รักไม่ยุ่ง มุ่งหักอกสาวๆ
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
12 ตุลาคม 2554
 
All Blogs
 
ลักษณะเฉพาะที่ไม่ดีของคนไทยในต่างแดน ภาค 2

คราวที่แล้วติดเรื่องนิสัยไม่ดีของคนไทยไว้ที่ข้อ 3 คือคนไทยมีการแบ่งแยกชนชั้น แหยต่อชนชั้นที่มีอำนาจกว่า และกดชั้นที่คิดว่าต่ำกว่าตัว เรื่องนี้ จขบ สังเกตุเห็นด้วยตัวเอง คนทำอาจจะไม่รู้ตัวหรอก แต่มันแสดงออกมาให้เห็นค่อนข้างชัดและสังเกตุได้ง่ายมาก


นายประกอบมาอยู่ ตปท ในฐานะที่เป็น นร ทุน เคยทำงานมาก็อยู่ในอาชีพที่มีคนนับหน้าถือตามาบ้าง มาอยู่เมืองนอกเมืองนา สัมผัสกับสังคมคนไทย ก็เลยนับว่าได้รับการนับถือพอสมควร ไม่มีคนไทยมาดูถูกดูหมิ่นให้เห็นชัดเจนนัก แม้จะโครตจนต้องทำงานพิเศษอาชีพใช้แรงงานทั้งหลาย ทั้งทำความสะอาด เด็กเสริฟ หรือขับ taxi ป้ายดำ



สำหรับสังคมนักเรียนไทย อย่างใน ม ไกลปืนเที่ยงนั้น เนื่องจาก ม นี้ ตอนก่อนประกอบมาก็นับว่าเป็น ม กลางๆ ค่อนไปทางสูง แต่พอมีคนหล่อๆ มาอยู่ อันดับก็เลื่อยปรู๊ดสูงขึ้นมาเป็น ม ท๊อปเท็นทันที (ต้องขอบคุณคนหล่อๆ แบบ จขบ รู้มั๊ย)



ก่อนที่ ม จะอันดับสูงแบบนี้ ก่อนหน้าก็ได้ชื่อว่ามีเงื่อนไขการขับเข้ายากอยู่แล้ว ทั้งเกรดเฉลี่ยที่ต้องสูง คะแนนภาษาที่ไม่ค่อยยืดหยุ่น (แต่ปีนี้ ม หน้าเงินขึ้น ยืดหยุ่นเงื่อนไขภาษามากขึ้นแล้ว ปีนี้ นร ไทยเลยมากเป็นประวัติการณ์ มากกว่า 40 คน) คนไทยเลยมาน้อย ทำให้กลายเป็นเป้าหมายสำหรับคน profile ดีๆ จากเมืองไทยจำนวนมาก



ดังนั้น นอกจากนายประกอบแล้วที่ซุปเปอร์ไวเซ่อร์หลงผิดรับมา นักเรียนไทยคนอื่นๆ จึงมี profile หรูเลิศทั้งนั้น จบจากจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ หรือ ม ชั้นนำในเมืองไทยเป็นส่วนใหญ่ ด้วยเกรดเฉลี่ย 3 กว่าๆ ขึ้นไปทั้งนั้น



อีกทั้งถึงเด็กที่มาเรียนนอกได้ พ่อแม่ต้องมีตังค์ระดับนึง เราจึงจะไม่เห็นการแบ่งแยกชนชั้นในกลุ่มนักเรียนไทยนัก เพราะแต่ละคนที่นี่ก็ไม่ธรรมดา กลับไทยไปก็คงเป็นชนชั้นกลางระดับสูงกันทุกคน แม้นักเรียนไทยจะมีการแบ่งกลุ่มตามความสนิทสนมกัน แต่จะไม่เห็นว่าใครดูถูกใคร



แต่เรื่องนี้แตกต่างออกไปมากในร้านอาหารไทย


ร้านอาหารไทยนั้น พวกในครัวจะมีพ่อครัว ซึ่งมีทั้งมือ 1 มือ 2 มือ 3 มีผู้ช่วย เช่นทำหน้าที่หั่นผัก จัดจาน มีเด็กล้างจาน ส่วนด้านนอกก็จะมีเด็กเสริฟกับผู้จัดการร้าน



พ่อครัวจะเป็นพ่อครัวเก่าที่มีประสบการณ์มาจากร้านอาหารหรือโรงแรมในไทยมาก่อน จนมาทำงานที่ UK ซึ่งทุกคนจะมีพื้นเพมาจากชนชั้นกลางระดับชาวบ้านหน่อย การศึกษาไม่เลิศเลอเหมือนกลุ่มนักเรียนไทย บ้างก็จบแค่ ป 6



ส่วนเด็กเสริฟก็มีทั้งกลุ่มนักเรียนทำงานพิเศษ และกลุ่มแม่บ้านมาทำ กลุ่มแม่บ้านก็ยังแบ่งได้อีกเป็นแม่บ้านที่มีการศึกษาหน่อย คือระดับ ป ตรีขึ้นไป กับประเภทน้องนางบ้านนาที่พื้นเพมาจากละดับล่างๆ หน่อยในสังคม เช่นเคยเป็นเด็กเชียร์เบียร์มาก่อนบ้าง หรือเคยทำงานแถวพัทยามาก่อนบ้าง



งานในร้านอาหาร พ่อครัวคือคนที่สำคัญที่สุด เพราะร้านจะไปรอดหรือไม่รอด รสชาดอาหารสำคัญมาก ดังนั้นกลุ่มพ่อครัวก็จะรู้ถึงสถานะอันสูงส่งในร้านของตน ดังนั้นจึงเป็นกลุ่มที่จะวางอำนาจมากหน่อย โดยเฉพาะ head chef



เมื่องานหนัก เหนื่อย กลุ่มพ่อครัวในร้านอาหารแห่งนี้ จะระบายความเครียดโดยการด่าเด็กเสริฟ หาเรื่องด่าหยาบๆ คายๆ ถึงกับขึ้นมึงขึ้นกู หรือหาเรื่องจับผิด เพื่อระบายความขุ่นข้องหมองใจของตนเอง ซึ่งเด็กเสริฟที่จะโดนหนักคือพวกกลุ่มแม่บ้าน ในขณะที่จะไม่กล้าด่าหรือใช้คำหยาบคายกับเด็กเสริฟกลุ่มนักเรียนนัก เพราะพวกพ่อครัวก็รู้อยู่ว่าพวกนี้แต่ละคนไม่ใช่ขี้ๆ



กลุ่มเด็กเสริฟนักเรียนเอง ก็ไม่ลงให้พวกพ่อครัวนัก เมิงจะมาวีน มาเหวี่ยงใส่กู กูไม่ลงให้นะเว้ย งานนี้กูทำหาเงินกินขนมเอามัน ทำขำๆ ไม่ต้องง้ออยู่แล้ว ถ้าแรงมาก็แรงตอบ ทำให้ไม่มีใครกล้าตอแยนัก



ดังนั้นกรรมหนักจึงตกลงยังกลุ่มเด็กเสริฟแม่บ้าน งานก็หนักอยู่แล้ว รายได้ต่ำ แถมยังต้องรองรับอารมณ์ไอ้พวกนี้อีก เพราะกลุ่มแม่บ้านเองก็ต้องง้องาน ไม่สามารถทำหยิ่งแบบเด็กนักเรียนได้ ส่วนใหญ่มา ตปท การศึกษาไม่สูง จะไปหางานทำสายอื่นๆ ในสภาวะขณะนี้ก็เป็นเรื่องยาก ทำให้ต้องอดทนมากเป็นพิเศษ



เด็กเสริฟเอง บางคนที่มีการศึกษาหน่อย ก็แสดงอาการเหยียดคนที่ดูสถานะต่ำกว่าตัวโดยไม่รู้ตัวก็มี มีเด็กเสริฟแม่บ้านคนหนึ่ง จบ ป ตรีมาจาก ม เอกชน มีสามีฝรั่ง น้องคนนี้จะชอบคบหากับกลุ่มเด็กเสริฟที่เป็น นร มาก ชวนไปบ้าน ไปเที่ยวด้วยกัน แต่กับเพื่อนร่วมงานที่เป็นเด็กชียร์เบียร์เก่า น้องคนนี้จะค่อนข้างทำตัวห่างเหิน ขนาดรอรถเมล์ด้วยกันยังเดินไปยืนห่างๆ ไม่กล้ารอรถเมล์ด้วย จนน้องเชียร์เบียร์เองก็รู้สึกได้



ปีที่แล้ว มี นร ไทยลูกคนดังในเมืองไทยมาสมัครเป็นเด็กเสริฟคนหนึ่ง น้องคนนี้มีพ่อเป็นคนดัง ในเมืองไทยใครๆ ก็รู้จัก แม้จะไม่ได้ใหญ่โตเป็นนักการเมืองดัง หรือมีอำนาจวาสนา แต่ก็ดังเพราะออกทีวีบ่อย มีภาพลักษณ์ของคนมีการศึกษา และมีฐานะ


เมื่อน้องคนนี้มาเป็นเด็กเสริฟบ้าง จึงได้รับการต้อนรับต่างออกไปจากเด็กเสริฟอื่นๆ ทั้งกลุ่มนักเรียนและแม่บ้าน
เช่นเมื่อน้องนี่มาทำงาน พนักงานทั้งหลาย ทั้งไอ้พวกพ่อครัว ผู้จัดการร้าน จะขมีขมันห่วงใยเป็นพิเศษ


"น้องดังกินข้าวรึยัง ไปกินข้าวก่อนนะ"
"น้องดังเหนื่อยรึเปล่าวันนี้"


มีการเตรียมสำรับพิเศษไว้ กลัวน้องดังไม่ได้กินข้าว รวมถึงมีการพูดถึงน้องดังลับหลัง โดยผู้จัดการขี้นินทาเจ้าเดิม


"น้องดังนี่เค้าดีนะ ติดดิ๊ดติดดิน ไม่มีลักษณะคุณหนูเลย เจอพี่ทีไรยกมือไหว้ตลอด"



พนักงานทั้งร้าน ยกเว้นพวกนักเรียนที่เฉยๆ แต่คนอื่น เป็นปลื้มชื่นชมน้องดังกันทั้งนั้นครับ ห่วงหาอาทรณ์ เอาใจใส่เป็นพิเศษ ถ้าน้องดังยอมพูดคุยด้วย ก็ปลื้มใจเหมือนมีเจ้าหญิงชั้นสูง ยอมลดตัวมาพูดคุยกับยาจก ไม่มีหรอกครับ ไอ้อารมณ์เสียแล้วอาละวาดใส่น้องดัง เป็นปลื้มกันทั้งร้านด้วย แปลกจริงๆ ทั้งพ่อครัวยันเด็กล้างจาน


เรื่องน้องดังไว้จะเล่าต่อวันหลัง ในหัวข้อที่ 4 คนไทยมีลักษณะถ้าได้เอาเปรียบแล้ว เล็กๆ น้อยๆ ขอให้ได้เอาเปรียบ ติดไว้ก่อน แต่ลงหัวข้อเรียกแขก 5 5 5



ครับ แค่มีพ่อเป็นคนดัง คุณจะได้รับสิทธิพิเศษสำหรับกลุ่มคนไทยที่เค้ารู้สึกว่าคุณสูงส่งกว่าขึ้นมาทันที โดยคุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนมีน้ำใจ ขยันขันแข็ง หรืออะไรบุคลิกอะไรเด่นเป็นพิเศษแต่อย่างใด คุณได้รับสิทธินั้นเดี๋ยวนี้ครับ แต่น้องดังก็ทำงานดีนะครับ ไม่อู้ไม่กินแรงเท่าไหร่นัก เรื่องงานนี่ให้ 8/10 เลย



สำหรับมุมมองของผมเอง ที่ได้ประสบพบเห็นเรื่องทำนองนี้ ท้งในไทย และมาเห็นต่อที่ต่างประเทศ ทำให้เราได้ตระหนักว่าเรื่องของระบบชนชั้น มันฝังแน่นจริงๆ ในลักษณะนิสัยคนไทย และอคติมันแสดงออกมาให้เห็นโดยไม่รู้ตัว ทั้งการดูถูก การแสดงอาการห่างเหิน การปลื้มอกปลื้มใจ


และคนที่ยิ่งมีปมด้อยเรื่องสถานะของตนมากเท่าไหร ยิ่งแสดงปมการแบ่งแยกชนชั้น การเหยียดหยามออกมายิ่งมากเท่านั้น มันน่าเศร้าครับ ที่คนไทยเราจำนวนไม่น้อย ตัดสินคนเพียงดูจาก background เท่านั้นคุณสมบัติอื่นๆ เช่นความสู้ชีวิต น้ำจิตน้ำใจ แทบจะไม่มีผลกับคนเหล่านี้เลย



และกลุ่มคนที่ถูกเหยียดหยามมากที่สุด ทั้งในเมืองไทยเอง และในต่างประเทศ คือกลุ่มแม่บ้าน โดยเฉพาะแม่บ้านฝรั่ง



ทั้งที่ในสายตาและประสบการณ์ของผม นี่เป็นกลุ่มที่ผมนับถือมากที่สุด เพราะเท่าที่สัมผัสมาก็เจอแต่คนที่สู้ชีวิต ไม่งอมืองอเท้า หรือคนที่มาเป็น partner คู่ชีวิตกับฝรั่งแก่ๆ ที่ทำตัวได้สมกับเป็นคู่ชีวิต ทั้งเป็นเพื่อน เป็นแม่บ้าน



บางครั้งเวลาเจอแม่บ้าน หลายคนจะออกตัวก่อนเลยว่าพี่จบจุฬา มหิดลมานะ พี่ทำงาน บ. นี้มาก่อน พี่เจอสามีพี่แบบนี้ เค้าคงกลัวว่าผมเองจะไปตัดสินเค้าง่ายๆ จากสีผิว หรือสถานะ เหมือนกับคนไทยอีกจำนวนไม่น้อย ว่าเค้าต้องทำงานบาร์หรือพัทยามาก่อนแน่เลย ผมเห็นความระแวง และการแสดงออกเหล่านี้ได้ครับ ทั้งในร้านไทย วัดไทย บนเครื่องบิน



ไม่ง่ายที่เราจะบอกคนอื่นๆ ทั้งด้วยภาษากาย หรือคำพูด ว่า ผมไม่แคร์หรอกว่าคุณเป็นใคร มีพื้นเพมาจากไหน แต่ขอให้เชื่อเถอะว่า ผมจะปฏิบัติต่อคุณ ให้เกียรติคุณ แบบเดียวกับที่ผมหวังว่าคนอื่นจะปฏิบัติต่อผม ผมนับถือคุณหรือไม่ ผมดูจากปัจจุบันของคุณ คุณธรรมของคุณ ไม่ใช่สถานะของคุณ



ย้ำเรียกแขกต่ออีกรอบ ลักษณะนิสัยข้อต่อไป คนไทยมีลักษณะถ้าได้เอาเปรียบแล้ว เล็กๆ น้อยๆ ขอให้ได้เอาเปรียบ ไว้ต่อตอนหน้าเด้อ



Create Date : 12 ตุลาคม 2554
Last Update : 12 ตุลาคม 2554 18:07:47 น. 28 comments
Counter : 5418 Pageviews.

 
ขอบคุณคะที่ช่วยให้ใครอีกหลายๆคนมองภาพแห่งความเป็นจริง ด้วยสังคมและวัฒนธรรม มันก็จะยังเป็นเช่นนี้ตลอดไปไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับพื้นฐานเดิมของแต่ละคนที่มีมา เราเคยเป็นอย่างไรที่เมืองไทย เราก็ยังคงเป็นอย่างนั้น เราไม่เคยคิดว่า การมาอยู่ที่เมืองนอกแล้วจะทำให้เราแตกต่างหรือพิเศษ เราแค่มาทำมาหากินประกอบอาชีพโดยสุจริต เราไม่ปฏิเสธว่า การมาอยู่เมืองนอกทำให้หลายคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่เมื่อเทียบกับกับคนไทยที่มีอันจะกินแล้ว ต่อให้มีเงินเดือนเดือนละหมื่นเหรียญ คุณก็ไม่สามารถใช้ชีวิตได้เท่ากับคนที่ทำเงินได้เดือนละสามแสนบาทที่เมืองไทย หลายคนเขาความรู้คิดเขามองไม่ถึง ยังจุดนี้ เขาถึงได้หยิ่งทนงตน คิดว่าเขาอยู่เหนือใครต่อใครแล้ว


โดย: แม่ครัวร้านอาหารไทยในอเมริกา IP: 71.203.19.77 วันที่: 12 ตุลาคม 2554 เวลา:19:29:42 น.  

 
อ่านแล้วกระแทกใจจริงๆคุณประกอบ ดิฉันเองเป็นคนที่คบคนได้ทุกรูปแบบนะและเข้าใจคนที่มาจากทุก background ไม่เคยคิดว่าตัวเองนั้นพิเศษกว่าคนอื่นและไม่ได้ชื่นชมใครเพราะอำนาจวาสนาหรือเงินทอง แต่นับถือคนที่จิตใจของเค้า

ดิฉันจึงรับไม่ได้ และทนไม่ได้กับคนที่มีนิสัยยกตนข่มท่าน ดูถูกคนอื่นไม่ว่าจะเป็นเรื่องรสนิยม ความรู้ ฐานะทางสังคม ดิฉันอาจจะคิดผิด แต่ดิฉันเชื่อว่าคนเราเกิดมาเท่าเทียมกันหมดไม่ว่าพ่อแม่จะใหญ่คับฟ้าหรือรวยระดับอภิโคตะระมหาเศรษฐี หรือว่าลูกยาจก คนไทยนิสัยเป็นอย่างนี้จริงๆ แบ่งแยกชนชั้นอย่างไม่เลิก


ดิฉันเองเวลากลับเมืองไทยและไปพักตามโรงแรม พนักงานร้อยทั้งร้อยจะนบนอบและกลัวดิฉันจนลนลานเพราะดิฉันเป็นแขกคนไทย กลัวดิฉันด่า กลัวดิฉันวีนใส่ กลัวว่าดิฉันจะคอมเพลน จนต้องบอกทุกคนว่าไม่ต้องไหว้ก็ได้ค่ะ ทำอะไรอยู่ก็ไปทำไม่ต้องหยุดเพื่อดิฉัน ทำตัวตามสบาย ไม่ต้องเกร็ง ดิฉันง่ายๆไม่เรื่องมากไม่ต้องคลานเข่าเข้ามา อยู่บ้านดิฉันก็ทำอะไรเอง ขัดกระไดไชรูส้วมทุกวัน ส่วนมากจะงง และบอกว่าดิฉันใจดีมากๆ พนักงานบอกว่าคนไทยชอบแบบนี้ค่ะ ต้องเรียกว่าคุณผู้หญิง ต้องนบนอบและเอาใจกันสุดๆ เป็นลิเกหลงโรงไปเลย

ค่าของคนมันควรที่จะอยู่ที่การกระทำและนิสัยของเขามิไช่หรือ ดิฉันยกย่องแต่คนที่มีจิตใจดีค่ะ แม้จะเคยมีอาชีพโสเภณีหรือพนักงานทำความสะอาดก็ตาม ถ้าจิตใจบริสุทธิ์ คิดแต่เรื่องดีๆ ไม่คิดร้ายต่อผุ้อื่น ดิฉันยกย่องและให้เกียรติทุกคน


โดย: Gisele วันที่: 12 ตุลาคม 2554 เวลา:19:30:52 น.  

 
อุ๊ย...มาไม่ทันได้คอมเม้นที่ 1 อย่างบล็อคแรก ฮ่าๆๆ
แทงใจดำเมียฝรั่งดั้งแหมบ ที่คนภายนอกมองว่ามาจากแถบดินแดนที่ราบสูงจริงๆ ค่ะ
และดิฉันจะช้ำหนักกว่า ตรงที่ไม่มีแบ็กกราวด์จบจุฬา หรือหมาลัยดังจริงๆ ด้วยสิ
ยอมรับเลยว่า ทุกวันนี้เจอคนไทยในต่างแดน ดิฉันไม่ทักค่ะ
เพราะความจริงที่รู้ๆ กันอยู่ว่า คนไทยเห็นผู้หญิงไทยในต่างแดน จะต้องประเมินด้วยสายตาว่าอย่างไร
เห็นลักษณะแบบดิฉันล่ะ คิดไปในทางหยาบคายก่อนแล้ว

ส่วนดิฉันเอง ก็ตัดสินจากสิ่งที่ดิฉันได้เจอเช่นกัน
เจอมา มากๆ มันก็อดไม่ได้ล่ะที่จะต้องเหมารวมว่าพวกคนที่มาจากฐานะดี มีการศึกษาสูง
ลึกๆ แล้วดูถูกคนที่เห็นว่าด้อยกว่าตัวเองอยู่เสมอ
คนไม่ได้คบหากันจริงๆ มันก็ไม่รู้และไม่สามารถจะคิดเชื่อใจได้หรอกว่า "เป็นคนดี" อย่างที่เขียน
มานั่งเขียนอยู่ตรงนี้ จะเขียนให้ตัวเองเป็นคนดีแค่ไหนก็เขียนได้ค่ะ


โดย: Water_1 วันที่: 12 ตุลาคม 2554 เวลา:20:05:20 น.  

 


โดย: arunlakbuo วันที่: 12 ตุลาคม 2554 เวลา:20:35:26 น.  

 
แวะเข้ามาเช็คเรทติ้ง เจอคุณพี่ Water_1 เข้า เอ นี่คุณพี่แซวผมป่าวเนี่ย ว่ามาเขียนให้ตัวเองเป็นพระเอก 5 5 ไอ้เรายิ่งมองโลกในแง่ร้ายอยู่

ผมเองก็เป็นพวกมีปม ดูถูกคนเหมือนกันครับ เพียงแต่ไม่ได้ออกไปแนวดูถูกจาก background และตั้งแต่รู้ความผมไม่เคยดูถูกผู้หญิงอาชีพพิเศษครับ เพราะรู้ว่าคนเราเลือกเส้นทางชีวิตไม่ได้ง่ายนัก แต่เห็นความดูถูกที่คนในสังคมไทยมีต่อคนอาชีพทำนองนี้ชัดครับ


ปัจจุบันนี้ผมค่อนข้างอคติกับ นร ไทยนี่แหละครับ เพราะประสบการณ์ส่วนตัว ได้เห็นเขี้ยวเล็บ ลูกล่อลูกชนของพวกการศึกษาดี ฐานะดีมาหลายคน เข็ดครับ นร รุ่นใหม่ๆ นี่ผมไม่ขอทำความรู้จักเลย กลัวไปก่อนแล้ว


ครั้งนึงไปสนามบิน รอคิวตรวจคนเข้าเมืองอยู่ ได้เจอแม่บ้านฝรั่งผิวคล้ำๆ มีลูกติดเป็นเด็กไทยแท้ด้วย และลูกคนเล็กที่เป็นลูกครึ่ง ได้พูดคุยกัน ลูกทั้งสองได้ citizen แล้ว ในใจเรายินดีกับเค้าและลูกเค้า ที่โชคดีได้มีโอกาสมีคุณภาพชีวิตดีๆ กว่าอยู่บ้านเรา โชคดีที่เจอคนที่รับได้แม้เค้าจะมีลูกติด แต่เราก็บอกเค้าไม่ได้ กลัวเดี๋ยวเค้าจะหาว่าเราประชด


อีกครั้งนึงไปกินร้านอาหาร เจอพนักงานคนไทย เดาว่าคงเป็นแม่บ้านฝรั่งแหละ ถึงมาประเทศนี้ได้ บังเอิญได้เห็นรอยแผลเป็นเป็นรอยกรีดตามแขนเต็มไปหมด

เห็นแบบนี้แล้วสะเทือนใจ มันจินตนาการไปได้ถึงอดีตของหลายๆ คนที่เคยเจ็บปวดมาก่อน เคยผิดหวัง เคยอยู่กับไอ้ผู้ชายเลวๆ ที่มันไม่รับผิดชอบ ต้องดิ้นรนแสวงหาโอกาส และเมื่อมีโอกาสดีๆ แล้ว ยังต้องระวังกับการโดนปรามาทหรือดูถูกจากพวกที่ชอบคิดว่าตัวสูงส่งอีก คิดแล้วเจ็บใจแทนครับ เพราะคนไทยแสดงออกเรื่องนี้กันเก่ง ผมเองก็ระมัดระวังมาก กลัวจะไปแสดงออกให้เค้าเข้าใจแบบนั้น


ผมจึงเข้าใจเลยเวลาผมไปบางที่ ได้ยินภาษาไทย ได้พบแม่บ้านคนไทย ที่เค้าก็รู้ว่าเราเป็นคนไทย แต่เค้าเลือกที่จะไม่ทักหรือเลี่ยงที่จะทักเรา หรือเลือกที่จะไม่แสดงให้เห็นว่ารู้ภาษาไทย เพราะเค้าก็คงกลัวว่าเค้าจะถูกประเมินแบบไทยๆ ที่ดูคนจากรูปลักษณ์ไว้ก่อน




โดย: ประกอบ วันที่: 12 ตุลาคม 2554 เวลา:21:02:50 น.  

 
เข้ามาอ่านค่ะ อยู่ ERIE ไม่เคยเจอคนไทยเลยแต่ภรรยาเพื่อนของสามีที่เป็นฝร้งมักถามว่าอยู่เมืองไทยทำงานอะไร จบการศึกษาระดับไหนเหมือนกัน เลยพกรูปตอนทำงานใครถามก็เอารูปให้ดู ขำ ขำ ดีคะ


โดย: cupcake IP: 67.44.36.168, 69.19.14.32 วันที่: 12 ตุลาคม 2554 เวลา:22:02:26 น.  

 
อ่านแล้วเห็นสัจธรรมสังคมไทยเลยครับ


โดย: ablaze357 วันที่: 12 ตุลาคม 2554 เวลา:22:40:21 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณประกอบ

เป็นแฟนคลับฯของคุณมานานแล้วค่ะ ^__^ จากการตามอ่านการตอบกระทู้ของคุณ อ่านบล็อกคุณสนุกๆแก้เครียดหลังสอบเสร็จค่ะ ไม่ร้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายที่ดิฉันไม่ค่อยมีเพื่อนคนไทยที่นี่ค่ะ จะว่าเลือกคบก็ไม่เชิง เรียกว่าไม่คบใครเลยน่าจะเหมาะกว่าค่ะ เพราะชีวิตอยู่กับเรียนและงาน ไม่ค่อยมีเวลาเลยค่ะ เพื่อนที่รู้จักจะรู้จักกันในโรงเรียนค่ะ ส่วนมากที่มีคือเพื่อนเอเชียด้วยกันและจากแอฟริกาค่ะ คบๆตีซี้เพื่อนแอฟริกาไว้เพราะหวังว่าวันนึงจะได้ตามเขากลับไปเที่ยวแอฟริกาค่ะ ฮิฮิ

หวังว่าคุณประกอบจะสบายดีนะคะ


โดย: sunisaogkim IP: 87.72.241.38 วันที่: 12 ตุลาคม 2554 เวลา:23:51:56 น.  

 
อยู่อังกฤษสักพัก ก็เริ่มเข้าใจคนไทยที่นี่ เราไม่สนว่าคุณจะจบไรมา เป็นใครเมื่อในอดีต เราอยากมีเพื่อนคนไทย ยังเปิดใจที่จะได้รู้จักเพื่อนคนไทยใหม่ๆเสมอ แต่ส่วนใหญ่ที่เจอเขามีพฤติกรรมไม่อยากแสดงตัวเหมือนคุณประกอบว่า เราก็เข้าใจนะ เราก็เป็นแม่บ้าน เขาคงกลัวเจอคนไม่ดี แต่ เราไม่กลัว ถ้าไม่เข้าท่าเราก็ห่างๆออกมา ไม่อยากพลาดโอกาสที่จะได้เจอกัลยานมิตร และอยากมีเพื่อนเป็นคนไทยค่ะ เจอสักสิบ ได้คบเป็นเพื่อนสักหนึ่งก็ยังดี


โดย: นิดหน่อย IP: 79.66.220.61 วันที่: 13 ตุลาคม 2554 เวลา:0:05:40 น.  

 
นี่แหละค่ะคือสังคมไทยที่ถูกสั่งสอนกันมาแต่โบราณที่ชอบยกย่องคนมีเงินมีชื่อเสียง เห็นไม่ได้ต้องถลาเข้าไปเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดไม่รู้สินะว่ามันเป็นแม่เหล็กหรืออย่างไร หรือว่าอย่างน้อยคงจะได้คุยว่าชั้นรู้จักกับคนนั้นคนนี้ แต่บางครั้งที่แย่มากกว่านั้นคือคนที่ได้มีโอกาสดีๆมาอยู่ต่างประเทศแต่ก็ยังทำตัวเหมือนกับที่เคยอยู่เมืองไทยให้ฝรั่งดูถูกอีก น่าเศร้าค่ะ


โดย: Mellitus วันที่: 13 ตุลาคม 2554 เวลา:0:12:50 น.  

 
แวะมาอ่านอีกรอบ ดีใจที่เห็นคุณประกอบ ตอบคุณพี่ด้วย
ไม่ได้หมายถึงคุณประกอบหรอกค่ะ
ดิฉันเป็นแฟนขับการตอบกระทู้ของคุณประกอบมานานแล้วนะขอบอก
เพราะชอบชือคุณประกอบหรอก ถึงได้ตามอ่านบล็อค
ดิฉันไม่เปิดบล็อคใครเพื่อดูแบ็คกราวด์ค่ะ
ถึงแม้บางบล็อคจะพาดหัวข้อเรื่องน่าสนใจ แต่ถ้าเห็นชื่อแล้วไม่ใช่ดิฉันไม่เปิดดูหรอก
ไม่อยากรู้ไม่อยากเห็นไม่อยากอ่านอะไรทั้งนั้น
ไม่เหมือนใครหลายคนที่เห็นตอบกระทู้จะต้องกดบล็อคดูแบ็คกราวด์ทันที
และก็มีหลายคนเลยนะ ที่เปิดบล็อคเพียงเพื่อจะโชว์แบล็อคกราวด์เท่านั้น
วันก่อนก็ยังเห็นเมียฝรั่งดีกรีสูงคนหนึ่ง ท้าชาวบ้านเหย็งๆ ให้เปิดดูบล็อคตัวเพื่อแบ็คกราวด์เสียก่อนจะด่า

เรื่องดูถูกเหยียดหยามกันของคนไทยไม่ต้องเจอตัวเป็นๆ หรอก
แค่สำนวนการเขียนตอบกระทู้ของแต่ละคนในโลกออนไลน์ก็รู้สึกได้ค่ะ





โดย: Water_1 วันที่: 13 ตุลาคม 2554 เวลา:0:13:38 น.  

 
อุ๊ย....อีกนี๊ดดดด...นะคะคุณประกอบ

ดิฉันเพิ่งมาอยู่เมืองฝรั่งแค่ 2 ปีกว่าๆ แต่ก็ไม่เคยได้ยินคนฝรั่งเค้อบรมสั่งสอนลูกหลาน
ประมาณ "อย่าทำตัวแบบนั้นแบบนี้นะ เดี๋ยวชาวบ้านจะดูถูกเอา"
ไม่เหมือนกับคนไทยนะ ที่ได้ยินว่ากันบ่อยๆ เลยว่าทำตัวให้คนอื่นดูถูกได้
(ตัวเองดูถูกเขาน่ะ ไม่ว่า แต่ไปอ้างคนอื่น)




โดย: Water_1 วันที่: 13 ตุลาคม 2554 เวลา:0:31:47 น.  

 
นานาจิตตัง
....(^_^)....


โดย: จากใจจริง IP: 88.125.20.27 วันที่: 13 ตุลาคม 2554 เวลา:1:24:44 น.  

 
เคยไปทำงานอยู่ร้านไทยเหมือนกันสมัยที่มาเรียนอังกฤษใหม่ๆ ร้านนี้อยู่แถวๆโซโห คุณประกอบคงรู้จักมั้งเจ้าของเป็นแขกไม่ใช่คนไทย

ไปทำได้สามวันก็เผ่นไม่มีปัญหาอะไรกับใครหรอกค่ะ แต่แม่ครัวกับคนทำครัวก็ใจดีมากๆ ทำอาหารให้กินทุกคืน บอกว่าไม่ต้องๆทำเองเขาก็ห่วงทำให้ทุกครั้งจะไม่กินก็ไม่ได้เกรงใจเขา คือดิฉันเป็นมังสวิรัติ(กินปลาบ้าง) แต่คุณพี่แม่ครัวานเล่นทำแกงจืดเต้าหู้ใส่น้ำต้มซุปกระดูกไก่ให้กินนี่สิ

บอกเขาไปว่าพี่น้ำซุปไก่ไม่ใช่มังสวิรัตินะ พี่เค้าบอกว่าแค่น้ำซุปไม่ใช่เนื้อไก่ ฮ่วยขะเจ้าไปไม่ถูกเลยอดทนกินไปสองวันวันที่สามพกอาหารมาเอง ก็กลัวจะโดนเขาเขม่นอีกสรุปออกค่ะอยู่ไม่ได้ก็ไม่เคยแวะเวียนเข้าไปทำร้านอาหารไทยอีกเลยตั้งแต่นั้น แต่สงสารลูกค้ามังสวิรัติร้านนั้นจริงๆเฮ้อ

ที่จริงก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทองเท่าไหร่ แต่เห็นนักเรียนคนอื่นเขาทำงานกันทั้งนั้น รู้สึกว่าตัวเองจะขี้เกียจเกินไป ก็เลยไปได้งานพาททาร์มทำตรงสถานี Liverpool St. Station และวันอาทิตย์ก็ขนเอาของจากเมืองไทย ไปขายของตลาดแถวนั้นรายได้ดีมากๆสมัยนั้นจนเรียนจบ ได้งานทำจนมากระทั่งกลายมาเป็นแม่ค้าอยู่ทุกวันนี้ไม่ได้กลับเมืองไทยเลย

ตัวเองไม่เจอนะคะคนไทยที่แบ่งพรรคแบ่งพวก อาจจะเป็นเพราะไม่ได้เจอเข้ากลุ่มคนไทยเท่าไหร่ สมัยเรียนก็ไม่ค่อยมีคนไทยเยอะ เพราะเรียนมหาลัยท้ายแถวคนไทยไม่นิยมเรียนกัน

เดี๋ยวนี้เจอคนไทยเยอะมากๆ น้องๆเขาแต่งงานมาอยู่กันที่นี่ ดิฉันก็ใช้เวลาว่างช่วยเขาเท่าที่จะทำได้ จนร้านตัวเองกลายเป็นศูนย์กลางคนไทยที่อยู่ที่นี่แล้ว

ดิฉันไม่เคยถามน้องเขาเลยถึงอดีต บางคนเขาอยากเล่าก็เล่าให้ฟัง ฟังแล้วก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาจำไม่ได้ขี้เกียจจำด้วย แต่ทุกคนที่เจอทำงานหัวเป็นเกลียวตัวเป็นน๊อตกันทั้งนั้น หลายคนที่ได้สามีแก่แต่เพราะขยันคุณเธอทำทุกอย่าง รายได้ดีกว่าสามีอีก และก็รู้สึกว่าน้องๆเขาหาเงินได้เท่าไหร่กลับส่งไปเมืองไทยเกือบหมด กตัญญูกันจริงๆ


โดย: Rinta IP: 81.153.37.80 วันที่: 13 ตุลาคม 2554 เวลา:1:38:25 น.  

 
มาอยู่เมืองนอกก็หลายปี

เจอคนมาก็หลายรูปแบบ
เคยตัดสินคนด้วยสายตาเหมือนกันค่ะ

เพราะได้ยินมาเยอะว่าคนที่อยู่ประเทศนี้ส่วนมากมาจากผู้หญิงอย่างว่า และทำงานอย่างว่า

ตอนแรกก็กันตัวเองออกมาข้างนอกอย่างมาก ไม่อยากจะคบใคร
แต่เราจะเลี่ยงอย่างนั้นได้ตลอดเหรอ ทำได้จริงๆเหรอ

หลังๆก็เลยเปิดโลกของตัวเองไม่ให้แคบอีกต่อไป

ทำตัวธรรมดา อยู่แบบธรรมดาที่เคยทำเคยอยู่เหมือนอยู่เมืองไทย
คบคนไทยด้วยกันตั้งแต่ เจ้าของร้านอาหารเอง พ่อครัวในร้านอาหาร เด็กเสิร์ฟ คนทำงานโรงงาน (ที่พูดนี่ไม่ได้ทำงานในร้านอาหารนะค่ะ แต่ได้รู้จักโดยบังเอิญ) และแม่บ้านด้วยกันเอง

คนพูดมากก็เยอะ โม้เกินจริงมากไปหน่อย ก็ทนๆฟังไป
คนไม่พูดอะไรเลยก็มี แต่อยากจะพูดให้เราฟัง ก็ฟังๆไป

คบได้ค่ะ ถ้าทุกคนที่พูดมาไม่มานินทาเราลับหลัง

คนทำงานอย่างว่าถ้าไม่ได้ทำให้เราเดือดร้อน ก็ช่างเค้าเถอะค่ะ
คบได้ ถือว่าได้มีโอกาสได้เจอกันรู้จักกันแค่นี้ก็พอแล้วค่ะ


จริงๆจะบอกว่าดิฉันคบคนที่เค้าจริงใจค่ะ ไม่เน้นว่าจะทำงานอะไร มีอะไรก็พูดมาตรงๆ อย่าอ้อมค้อม เพราะอ้อมค้อมแล้วไม่เข้าใจค่ะ อ่านใจคนไม่ออกถ้าไม่บอกออกมา



โดย: bear hunt วันที่: 13 ตุลาคม 2554 เวลา:3:26:14 น.  

 
จริงที่สุดค่ะเจอมากับตัวเองถึงสี่ครั้ง จนเข็ดแล้วกลัวสายตาของพนักงานมากๆเหมือนเราไปขอทานใช้บริการฟรี บนเครื่องบินของสายการบินไทย เห็นเรามากับฝรั่งที่เป็นสามีตอนเราเดินขึ้นเครื่องแอร์กำลังว่ายๆอยู่ทำเป็นไม่เห็นเราซะงั้น หน้าตาไม่ยิ้มแย้มมองเหมือนดูถูกกันมากๆ อาหารก็ไม่เคยใด้ตามที่สั่งหมดตลอดเลยค่ะ เรางี้เสียใจลึกๆนะคนไทยด้วยกัน คนที่มีสามีเป็นฝรั่งต้องเป็นผู้หญิงอย่างนั้นทุกคนเหรอ ไม่เคยใช้บริการของการบินไทยอีกแล้ว เอาเงินไปให้สายการบินอื่นที่เขาไม่แบ่งชนชั้นดีกว่า


โดย: นัท IP: 92.30.227.91 วันที่: 14 ตุลาคม 2554 เวลา:4:19:10 น.  

 
สังคมไทยเป็นสังคมชนชั้น ก็รู้ๆกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ นับจากที่เรียนกันมาในวิชาประวัติศาสตร์ บ้านเมืองเรามีขุนนาง ศักดินา หม่อมเจ้า หม่อมหลวง กันมากมาย
จริงๆก็เป็นกันทุกทีน่ะนะ ขนาดเมกาไม่ได้มีระบบแบบนั้น แต่มันก็เป็นcapitalism ก็แบ่งชั้นกันตามฐานะทางเศรษฐกิจอยู่ดี


โดย: Overseas วันที่: 14 ตุลาคม 2554 เวลา:20:57:21 น.  

 
"ทั้งที่ในสายตาและประสบการณ์ของผม นี่เป็นกลุ่มที่ผมนับถือมากที่สุด เพราะเท่าที่สัมผัสมาก็เจอแต่คนที่สู้ชีวิต ไม่งอมืองอเท้า หรือคนที่มาเป็น partner คู่ชีวิตกับฝรั่งแก่ๆ ที่ทำตัวได้สมกับเป็นคู่ชีวิต ทั้งเป็นเพื่อน เป็นแม่บ้าน" --- ถูกใจเพราะมีเพื่อนหลายคนเป็นเช่นนั้น --


โดย: พี่แอ๊ป IP: 90.218.222.97 วันที่: 15 ตุลาคม 2554 เวลา:5:37:22 น.  

 
เจอกับตัวเอง เมื่อแนะนำว่ามาจากพัทยา จะตัดสินเราจากภายนอกทันที และไม่เกียรติเราเลย แล้วไงมาจากพัทยาแล้วไง พัทยาไม่มีหมอ ไม่มีครู ไม่มีทนายหรืออาชีพอื่นๆเรอะ นอกจากบาร์เบียร์

ก็อดทน ไม่คบใครที่เป็นคนไทยเลย อดทนเลี้ยงลูก ไปเรียนภาษา เรียนทุกหลักสูตร (จนไม่มีให้เรียนแล้วค่ะ) เรียนฟรี และตอนนี้กำลังจะต่อโท

จนเมื่อปีที่แล้วได้เจอคนไทยจบโทมาจากญี่ปุ่น เราก็แนะนำไปว่าเรามาจากพัทยา บ้านอยู่ระยอง เรียนการโรงแรมที่ระยองแล้วจารย์ส่งไปฝึกงานที่โรงแรมที่พัทยา (เรียนระบบทวิภาคี)

เค้าไม่แสดงอาการเหมือนกับบรรดาเมียฝรั่งเลย เค้าตื่นเต้นอีกต่างหาก "พัทยาเหรอ" สมัยเรียนเค้าและเพื่อนไปเที่ยวบ่อย

รู้สึกดี และเริ่มเปิดโลกกว้างขึ้น และเริ่มมีเพื่อนที่ดีๆเข้ามาในชีวิต คนที่ไม่เข้าใจเรา ไม่รู้จักเรา ก็เริ่มเข้ามาปรับความเข้าใจเรามากขึ้น ,,,คนเราจะมาตัดสินกันเพียงภายนอกไม่ได้หรอกค่ะ มันเจ็บปวดนะที่คนเพศเดียวดูถูกกันเอง


โดย: กระปุก IP: 2.37.122.75 วันที่: 2 มิถุนายน 2555 เวลา:21:12:04 น.  

 
เจอกับตัวเอง เมื่อแนะนำว่ามาจากพัทยา จะตัดสินเราจากภายนอกทันที และไม่เกียรติเราเลย แล้วไงมาจากพัทยาแล้วไง พัทยาไม่มีหมอ ไม่มีครู ไม่มีทนายหรืออาชีพอื่นๆเรอะ นอกจากบาร์เบียร์

ก็อดทน ไม่คบใครที่เป็นคนไทยเลย อดทนเลี้ยงลูก ไปเรียนภาษา เรียนทุกหลักสูตร (จนไม่มีให้เรียนแล้วค่ะ) เรียนฟรี และตอนนี้กำลังจะต่อโท

จนเมื่อปีที่แล้วได้เจอคนไทยจบโทมาจากญี่ปุ่น เราก็แนะนำไปว่าเรามาจากพัทยา บ้านอยู่ระยอง เรียนการโรงแรมที่ระยองแล้วจารย์ส่งไปฝึกงานที่โรงแรมที่พัทยา (เรียนระบบทวิภาคี)

เค้าไม่แสดงอาการเหมือนกับบรรดาเมียฝรั่งเลย เค้าตื่นเต้นอีกต่างหาก "พัทยาเหรอ" สมัยเรียนเค้าและเพื่อนไปเที่ยวบ่อย

รู้สึกดี และเริ่มเปิดโลกกว้างขึ้น และเริ่มมีเพื่อนที่ดีๆเข้ามาในชีวิต คนที่ไม่เข้าใจเรา ไม่รู้จักเรา ก็เริ่มเข้ามาปรับความเข้าใจเรามากขึ้น ,,,คนเราจะมาตัดสินกันเพียงภายนอกไม่ได้หรอกค่ะ มันเจ็บปวดนะที่คนเพศเดียวดูถูกกันเอง


โดย: กระปุก IP: 2.37.122.75 วันที่: 2 มิถุนายน 2555 เวลา:21:12:32 น.  

 
เจอกะตัวเองด้วย ฝรั่งยังไม่ถูกเลย แต่คนไทยด้วยกันสิดูถูก กันสุดๆๆในต่างแดนแบบนี้ เกิดมาผิดหรือไงเป็นคน (พัทยา) บอกเพื่อนสามีว่าเป็นคนพัทยา ทุกคนบอกเหรอชอบๆๆฉันจะไปเที่ยวบ้าง แต่เมียเป็นคนไทย พูดขึ้นมาว่าฉันไม่ชอบหรอกมีแต่ผู้หญิงอย่างนั้น และพูดว่าแบบไม่ไว้ ไปเจอเจ้ที่ไหนนะ มีคนไทยเจ้แกบอกคนไปหมดนี่น้องคนนั้น เค้าเป็นพัทยา แล้วเขาก็ไม่คบเรา เราผ่านไปได้ยินมานอนร้องไห้ทุกวันเลย สามีแต่บอกว่าไม่ต้องไปสนใจเขากัน ให้เราตั้งใจเรียนก้อพอ (มารู้ทีหลังว่าเจ้ไม่ชอบเพราะเจ้เค้ามาจากไหน จากบาร์) ก้อทำใจเค้าไม่อยากให้รู้


โดย: nutcha IP: 112.213.180.2 วันที่: 18 ตุลาคม 2555 เวลา:11:06:11 น.  

 
เคยเจอคนไทยไม่คุยกับเราตอนไปอบรมที่ญี่ปุ่นค่ะ พวกเราไปเที่ยวกันที่แถวโอซาก้า(เราเป็นครูได้ทุนมาเรียนค่ะ). เจอกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยมาเที่ยวพวกเรายิ้มให้และถามว่ามาเที่ยวเหรอคะ ปรากฎว่าพวกเค้าตอบว่าค่ะแล้วเดินหนีเราไปเลย. งงค่ะ..ไม่เข้าใจว่าเจอคนชาติเดียวกันทีํต่างประเทศมันน่าอายหรืออย่างไร


โดย: นุช IP: 223.206.45.68 วันที่: 16 พฤษภาคม 2556 เวลา:16:34:06 น.  

 
จะบอกว่า พวกผู้หญิงที่มาอยู่ที่นี่ ก็เมียฝรั่ง ครึ่งหนึ่งก็ดี อีกครึ่งแย่ อีกครึ่งก็เยินยอ คนที่เค้าคิดว่า ร่ำรวย แต่จิรงๆ ก็ไม่ได้ร่ำรวย
เอาจริงๆนะคนที่ไม่มีการศึกษา มาอยู่ในลอนดอน จะตัดสินคนที่ฐานะ และหูเบา คิดอะไรไม่เป็น มีเยอะแยะ

ยิ่งพวกทำงานเป็นแม่ครัวพ่อครัวหัวหน้าแม่ครัว เลวมาก คนที่ดีที่สุด คือคนที่อยู่เงียบๆ ไม่ยุ่งกับใคร ไม่เอาเปรียบใคร
อยากบอกว่า พวกพ่อครัวหัวหน้าแม่ครัวน่ะเลวชั่วชาติมาก ชอบด่าคนอื่น
คนรวยมากๆเค้าเฉยๆ เค้าไม่สนใจใครด้วย มีแต่พวกรวยไม่จริง แต่พยายามทำตัวรวย
สังเกตได้เลยพวก พ่อครัวแม่ครัว ..


โดย: agj IP: 155.198.165.44 วันที่: 6 สิงหาคม 2556 เวลา:21:34:29 น.  

 
อีกอย่างพวกที่มาทำงานในครัว ที่ได้ work permit เป็นพวกมีปมในชีวิต ไม่มีการศึกษา ดิ้นร้นมาไทย พอเป็นหัวหน้าพ่อ/แม่ครัวก็กร่างใส่คนอื่น พวกนี้คบไม่ได้น่ะ


โดย: ฟ้า IP: 155.198.165.44 วันที่: 6 สิงหาคม 2556 เวลา:21:36:57 น.  

 
ย้ายมาอยู่อังกฤษได้เกือบปีแล้วค่ะ (ติดตามสามีน่ะค่ะ ) คนก้อคงคิดเหมือนกันน่ะค่ะว่าผัวฝรั่งนั้นเจ้าได้แต่ใดมา...555 แรกๆก้อคิดมากค่ะแต่พอนานๆตอนนี้ชินแล้ว แต่อยากให้คนที่เขาคิดไม่ดีกับเราเขาได้รู้ว่าการได้สามีเป็นฝรั่งนั้นไม่จำเป็นต้องทำงานอย่างว่าแล้วถึงจะได้นะค่ะ หรือว่าคนที่เค้าได้สามีฝรั่งจากอย่างที่ว่าจริงๆมันก้อเรื่องของเค้า ทุกคนมีเหตุผลในการใช้ชีวิต อย่าดูถูกหรือแบ่งชั้นวรรณะกันเลย ทุกคนเลือกเกิดไม่ได้ค่ะ อยู่ที่นี่ ก็เจอคนไทยเหมือนกันบางครั้ง พูดคุยกันบ้าง..และก้อเคยไปทำงานร้านอาหารไทยเหมือนกันแต่ก้อต้องออกเพราะเราท้องลูกแฝดทำไม่ไหวน่ะ.น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน เจอกันกับคนไทยส่วนมากก้อนิสัยดีกันทั้งนั้น ทุกคนพูดดีกับเราตลอด มีความสุขมากเมื่อได้เจอคนไทยที่นี่ ส่วนเรื่องใครจะดูถูกใครนั้นเราไม่สนใสหรอก แล้วแต่ว่าใครจะคิดยังไงช่างเขา คิดซะว่าดอกบัวยังมีหลายเหล่า ฉันใดก็ฉันนั้น จะไปเอาอะไรมากมายกับจิตใจมนุษย์ ว่ามะ?? อิอิ ^^


โดย: ลิลลี่ IP: 81.108.177.238 วันที่: 15 ธันวาคม 2556 เวลา:0:01:44 น.  

 
ประสบการที่พบได้เองกับตัว ใน uk 7ปี คนไทยดูถูกกันเองใหม ยังไม่เคยเจอ โดยตรงแต่ถ้า เมียฝรั่งหลังจากคิดว่าตัวเองรวยแล้วลืมตัว แล้วดูถูกคนอื่นนี้ เห็นมาเยอะ โดยส่วนตัวคิดว่าเค้าคงมีปมด้อย เรื่องฐานะสถาณะภาพในอดีต ผู้เขียนเองก็แต่งงานกับคนอังกฤษ การงานก็ดี รายได้ก็ดีทีเดียว theatre nurse ทำมามากกว่า10ปีทั้งไทยและ uk แต่ที่น่าเบื่อกว่านั้น ต่างชาติที่ไม่ใช่คนยุโรป นี้สิดูถูกคนไทยน่าดู เคยเจอ หมอผ่าตัดทำงานด้วยกันเป็นแขก นินทาคนไข้ มีเมียเป็นคนไทย โดยที่เรานั่งอยู่ข้างๆ จนเพื่อนต้องเบรกแกไว้ แล้วพูดว่าที่นั่งหัวดำข้างๆยูก็คนไทย จนแกช็อก และกล่าวขอโทษ และแก้เขินว่า พ่อแม่ไอก็พบหน้ากันวันแรกก็คือวันแต่งงาน ทุกวันนี้ก็รักกันดี เราก็เลยตอบไปว่า ไม่เป็นไรคนทุกที่ทั่วโลกก็มีทั้งดีไม่ดีปนกันไป เรื่องนี้จึงสอนว่า ไม่มองคนแค่เปลีอกนอก คบสักพักจะรู้ว่าเค้าเป็นไง ถ้าไม่ดีจริง ค่อยถอยออกมา อย่างเงียบๆ


โดย: J IP: 80.73.209.194 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:22:59:56 น.  

 
อันที่ว่ากลุ่มแม่บ้านต้องง้อเนี่ยอันนี้ไม่เป็นความจริงนะค่ะ! เด็กนักเรียรส่วนมากกกที่มาจากไทยนะเขาก้อมาหางานหาเวินืำละค่ะเรื่องแรกเรื่องเรียรไม่ค่ิยจะสนใจกันหรอก!!ส่วนกลุ่มแม่บ้านคือเค้าก้อมีสามีคิยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายมนระดัยนึงได้รายรับจากรัฐบาลอีกส่วนนึง! เพราฉะนั่นกลุ่มแม่บ้านไม่จำเป็นต้องง้องานค่ะเพราะงานเยอะไปทำอะไรก้อได้! แต่ถ้าเป็นนักเรียนถ้าไม่ทำร้ารอาหารก้อคงเป็นร้านนวด.. แถมทำได้อาทิดไม่เกินละ20 ชม
ความคิดเห็นส่วนตัวค่ะ


โดย: แม่บ้านออสซี่ IP: 192.99.14.36 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2557 เวลา:17:07:33 น.  

 
พึ่งเจอสดๆร้อน เราไปทานอาหารร้านนึง เห็นคนไทยครอบครัวนึงมาทานอาหารมีเด็กอ่อนมาด้วย เค้าถอดผ้าอ้อมเด็กไว้บนโต๊ะอาหาร แล้วก็ออกไปอย่างหน้าตาเฉย คือแยกแยะอะไรไม่ได้แล้วคนเรา


โดย: ถอนหายใจแรงๆ IP: 49.230.186.112 วันที่: 17 เมษายน 2558 เวลา:0:08:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ประกอบ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




ชื่อประกอบครับ อ้วนๆ ดำ ๆ ใส่แว่น แต่ดูดี๊ดูดี ไม่รู้ทำไม ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไม "หล่อ" ขนาดนี้
Free counters! free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add ประกอบ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.