสดิ์นะคะ


แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:03:44 น.  

 
หลับฝันดีค่ะพี่วิ

Take care ka

สู้ๆๆ


โดย: thi_noi วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:34:04 น.  

 
พอเห็นเอสเอ็มเอสส่งข่าวมา
ถึงการเสียชีวิตของน้าวาณิช
แม้ไม่ได้เกี่ยวข้องแต่ประการใด
แต่ตามอ่านหนังสือที่น้าวาณิชเขียน
แล้วเศร้าสลดด้วยความอาลัยเลยล่ะน้องวิ
ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวน้าวาณิชด้วยคนค่ะ
..........................
..........................
จากบ๊อกพี่อุ้ม
เรื่องลดน้ำหนักของน้องอัลฟาฟ่า
เรื่องความอ้วน
ต้องบอกน้องปุ้มคุณแม่ในภาพสุดท้ายเขานะจ๊ะ
เพราะน้องเขากลับจ.อุบลราชธานีแล้วล่ะ
มาให้พี่อุ้มพาเที่ยวเขาดินและสวนสยาม
แค่นั้นจ้า


โดย: อุ้มสี วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:59:55 น.  

 
รวมไว้อาลัยด้วยคนครับ


โดย: วาโย (wayoodeb ) วันที่: 21 พฤษภาคม 2553 เวลา:12:08:34 น.  

 
เพิ่งรู้ว่าเค้ามีเรื่องฟ้องร้องกัน
แต่ก็เสียใจจากการจากไปของเค้า ชอบเรื่องเค้าเขียนค่ะ


โดย: magic-women วันที่: 27 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:14:35 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
sirivinit
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 207 คน [?]






2556

2555

น้ำใจจากคุณ krittut 2554

2553


สิริสวัสดิ์วรวาร เปรมปรีดิ์มานรื่นรมณีย์นะคะ ยินดีต้อนรับ สู่บล็อกของคนใฝ่รู้สำหรับผู้ใส่ใจใฝ่รู้ค่ะ

เชิญอ่านตามสบายนะคะ
มีดีๆ ให้คุณได้ทราบหลากหลายค่ะ

๑ - ๑/๑ ฉันรักในหลวง
๒ ๓ ๑๐ ๑๕ ๓๐ ๒๔ ๕๙ ๖๓ ๙๐ ๙๘. ธรรมะ
๔ - ๔/๑ รวมพลคนดัง
๕. ศาสนาพุทธสุดประเสริฐ
๖. ความรู้ทั่วไปในศาสนาพุทธ
๘ - ๙/๑ ไม้ดอก ไม้ใบ
๑๑ - ๑๑/๑ เกม
๑๒. ๓๗. ๔๐-๔๓. ๕๓. ๗๕. ๘๖. ศิลปะเทศ
๑๔ - ๑๔/๑. ๒๐๘. ข่าวคนดังเทศ
๑๖. ประวัติศาสตร์ไทย
๑๙. ๒๒. ราชวงศ์ไทย
๒๐. ๑๑๖ - ๑๑๖/๒ ๑๙๐ - ๑๙๐/๒ ละคร ทีวี ซีรีย์
๒๑. ๓๑. ๒๐๘. ราชวงศ์เทศ
๒๔. นักเขียนไทย
๒๔/๑. กลอนชั้นบรมครู
๒๙/๑ - ๒๙/๒ โปสการ์ดจากเพื่อนบล็อก
๓๓. สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
๓๙ - ๓๙/๓. ๑๘๑ - ๑๘๑/๒ สุธาโภชน์รสเลิศล้ำ
๔๑. ๔๒. ๕๐. ๕๘.๖๐.๖๑. ๘๖. นักบุญ มหาวิหาร
๕๗. ปราสาท พระราชวัง คฤหาสน์เทศ
๖๒. วัด
๖๕ - ๖๕/๑ การ์ตูน
๖๕/๒. นิทานเซน
๖๗. ความตายมาพรากให้จากไป
๖๙ - ๖๙/๒ สารพัดสัตว์
๗๔. สุนัข
๗๖. อุทยานสวรรค์
๗๗. ซูเปอร์แมน - แบทแมน
๗๘ - ๘๓. แสตมป์สะสม
๘๕. หนังสือสะสม
๘๗ - ๘๗/๒ ๒๑๕ ข่าวกีฬา
๘๙. ๘๙/๑ จีนแผ่นดินใหญ่
๙๐/๑ .ทิเบต
๙๑. จันทร์สูริย์ดารา
๙๒. พระปิยมหาราช
๙๓ - ๙๓/๒ ภาพยนตร์
๙๔ - ๙๔/๓ ยานยนต์
๙๕ - ๙๕/๑ ดูดวง
๙๖ - ๙๖/๑ . ๒๑๑ วิทยาศาสตร์
๙๗ - ๙๗/๑. ๒๐๙ แวดวงวรรณกรรม
๙๘. ภาพพุทธประวัติ
๙๙. ๑๒๗ - ๑๒๗/๑ ดนตรี
๑๐๑. ป้าย R สะสม
๑๐๒. บัตรภาพตราไปรฯสะสม
๑๐๓. DIY
๑๐๘ - ๑๐๘/๑ หนังสือ
๑๑๑ ๑๑๒ ๑๑๔ ๑๑๘ ๑๑๙ ๑๒๑-๑๒๔ ๑๒๖ ๑๒๙ ๑๓๐ ๑๓๒-๒๐๗ ๒๑๐-๒๑๕ข่าวทั่วไป
๑๑๓ - ๑๑๓/๑ บ้านสวย
๑๑๕. พระเครื่อง
๑๒๐. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
๑๒๓. เจ้าฟ้าเพชรรัตน์ฯ
๑๒๕. เหรียญที่ระลึก
๑๒๕/๑ เหรียญสะสมต่างประเทศ
๑๒๕/๒ เหรียญที่ระลึกจังหวัด
๑๒๕/๓ ธนบัตรที่ระลึก
๑๒๕/๔ บัตรโทรศัพท์
๑๒๕/๕ กล่องไม้ขีด และอื่นๆ

๑๓๑. เรื่องสั้นชั้นครู

๑๖๔. บล็อกพิเศษ วันเดียวอั๊พ ๑๐๐ เอนทรี่ให้คุณป้า"ร่มไม้เย็น"ชม

๑๙๓. คดีเขาพระวิหาร
๒๑๒. ศิลปะ
๒๑๖. ข่าวทั่วไปล่าสุด
๒๑๗. วิถีแห่งอำนาจบูเช็กเทียน

เปิดบล็อก 1 มกราคม 2552



ขอบคุณ
ภาพประกอบจาก

Katai_Akiko
ร่มไม้เย็น
สายหมอกและก้อนเมฆ
เจียวต้าย
AppleWi
ข้ามขอบฟ้า
Dingtech
krittut_48
กรอบ ป้ามด

เพลงประกอบจาก

ลงสะพาน...เลี้ยวขวา



free counters
8.27 น. 25 ส.ค.54



Friends' blogs
[Add sirivinit's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.