All life is an experiments the more experiments you make, the better....
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
8 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
8th trip- Varanasi-2nd half

เรือที่เรานั่งก็พาล่องน้ำผ่าน Ghat ต่างๆ ประมาณสิบ Ghat ได้ แต่ที่ที่ติดใจที่สุดคงเป็น Harishchandra Ghat และ Dasaswamedh Ghat เพราะเป็นสถานที่เผาศพ

Ghat นี้มีซุงสำหรับเตรียมเผาเต็มไปหมด ตัว Ghat เองก็ถูกจับไปด้วยเขม่าควันสีดำ เสียงระฆังที่เค้าตีเวลาเริ่มเผาเราก็จะได้ยินกันตลอด น้องบาบู (เด็กพายเรือ) บอกว่าห้ามถ่ายรูป แต่เอ่อ พี่ถ่ายไปแล้วนะน้อง





ตาม Ghat ต่างๆ ก็มีวัดตั้งอยู่มากมายทั้งแบบอินเดียและเนปาล นอกจากนี้ก็ยังมีมัสยิดที่สร้างขึ้นในสมัยมุกัลด้วย แต่สุดยอดของความฮาก็คือ เราเห็นโฆษณาของ เอ็น.ซี. ฮอลิเดย์ทัวร์ ที่สำคัญเป็นภาษาไทยตัวเบอเริ่มเทิ่ม อืม บอกถึงจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มาเยือนที่นี่ได้เลยนะเนี่ย



แต่ที่ประทับใจแบบลืมไม่ลงคือ นั่งๆ ไปเห็นนกกามันไปเกาะอะไรดำๆ ลอยน้ำไกลๆ ยังแซวกับยาเลยว่าอาจจะเป็นศพ พอเข้าไปใกล้ๆ ก็ได้กลิ่นหึ่งเลยครับ เริ่มคิดแล้วว่าไม่อาจจะหรอก และยิ่งเข้าใกล้เท่าใดก็ยิ่งชัวร์ เหอเหอ ติดตาทั้งรูปและกลิ่น น้องบาบูบอกว่าเป็นศพของพวกจัณฑาลฮะ (ชนชั้นต่ำมากๆ) ไม่มีพ่อแม่ เค้าเลยเอามาลอยทิ้งน้ำ นอกจากศพคนที่นี่ เราก็จะเจอศพวัว ศพควาย ศพหมา และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกหลากหลาย





เดินที่วาราณสีให้พึงระวัง อย่าเที่ยวมองแต่บ้านเมืองเพลิน ให้มองทางเดินสะบ้าง ไม่งั้นอาจจะโชคดีเหมือนดา เพราะด้วยความตื่นตาตื่นใจกับความขลังของเมือง ทำให้ลืมมองเท้า หันไปอีกที ขาเราก็หัวงูเห่าที่กำลังแผ่แม่เบี้ย ห่างกันไม่ถึงห้าเซนติเมตร เล่นเอาขนลุกจนถึงทุกวันนี้

จริงๆ แล้วน้องงูตัวนั้นเป็นงูที่แสดงโชว์ของพวกหมองู แต่กระซิบอีกอย่าง งูส่วนใหญ่ที่ถูกแสดงโชว์ เท่าที่เห็นจะมีอาการเหงาหงอยสร้อยซึม เหมือนงูเมายา แต่ไม่ใช่กับที่วาราณสีฮะ งูที่นี่ดูสดใส ร่าเริง พร้อมเล่นตลอดเวลาจริงๆ













เราได้ไปแวะวัดอีกสามแห่ง คือวัดลิง วัดนารายณ์ และอีกวัดที่จำชื่อไม่ได้ รู้แต่ว่าจำนวนผู้ศรัทธาที่มาสักการะแต่ละชั่วโมงนี่เป็นหลักร้อยฮะ

เราจบทริปด้วยการที่พี่คนขับพาไปดูโรงงานทอผ้าส่าหรี คับ เพราะของฝากที่มีชื่อเสียงที่สุดของที่นี่คือ Banarasi Saree หนึ่งในสามส่าหรีที่มีชื่อที่สุดในอินเดีย คุณภาพถูกตาราคาถูกใจคับกับที่นี่

มองเวลาแล้วมันก็แค่เที่ยงกว่าๆ เราตัดสินใจจะเดินทางไปที่ Sanualli เมืองหน้าด่านเพื่อข้ามไปเนปาล ที่โรงแรมก็มีบริการรถบัสไป Sanualli เหมือนกันในราคา 600 รูปี แต่เราต้องรอเช้าถึงเช้าอีกวัน แต่ไม่ได้หรอกคับเสียเวลาเที่ยวหมด

เลยตัดสินใจเรียก Auto เพื่อพาไปที่สถานีรถบัสประจำเมือง กะว่ายังไงคงหารถไป Sanualli ได้แน่ แต่พี่คนขับดันพามาที่เอเจนซี่รายนึง ซึ่งบอกเราว่าจะมีรถไปตอนทุ่มครึ่ง โดยจะนั่งรถจาก varanasiไป sanualli แล้วก็ต่อไปกาฐมัณฑุเลย ในราคา 600 รูปี ซึ่งสำรวจมาหลายรายก็ราคาเดียวกัน ก็เลยตกลงใจไปกะเค้า

จากบ่ายจนถึงสี่โมงเย็น เราก็ผลาญเวลาด้วยการเล่นเนตพร้อมกับการสัปหงก ง่วงมากมาย รู้งี้นอนอยู่ที่โรงแรมเดิมดีกว่า เลยตัดสินใจมานั่งเล่นที่ร้านเอเจนซี่แทน ตาเจ้าของร้านเห็นพวกเราแล้วคงสงสาร เลยชวนไปกินข้าว แล้วรู้มั้ยคับข้าวที่เค้าเลี้ยงเนี่ยคือข้าวอะไร ข้าววัดฮะ พาพวกเราเข้าไปในวัด ขอข้าวพระกินสะอย่างนั้น วัดที่เข้าไปเป็นวัดพุทธฮะ แต่เป็นของพม่า เราก็ดี๊ด๊าสิ ได้มาเหยียบคงคาแล้วยังได้มากินข้าววัดอีก ครบรสจริงๆ


ทุ่มครึ่งเราก็ได้ขึ้นรถไป Sanualli คับ เป็นเหมือนรถหวานเย็นบ้านเรา ชาวบ้านมากๆ ถ้าตัดสินใจไปตอนเช้าคาดว่าคงได้นั่งรถสำหรับนักท่องเที่ยวแหละ แต่ไม่เป็นไรคับเรื่องพวกนี้เราสบายๆ อยู่แล้ว ขอแค่ให้ได้เที่ยวเหอะ

แต่ตลอดทางไปนี่ขอบอกว่าสุดยอดมาก ไม่แน่ใจว่าเค้าไม่มีไฟหรือว่าไฟดับนะฮะ เพราะสักสองทุ่มตลอดทางก็มืดมิด ถนนก็ยิ่งกว่าคำว่าขรุขระ ฝุ่นเต็มไปหมด แม้ทางจะแย่ แต่พี่คนขับก็ซิ่ง คล้ายๆ ได้นั่งรถวิบากในสวนสนุก ลอยขึ้นลอยลง ประทับใจไม่รู้ลืมจริงๆ




Create Date : 08 มีนาคม 2551
Last Update : 8 มีนาคม 2551 16:43:18 น. 48 comments
Counter : 408 Pageviews.

 
ประสบการณ์ล้ำค่าแบบนี้
มีเงินก็ใช่ว่าจะเที่ยวได้
ต้องใช้ใจด้วยนะครับ

น้องดากลับมาเที่ยวเมืองไทยเหนือจดใต้
โห....อยากบอกว่าพี่อิจฉามากๆขอบอก 5555

กะว่าก๋าไม่มีความหมายหรอกครับ
พี่ตั้งขึ้นมาแบบบังเอิญครับ




โดย: ก. วรกะปัญญา (กะว่าก๋า ) วันที่: 8 มีนาคม 2551 เวลา:17:06:55 น.  

 
เคยได้ชมเรื่องราวของพิธีกรรมต่างๆที่ชาวอินเดียกระทำในแม่น้ำคงคาทางทีวี โดยเฉพาะถ้าจำไม่ผิดพิธีศพด้วย ยังรู้สึกขยาดๆกับความปลอดภัยของการใช้น้ำในแม่น้ำนี้เลย



โดย: ลุงแอ๊ด วันที่: 8 มีนาคม 2551 เวลา:17:29:30 น.  

 
ดาไปเทียวที่นั่นแพงไม๊อ่ะ พี่สนใจอ่ะ อย่างราคาโรงแรม ของกินเป็นต้น แล้วเรื่องวีซ่าิอีก ถ้าไม่แพงอยากจะไปอ่ะ พี่ชอบวัฒนธรรม แต่ไม่ชอบตอนเอาศพลอยน้ำ แล้วยังไปกินอีก ที่พี่รู้มานะ(อยู่เมืองแขกนานชักหน้าเหมือนแขกแล้วนะเรา)


โดย: thaigirl21 วันที่: 8 มีนาคม 2551 เวลา:17:36:06 น.  

 
ก. วรกะปัญญา- condition คือ ดาทำงานเก็บเงินได้แล้วนะค่ะ บางทีอาจจะหลังจากทำงานเก็บเงินเรียนต่อด้วยซ้ำไป อาจจะหลังจากนี้สักสามสี่ปีมั้งค่ะ แต่มันเป็นความฝันและความตั้งใจค่ะ

ลุงแอ๊ด - ` ดาก็ขยาดค่ะลุง ไม่กล้าแตะน้ำเลยง่ะ แต่ที่นี่เค้าทำทุกอย่างจริงๆ แปรงฟัน ซักผ้า อาบน้ำ หรือแม้แต่กินง่ะ น้ำมันก็เป็นตะกอนขุ่นๆ นะค่ะ แต่ท่าทางจะลึกน่าดูเลยหล่ะ แต่ดาชอบความขลังของเมืองนะค่ะ ดูเค้ามีชีวิตมากๆ สวยงาม น่าชื่่นชมกว่าทัชมาฮาลอีก

thaigirl21-ไม่แพงค่ะพี่ถ้าไม่ติดหรู ติดสบายนะ จะเที่ยวอินเดียต้องลุยๆ หน่อย ถ้าลุยมากก็สนุกมาก แล้วก็ต้องลุยเอง
ถ้ามากับพวกทัวร์ก็น่าจะแพงอยุ่แหละค่ะ

ดาไม่รุ้เรื่องวีซ่าเหมือนกัน พันกว่าสองพันแหละดาว่า ดาอยู่อินเดียไงค่ะ ได้วีซ่านักเรียนตั้งแต่สี่ปีที่แล้ว แถมหลวงจ่ายด้วย

ปล. เมืองนี้เป็นเมืองที่ดาหลงรักมากที่สุดเลยนะค่ะ ถึงจะกลัวน้ำก็เถอะ


โดย: veeda วันที่: 8 มีนาคม 2551 เวลา:18:04:13 น.  

 
สวัสดีค้าน้อง veeda ได้ไปเที่ยวอีกแล้ว ดีใจจังเยย


โดย: nuuyin วันที่: 8 มีนาคม 2551 เวลา:18:24:05 น.  

 
แปลกมาก ที่ไม่มีโรคระบาดที่นี่ คนที่นี่ภูมิต้านโรคคงสูงน่าดู


โดย: wildbirds วันที่: 8 มีนาคม 2551 เวลา:18:49:00 น.  

 
มานั่งทบทวนความจำเรื่องที่บอกว่าได้ชมทางทีวี
ถ้าจำไม่ผิดนะ (ถ้าไม่ถูกต้องอย่างไร ดาแก้ข่าวด้วยนะ)
ขึ้นบันไดตามภาพนี้ไปด้านบนจะมีตึกกั้นเป็นห้องๆ



จำได้คร่าวๆว่าครอบครัวไหนมีญาติที่คิดว่าจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว เขาจะนำญาติคนนั้นมาอาศัยอยู่ที่ห้องที่ว่า ใช้ชีวิตสุดท้ายก่อนตายกันที่นั่นเลย เมื่อเสียชีวิตแล้วก็จะทำพิธีกันในแม่น้ำคงคานั่นเลย


โดย: ลุงแอ๊ด วันที่: 8 มีนาคม 2551 เวลา:20:06:40 น.  

 
แต่ละประเทศ แต่ละท้องที่ ก็มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันไปนะครับ ดีจังคุณดาได้ไปสัมผัสกับวัฒนธรรมที่แตกต่างไปจากเรา เก็บเกี่ยวความรู้ ประสบการณ์มาให้มากที่สุดนะครับ

รอไปเที่ยว sanualli กับกาฐมัณฑุ ต่อนะครับ


โดย: nongmalakor วันที่: 8 มีนาคม 2551 เวลา:20:41:21 น.  

 
พี่ก๋าเคยอยากเดินทางไปรอบโลกนะครับ
แต่พอเดินทางได้สักพักนึง
ความฝันมันแปรรูปครับ 5555

ด้วยอะไรหลายสิ่งหลายอย่าง
ทั้งครอบครัวและตัวเอง

แต่ถ้ามีโอกาส
ก็อยากไปนะครับ
ไม่ต้องทั่วโลกหรอก
แค่สถานที่ที่สงบ เงียบ สวย
เท่านี้พี่ก็พอใจแล้วครับ




โดย: กะว่าก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 8 มีนาคม 2551 เวลา:20:55:24 น.  

 
ตามไปเที่ยวอินเดียด้วยคนนะค่ะ
แม่น้ำคงคา เคยได้ยินตั้งแต่สมัยพระพุทธองค์
เป็นแม่น้ำแห่งชีวิต ของคนอินเดีย
ไม่น่าเชื่อนะ ว่าสมัยนี้ยังแบ่งชนชั้นวรรณะกันอีก
แต่รูป ศพ ลอยมาตามน้ำน่ากลัวมากค่ะ


ปล...ขอแอ็ดบล็อคคุณดานะคะ


โดย: Prettymaew วันที่: 8 มีนาคม 2551 เวลา:21:41:23 น.  

 
โอ้ พระเจ้า

ต้องขอแอดบ๊อกเลยค่า

ตามภาพด้านบน คือสิ่งที่แม่โสมอยากไป และถ่ายรปมากที่สุด

ชาย (เพื่อนอินเดีย) กลับบ่ายเบี่ยงจนไม่ได้ไป

ไม่ทราบเขากลัวอะไรมากมาย

แต่เขาขี้กลัว

เสียดายมากๆเลน

งั้นขอมาดูที่บ้านนี้แล้วกันค่ะ


โดย: โสมรัศมี วันที่: 8 มีนาคม 2551 เวลา:21:54:03 น.  

 
เรียนที่อินเดียนี่เอง

ตอนเด็กๆ คุณพ่อเกือบส่งมาเรียนที่นี่เหมือนกันค่ะ

แต่ที่เรียน อยู่บนเขานะ

จำไม่ได้ว่าที่ไหน


โดย: โสมรัศมี วันที่: 8 มีนาคม 2551 เวลา:22:03:01 น.  

 
โตะจายกะป้าย เอ็น.ซี. ฮอลิเดย์ทัวร์

โชคดีนะที่จขบ. รอดเขี้ยวงูมาได้
นึกว่าไม่มีคนพาเที่ยวซะแระ

=)


โดย: hunjang วันที่: 8 มีนาคม 2551 เวลา:22:03:05 น.  

 
เข้ามาชมค่ะ มันดูสวยงามอังลังการ(คำนี้สกดผิด)มากค่ะ
สาวใหมเม้นอีกทีอยู่ใน Network นะค่ะ


โดย: สาวใหม วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:0:15:34 น.  

 
เราเคยอ่านหนังสือ เขาบอกว่าน้ำในแม่น้ำคงคา เอาไปตรวจดู

มีเชื้อโรคน้อยมากเลยครับ

ทั้งๆที่ทำกิจกรรมต่างๆเต็มน้ำไปหมด

แต่เชื้อโรคน้อยอย่างไม่น่าเชื่อ

ถ้าจริงก็แปลกดีนะ


โดย: mr.cozy วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:0:41:01 น.  

 
อะไรมืดวะเพื่อน
ถ้าบอกว่าบ๊อกตูมืด ตูก็จะบอกว่าตูชอบความมืดเฟ้ย
.
.
.
ขอนินทาจขบ.นะคะพ่อแม่พี่น้องว่ามันกลัววาราณาสีมากที่สุด แต่ก็ชอบมากที่สุด พูดถึงทีไรกลัวทุกที จนต้องเปลี่ยนเรื่องคุยทันที


โดย: PriYa วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:1:26:11 น.  

 
ถ้าเป็นที่เมืองไทยมีศพลอยกลางแม่น้ไบบนี้เรื่องใหญ่แน่ๆ

ที่ระยองช่วงนี้ฝนตกทั้งวันเลยครับ


โดย: อนันต์ครับ วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:1:32:41 น.  

 
น่าไปจังเลยคะ
คงเที่ยวสนุกเนอะ
อิจฉาจังเลยคะ
ว่าแต่ว่า
การไปแต่ละครั้งนี่นะ
ใช้เงินเยอะหรือเปล่าคะ

ยอพระกลิ่น ... แวะมาทักทายคะ


โดย: ยอพระกลิ่น วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:1:44:00 น.  

 
ทำไมถึงห้ามถ่ายรูปที่ Ghat ละคะ

ยิ่งอ่านยิ่งอยากไปค่ะ จะมีโอกาสมั้ยน้อ


โดย: Picike วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:3:20:19 น.  

 
หวัดดียามเช้านะจ๊ะ พึ่งรู้ว่าเคยเรียนอินเดีย อยากไปเหมือนกัน ไปเที่ยวนะ ญาติพึ่งไปมา ไปกะทัวร์ หมดไปหลายตังค์เหมือนกัน อยากไปเองมากกว่า น่าสนุกดีออก


โดย: ammataya วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:5:58:13 น.  

 
สวยจังค่าอ้อ...ที่คอมเม้นไว้ที่บล็อกอ่ะ..ขอบอกว่าฝรั่งติดใจกันยกใหญ่เลยค่าเขาบอกน่ารักและอบอุ่น


โดย: mai (maistyle ) วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:7:32:06 น.  

 


ขอบคุณสำหรับคำอวยพรวันเกิดนะคะ มีความสุขมากๆเช่นกันค้า


โดย: nuuyin วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:9:27:53 น.  

 
เข้ามอ่าน ทักทาย และฝากนิยายครับบบบ


โดย: ต้นฝันแห่งความอยากเป็นนักเขียน วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:10:28:37 น.  

 
nuuyin - แต่ที่บ้านดาเริ่มระแวงสิค่ะ ว่าลูกสาวจะเที่ยวเพลิน

wildbirds - ดูทุกคนแข็งแรงมากๆ ค่ะ ขนาดคนแก่ๆ นะค่ะ บ้านเราคงนั่งอยู่บ้าน แต่ที่นี่ยังเดินกันปร๋อเลย สงสัยเหมือนกัน เพราะความจริงมันน่าจะเป็นแหล่งรวมโรคมากกว่า

ลุงแอ๊ด - ใช่คับลุงแอ๊ด พวกที่ใกล้ตายเค้าจะมาอยู่ที่นี่ แล้วก็มีพวก Sadhu (น่าจะเขียนงี้นะ) มาคอยสวดมนต์ให้ พวก Sadhu ก็คือพวกฤาษีนี่แหละค่ะ บางคนก็ผมเผ้ารุงรัง บางก็ทาตัวขาวจั๊วเลยหรือไม่ก็แดงแจ๋ ดาพยายามแอบถ่ายรูปแต่มันไกลมาก มองไม่ชัดเลย แต่ถ้าเข้าไปถ่ายใกล้ๆ เสียตังค์ค่ะพวกนี้ ดาไม่ค่อยศรัทธากับพวกนี้นะ ดาว่าเค้าเหมือนคนติดยามากกว่า บางคนก็เห็นสูบบุหรี่ควันโขมงเลย คล้ายๆ เป็นอาชีพมากกว่าความศรัทธา

คนส่วนใหญ่เค้าใช้วิธีเผาค่ะ จะมี Ghat สำหรับเผาแยกต่างหาก เป็นช่วงๆ ไปตามริมฝั่งแม่น้ำ Ghat นึงก็เผาวันละประมาณ 100 ศพ บางทีอาจมากกว่า แต่จะมีพวกที่ไม่เผา แต่เค้าจะใช้วิธีเอาร่างผูกก้อนหิน แล้วก็เอาไปถ่วงลงตรงกลางแม่น้ำ คือ เด็กต่ำกว่า 14 เพราะถือว่าบริสุทธิ์ พวกพราหมณ์นักพรต คนเป็นโรคเรื้อน เค้าว่าถ้าเผาเชื้อโรคจะกระจาย (แล้วถ่วงลงน้ำเชื้อโรคมันไม่แพร่เหรอไงฟะ) แล้วก็คนท้อง เพราะมีเด็กอยู่ข้างใน แล้่วก็สัตว์เพราะค่าเผามันแพง ส่วนพวกจัณฑาล หรือพวกกำพร้านี่ก็ตายตามมีตามเกิดเลยค่ะ

แต่ถ้าโดนงูเห่ากัดนี่ เค้าเชื่อว่ายังไม่ตายนะค่ะ แค่ถูกดึงความรู้สึกออกจากร่าง เค้าจะตามพวก Sadhu มาทำพิธีคืนชีพให้ ถ้าหาไม่เจอ ก็จะเอาผูกกับต้นกล้วยแล้วเอาไปลอยน้ำ ระหว่างทางอาจมี Sadhu คนไหนผ่านมาเห็น เค้าก็จะช่วย (อันนี้ดาไม่ค่อยเชื่อเลยแหะ)



โดย: veeda IP: 210.210.48.221 วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:15:07:45 น.  

 
nongmalakor - เหมือนกบที่ได้โดดออกนอกกะลานะค่ะ พี่ต้อง เพราะอยู่นี่ต้องทำเองทุกอย่าง ถึงแม้ว่าช่วงเรียนมหาลัย จะอยู่ใต้การดูแลของรัฐบาลก็เถอะ แต่เค้าก็ไม่ได้มายุ่งอะไรสักนิด มีอะไรก็ต้องทำเองตลอด ยิ่งได้เิดินทางท่องเที่ยว ยิ่งได้เจอปัญหา เห็นสังคมที่แตกต่าง ยิ่งทำให้เรารู้ค่ะว่า โลกนี้มีอะไรอีกเยอะ

กะว่าก๋า - งั้นเลยพี่ก๋า ดาก็ว่าถ้าดาได้ทำงาน งานก็คงกองท่วมหัว หาเวลาว่างยากแน่ๆ ไหนจะพ่อแม่เราก็ต้องมีเวลาให้เค้าอีก แล้วถ้ายิ่งมีครอบครัว อันนี้ไม่ต้องกระดิกเลยมั้ง เลยไม่คิดจะมีจริงๆ ไอ้อย่างหลังเนี่ย ดาเคยดูรายการพวกแบกเป้เที่ยวรอบโลก แล้วเค้าบอกว่า หลังจากไปเห็นโลกกว้างมาแล้ว พอกลับมาสู่ชีวิตเดิมๆ เค้ารู้สึกว่ามันไม่เหมือนเดิม ดาว่าดาคงเป็นอย่างพวกนั้นมั้งค่ะ ได้แบกเป้ออกไปเจอสังคมแปลกๆ สังคมที่มีชีวิตจริงๆ ไม่ใช่สังคมคอนกรีต มันเกิดอาการตกหลุมรักนะพี่ ตอนอยู่ไทยชีวิตดามีแต่บ้าน โรงเรียน กองหนังสือ แต่พอมาทีนี่มันทำให้รู้ว่าโลกมันมีอะไรอีกเยอะ

Prettymaew - ดาถึงกลัวจนถึงตอนนี้ไงค่ะ มันติดตาแถมติดจมูกอีกต่างหาก เมืองนี้เก่าแก่ที่สุดในโลก แล้วเค้าก็เผาศพ เอาศพลอยน้ำไม่รู้กี่ล้านล้านศพแล้ว ถ้าตกลงไปในน้ำดาคงคิดหนักละงานนี้ จริงๆ อินเดียไม่ได้มีแค่สี่วรรณะแบบที่เราๆ รู้กันนะค่ะ จริงๆ แล้วมีเป็นพันๆ แถมแต่ละวรรณะยังแบ่งแยกย่อยไปอีก ถามคนอินเดียเอง เค้าก็ีนับไม่หวาดไม่ไหว อย่างที่ว่าแหละค่ะ ประเทศนี้เค้ารวมความแตกต่างไว้

โสมรัศมี - ได้เลยค่ะ สงสัยจะกลัวผีแหละดาว่างานนี้ ที่ยอดฮิตนิยมมาเรียนกันมีสองเขาค่ะ เขาทางใต้กะทางเหนือ ทางใต้ก็แถวอูที ทางเหนือก็แถวมัสซูรี

hunjang - ดาก็กลัวงูตัวนั้นจนถึงตอนนี้แหละค่ะ ใกล้นิดเดียวเอง แล้วหน้างูมันก็ติดตาด้วย เหมือนมันยิ้มๆ ไงไม่รู้ ถ้าดาเดินเลยไปอีกนิดก็เหยียบหัวมันพอดีเลย

สาวใหม - จ้า ไอ้เจ้า Network นี่ดาไม่คุ้นกับมันจริงๆ แหละคับ

mr.cozy - ดาเดาว่าน่าจะมีธาตุอะไรสักอย่างในน้ำนะค่ะ ไม่งั้นป่านนี้คนแถวนั้นคงเป็นโรคติดต่อกัันแล้วแหงมๆ เพราะอะไรอะไรก็เอามาลงไว้ที่นี่ แต่ดาเคยเห็นแม่น้ำที่เป็นต้นน้ำของคงคานะค่ะ อย่างใสและสะอาดเลย

PriYa - ช่าย blog แกแหละมืด เข้าไปมองไม่เห็นอะไรเลย ถ้าคุยถึงเมืองนี้แล้วแกได้กลิ่นแปลกๆ แกจะคุยต่อมั้ยว่ะ แถมอยู่คนเดียวนะโว้ย ถ้าผีมาจริง ตูจะเจรจายังไงหล่ะ พูดกันก็คนละภาษา

อนันต์ครับ - อืม งี้ถ้าอยากฆาตกรรมใครต้องมาที่แม่น้ำคงคาเนอะ โลกนี้อากาศแปรปรวนดีแท้

ยอพระกลิ่น - ถ้าบอกว่าทริปนี้ดาเที่ยวฟรีจะเชื่อมั้ยเนี่ย คือเห็นช่วงครึ่งแรกของทริปมั้ยค่ะ น้่าๆ แกออกหมด แล้วก็ให้ tip มาอีกนิดหน่อย รวมๆ กับตังค์เก็บก็ไม่ต้องขอพ่อแม่เลยค่ะ เอาเป็นว่าจากวาราณสี เข้าไปเนปาลจนบังกาลอร์ รวมค่าเดินทาง ค่ากิน ค่าที่พัก ค่าวีซ่า นะค่ะ ไม่น่าจะเกิน 8000 รูปีถ้าจะคิดเป็นเงินไทย ก็คูนด้วย 0.82 ค่ะ แต่ิจากเมืองที่ดาอยู่นั่งรถไฟไปเดลีนี่สองวันนะค่ะ ค่ารถไฟก็ 500 กว่า ไปวาราณสีอีก 17 ชม. ค่ารถก็สามร้อยกว่ามั้ง อืม ส่วนเนปาลถูกกว่าอินเดียค่ะ ส่วนทริปสี่ ที่ไปทัชมาฮาล จัยปรู แล้วก็ขึ้นไปเล่นหิมะ ไปกันสามคน หมดกันไปคนละ 9500 รูปีคับ

Picike - ไม่แน่ใจว่าเพื่อเป็นการแสดงความเคารพรึเปล่านะค่ะ เพราะ Ghat ที่ห้ามถ่ายคือ Ghat สำหรับใช้เผาศพเท่านั้น

ammataya - ตอนนี้ก็ยังเรียนอยู่จ้า มากะทัวร์เค้าก็ต้องชาร์จแพงแหละเนอะ ค่าบริการไง แต่พวกดาแบกเป้ไปกันเอง อาศัยความคุ้นเคยกะหน้าแขก ก็เลยจ่ายถูกไง

mai - เสน่ห์ของพวกเอเชียคือความอบอุ่น อ่อนหวานนี่แหละเนอะ

nuuyin - เดือนหน้าก็วันเกิดดานะค่ะ คนเกิดหน้าร้อนเป็นคนน่ารักเนอะ

ต้นฝันแห่งความอยากเป็นนักเขียน - ค้าบผม เดี๋ยวแวะไปอ่านนะ

ปล. เมื่อคืนดู NAT GEO จนเกือบเช้า ตื่นมาก็เก็บบ้าน ซักผ้า ล้างจาน กะจะเปิดหนังสืออ่าน แต่ให้ตายเห็นแล้วง่วง ดาเป็นคนอ่านหนังสือตอนกลางวันไม่ได้จริงๆ แหะ



โดย: veeda IP: 210.210.48.221 วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:15:37:23 น.  

 
เข้าหน้า main ของ bloggang ไม่ได้คับ เข้าไปแล้วเจอ error IE ปิดตัวเองอัตโนมัติง่ะ


โดย: veeda IP: 210.210.48.221 วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:15:58:14 น.  

 
สวัสดีครับน้องดา


ภาพที่เห็น
พี่ก๋าถ่ายที่หน้าร้านตอนสายๆครับ
ใช้เวลาถ่ายประมาณ 20 นาที
แหงนมองจนหน้ามืดเลยครับ 5555

และหลังจาก 20 นาทีนี้ผ่านไป
ท้องฟ้าว่างเปล่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ไม่ค่อยมีใครบ้ามองแบบพี่ก๋าหรอก
เค้าเลยไม่รู้ว่า "ความสุข" คืออะไร 5555


มะม่วงอินเดียอร่อยมั้ยครับ 555
พี่นึกไม่ออกนะ ว่ารสชาติจะเป็นยังไง
แต่เห็นไอติมแล้วชอบครับ ดูหุ่นพี่ก็คงพอเดาออกนะ 555


ชอบนะครับ garden city
ที่เชียงใหม่ตัดต้นยางอายุหลายร้อยปีไปทีละต้นๆ
เพื่อแลกกับถนนครับ

เราต้องการความเจริญ
แต่เราไม่ต้องการการพัฒนา

ถ้าเราต้องการ "พัฒนา" เราจะต้องไม่ตัดต้นไม้ใหญ่ครับ


นี่เป็นความเชื่อของพี่ก๋า
ซึ่งไม่ค่อยมีใครเชื่อย่างที่พี่เชื่อซะด้วย




โดย: ก๋า เก็กเสียง (กะว่าก๋า ) วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:17:00:11 น.  

 
ขอบพระคุณมากค่ะ สำหรับข้อมูล

เค้าขี้กลัวแหละ แม่โสมว่า

แล้วจาก เดลลี ไปวาราณสี ต้องนั่งเครื่องบินแล้วเขาบอกว่าไปเดินๆแล้วบินกลับเลย

แม่โสมเห็นว่ายุ่งยาก เลยบอกว่า เที่ยวแถบนี้ก่อนแล้วกัน

ไว้โอกาสหน้า ค่อยเที่ยวเป็นแถบๆไป



แต่สำหรับนักเรียนที่ไปเรียนที่นั่นคงเรียนรู้อะไรมากมาย จึงรู้ทางหนีทีไล่ดี

จริงๆแม่โสมสนุกมากกับความแตกต่างสุดขั้วนี้

แต่คนหลายคน ก็บอกว่า จะไม่เหยียบที่นี่อีกแล้ว ซึ่งนับว่าน่าเสียดายเหลือเกิน

ไว้มาคุยใหม่ค่ะ


โดย: โสมรัศมี วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:19:26:06 น.  

 
พี่ก๋าเพิ่งได้ความรู้ใหม่จากน้องดานี่แหละว่า
ผลไม้ขึ้นชื่อของอินเดียคือ มะม่วง 555

แต่เมืองไทยอะไรขึ้นชื่อ
พี่ก๋าตอบไม่ได้นะ
ตอนนี้ผลไม้จีนทะลักเข้ามาจนไม่รู้แล้วว่า
อันไหนผลไม้ไทย อันไหนผลไม้นอก


......................

ผ่อ แปลว่า ดู
หัน แปลว่ามอง

เข้าใจว่าเป็นคำว่า บ่าผ่อ บ่าหัน
ซึ่งแปลว่า ไม่อยากดู ไม่ได้มองนะครับ


คำเมืองพี่ก๋าก็รู้ไม่เยอะมากครับ
อาศัยบมาเรียนเอาเองทีหลังนี่เอง


...........................


ตอนนี้พี่ก๋ามีสังกัดแล้วนะ
"แกรมก๋า" ไง เพลงที่พี่ร้อง ให้ใช้ได้เลย
ไม่คิดเงินเหมือนแกรมมี่ครับ 5555

...............................


อืมมม....พี่เคยได้ดยินเรื่องที่เค้าบอกว่าอินเดียเป็น
ประเทศนึงในโลกที่เก่งด้านไอทีมาก แต่ข่าวสารเราน้อยเนอะ เลยไม่ค่อยรู้เท่าไหร่

น้องดาโชคดีมากเลยที่ได้ไปเรียนที่นี่

น่าสนุกและน่าจะได้เที่ยวแบบสุดๆไปเลย




โดย: ก๋า เก็กเสียง (กะว่าก๋า ) วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:20:25:32 น.  

 
น่าสงสารแม่น้ำ


โดย: Cutetetsu วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:22:47:35 น.  

 
แวะมาเที่ยวคงคาด้วยคนค่ะ

น่าจะเจอลูกประธานาธิบดีนะค่ะ
เผื่อเค้าเห็นดา เผื่อจะปิ๊งๆบ้างงัยล่ะค่ะ

นิยายของเรซินยังไม่ได้เข้าไปอ่านเลยค่ะ
เพราะไปกรุงเทพพึ่งกลับมาบ้านค่ะ
คราวนี้แหละจะได้อ่านสักที


โดย: fordear วันที่: 10 มีนาคม 2551 เวลา:11:36:39 น.  

 
โถ พูดซะน่าสงสาร ยังไงหลาน ก็สู้ลูกไม่ได้หรอกค้า ยิ่งน้องดาเป็นคนสุดท้ายด้วยแล้ว
แต่ก็ไม่แน่นะ เที่ยวเพลินอย่างนี้อะซี ที่บ้านเค้าก็ทำเป็นแกล้งลืม ให้ตกกะใจเล่นๆ ไง อิอิ


โดย: nuuyin วันที่: 10 มีนาคม 2551 เวลา:13:57:28 น.  

 
สุนัข๒ตัวนั้นเฝ้าซากฯอะไรครับ


โดย: อนันต์ครับ วันที่: 10 มีนาคม 2551 เวลา:23:58:49 น.  

 

ศพลอยน้ำ
เค้าทิ้งกันอย่างงั้นเลย
เเค่ได้ฟังหัวใจตกไปอยู่พื้นเลย
น่าเทียว เเต่ก็น่ากลัว


โดย: ท้องฟ้าเสียงเพลงทะเล วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:2:27:03 น.  

 
มาสวัสดีน้องดา เย็นวันจันทร์ของเยอรมันค่ะ
ตอนนี้น้องดาอยู่ที่อินเดียหรือค่ะ
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,

พี่แมวไปปารีสกับคนรู้ใจที่บ้านค่ะ อิอิอิ



โดย: Prettymaew วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:4:49:29 น.  

 
อ๋อนึกว่านักท่องเที่ยว เรียน ที่นั้นเอง มีอาจารย์จบที่อินเดียเหมือนกัน 2คน ที่สอน


โดย: boatboat วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:9:12:15 น.  

 
ศพลอยน้ำ

เคยได้ยินบ่อยครั้งแต่ทำใจไม่ได้ซักที ถ้าเอจเองกับตัวคง

...แต่ยังอยากไปอินเดียอยู่ดี ฮี่ๆ


โดย: เจ้าหญิงวีนัส (ohvenus ) วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:10:23:38 น.  

 
มาเที่ยวอินเดีย


โดย: ดาริกามณี วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:16:24:48 น.  

 
แล้วเมื่อไหร่จะจบละเนี่ย


โดย: ammataya วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:18:16:02 น.  

 
เห็นแล้วสยองงงง มีศพลอยน้ำมาด้วยเหรอครับ ....


โดย: ตงเหลงฉ่า วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:23:21:02 น.  

 
ดีคะ...บรรยากาศอินเดียแต้ๆ เลย


โดย: aomamm (Forest-ic ) วันที่: 12 มีนาคม 2551 เวลา:18:43:05 น.  

 
หวัดดีครับน้องดา




โดย: ก. วรกะปัญญา (กะว่าก๋า ) วันที่: 13 มีนาคม 2551 เวลา:12:44:36 น.  

 
ดาเราไปอ่านนิยายของเรซิน มาแล้ว
สนุกจริงๆด้วยเดี๋ยวจะตามไปอ่านของคนอื่นๆที่ดาแนะนำอีกให้ครบเลย
อ่านจนตาลายเลยเนี่ย


โดย: fordear วันที่: 13 มีนาคม 2551 เวลา:19:00:02 น.  

 
เจอศพลอยน้ำขนาดนี้ อ่านไปชักจะแหยงๆไปด้วยเลยน่ะค่ะ ยุคสมัยเปลี่ยนไปแต่เรื่องแบบนี้ยังคงมีอยู่เหรอค่ะเนี่ย
ภาพที่ 2 นั่นคืออะไรค่ะที่เอียง ๆ เหมือนลอยน้ำเลย


โดย: ดอยปุย วันที่: 13 มีนาคม 2551 เวลา:20:02:19 น.  

 
หวัดดีครับน้องดา

เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ก๋าตามมาดูเนปาลนะครับ อิอิอิ



โดย: ก๋า เก็กเสียง (กะว่าก๋า ) วันที่: 14 มีนาคม 2551 เวลา:20:32:59 น.  

 
ฝันดีนะคร้าบ


โดย: mr.cozy วันที่: 14 มีนาคม 2551 เวลา:23:59:42 น.  

 
แวะเข้ามาเยี่ยมเจ้าของบ้านหน่อยครับ


โดย: nongmalakor วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:12:21:46 น.  

 
โสมรัศมี – จริงๆ ก็อย่างที่หลายคนบอกแหละค่ะ กับอินเดีย ไม่รักก็เกลียดไปเลย แต่ดาก็ไม่รักไม่เกลียดกับที่นี่นะค่ะ อยู่อินเดียมีเรื่องให้หัวเสียได้บ่อยๆ แต่มันมีเสน่ห์บางอย่างในความสุดขั้วของที่นี่แหละ ที่ทำให้ลืมประเทศนี้ไม่ลง



กับพวกนักแบกเป้เดินทาง ดาว่ามันเป็นประเทศที่ท้าทายที่สุดในโลก สำหรับนักเรียนอย่างดา มันก็ทดสอบความอดทนได้ดีมากๆ มีคนเคยบอกว่า ถ้าอยู่อินเดียได้จะไปอยู่ที่ไหนก็ได้ทั่ว ดาสนับสนุนกับความเห็นนี้นะค่ะ



ก๋า เก็กเสียง – อินเดียมีผลไม้ไม่มากคับ แพงกว่าไทยด้วย อย่างกล้วยน้ำวาบางช่วงโลละ 40 ง่ะ อยากจะบ้า



พี่ก๋าค่ะ แปลคำนี้ให้หน่อยสิค่ะ ‘คำก่อดามาโตยเจ้า กิ๋นเหียจะได้บ่เป๋นหวัดเน้อเจ้า’ แปลเองได้ว่า คำทำมาให้ด้วย กินแล้วจะได้ไม่เป็นหวัด แต่สงสัยความหมายจริงๆ ของคำว่า ดา เหีย ลุ๋ต๊องกา นะค่ะ แหะแหะ พี่ก๋าเลิกเป็นนักร้องมาเป็นนักแปลให้ดาก่อนนะค่ะ



อินเดียแกส่งนักเขียนซอฟแวร์เป็นสินค้าส่งออกพี่ ถ้าคิดเป็นสัดส่วนจริงๆ เมืองไทยเราก็คงมีพอๆ กับแขกแหละ แต่จำนวนประชากรของแขกแกมากกว่าเราหลายสิบเท่า จำนวนมันเลยมากกว่าเยอะ อีกอย่างเค้าใช้ภาษาอังกฤษกันตั้งแต่เกิด แขกรักการอ่าน หนังสือดีๆ ราคาถูกๆ เพียบ เพราะเค้าเอาหนังสือ text จากต่างประเทศมาตีพิมพ์ใหม่แล้วก็ขายในราคาถูกขึ้นมาก ค่าแรงแขกก็ถูกเมื่อเทียบกับประเทศอื่น แต่ยืนยันว่าระดับความคิดสร้างสรรค์ของไทยเหนือกว่าแขกนะค่ะ



วันธรรมดา ดาไม่เล่น blog ค้าบพี่ก๋า คือว่า วันธรรมดาตารางชีวิตเต็มไปหมดเลยฮะ หาเวลาให้เจ้า blog ไม่ได้ ไม่รู้ว่าพลาดอะไรจาก blog พี่ก๋ารึเปล่า เดี๋ยวอีกสักสามเดือนหมดช่วงยุ่งๆ จะลุยอ่านนะค่ะ



Cutetetsu – พิธีนี้มีมาตั้งแต่โบร่ำโบราณค่ะ ไม่รู้จำนวนศพเหมือนกันว่ามีเท่าไหร่ แต่ดาว่าเป็นล้านล้านง่ะ



fordear – ตระกูลคานธีนี่อย่าไปยุ่งดีกว่ารัตน์ ตายไม่ดีสักคน ช่วงนี้ดายุ่งหัวฟูเลยง่ะ ต้องอ่านนู่นอ่านนี่เพียบเลย แต่ว่านะ นิยายก็มาก่อนเสมอแหละ แหะแหะ ติดใจละสิ ดาคลั่งพี่ไคล์สุดๆ เลย ของฟองคลื่นก็สนุกมากนะรัตน์ เดี๋ยวรัตน์อาจจบชุดนั้น เดี๋ยวดาหาเรื่องใหม่ๆ มาแนะนำให้อีก



nuuyin – ดาต้องทำตัวให้น่าสงสารมากๆ ค่ะพี่ พอเดือนหน้าจะได้ของขวัญวันเกิดแบบงามๆ ไง (มีคนบอกว่าดาเจ้าเล่ห์ง่ะ)



อนันต์ครับ – เฝ้าศพลูกวัวคับผม จริงๆ มีซากหมากะซากนกด้วยนะแต่ดากลัวว่ากระทู้มันจะสยองไปง่ะ นอกจากเผาแล้วเค้าเอาศพถ่วงลงน้ำด้วยนะค่ะ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าตกลงไปในน้ำจะเจออะไรบ้าง





ท้องฟ้าเสียงเพลงทะเล – เอ่อ ดายังจินตนาการอยู่ว่าในน้ำจะมีอะไรบ้าง สาบานเลยว่าจะไม่กินปลาเมืองนี้ แต่ที่นี่เค้าห้ามจับปลานะค่ะ ก็ดีไป



Prettymaew – ค้าบผม ดาอยู่อินเดีย แต่ก็ใกล้จะกลับบ้านแล้วแหละค่ะ น่าจะกลับประมาณปลายพฤษภามั้งค่ะ อิจฉาพี่เหมียวจังเลย ได้เที่ยวกับคนรู้ใจ คงอบอุ่นน่าดู ดาไปเที่ยวแต่กับเพื่อนรู้ใจค่ะ คือ บ้าและบึกเหมือนกันเลยไปกันได้



boatboat - อยากเปลี่ยนอาชีพจากนักเรียนเป็นนักเที่ยวเหมือนกันค่ะ แต่กลัวโดนที่บ้านตัดหางปล่อยวัดนะสิ



เจ้าหญิงวีนัส – ดาก็อึ้งไปเหมือนกันตอนเห็นครั้งแรก ทั้งกลิ่นทั้งรูป ติดตาไปนานเลย



ดาริกามณี – คราวหน้าเปลี่ยนประเทศแล้วพี่



ammataya - อะไรจบค่ะ ดาหรือเที่ยว ดาจบปลายพฤษหรือไม่ก็กลางมิถุจ้า ส่วนเรื่องเที่ยว ยังเหลือเนปาลอีก 5 เมือง แล้วก็อินเดียใต้อีก 5 เมือง เป็นทริปของปีที่แล้วค่ะ ส่วนปีนี้ไม่มีแพลนไปไหน เพราะตังค์หมดจ้า



ตงเหลงฉ่า – มีลอยมาจริงๆ จ้า ริมฝั่งก็มีเผา ส่วนในน้ำก็มีศพถ่วงอยู่เพียบเลย แต่มองไม่เห็นค่ะเพราะน้ำลึก



Aomamm – เห็นด้วยค่ะ ถ้าใครมาไม่ถึงวาราณสีนะถือว่ายังมาไม่ถึงอินเดีย เพราะที่นี่นะสุดๆ แล้ว



ดอยปุย – คาดว่าการจัดการศพของที่นี่คงไม่มีการเปลี่ยนแปลง จนกว่าโลกจะแตกโน่นแหละคับ ไอ้เอียงๆ ที่เห็นก็เหมือนเป็นประมาณวัด หรือตัวเจดีย์ หรือศาลา อืม เรียกไม่ถูกเหมือนกัน แต่ว่ามันจมน้ำนะค่ะ เลยโผล่มาแต่ด้านบน

mr.cozy - ตอนนี้เริ่มฝันสยองแล้วค่ะ

nongmalakor - ตรงเวลาจริงๆ เลยพี่ต๋อง




โดย: veeda วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:16:01:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

veeda
Location :
ประจวบคีรีขันธ์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add veeda's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.