space
space
space
<<
เมษายน 2560
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
space
space
12 เมษายน 2560
space
space
space

เพื่อนกัน ฝันเดียว





 ผมเดินออกมาจากตึกสูงระฟ้าแห่งที่ 2 ในเช้าวันที่อบอ้าวบนถนนย่านธุรกิจแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เพื่อสมัครงานเพราะงานเก่าที่ทำอยู่เค้าเลิกกิจการ ผมไม่โทษเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ระบบการศึกษา หรือเพราะปีชง แต่คิดว่าถ้าเราเป็นเจ้าของธุรกิจที่ทำกำไรไม่ได้จะทนทำทำไมก็เลิกดีกว่ามั๊ย คิดแบบนี้มันสบายใจดี แต่ที่ไม่สบายใจเพราะว่าเงินที่ได้มาตอนเค้าเลิกจ้างเริ่มร่อยหรอไหนจะค่ากิน ค่าห้อง นี่ขนาดประหยัดสุดๆแล้วนะ จึงต้องร่อนเร่ออกมาหางานทำเพื่อประทังชีวิตต่อไป


 ออกมาจากตึกก้อใกล้เที่ยงคนเดินกันขวักไขว้จนเวียนหัว และรู้สึกหิวข้าวด้วยเพราะตอนเช้าตอนออกจากห้องยังไม่ได้กินอะไรเลย อากาศก้อร้อนจนคลื่นไส้เนื้อตัวเหนียวไปหมดยืนสักพักจนหายเวียนหัว เห็นร้านอาหารในซอกตึกจึงเดินเข้าไปสั่งอาหารและยกมาเพื่อนั่งกิน แต่ที่ไม่มีว่างเลยเชื่อมั้ยบางที่ว่างแต่มีคนเอากระเป๋าวาง หรือไม่คนที่นั่งข้างก้อเอามือกันไว้พร้อมกับพูดว่า "มีคนนั่งแล้วคะ" ผมเดินจนเกือบสุดร้านอาหารจึงเห็นที่นั่งเหลือ 1 ที่ ก้อเรยเข้าไปนั่งกำลังจะนั่งเงยหน้าขึ้นไปเจอหญิงสาวอีกคนก้อคงเห็นที่ว่างเหมือนผมแต่ผมเข้ามาก่อน เธอจึงยืนมองตาปริบๆไอ้เราหิวก้อหิวร้อนก้อร้อนแต่ยังแสดงความเป็นสุภาพบุรุษโดยยกที่นั่งให้เธอคนนั้น เธอยิ้มให้พร้อมกล่าวพึมพำบางอย่างที่ผมเดาว่า น่าจะเป็นคำขอบคุณเหมือนโชคจะเข้าข้างคนดีเพราะที่นั่งตรงข้ามกินเสร็จแล้วลุกไป ผมจึงเข้าไปนั่งตรงข้ามกับเธอ

 ผมกินเสร็จหลังเธอเพราะมันร้อนทำให้กินไม่ค่อยจะลงและอาหารก้อไม่ค่อยถูกปาก พอเลื่อนจานออกจากตัวพร้อมดื่มน้ำก้อเห็นบนโต๊ะฝั่งตรงข้ามมีมือถือวางอยู่ ผมมองทุกคนที่นั่งกินไม่มีใครสนใจว่าใครทิ้งอะไรไว้บนโต๊ะมันต้องเป็นของเธอคนที่ผมลุกให้นั่งแน่ๆ ผมหันไปมองเห็นเธอเดินไวๆใกล้จะออกจากบริเวณร้านอาหารแล้ว ผมจึงหยิบมือถือแล้ววิ่งตามเธอไปเพื่อเอาไปคืนให้เธอ ออกมาจากบริเวณร้านอาหารก้อเป็นป้ายรถประจำทางเห็นเธอกำลังยืนรอรถอยู่ ผมจึงเดินเข้าไปคืนโทรศัพท์ให้เธอตอนแรกเธองงเล็กน้อย พอจำได้ว่าเป้นโทรศัพท์เธอก้อขอบคุณและเราก้อยืนรอรถประจำทางด้วยกันโดยยิ้มให้กันแต่ไม่ได้พูดคุยกัน

 บังเอิญที่เราขึ้นรถเมล์คันเดียวกัน ขณะที่มีผู้โดยสารลุกลงในป้ายที่เรารอ 2 ที่นั่งพอดีเราจึงนั่งติดกันอีกรถในช่วงกลางวันในแถบนี้ติดเหมือนช่วงเช้าหรือเย็นของวัน เราจึงได้มีโอกาสคุยกันผมจึงได้รู้ว่าเธอเพิ่งถูกเลิกจ้างเหมือนผมและมารับเงินชดเชยในวันนี้ เราคุยกันอีกหลายเรื่องทั้งเรื่องทั่วไปและเรื่องสมัครงานที่ใหม่ รถเคลื่อนตัวช้ามากๆใช้เวลาในการเดินทางนานจนเราหมดเรื่องคุยแต่รถก้อยังอยู่หน้าสรรพสินค้าในบริเวณนั้นเราจึงคุยกันว่าจะลงไปเดินเล่นในสรรพสินค้าแทนที่จะนั่งโดยรถไม่เคลื่อนที่อยู่อย่างนี้

 เราเข้าไปเดินในสรรพสินค้าชวนคุยเรื่องครอบครัวจึงได้รู้ว่าเธอมาจากต่างจังหวัดเหมือนกันและเช่าห้องอยู่เหมือนผม เธอว่าไม่แน่อาจกลับไปอยู่ที่บ้านสักพักเพื่อพักผ่อนผมสังเกตเห็นเธอมีตาเศร้านิดๆ ตัวเล็ก ผิวคล้ำ กลิ่นตัวเธอจะมีกลิ่นเย็นๆคล้าย เอ่อ...การบูร นะผมว่า เราเดินจนผ่านชั้นที่มีโรงภาพยนต์และเราก้อตกลงกันว่าจะเข้าไปดูหนังฆ่าเวลาผมให้เธอเลือกว่าจะดูเรื่องไหนเธอเลือกเรื่องที่เป็นหนังรักเศร้าๆ ในระหว่างที่ดูผมสังเกตเธอมีน้ำตาคลอๆส่วนผมเหรอนั่งยิ้มให้เธออย่างเดียว ออกจากโรงภาพยนต์เราเดินคุยกันในห้างสรรพสินค้าและไปนั่งกินกาแฟคุยเรื่องหนังชีวิตส่วนตัวและอีกหลายเรื่องจนผมรู้สึกว่าเรารู้จักกันดีและมีหลายอย่างที่ชอบเหมือนๆกัน

 มารู้สึกอีกทีก้อเห็นว่าฟ้ามืดแล้ว ผมจึงบอกเธอว่าน่าจะกลับที่พักกันแล้วเพราะพรุ่งนี้ผมยังมีนัดสัมภาษณ์งานอีกและเธอก้อต้องเตรียมเอกสารในการสมัครงานด้วย เธอขอบคุณผมอีกครั้งเรื่องโทรศัพท์,ภาพยนต์ และกาแฟที่เราดื่มด้วยกัน ผมยอมรับว่าเริ่มชอบเธอแล้วและเธอก้อคงคิดเหมือนกันเพราะไม่อย่างนั้นเธอคงไม่อยู่กับผมถึงค่ำในวันนี้ผมเดินไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์เธอบอกลาแล้วข้ามถนนเพื่อไปรอรถประจำทาง ผมเฝ้ามองเธอข้ามไปอีกฝั่งจนปลอดภัยแล้วกำลังจะเดินไปที่รอรถประจำทางนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่รู้จักชื่อเธอเลย เพราะเราใช้สรรพนามแทนอีกคนว่า "คุณ" ตลอดเวลาและผมยังไม่ได้ขอเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อเธอเรย

 ผมรีบหันหลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อไปที่ผมส่งเธอข้ามถนน ผมยังเห็นเธอรอรถประจำทางอยู่และเธอก้อมองมาทางผมเหมือนว่าเรารอเธอข้ามมานะ ผมยิ้มให้เธอและรีบวิ่งข้ามถนนไปหาเธอทันทีเธอมองหน้าผมตลอดส่วนผมยิ้มให้เธอเหมือนโลกนี้มีเพียงเราสองคนเท่านั้น ผมได้ยินเสียงแตรรถยนต์ดังยาวนานและเสียงห้ามล้อดังมาทางข้างตัวผมหันไปมองแสงสว่างก็สาดเข้าหน้าผมจนผมตาพร่ามองอะไรไม่เห็น รู้สึกเหมือนตัวลอยขึ้นไปในอากาศโลกหมุนไม่รู้ทิศทาง
"เฮ้ย ฟื้นแล้วอย่ามุงขออากาศหน่อย ยาดมๆเร็ว"
"คุณๆ ได้ยินผมไม๊"

 แสงสว่างแยงตาผม มันยังเที่ยงหรือเนี่ยผมเป็นลมไปเหรอคงเพราะเมื่อคืนนอนดึกและตื่นเช้ารวมทั้งสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ผมค่อยๆลุกและขอบคุณพี่วินมอเตอร์ไซด์แล้วเดินเข้าไปในศูนย์อาหารข้างตึก คนเริ่มบางตาเพราะมันเกือบจะบ่ายแล้วผมสั่งข้าวมากินนั่งที่โต๊ะทบทวนเหตุการณ์ระหว่างทีผมไม่ได้สติมันเหมือนจริงมาก ผมยังจำเธอคนนั้นได้ติดตาจนตอนนี้ผมนั่งกินช้าๆพร้อมอมยิ้มกับฝันที่คนเราไม่ว่ายากดีมีจนก้อสามารถมีเหมือนกันได้ และมันเป็นเหมือนน้ำเย็นที่รดหัวใจของผมให้ชุ่มชื่นอยู่ในตอนนี้ จนกระทั่งผมได้ยินเสียงและกลิ่นเย็นๆที่ผมคุ้นมากตรงข้ามที่ผมนั่งกินอยู่
"ตรงนี้มีคนนั่งหรือป่าวคะ"




 

Create Date : 12 เมษายน 2560
0 comments
Last Update : 13 เมษายน 2560 17:05:27 น.
Counter : 156 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

space

สมาชิกหมายเลข 3731593
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 3731593's blog to your web]
space
space
space
space
space