All life is an experiments the more experiments you make, the better....
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2551
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
23 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
10th trip - Pondicherry - 1st half

ทริปนี้เกิดขึ้นเพราะความจำเป็น เนื่องด้วยพาสปอร์ตใกล้หมดอายุ เลยต้องไปต่อที่สถานกงสุลที่เมือง Chennai เมืองที่ดาไปเหยียบมาแล้วสามครั้ง และพูดเสมอว่า เป็นเมืองที่ไม่อยากไปอีกแล้ว รอบแรกไปเที่ยว เจอฝนตก ยุงกัด อากาศร้อน และทะเลที่สกปรกที่สุดเท่าที่เคยพบมา รอบสองไปต่อพาสปอร์ตอีกเหมือนกัน แต่รอบนี้ต้องลุยน้ำท่วมตอนสี่ทุ่ม รอบสามไปติดที่สนามบินเป็นวัน ก็มาดูกันว่ารอบสี่จะเจออะไร


22/12/07

เราเริ่มการเดินทางด้วยรถไฟสาย Bangalore Chennai Mail ตอนสี่ทุ่มห้าสิบ รอบนี้เรามีสมาชิกทั้งหมดสามคน คือ ยา ดา และปุ้ย เนื่องด้วยช่วงวันที่ 22 คือวันศุกร์สุดสัปดาห์และใกล้วันคริสต์มาส ดังนั้นแม้ว่าเราจะจองตั๋วล่วงหน้าถึงหนึ่งเดือน เราก็หาที่นั่งไม่ได้ เราจึงมีที่สถิตเป็นประตูทางออกของโบกี้ จึงมีหลายครั้งที่พี่ตำรวจสงสัยว่า เราเป็นขอทานแอบขึ้นรถไฟมารึเปล่า (หน้าเหมือนขนาดนั้นเลยรึไง)

23/12/07

ประมาณตีห้า เราก็ไปถึงสถานีรถไฟเชนไน เนื่องด้วยสถานกงสุลจะเปิดเฉพาะวันจันทร์ – ศุกร์เท่านั้น ดังนั้นดาจึงวางแผนไว้ว่า เราจะไปเที่ยวที่เมือง Pondicherry เมืองท่าของชาวฝรั่งเศสที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมือง Chennai ก่อน แล้วจึงกลับมาทำพาสปอร์ตในเช้าวันจันทร์

ปุ้ยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองให้ไปเที่ยว จึงต้องอยู่ที่เมืองเชนไนกับเพื่อนที่รู้จัก ดังนั้นทริปนี้จึงเหลือแค่สองสาวอย่างเราอีกเช่นเคย

ดาแน่ใจว่าการไปเมือง Pondicherry จาก Chennai ต้องไปขึ้นรถที่สถานีรถบัสกลางเท่านั้น แต่ว่าการจะไปที่นั่นเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก หากจะไปโดยรถเมล์ท้องถิ่น เพราะคนทมิฬพูดภาษาอังกฤษกันน้อยมาก และป้ายต่างๆ ก็ยังเป็นภาษาทมิฬอีกต่างหาก

หลังจากถามคนนู้นทีคนนี้ที ลองเดินวนไปวนมาหลายรอบ เราก็หมดความพยายามจึงต้องไปจ้างรถออโต้ที่มีบู๊ตตั้งอยู่ใกล้ๆ สถานี ในราคาสองร้อยกว่ารูปี จากที่นี่เราก็มีรถบัสให้เลือกไปที่ Pondicherry หลายราคาด้วยกัน เราเลือกราคากลางๆ ที่ 55 รูปีคับผม

เส้นทางจาก Chennai ไป Pondicherry เป็นเส้นทางเลียบชายทะเล หรือว่ามหาสมุทรอินเดียนั่นเอง ตัวเส้นทางสวยมาก แต่เนื่องด้วยเราไม่ได้นอนกันทั้งคืน เลยได้เก็บความประทับใจไปแบบหลับๆ ตื่นๆ (ใครมีโอกาสไปอย่าลืมถ่างตาไว้นะค่ะ)

ผ่านไปเกือบสามชั่วโมงกว่าๆ เราก็ถึงตัวเมือง Pondicherry จากที่ Pondicherry Bus Stand เราก็จ้างออโต้ต่อไปที่ชายทะเลทันที ราคาก็อยู่ที่ 20 รูปีเท่านั่นค่ะ

แล้วเราก็มาพบปัญหาใหญ่อีกครั้งในทริปนี้ คือ ที่พักเต็มทุกที่ เนื่องด้วยเป็นเทศกาลคริสต์มาส ปกติเวลาไปเที่ยวที่ไหนถึงแม้จะเป็นเทศกาล เราก็เดินหาที่พักกันได้สบายๆ แต่กับที่นี่ ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ การหาที่พักจึงยากเต็มที

หลังจากเดินแบกเป้เดินตะลอนเกือบสองชั่วโมง เราก็ได้ห้องพักเป็นเตียงเดี่ยวหนึ่งห้อง (175 รูปี) ที่เราต้องทำสายตาออดอ้อนเจ้าของที่พักว่า ขอนอนสองคนนะค้าบบบ

การนอนไม่ใช่ปัญหาของเราอยู่แล้ว ขอแค่มีห้องไว้เก็บกระเป๋ากับอาบน้ำเป็นใช้ได้ กับเมืองเล็กๆ แบบนี้ การปั่นจักรยานจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ที่นี่มีร้านให้เช่าจักรยานหลายร้านด้วยกัน ราคาก็อยู่ที่วันละ 25 รูปี ต่อคัน แต่ต้องวางมัดจำตามแต่ที่ร้านจะเรียกเก็บ

เมือง Pondicherry ได้ชื่อว่า ‘Quintessence of French Culture’, ‘India’s Little France’ and ‘The French Riviera of the East’. อยู่ใต้การปกครองของฝรั่งเศสถึง 281 ปี ดังนั้น เราจึงพบเห็นความเป็นฝรั่งเศสของเมืองแห่งนี้ได้ทั่วไป เมือง Pondicherry แบ่งออกเป็นสองฝาก คือ Tamil side ที่เรียกว่า “ Ville Noire หรือว่า the black town” อีกฝากคือ European side หรือเรียกว่า “ Ville Blanche หรือว่า the white town “


การเที่ยวในทริปนี้เราไม่มีแผนที่อยู่ในมือ มีแค่ข้อมูลประมาณสองหน้ากระดาษ ที่บอกว่ามีที่เที่ยวไหนสำคัญบ้างในเมืองนี้ ดังนั้นวันนี้เราจึงวางแผนกันว่า เราจะไปหาอะไรกินกันก่อนแล้วจึงไปปั่นจักรยานเล่นรอบๆ จากนั้นเราจะไปเที่ยวตามสถานที่สำคัญๆ ในวันรุ่งขึ้น

เราเริ่มทริปของเราด้วยการไปปั่นรถเล่นในย่านฝรั่งเศส ที่ดูยังไงๆ ก็หาความเป็นอินเดียไม่ได้สักนิด และแวะเข้าไปลองลิ้มอาหารฝรั่งเศสแบบชาว Pondicherry ที่ดาขอยืนยันว่า อาหารแบบชาวโปรตุเกสของชาว Goa และ Gokran จากฝั่งทะเลอาระเบียนอร่อยกว่าเยอะเลยค่ะ





ปั่นวนในย่านฝรั่งเศสแล้วทะลุออกชายทะเล ที่ดูซ้ายดูขวา ดูหน้าดูหลังก็ไม่เหมือนกับชายทะเลที่จินตนาการไว้ เพราะที่นี่มีเพียงหาดทรายจำลองเท่านั่น จากการสังเกตุการณ์ ดาเดาว่า หาดทรายนี้สร้างขึ้นหลังจากที่นี่โดนซึนามิถล่มเมื่อหลายปีที่แล้ว พร้อมๆ กับไทย เพราะแนวหินกันคลื่นทะเลยังดูใหม่ๆ อยู่เลย

ชายทะเลที่นี่เป็นแหล่งที่ตั้งของกิจกรรมหลายๆ อย่างทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นขายของ ดูดวง เล่นโยคะ หรือว่าขอทาน เรียกว่าอัดแน่นกันจนเต็มหาดเลยค่ะ

















จากถนนเลียบชายทะเล เราก็ขี่จักรยานเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา ตามแต่ใจไปเรื่อยๆ ออกจากฝากฝรั่งเศส ไปเข้าเขตฮินดู จนไปเจอนิทรรศกาลวิทยาศาสต์ เจอโบสถ์ เจอวัดฮินดู เจอมัสยิด เจอตลาด เจอหมู่บ้านชาวประมง เรียกว่าหลงไปหลงมาทั่วเมืองเลยค่ะ





















ปั่นกันจนถึงเย็น ก็ต้องหาทางกลับที่ เอ่อ ไม่รู้เหมือนกันว่าทิศไหน เพราะเมืองมันเป็นบล็อคๆ แถมจำชื่อที่พักก็ไม่ได้ แต่เราก็ใช้สัญชาติญาณปั่นกันไปในทิศที่น่าจะไปถึงที่ชายทะเล เพราะจากจุดนั้นเราจะจำทางกลับที่พักได้ค่ะ แต่กว่าเราจะหาชายทะเลเจอ เราก็วนกันจนมึนเลยแหละ

และเราก็พบว่า ไอ้ที่เราไปพบมาทั้งหมดในวันนี้คือสถานที่สำคัญของ Pondicherry ทั้งนั้น ซวยแล้วคับ เหลืออีกตั้งวันจะทำอะไรละทีนี้

หลังจากเราวนมาทั่วเมืองแล้ว เราเลยตกลงใจกันว่า วันที่เหลืออยู่ของเราควรจะหมดไปกับการกิน แล้วเราก็มาพบร้านอร่อยใกล้ตัวตลาดที่ชื่อ Daily Bread ร้านนี้อร่อยจริงๆ ค่ะขอรับรอง ทั้งอร่อยและถูก คนแน่นร้านตลอดทั้งวันเลย




Create Date : 23 พฤษภาคม 2551
Last Update : 23 พฤษภาคม 2551 21:51:32 น. 6 comments
Counter : 732 Pageviews.

 
อ่านยังไมจบเลยครับ แต่ดูทั้งสองภาคแล้วพรุ่งนี้ค่อยเข้ามาอ่านละเอียดอีกรอบนะครับ


โดย: nongmalakor วันที่: 24 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:39:52 น.  

 
เมื่อไหร่เมื่อนั้นค่ะพี่ต้อง


โดย: veeda วันที่: 24 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:28:53 น.  

 

วันออกเดินทางในทริปนี้ของคุณ..

ตรงกับวันที่เราไปนอนแอ้งแม๊งอยู่ในโรงพยาบาลพอดีเลยค่ะ..อิ อิ


โดย: คนร่วมชายคา วันที่: 24 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:17:27 น.  

 
อ่านจบแล้วจ้า ที่ตำรวจสงสัยว่าเป็นขอทานไม่จริงหรอกครับ เค้าคงเป็นห่วงว่าสาวน้อยน่ารักที่ไหน มานั่งตรงประตูทางออก จึงอาสามาดูแลความปลอดภัยให้นะครับ อิอิ

ระหว่างเมือง Chennai กับเมือง Pondicherry นั่งรถตั้ง 3 ช.ม.กว่า แสดงว่าไกลเหมือนกันนะครับ ประมาณ 200 กม.ได้ แต่โชคดีนะครับ ที่เส้นทางสวยเลียบชายทะเล สงสัยจะง่วงจริงเลยไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู

ดีจังที่มีให้เช่าจักรยาน ไม่งั้นมีหวังคุณดา เดินกันน่องโป่งแน่กว่าจะครบ ส่วนชายหาด สำหรับคุณดา ผมว่าไม่มีที่ไหนสวยเท่ากับชายหาดที่บ้านของคุณดาแล้วละครับ จริงเปล่า

คุณดามาเมืองนี้คุ้มเลยนะครับ มีที่สำคัญๆให้ดูเพียบเลย ทูอินวัน เหมือนได้ไปทั้งฝรั่งเศส และเขตฮินดู อิจฉาจ้า


โดย: nongmalakor วันที่: 25 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:02:03 น.  

 
คนร่วมชายคา - อ้าว เป็นงั้นไป

nongmalakor - ก็ตอนบนรถไฟไม่ได้นอนเลยไงค่ะพี่ต้อง นั่งเฝ้าประตูกันทั้งคืน พอขึ้นรถปุ๊บก็สลบเลย ถนนก็เรียบเหลือเกินไม่มีหลุมบ่อให้สะดุ้งเลย

แต่ที่ถีบจักรยานก็น่องโป่งเหมือนกันจ้า เล่นถีบออกนอกเมืองสะขนาดนั้น


โดย: veeda วันที่: 26 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:46:41 น.  

 
เคยเรียนที่เมืองนี้ เมือปี 2523 ดูจากรูปแล้ว ไม่ค่อยเปลี่ยนเท่าไร


โดย: dolachart IP: 161.246.239.44 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:20:32:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

veeda
Location :
ประจวบคีรีขันธ์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add veeda's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.